เขตบริหารพิเศษชินอึยจู
เขตบริหารพิเศษชินอึยจู
| |
|---|---|
(1) แผนที่เขตบริหารพิเศษชินอึยจูเน้นด้วยสีแดง (2) ที่ตั้งของชินอึยจูภายในประเทศเกาหลีเหนือ | |
| ประเทศ | |
| ภูมิภาค | ควันซอ |
| การปกครอง | |
| • ประเภท | เขตปกครองพิเศษที่มีกฎหมายพื้นฐานของตนเอง |
| พื้นที่ | |
• ทั้งหมด | 132 ตร.กม. (51 ตร.ไมล์) |
| ประชากร (1998) | |
• ทั้งหมด | 349,500 คน |
| • ความหนาแน่น | 2,600 คน/ตร.กม. (6,900 คน/ตร.ไมล์) |
| ภาษาถิ่น | พย็องอัน |
| เขตบริหารพิเศษชินอึยจู | |
| โชซ็อนกึล | 신의주특별행정구 |
|---|---|
| ฮันจา | |
| อาร์อาร์ | Sinuiju Teukbyeol Haengjeonggu |
| เอ็มอาร์ | Sinŭiju T'ŭkpyŏl Haengjŏnggu |
| ชินอึยจู | |
| โชซ็อนกึล | 신의주 |
| ฮันจา | |
| อาร์อาร์ | Sinuiju |
| เอ็มอาร์ | Sinŭiju |

เขตบริหารพิเศษชินอึยจู (เกาหลี: 신의주특별행정구) เป็นเขตบริหารพิเศษ (SAR) ที่ถูกวางแผนไว้ของประเทศเกาหลีเหนือโดยมีที่ตั้งอยู่ในนครชินอึยจู เขตบริหารพิเศษนี้ได้รับการประกาศจัดตั้งใน ค.ศ. 2002 โดยถูกวาดหวังให้เป็นพื้นที่ที่ปกครองโดยตรง หลังถูกแยกออกมาจากจังหวัดพย็องอันเหนือ เช่นเดียวกับกรณี "นครปกครองโดยตรง" แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินงานในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อเสนอสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษในชินอึยจูเพื่อนำระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเข้ามาใช้ถูกนำเสนอเป็นครั้งแรกต่อหยาง ปิน นักธุรกิจชาวจีน-เนเธอร์แลนด์ใน ค.ศ. 2001 ซึ่งเขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้อำนวยการของเขตดังกล่าว ต่อมาหยางตอบรับข้อเสนอภายใต้เงื่อนไขหลายประการ โดยประการที่สำคัญที่สุดคือพื้นที่ที่เสนอนั้นต้องกลายเป็นเขตบริหารพิเศษแทนการเป็นเพียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) เพื่อเลียนแบบเขตบริหารพิเศษของจีนอย่างฮ่องกงและมาเก๊า ภายใต้ข้อเสนอนี้ เขตบริหารพิเศษชินอึยจูจะมี "กฎหมายพื้นฐาน" ( 기본법; Kibonpŏp ) หนังสือเดินทาง ธง และตราเป็นของตนเอง และมีอำนาจปกครองตนเองระดับสูงในทุกด้าน ยกเว้นด้านนโยบายต่างประเทศและการป้องกันประเทศ แม้ทางการเกาหลีเหนือจะมีความลังเล แต่ในที่สุดก็ยอมจำนนต่อข้อเสนอของหยาง
ใน ค.ศ. 2002 คณะผู้บริหารสูงสุดสมัชชาประชาชนสูงสุดประกาศใช้กฎหมายพื้นฐานของเขตบริหารพิเศษชินอึยจูและแต่งตั้งหยาง ปินเป็นผู้ว่าการ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หยางจะเข้ารับตำแหน่ง เขาถูกทางการจีนจับกุมและตัดสินจำคุกเป็นเวลา 18 ปีในข้อหาเลี่ยงภาษีและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ หลังจากนั้น เกาหลีเหนือก็ละทิ้งโครงการนี้ไปโดยปริยาย
ประวัติศาสตร์
[แก้]ใน ค.ศ. 2001 คิม จ็อง-อิล ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้เดินทางเยือนเซี่ยงไฮ้ ที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ของจีนพยายามทำให้เขาประทับใจด้วยการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน[1] คิมรู้สึกประทับใจและกล่าวกับเจียง เจ๋อหมิน ผู้นำจีนว่า "นับตั้งแต่เวลาที่จีนเริ่มดำเนินนโยบายเปิดประเทศและปฏิรูป จีนประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่านโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง"[1] เขาให้ความสนใจในเรื่องเรือนกระจกและพิจารณาสิ่งนี้ว่าเป็นทางออกที่เป็นไปได้สำหรับปัญหาการขาดแคลนอาหารของเกาหลีเหนือ เขาเรียนรู้ชื่อของผู้พัฒนาเรือนกระจกเหล่านั้นคือหยาง ปิน นักธุรกิจชาวจีน-เนเธอร์แลนด์ และบอกให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสร้างการติดต่อกับหยาง[1]
