ข้ามไปเนื้อหา

เขตบริหารพิเศษชินอึยจู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เขตบริหารพิเศษชินอึยจู
신의주특별행정구 (เกาหลี)
Sinŭiju T'ŭkpyŏl Haengjŏnggu (เอ็มอาร์)
ธงของเขตบริหารพิเศษชินอึยจู
ตราทางการของเขตบริหารพิเศษชินอึยจู

(1) แผนที่เขตบริหารพิเศษชินอึยจูเน้นด้วยสีแดง
(2) ที่ตั้งของชินอึยจูภายในประเทศเกาหลีเหนือ
ประเทศ เกาหลีเหนือ
ภูมิภาคควันซอ
การปกครอง
  ประเภทเขตปกครองพิเศษที่มีกฎหมายพื้นฐานของตนเอง
พื้นที่
  ทั้งหมด
132 ตร.กม. (51 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (1998)
  ทั้งหมด
349,500 คน
  ความหนาแน่น2,600 คน/ตร.กม. (6,900 คน/ตร.ไมล์)
ภาษาถิ่นพย็องอัน
เขตบริหารพิเศษชินอึยจู
โชซ็อนกึล
신의주특별행정구
ฮันจา
อาร์อาร์Sinuiju Teukbyeol Haengjeonggu
เอ็มอาร์Sinŭiju T'ŭkpyŏl Haengjŏnggu
ชินอึยจู
โชซ็อนกึล
신의주
ฮันจา
อาร์อาร์Sinuiju
เอ็มอาร์Sinŭiju
สถานีรถไฟในนครชินอึยจู เขตบริหารพิเศษชินอึยจู

เขตบริหารพิเศษชินอึยจู (เกาหลี: 신의주특별행정구) เป็นเขตบริหารพิเศษ (SAR) ที่ถูกวางแผนไว้ของประเทศเกาหลีเหนือโดยมีที่ตั้งอยู่ในนครชินอึยจู เขตบริหารพิเศษนี้ได้รับการประกาศจัดตั้งใน ค.ศ. 2002 โดยถูกวาดหวังให้เป็นพื้นที่ที่ปกครองโดยตรง หลังถูกแยกออกมาจากจังหวัดพย็องอันเหนือ เช่นเดียวกับกรณี "นครปกครองโดยตรง" แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินงานในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อเสนอสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษในชินอึยจูเพื่อนำระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเข้ามาใช้ถูกนำเสนอเป็นครั้งแรกต่อหยาง ปิน นักธุรกิจชาวจีน-เนเธอร์แลนด์ใน ค.ศ. 2001 ซึ่งเขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้อำนวยการของเขตดังกล่าว ต่อมาหยางตอบรับข้อเสนอภายใต้เงื่อนไขหลายประการ โดยประการที่สำคัญที่สุดคือพื้นที่ที่เสนอนั้นต้องกลายเป็นเขตบริหารพิเศษแทนการเป็นเพียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) เพื่อเลียนแบบเขตบริหารพิเศษของจีนอย่างฮ่องกงและมาเก๊า ภายใต้ข้อเสนอนี้ เขตบริหารพิเศษชินอึยจูจะมี "กฎหมายพื้นฐาน" ( 기본법; Kibonpŏp ) หนังสือเดินทาง ธง และตราเป็นของตนเอง และมีอำนาจปกครองตนเองระดับสูงในทุกด้าน ยกเว้นด้านนโยบายต่างประเทศและการป้องกันประเทศ แม้ทางการเกาหลีเหนือจะมีความลังเล แต่ในที่สุดก็ยอมจำนนต่อข้อเสนอของหยาง

ใน ค.ศ. 2002 คณะผู้บริหารสูงสุดสมัชชาประชาชนสูงสุดประกาศใช้กฎหมายพื้นฐานของเขตบริหารพิเศษชินอึยจูและแต่งตั้งหยาง ปินเป็นผู้ว่าการ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หยางจะเข้ารับตำแหน่ง เขาถูกทางการจีนจับกุมและตัดสินจำคุกเป็นเวลา 18 ปีในข้อหาเลี่ยงภาษีและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ หลังจากนั้น เกาหลีเหนือก็ละทิ้งโครงการนี้ไปโดยปริยาย

ประวัติศาสตร์

[แก้]

ใน ค.ศ. 2001 คิม จ็อง-อิล ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้เดินทางเยือนเซี่ยงไฮ้ ที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ของจีนพยายามทำให้เขาประทับใจด้วยการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน[1] คิมรู้สึกประทับใจและกล่าวกับเจียง เจ๋อหมิน ผู้นำจีนว่า "นับตั้งแต่เวลาที่จีนเริ่มดำเนินนโยบายเปิดประเทศและปฏิรูป จีนประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่านโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง"[1] เขาให้ความสนใจในเรื่องเรือนกระจกและพิจารณาสิ่งนี้ว่าเป็นทางออกที่เป็นไปได้สำหรับปัญหาการขาดแคลนอาหารของเกาหลีเหนือ เขาเรียนรู้ชื่อของผู้พัฒนาเรือนกระจกเหล่านั้นคือหยาง ปิน นักธุรกิจชาวจีน-เนเธอร์แลนด์ และบอกให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสร้างการติดต่อกับหยาง[1]

