ข้ามไปเนื้อหา

เกอจาเว็น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศาสนาพื้นถิ่นชวาแบบพหุเทวนิยม
ꦏꦗꦮꦺꦤ꧀
Kajawèn
ชุมชนผู้นับถือเกอจาเว็นในชวาขณะประกอบพิธีบีรัตเซิงโกโล (Birat Sengkolo)
ประเภทศาสนาชาวบ้าน
การปกครองสภาศาสนาชวาแห่งชาติ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
(National Javanism Religious Council of the Republic Indonesia)
ภูมิภาคเกาะชวาตอนกลางและตะวันออก[1][2]
ภาษา
ได้รับการรับรองโดยรัฐบาลอินโดนีเซีย
แยกมาจากกาปีตายัน (ศาสนาพื้นถิ่นชวาแบบเอกเทวนิยม)

เกอจาเว็น หรือ เกอยาเว็น (ชวา: ꦏꦗꦮꦺꦤ꧀, อักษรโรมัน: Kajawèn; รูปปริวรรติ กชเวนฺ) หรือ ศาสนาชวา (อินโดนีเซีย: Agama Jawa, อังกฤษ: Javanism) หรือ เกอบาตีนัน (Kebatinan) เป็นธรรมเนียมทางวัฒนธรรมและศาสนาของเกาะชวา มาจากการผสมผสานคติวิญญาณนิยม, ศาสนาพุทธ, ศาสนาฮินดู และศาสนาอิสลาม มีที่มาอยู่ในประวัติศาสตร์และคติชนความเชื่อของชาวชวา โดยผสานความเชื่อทั้งจากศาสนาและธรรมเนียมปฏิบัติต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

นิยาม

[แก้]
หุ่นละครเงาวายัง รูปเซอมาร์

คำว่า kebatinan ใช้งานได้เหมือนกันกับ kejawèn,[3] Agama Jawa[4] และ Kepercayaan[5][6] กระนั้นคำเหล่านี้ไม่ได้เหมือนกันโดยทั้งหมด:

  • เกอบาตีนัน (Kebatinan) หมายถึง "ศาสตร์แห่งภายใน",[3] "ความกลับเข้าด้านใน",[6] โดยมีที่มาจากคำภาษาอาหรับ บาติน แปลว่า "ภายใน" หรือ "ซ่อนเร้น"[7]
  • เกอจาเว็น (Kejawèn) หมายถึง "ศาสนา/ลัทธิชวา",[3][2] ความเชื่อและข้อปฏิบัติทางวัฒนธรรมและศาสนาของชาวชวาในชวากลางและชวาตะวันออก[1][2] โดย "ไม่ได้จัดเป็นหมวดหมู่ทางศาสนา แต่หมายถึงวิถีชีวิตที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดแบบชวา"[8]
  • อากามาจาวา หรือ อาคมชวา (Agama Jawa) หมายถึง "ศาสนาชาวชวา"[4]
  • เกอเปอร์จายาอัน (Kepercayaan) หมายถึง "ความเชื่อ",[5] "ศรัทธา",[6] มีที่มาจากคำเต็มว่า: Kepercayaan kepada Tuhan Yang Maha Esa,[web 1] "ผู้เชื่อในพระเป็นเจ้าสูงสุดองค์เดียว".[9] คำนี้ยังใช้ในภาษาทางการของอินโดนีเซียหมายถึงศาสนาผี (mysticism) ทั้งหมดของอินโดนีเซีย

เกอบาตีนัน หมายถึงการเก็บเกี่ยวความสงบภายใน มีที่มาจากธรรมเนียมก่อนอิสลามเข้ามา[10] ส่วน เกอจาเว็น มีลักษณะออกข้างนอก มีความใส่ใจถึงชุมชน และแสดงออกในรูปพิธีกรรมและวิถีปฏิบัติ[10]

ลักษณะ

[แก้]
ชายชาวชวานั่งสมาธิใต้ต้นไทร ภาพถ่ายสมัยอาณานิคมดัตช์, ก่อนปี 1940

เป้าหมาย

[แก้]

เกอบาตีนัน มาจากคำภาษาอาหรับ บาติน (batin) แปลว่า "ภายใน" หรือ "ซ่อนเร้น"[7] หรือ "ตัวตนภายใน"[11] มีความหมายถึงการค้นหาทางอภิปรัชญาซึ่งสุนทรียภาพภายในตัวตนภายในของบุคคลหนึ่ง ๆ กับการเชื่อมโยงกับจักรวาลและพระเป็นเจ้า[11] เกอบาตีนัน เชื่อในคติ "อภิสมาธิ" ซึ่งสามารถสัมผัสได้ผ่านการทำสมาธิ[12]

ความเชื่อ

[แก้]

เกอบาตีนัน ผสมผสานอภิปรัชญา รหัสยลัทธิ และคำสอนลึกล้ำ (esoteric doctrines)[11] ที่มีที่มาจากคติวิญญาณนิยม พุทธ ฮินดู และอิสลาม แม้ว่าวัฒนธรรมชวาจะเปิดกว้างและอดกลั้นต่อศาสนาและแนวคิดใหม่ กระนั้นมีเพียงคติหรือคุณลักษณะที่ผ่านการยอมรับและกลั่นกรองแล้วเท่านั้นที่จะคงอยู่ในวัฒนธรรมชวา[13] แนวคิดแบบชวาผสมผสานปัญญามนุษย์ (วีจักซานา; wicaksana), จิตวิญญาณ (วัซกีตา; waskita) และความสมบูรณ์ (เซิมปูร์นา; sempurna) ผู้นับถือจะต้องควบคุมความอยาก, หลีกหนีความร่ำรวยและความสบายทางโลก เพื่อที่วันหนึ่งจะได้บรรลุซึ่งสุนทรียภาพและความเป็นหนึ่งเดียวกับวิญญาณแห่งเอกภพ