หยางมีความเต็มใจที่จะทำธุรกิจแบบเดียวกันในเกาหลีเหนือ เขาและคณะได้เดินทางไปยังเปียงยางและสร้างเรืนกระจกปลูกพืชตัวอย่าง คิม ตง-กยู สมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลีและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการเจรจากับหยาง เสนอต่อหยางเมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2001 เกี่ยวกับความร่วมมือในโครงการที่ใหญ่ขึ้น[1] เขาบอกหยางเกี่ยวกับความล้มเหลวของเขตเศรษฐกิจพิเศษในราซ็อนในทศวรรษ 1980 และกล่าวว่าเกาหลีเหนือกำลังพิจารณาสร้างเขตใหม่ขนาด 27 ตารางกิโลเมตรในชินอึยจู พร้อมทั้งถามหยางว่าเขาต้องการจะเป็นผู้อำนวยการเขตหรือไม่ หยางบอกคิมว่าเขาไม่สามารถตัดสินใจได้ทันที และคิมตอบว่าพวกเขาไม่ได้รีบร้อน[1]
ในการเยือนเปียงยางครั้งถัดมา หยางกล่าวว่าเขาตกลงในหลักการแต่มีเงื่อนไขหลายประการ เขาขอให้ขยายขนาดเขตจาก 27 เป็น 82 ตารางกิโลเมตร หมายความว่าสะพานที่เชื่อมต่อจีนกับชินอึยจูจะถูกรวมเข้าไว้ในพื้นที่ด้วย[1] เขายังกล่าวว่ามันไม่ควรเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ควรจะเป็นเขตบริหารพิเศษ เขาอธิบายความแตกต่างว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) มีเพียงระบอบเศรษฐกิจพิเศษ ในขณะที่เขตบริหารพิเศษ (SAR) มีอำนาจปกครองตนเองเกือบทุกด้านยกเว้นการป้องกันประเทศและการต่างประเทศ เขากล่าวว่าจีนมีเขตบริหารพิเศษสองแห่งคือฮ่องกงและมาเก๊า ซึ่งในขณะนั้นเพิ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นเพียงไม่กี่ปีและเป็นนครที่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจมากที่สุดในจีน[1]
เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือมีความลังเล แต่หยางยืนยันโดยกล่าวว่านักลงทุนต่างชาติคุ้นเคยกับระบบเขตบริหารพิเศษอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือถามว่า "แต่เราสามารถสร้างเขตบริหารพิเศษแต่เรียกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษได้หรือไม่?" หยางตอบว่าชื่อเป็นสัญญาณที่สำคัญต่อชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือตกลง และหยางยังได้เจรจาว่าเขตบริหารพิเศษแห่งใหม่จะมีกฎหมายพื้นฐานของตนเองซึ่งตีพิมพ์ในแหล่งข้อมูลเปิด มีหนังสือเดินทาง ธง และตราเป็นของตนเอง[1] กฎหมายพื้นฐานถูกจำลองอย่างหนักจากของฮ่องกง โดยร่างโดยนักกฎหมายที่มีชื่อเสียงจากฮ่องกงและมาเก๊า[2] และระบุว่าเขตบริหารพิเศษจะมีอายุ 50 ปีและจะมีระบบกฎหมายของตนเอง[3]