หยางมีความเต็มใจที่จะทำธุรกิจแบบเดียวกันในเกาหลีเหนือ เขาและคณะได้เดินทางไปยังเปียงยางและสร้างเรืนกระจกปลูกพืชตัวอย่าง คิม ตง-กยู สมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลีและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการเจรจากับหยาง เสนอต่อหยางเมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2001 เกี่ยวกับความร่วมมือในโครงการที่ใหญ่ขึ้น[1] เขาบอกหยางเกี่ยวกับความล้มเหลวของเขตเศรษฐกิจพิเศษในราซ็อนในทศวรรษ 1980 และกล่าวว่าเกาหลีเหนือกำลังพิจารณาสร้างเขตใหม่ขนาด 27 ตารางกิโลเมตรในชินอึยจู พร้อมทั้งถามหยางว่าเขาต้องการจะเป็นผู้อำนวยการเขตหรือไม่ หยางบอกคิมว่าเขาไม่สามารถตัดสินใจได้ทันที และคิมตอบว่าพวกเขาไม่ได้รีบร้อน[1]

ในการเยือนเปียงยางครั้งถัดมา หยางกล่าวว่าเขาตกลงในหลักการแต่มีเงื่อนไขหลายประการ เขาขอให้ขยายขนาดเขตจาก 27 เป็น 82 ตารางกิโลเมตร หมายความว่าสะพานที่เชื่อมต่อจีนกับชินอึยจูจะถูกรวมเข้าไว้ในพื้นที่ด้วย[1] เขายังกล่าวว่ามันไม่ควรเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ควรจะเป็นเขตบริหารพิเศษ เขาอธิบายความแตกต่างว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) มีเพียงระบอบเศรษฐกิจพิเศษ ในขณะที่เขตบริหารพิเศษ (SAR) มีอำนาจปกครองตนเองเกือบทุกด้านยกเว้นการป้องกันประเทศและการต่างประเทศ เขากล่าวว่าจีนมีเขตบริหารพิเศษสองแห่งคือฮ่องกงและมาเก๊า ซึ่งในขณะนั้นเพิ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นเพียงไม่กี่ปีและเป็นนครที่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจมากที่สุดในจีน[1]

เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือมีความลังเล แต่หยางยืนยันโดยกล่าวว่านักลงทุนต่างชาติคุ้นเคยกับระบบเขตบริหารพิเศษอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือถามว่า "แต่เราสามารถสร้างเขตบริหารพิเศษแต่เรียกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษได้หรือไม่?" หยางตอบว่าชื่อเป็นสัญญาณที่สำคัญต่อชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือตกลง และหยางยังได้เจรจาว่าเขตบริหารพิเศษแห่งใหม่จะมีกฎหมายพื้นฐานของตนเองซึ่งตีพิมพ์ในแหล่งข้อมูลเปิด มีหนังสือเดินทาง ธง และตราเป็นของตนเอง[1] กฎหมายพื้นฐานถูกจำลองอย่างหนักจากของฮ่องกง โดยร่างโดยนักกฎหมายที่มีชื่อเสียงจากฮ่องกงและมาเก๊า[2] และระบุว่าเขตบริหารพิเศษจะมีอายุ 50 ปีและจะมีระบบกฎหมายของตนเอง[3]

ใน ค.ศ. 2002 คณะผู้บริหารสูงสุดสมัชชาประชาชนสูงสุดได้ประกาศใช้กฎหมายพื้นฐานของเขตบริหารพิเศษชินอึยจูและแต่งตั้งหยาง ปินเป็นผู้ว่าการ[4] โดยประกาศว่าวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2002 เป็นวันที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้[1] หยางเรียกประชุมแถลงข่าวเพื่อพูดถึงแผนการของเขา เขาประกาศว่าประชาชนประมาณ 300,000 ถึง 500,000 คนในเมืองจะต้องย้ายไปอยู่ทางตอนใต้ของชินอึยจูซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเขตบริหารพิเศษ ในขณะที่ส่วนที่เหลือจะพำนักอยู่ต่อและกลายเป็นผู้อยู่อาศัยในเขตบริหารพิเศษ ด้วยแผนที่จะรื้อถอนเมืองส่วนใหญ่ หยางวาดภาพการสร้างเมืองที่คล้ายกับเชินเจิ้น โดยมีเขตอุตสาหกรรม พื้นที่พาณิชย์ พื้นที่ท่องเที่ยว และพื้นที่บันเทิง[3] เขาประกาศว่าดอลลาร์สหรัฐจะกลายเป็นสกุลเงินของเขตบริหารพิเศษ และชาวต่างชาติทุกคนจะได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองโดยไม่ต้องใช้วีซ่า รวมถึงชาวเกาหลีใต้ด้วย เขายังประกาศแผนที่จะแต่งตั้งชาวเกาหลีใต้หนึ่งถึงสองคนในสภานิติบัญญัติของเขตบริหารพิเศษ[1]

