เครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้า

เครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้า (fifth-generation fighter) คือเครื่องบินรบที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสงครามสมัยใหม่ โดยเน้นความสามารถในการรบแบบเครือข่าย, การล่องหน (สเตลธ์), การรับรู้สถานการณ์ในสนามรบแบบเรียลไทม์ และความคล่องตัวขั้นสูง[1] เครื่องบินกลุ่มนี้เป็นพัฒนาการต่อจากยุคที่สี่ โดยเริ่มปรากฏในสายการผลิตจริงในช่วงต้นทศวรรษ 2000 นำโดย F-22 Raptor ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นแรกที่เข้าประจำการ[2]

เครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้ามีเทคโนโลยีล่องหนซึ่งออกแบบมาเพื่อลดการสะท้อนคลื่นเรดาร์ ด้วยโครงสร้างภายนอกเฉพาะและการซ่อนอาวุธไว้ในลำตัว ทำให้มีโอกาสถูกตรวจจับต่ำกว่าเครื่องบินทั่วไปอย่างมาก[1][3] นอกจากนี้ ยังติดตั้งเรดาร์ AESA ที่สามารถติดตามเป้าหมายหลายตำแหน่งพร้อมกัน และสามารถก่อกวนสัญญาณของข้าศึกได้ในเวลาเดียวกัน