ใน ค.ศ. 2002 คณะผู้บริหารสูงสุดสมัชชาประชาชนสูงสุดได้ประกาศใช้กฎหมายพื้นฐานของเขตบริหารพิเศษชินอึยจูและแต่งตั้งหยาง ปินเป็นผู้ว่าการ[4] โดยประกาศว่าวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2002 เป็นวันที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้[1] หยางเรียกประชุมแถลงข่าวเพื่อพูดถึงแผนการของเขา เขาประกาศว่าประชาชนประมาณ 300,000 ถึง 500,000 คนในเมืองจะต้องย้ายไปอยู่ทางตอนใต้ของชินอึยจูซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเขตบริหารพิเศษ ในขณะที่ส่วนที่เหลือจะพำนักอยู่ต่อและกลายเป็นผู้อยู่อาศัยในเขตบริหารพิเศษ ด้วยแผนที่จะรื้อถอนเมืองส่วนใหญ่ หยางวาดภาพการสร้างเมืองที่คล้ายกับเชินเจิ้น โดยมีเขตอุตสาหกรรม พื้นที่พาณิชย์ พื้นที่ท่องเที่ยว และพื้นที่บันเทิง[3] เขาประกาศว่าดอลลาร์สหรัฐจะกลายเป็นสกุลเงินของเขตบริหารพิเศษ และชาวต่างชาติทุกคนจะได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองโดยไม่ต้องใช้วีซ่า รวมถึงชาวเกาหลีใต้ด้วย เขายังประกาศแผนที่จะแต่งตั้งชาวเกาหลีใต้หนึ่งถึงสองคนในสภานิติบัญญัติของเขตบริหารพิเศษ[1]
อย่างไรก็ตาม เขตบริหารพิเศษหรือการปฏิรูปที่เสนอไม่ได้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 30 กันยายน[1] หยางกล่าวว่าเป็นเพราะเกาหลีเหนือไม่พอใจกับการอนุญาตให้ชาวเกาหลีใต้เข้าชินอึยจูได้อย่างเสรี ซึ่งเขากล่าวว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขโดยการสร้าง "เอกสารร่วมชาติ" ซึ่งคล้ายกับใบอนุญาตเดินทางเข้าแผ่นดินใหญ่สำหรับผู้อยู่อาศัยในไต้หวัน เขากล่าวว่าเกาหลีเหนือยังสร้างรั้วที่จะแยกเขตบริหารพิเศษออกจากส่วนที่เหลือของประเทศไม่เสร็จสิ้น ซึ่งเขาบอกว่าเป็นอีกเหตุผลหนึ่งของความล่าช้า หยางวางแผนจะย้ายไปอยู่ในเขตบริหารพิเศษเป็นการถาวรภายในปลายเดือนตุลาคม[1] ก่อนที่เขาจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เขาถูกทางการจีนจับกุมเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม และถูกตัดสินจำคุก 18 ปี ในข้อหาเลี่ยงภาษีและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ[2] แม้ทางการเกาหลีเหนือจะประกาศในเวลาต่อมาว่าการพัฒนาเขตบริหารพิเศษชินอึยจูจะดำเนินต่อไปและเขตบริหารพิเศษได้ถูกส่งมอบให้อยู่ภายใต้การบริหารของคณะกรรมาธิการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างประเทศ แต่แผนการสำหรับเขตบริหารพิเศษก็ได้ถูกละทิ้งไปโดยปริยาย[1]
ณ เดือนเมษายน ค.ศ. 2008 การปฏิรูปเขตบริหารพิเศษยังไม่มีผลบังคับใช้ และเป็นไปได้ว่าเกาหลีเหนือได้ละทิ้งโครงการนี้ไปหลังหยางถูกจับกุม ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2004 จูลี ซา (沙日香) พ่อค้าชาวจีน-อเมริกัน มีรายงานว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ว่าการที่เป็นไปได้[5] ระหว่าง ค.ศ. 2013 และ 2018 เขตเศรษฐกิจระหว่างประเทศชินอึยจูที่มีขนาดเล็กลงได้รับการพัฒนาขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากบรรษัทพัฒนาเขตชินอึยจูของรัฐ ซึ่งคาดหวังที่จะพัฒนาโครงการที่มีมูลค่าสูง เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ การผลิตคอมพิวเตอร์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับการค้า[2]
พื้นที่ที่รวมอยู่ในเขตบริหารพิเศษ
[แก้]ลำดับด้านล่างนี้เป็นไปตามลำดับที่ระบุไว้ในรัฐกฤษฎีกาต้นฉบับ[6]
- ย่านควันมุน (관문동; 關門洞)
- ย่านพ็อนบู (본부동; 本部洞)
- ย่านชินว็อน (신원동; 新元洞)
- ย่านย็อกช็อน (역전동; 驛前洞)
- ย่านช็องซง (청송동; 青松洞)
- ย่านคึนฮวา (근화동; 芹花洞)
- ย่านแพ็กซา (백사동; 白沙洞)
- ย่านแพ็กอุน (백운동; 白雲洞)
- ย่านแชฮา (채하동; 彩霞洞)
- ย่านโออิล (오일동; 五一洞; หรือ "ย่าน 1 พฤษภาคม")
- ย่านอับกัง (압강동; 鴨江洞)
- ย่านนัมซัง (남상동; 南上洞)
- ย่านนัมซอ (남서동; 南西洞)