อย่างไรก็ตาม เขตบริหารพิเศษหรือการปฏิรูปที่เสนอไม่ได้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 30 กันยายน[1] หยางกล่าวว่าเป็นเพราะเกาหลีเหนือไม่พอใจกับการอนุญาตให้ชาวเกาหลีใต้เข้าชินอึยจูได้อย่างเสรี ซึ่งเขากล่าวว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขโดยการสร้าง "เอกสารร่วมชาติ" ซึ่งคล้ายกับใบอนุญาตเดินทางเข้าแผ่นดินใหญ่สำหรับผู้อยู่อาศัยในไต้หวัน เขากล่าวว่าเกาหลีเหนือยังสร้างรั้วที่จะแยกเขตบริหารพิเศษออกจากส่วนที่เหลือของประเทศไม่เสร็จสิ้น ซึ่งเขาบอกว่าเป็นอีกเหตุผลหนึ่งของความล่าช้า หยางวางแผนจะย้ายไปอยู่ในเขตบริหารพิเศษเป็นการถาวรภายในปลายเดือนตุลาคม[1] ก่อนที่เขาจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เขาถูกทางการจีนจับกุมเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม และถูกตัดสินจำคุก 18 ปี ในข้อหาเลี่ยงภาษีและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ[2] แม้ทางการเกาหลีเหนือจะประกาศในเวลาต่อมาว่าการพัฒนาเขตบริหารพิเศษชินอึยจูจะดำเนินต่อไปและเขตบริหารพิเศษได้ถูกส่งมอบให้อยู่ภายใต้การบริหารของคณะกรรมาธิการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างประเทศ แต่แผนการสำหรับเขตบริหารพิเศษก็ได้ถูกละทิ้งไปโดยปริยาย[1]

ณ เดือนเมษายน ค.ศ. 2008 การปฏิรูปเขตบริหารพิเศษยังไม่มีผลบังคับใช้ และเป็นไปได้ว่าเกาหลีเหนือได้ละทิ้งโครงการนี้ไปหลังหยางถูกจับกุม ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2004 จูลี ซา (沙日香) พ่อค้าชาวจีน-อเมริกัน มีรายงานว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ว่าการที่เป็นไปได้[5] ระหว่าง ค.ศ. 2013 และ 2018 เขตเศรษฐกิจระหว่างประเทศชินอึยจูที่มีขนาดเล็กลงได้รับการพัฒนาขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากบรรษัทพัฒนาเขตชินอึยจูของรัฐ ซึ่งคาดหวังที่จะพัฒนาโครงการที่มีมูลค่าสูง เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ การผลิตคอมพิวเตอร์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับการค้า[2]

พื้นที่ที่รวมอยู่ในเขตบริหารพิเศษ

[แก้]

ลำดับด้านล่างนี้เป็นไปตามลำดับที่ระบุไว้ในรัฐกฤษฎีกาต้นฉบับ[6]