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ ศูนย์รวมการเซนเซอร์ (sensor fusion) ซึ่งสามารถสนธิข้อมูลจากเรดาร์, กล้องอินฟราเรด, ระบบเตือนภัย และระบบรบภาคพื้นดิน เข้าด้วยกันและส่งข้อมูลที่คัดกรองแล้วไปยังนักบินในรูปแบบที่ใช้งานง่าย[1][4] สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ และลดภาระของนักบิน นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการบินระบบควบคุมการบินผ่านสัญญาณดิจิทัล (fly-by-wire) ที่ช่วยให้เครื่องบินมีความคล่องตัวสูงในการเคลื่อนที่มุมปะทะแคบ (high angle-of-attack) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการรบในระยะประชิด (dogfight)[2]
การจะค้นพบเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าซึ่งมีคุณสมบัติล่องหน จำเป็นต้องอาศัยการป้องกันแบบบูรณาการ อย่างเช่นเรดาร์ความถี่ต่ำ (L-band, VHF), ระบบค้นหาและติดตามอินฟราเรด (IRST) และเครือข่ายเรดาร์หลายสถานีร่วมกับเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้าและควบคุมทางอากาศ (AEW&C) อีกด้านหนึ่งเกี่ยวกับการสกัดกั้น ควรใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะไกล ร่วมกับมิสไซล์นำวิถีและการรบแบบเน็ตเวิร์ก ขณะเดียวกัน การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การรบกวนเรดาร์และเดต้าลิงก์ ก็สามารถลดความได้เปรียบของข้าศึก
เครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าที่ใช้งานอยู่ได้แก่ F-22 แร็พเตอร์ และ F-35 ไลท์นิงทู ของสหรัฐ, Su-57 ของรัสเซีย J-20 ของจีน[5] ส่วนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาได้แก่ TF ข่าน ของตุรกีและ KF-21EX ของเกาหลีใต้
คุณลักษณะ
[แก้]นักวิเคราะห์ทั่วโลก มักระบุว่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าต้องมี 6 คุณลักษณะสำคัญ[1][2]
- มีความล่องหนต่อเรดาร์ (Stealth)
- มีระบบเอวิโอนิกส์ล้ำสมัยและศูนย์รวมการเซนเซอร์ (Advanced Avionics & Sensor Fusion)
- สามารถบินเร็วเหนือเสียงโดยไม่ต้องอาฟเตอร์เบิร์น (Supercruise)
- มีความคล่องแคล่ว (Agility)
- มีระบบสงครามรวมศูนย์เน็ตเวิร์ก (Network-Centric Warfare)
- ขีดความสามารถพหุภารกิจ (Multirole Capability)
เปรียบเทียบเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้า
[แก้]| F-22 [6][7][8][9] |
F-35A [10][11][12] |
F-35B [10] |
F-35C [10][11][12] |
Su-57 [13][12] |
J-20 [14][15] | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ประเทศ | สหรัฐ | สหรัฐ | สหรัฐ | สหรัฐ | รัสเซีย | จีน |
| บินครั้งแรก | 1997 | 2006 | 2008 | 2010 | 2010 | 2011 |
| เริ่มประจำการ | 2005 | 2016 | 2015 | 2019 | 2020 | 2017 |
| จำนวนสร้าง (เมื่อปี 2025) |
195 ลำ | 354 ลำ | 108 ลำ | 38 ลำ | 22 ลำ | 300 ลำ |
| ความยาว (เมตร) | 18.92 m | 15.67 m | 15.61 m | 15.67 m | 20.1 m | 21.2 m |
| ความกว้างช่วงปีก | 13.56 m | 10.7 m | 10.7 m | 13.1 m | 14.1 m | 13.01 m |
| พื้นที่ปีก (ตรม) | 78.04 | 42.7 | 42.7 | 62.1 | 78.8 | 73 |
| น้ำหนักตัวเปล่า (กก) | 19,700 | 13,300 | 14,700 | 15,800 | 18,500 | 17,000 |
| น้ำหนักบรรทุกปกติ (กก) | 29,410 | 22,470 | 21,770 | 25,900 | 29,270 | 25,000 |
| น้ำหนักสูงสุด (กก) | 38,000 | 31,800 | 27,300 | 31,800 | 35,000 | 37,000 |
| ตัวบังคับทิศแรงขับ | 2 มิติ | ไม่มี | ขึ้นลงแนวดิ่งได้ | ไม่มี | 3 มิติ | ไม่มี/3 มิติ |
| ขึ้นบิน-ลงจอด | CTOL | CTOL | STOVL | CATOBAR | CTOL | CTOL |
| ความเร็วสูงสุด (มัค) | 2.25 | 1.6 | 1.6 | 1.6 | 2.0 | 2.0 |
| ความเร็วเดินทาง (มัค) | 1.76 | 1.3 | ||||
| พิสัยบินตัวเปล่า | 3,220 km | 2,220 km | 1,670 km | 2,520 km | 3,500 km | 5,500 km |
| เพดานบิน | 20,000 m | 15,000 m | 15,000 m | 15,000 m | 20,000 m | 20,000 m |
| จำนวนเครื่องยนต์ | 2 | 1 | 1 | 1 | 2 | 2 |
| แรงขับแห้ง | 232 kN | 125 kN | 125 kN | 125 kN | 176.6 kN | 172 kN |
| แรงขับพร้อมสันดาปท้าย | 312 kN | 191 kN | 191 kN | 191 kN | 294.2 kN | 294 kN |
| แรงขับต่อน้ำหนัก | 1.08 | 0.87 | 0.9 | 0.75 | 1.02 | 1 |
| ค่าภาคหน้าตัดเรดาร์ (RCS) | 0.0001 | 0.005–0.3 | 0.005–0.3 | 0.005–0.3 | 0.1–0.3 | 0.05 |
| ปืนกล | 20mm | 25mm | ไม่มี | ไม่มี | 30mm | ไม่มี |
| ตำบลติดอาวุธ ใน/นอก | 8/4 | 6/6 | 4/6 | 6/6 | 6/6 | 8/4 |
| เรดาร์ | XBand | XBand | XBand | LBand | X + LBand | XBand |
| ระยะตรวจจับของเรดาร์ | 240 km | 150 km | 150 km | 150 km | ไม่ทราบ | ไม่ทราบ |
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 Kopp, C. (2010). The Fifth Generation Fighter Programmes. Air Power Australia.
- 1 2 3 U.S. Air Force. (2024). F-22 Raptor Factsheet
- ↑ GlobalSecurity.org. (2023). Fifth Generation Fighter Overview.
- ↑ Sweetman, B. (2012). Fifth-Generation Fighters. Aviation Week & Space Technology.
- ↑ Military Watch Magazine. (2023). Comparing F-35, Su-57 and J-20: Capabilities and Trade-offs.
- ↑ "F-22 Raptor fact sheet." U.S. Air Force, March 2009. Retrieved 23 July 2009.
- ↑ "F-22 Raptor Specifications". Lockheed Martin. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 มิถุนายน 2012. สืบค้นเมื่อ 21 เมษายน 2012.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Mehta, Aaron (31 พฤษภาคม 2013). "Pentagon: First F-35s Operational in 2015". Defense News.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์) - ↑ Statement of Vice Admiral Mathias Winter, Program Executive Officer, F-35 Lightning II Program, Before the Tactical Air and Land Forces Subcommittee of the House Armed Services Committee on F-35 Program Review (PDF) (รายงาน). U.S. House of Representatives. 7 มีนาคม 2018. HHRG-115-AS25. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 18 มีนาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2018.
{{cite report}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) Alt URL เก็บถาวร 8 กรกฎาคม 2021 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน - 1 2 3 Staff, Seapower (1 พฤษภาคม 2019). "Lockheed Develops Rack to Make F-35A/C a Six-Shooter". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 ธันวาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 7 ธันวาคม 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Radar Cross Section (RCS)". GlobalSecurity.org. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 ธันวาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2013.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 Lagarkov, Andrey Nikolaevich; Pogosyan, Mikhail Aslanovich (2003). "Фундаментальные и прикладные проблемы: стелс технологии" [Fundamental and applied problems: Stealth technology]. Bulletin of the Russian Academy of Sciences (ภาษารัสเซีย). 73 (9): 848. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 28 มกราคม 2004.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Litovkin, Dmitry (29 มิถุนายน 2013). "T-50 fighter to be ready in 2013". Russia & India Report.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "China's enigmatic J-20 powers up for its second decade". Flight Global. 28 ธันวาคม 2020. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 ธันวาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Roblin, Sebastien (24 เมษายน 2021). "What Happens When Two Stealth Fighter Jets Clash".
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)