- ย่านนัมจัง (남중동; 南中洞)
- ย่านนัมฮา (남하동; 南下洞)
- ย่านแคฮย็อก (개혁동; 改革洞)
- ย่านแฮบัง (해방동; 解放洞)
- ย่านพย็องฮวา (평화동; 平和洞)
- ย่านมินโพ (민포동; 敏浦洞)
- ย่านนัมซง (남송도; 南松洞)
- ย่านชินนัม (신남동; 新南洞)
- ย่านชินโพ (신포동; 新浦洞)
- ย่านซูมุน (수문동; 水門洞)
- ย่านนัมมิน (남민동; 南敏洞)
- ย่านทงฮา (동하동; 東下洞)
- ย่านทงจัง (동중동; 東中洞)
- ย่านทงซัง (동상동; 東上洞)
- ย่านชินซ็อน 1 (친선일동; 親善1洞)
- ย่านชินซ็อน 2 (친선이동; 親善2洞)
- ย่านพังจิก (방직동; 紡織洞)
- ย่านมาจ็อน (마전동; 麻田洞)
- หมู่บ้านฮาดัน (하단리; 下端里)
- หมู่บ้านซังดัน (상단리; 上端里)
- หมู่บ้านทาจี (다지리; 多智里)
- หมู่บ้านซ็องซอ (성서리; 城西里)
- บางส่วนของย่านซ็อนซัง (선상동; 仙上洞)
- บางส่วนของย่านย็อนฮา (연하동; 煙下洞)
- บางส่วนของย่านซงฮัน (송한동; 送瀚洞)
- บางส่วนของย่านรยูซัง 1 (류상일동; 柳上1洞)
- บางส่วนของย่านรย็อนซัง (련상일동; 蓮上1洞)
- บางส่วนของย่านแพ็กตู (백투동; 白土洞)
- บางส่วนของหมู่บ้านโทซ็อง (토성리; 土城里)
- บางส่วนของหมู่บ้านรยูโช (류초리; 柳草里)
- หมู่บ้านซอโฮ (서호리; 西湖里)
- บางส่วนของหมู่บ้านฮงนัม (홍남리; 弘南里)
- บางส่วนของหมู่บ้านแทซัน (대산리; 臺山里)
- เขตแรงงานทาซา (다사로동자구; 多獅勞動者區)
- บางส่วนของหมู่บ้านซอคัม (석암리; 石岩里)
- บางส่วนของหมู่บ้านรีฮวา (리화리; 梨花里)
- บางส่วนของหมู่บ้านคึมซัน (금산리; 錦山里)
ด้วยพื้นที่ที่รวมอยู่ในเขตบริหารพิเศษนั้นมีลักษณะเป็นจุด ๆ จึงไม่ได้เป็นภูมิภาคเดียวต่อเนื่องกันในเชิงภูมิศาสตร์ เพราะการที่จะเดินทางจากนครชินอึยจูไปยังอำเภอย็อมจูได้นั้น ต้องเดินทางผ่านอำเภออื่นที่อยู่นอกพื้นที่เขตบริหารพิเศษก่อน
การขนส่ง
[แก้]เขตบริหารพิเศษนี้ได้รับบริการด้านการขนส่งทางรางที่สถานีรถไฟชินอึยจูช็องนย็อน สถานีแห่งนี้เป็นสถานีปลายทางสำหรับรถไฟจากเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ การจราจรทางรางจากสถานีจะมุ่งหน้าต่อไปข้ามสะพานมิตรภาพจีน–เกาหลีเหนือแม่น้ำยาลู่เพื่อเข้าสู่ประเทศจีน ส่วนการขนส่งสาธารณะภายในเขตประกอบด้วยรถไฟฟ้าล้อยาง
เศรษฐกิจ
[แก้]มีโรงงานและอู่ต่อเรือเพียงไม่กี่แห่งตั้งอยู่ในชินอึยจู บางส่วนทำการผลิตสินค้าเพื่อการบริโภคเพื่อใช้ในท้องถิ่น[7]
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 Tertitskiy, Fyodor (27 January 2015). "The ill-fated Sinuiju special region". NK News. สืบค้นเมื่อ 12 November 2023.
- 1 2 3 Clément, Théo (28 October 2019). "Failed Attempts at Cross-Border Economic Integration: The View from Sinuiju". 38 North. The Henry L. Stimson Center. สืบค้นเมื่อ 8 November 2019.
- 1 2 O'Neill, Mark (12 September 2004). "Kim eyes new chief executive". South China Morning Post. สืบค้นเมื่อ 12 November 2023.
- ↑ in 12 Sept. 2002 by the Standing Committee of Supreme People's Assembly
- ↑ Demick, Barbara (8 September 2004). "Californian May Oversee N. Korea Economic Zone". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ 12 November 2023.
- ↑ "신의주특별행정구를 내옴에 대한 정령" [Ordinance on the creation of Sinuiju Special Administrative Region]. Korean Central News Agency. 19 September 2002. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 October 2014. สืบค้นเมื่อ 12 November 2023.
- ↑ "Sinuiju Travel Guide | KTG® Tours | North Korea".