  • ย่านควันมุน (관문동; 關門洞)
  • ย่านพ็อนบู (본부동; 本部洞)
  • ย่านชินว็อน (신원동; 新元洞)
  • ย่านย็อกช็อน (역전동; 驛前洞)
  • ย่านช็องซง (청송동; 青松洞)
  • ย่านคึนฮวา (근화동; 芹花洞)
  • ย่านแพ็กซา (백사동; 白沙洞)
  • ย่านแพ็กอุน (백운동; 白雲洞)
  • ย่านแชฮา (채하동; 彩霞洞)
  • ย่านโออิล (오일동; 五一洞; หรือ "ย่าน 1 พฤษภาคม")
  • ย่านอับกัง (압강동; 鴨江洞)
  • ย่านนัมซัง (남상동; 南上洞)
  • ย่านนัมซอ (남서동; 南西洞)
  • ย่านนัมจัง (남중동; 南中洞)
  • ย่านนัมฮา (남하동; 南下洞)
  • ย่านแคฮย็อก (개혁동; 改革洞)
  • ย่านแฮบัง (해방동; 解放洞)
  • ย่านพย็องฮวา (평화동; 平和洞)
  • ย่านมินโพ (민포동; 敏浦洞)
  • ย่านนัมซง (남송도; 南松洞)
  • ย่านชินนัม (신남동; 新南洞)
  • ย่านชินโพ (신포동; 新浦洞)
  • ย่านซูมุน (수문동; 水門洞)
  • ย่านนัมมิน (남민동; 南敏洞)
  • ย่านทงฮา (동하동; 東下洞)
  • ย่านทงจัง (동중동; 東中洞)
  • ย่านทงซัง (동상동; 東上洞)
  • ย่านชินซ็อน 1 (친선일동; 親善1洞)
  • ย่านชินซ็อน 2 (친선이동; 親善2洞)
  • ย่านพังจิก (방직동; 紡織洞)
  • ย่านมาจ็อน (마전동; 麻田洞)
  • หมู่บ้านฮาดัน (하단리; 下端里)
  • หมู่บ้านซังดัน (상단리; 上端里)
  • หมู่บ้านทาจี (다지리; 多智里)
  • หมู่บ้านซ็องซอ (성서리; 城西里)
  • บางส่วนของย่านซ็อนซัง (선상동; 仙上洞)
  • บางส่วนของย่านย็อนฮา (연하동; 煙下洞)
  • บางส่วนของย่านซงฮัน (송한동; 送瀚洞)
  • บางส่วนของย่านรยูซัง 1 (류상일동; 柳上1洞)
  • บางส่วนของย่านรย็อนซัง (련상일동; 蓮上1洞)
  • บางส่วนของย่านแพ็กตู (백투동; 白土洞)
  • บางส่วนของหมู่บ้านโทซ็อง (토성리; 土城里)
  • บางส่วนของหมู่บ้านรยูโช (류초리; 柳草里)
  • หมู่บ้านซอโฮ (서호리; 西湖里)
  • บางส่วนของหมู่บ้านฮงนัม (홍남리; 弘南里)
  • บางส่วนของหมู่บ้านแทซัน (대산리; 臺山里)
  • เขตแรงงานทาซา (다사로동자구; 多獅勞動者區)
  • บางส่วนของหมู่บ้านซอคัม (석암리; 石岩里)
  • บางส่วนของหมู่บ้านรีฮวา (리화리; 梨花里)
  • บางส่วนของหมู่บ้านคึมซัน (금산리; 錦山里)

ด้วยพื้นที่ที่รวมอยู่ในเขตบริหารพิเศษนั้นมีลักษณะเป็นจุด ๆ จึงไม่ได้เป็นภูมิภาคเดียวต่อเนื่องกันในเชิงภูมิศาสตร์ เพราะการที่จะเดินทางจากนครชินอึยจูไปยังอำเภอย็อมจูได้นั้น ต้องเดินทางผ่านอำเภออื่นที่อยู่นอกพื้นที่เขตบริหารพิเศษก่อน

การขนส่ง

[แก้]

เขตบริหารพิเศษนี้ได้รับบริการด้านการขนส่งทางรางที่สถานีรถไฟชินอึยจูช็องนย็อน สถานีแห่งนี้เป็นสถานีปลายทางสำหรับรถไฟจากเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ การจราจรทางรางจากสถานีจะมุ่งหน้าต่อไปข้ามสะพานมิตรภาพจีน–เกาหลีเหนือแม่น้ำยาลู่เพื่อเข้าสู่ประเทศจีน ส่วนการขนส่งสาธารณะภายในเขตประกอบด้วยรถไฟฟ้าล้อยาง

เศรษฐกิจ

[แก้]

มีโรงงานและอู่ต่อเรือเพียงไม่กี่แห่งตั้งอยู่ในชินอึยจู บางส่วนทำการผลิตสินค้าเพื่อการบริโภคเพื่อใช้ในท้องถิ่น[7]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 Tertitskiy, Fyodor (27 January 2015). "The ill-fated Sinuiju special region". NK News. สืบค้นเมื่อ 12 November 2023.
  2. 1 2 3 Clément, Théo (28 October 2019). "Failed Attempts at Cross-Border Economic Integration: The View from Sinuiju". 38 North. The Henry L. Stimson Center. สืบค้นเมื่อ 8 November 2019.
  3. 1 2 O'Neill, Mark (12 September 2004). "Kim eyes new chief executive". South China Morning Post. สืบค้นเมื่อ 12 November 2023.
  4. in 12 Sept. 2002 by the Standing Committee of Supreme People's Assembly
  5. Demick, Barbara (8 September 2004). "Californian May Oversee N. Korea Economic Zone". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ 12 November 2023.
  6. "신의주특별행정구를 내옴에 대한 정령" [Ordinance on the creation of Sinuiju Special Administrative Region]. Korean Central News Agency. 19 September 2002. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 October 2014. สืบค้นเมื่อ 12 November 2023.
  7. "Sinuiju Travel Guide | KTG® Tours | North Korea".

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

40°06′02″N 124°23′37″E / 40.10056°N 124.39361°E / 40.10056; 124.39361