นักมานุษยวิทยา ชอย (Choy) ระบุว่า เกอบาตีนัน ไม่ได้มีศาสดา (prophet)[14] คัมภีร์[14] หรือพิธีกรรมและการเฉลิมฉลองทางศาสนาเป็นพิเศษ กระนั้นในหลายขบวนการเกอบาตีนันก็มีนักเขียนที่เป็นผู้ริเริ่มของตน[15][16]

ศาสนิกชน

[แก้]

นอกเหนือจากชาวชวาแล้ว ยังปรากฏว่ามีชาวเชื้อสายจีน ชาวพุทธ[17] ไปจนถึงคนต่างชาติจากออสเตรเลียและยุโรป[9] ที่ปฏิบัติตามศาสนาชวานี้ จำนวนศาสนิกชนโดยแน่ชัดเป็นเรื่องยากที่จะประมาณการณ์ได้เนื่องจากส่วนใหญ่จะระบุว่าตนนับถือศาสนาหนึ่งในศาสนาทางการของรัฐมากกว่า[18]

การรับรองโดยรัฐ

[แก้]

แม้ว่าปันจาซีลา ซึ่งเป็นรากฐานปรัชญาแห่งชาติของอินโดนีเซียจะรับรอวเฉพาะ "ศาสนาที่ซึ่งนับถือพระเจ้าองค์เดียว" แต่ศาสนาอื่นที่รัฐบาลไม่ได้รับรองเป็นพิเศษก็สามารถมีการนับถือได้[19] ในกลางปี 1956 ผู้แทนราษฎรจากยกยาการ์ตาปนะจำกรมกิจการศาสนาทำรายงานระบุลัทธิทางศาสนา 63 ลัทธิในเกาะชวานอกเหนือไปจากศาสนาที่รัฐรับรอง ประกอบด้วย 35 ลัทธิในชวากลาง และ 6 ลัทธิในชวาตะวันออก[20] ซึ่งรวมถึงลัทธิของเกอจาเว็น เช่น ซูมาระฮ์ (Sumarah) กระนั้นก็ยังคงไม่ได้รับสถานะเป็นศาสนาที่รัฐรับรอง[9] กระทั่งในปี 1973 ซึ่งรัฐรับรองในชื่อ Kepercayaan kepada Tuhan Yang Maha Esa (ความเชื่อในพระเจ้าสูงสุดองค์เดียว)[9][note 1]) แต่ถูกถอดออกจากภาระหน้าที่ของกระทรวงการศาสนามาอยู่ในการดูแลของกระทรวงการศึกษาและวัฒนธรรมแทน[9]

กับศาสนาอิสลาม

[แก้]

แม้ว่าประชากรส่วนใหญ่ของเกาะชวาจะนับถือศาสนาอิสลาม แต่เกอจาเว็นในฐานะวัฒนธรรมชวา ยังคงมีบทบาทและผสานความเชื่อเข้ากับศาสนาอิสลามในแถบนี้[19]

ในเวลาเดียวกับที่ศาสนาอิสลามแพร่หลายในเกาะชวา ได้มีสังคมที่มีโครงสร้างผู้นำเกิดอย่างหลวม ๆ เกิดขึ้นไปพร้อมกัน โดยโครงสร้างสังคมนี้มีความเกี่ยวข้องกับ กไย (kyai) ซึ่งหมายถึงผู้รู้ในทางศาสนาอิสลามและมีความรู้ในธรรมเนียมปฏิบัติ ความเชื่อ และคติชนทั้งก่อนอิสลามและของอิสลาม[20] กยาอีถือเป็นผู้ยึดโยงหลักระหว่างชุมชนหมู่บ้านกับโลกเหนือธรรมชาติ

ชาวชวามองการทุ่มเททางศาสนาว่ามีอยู่สองสายธาร คือ[21][note 2]

  1. ซันตรี (Santri) หรือ ปูตีฮัน (putihan) แปลว่า "พวกบริสุทธิ์" หมายถึงผู้ที่สวดภาวนาและทำการสวดประจำวันวันละห้าเวลาอย่างเคร่งครัด[21] ถือเป็นกลุ่มที่นับถือศาสนาอิสลามแบบดั้งเดิม (orthodox) มากกว่า[20] และไม่เห็นด้วยกับกลุ่ม อาบางัน ซึ่งกลุ่มซันตรีมองว่าเป็นพวกไม่เป็นแบบดั้งเดิม (heterodox)[24]
  2. อาบางัน (Abangan) แปลว่า "พวกสีแดง" หมายถึงกลุ่มที่ไม่ได้ปฏิบัติตามธรรมเนียมอิสลามอย่างเคร่งครัด[21] และผสมผสานแนวคิดแบบวิญญาณนิยม, พราหมณ์-พุทธ เข้ากับการยอมรับความเชื่ออิสลามแบบผิวเผิน[20] รวมถึงให้ความสำคัญกับความบริสุทธิ์จากภายใน หรือที่เรียกว่า บาติน (batin)[21]

สองสายธารของศาสนาอิสลามในชวาระหว่างศาสนาอิสลามแบบขุนนาง, แบบตีความตามคัมภีร์, เคร่งครัด, ชีอะฮ์[25] กับ "ศาสนาอิสลามแบบพื้นบ้าน"[25] หรือ "ศาสนาอิสลามพื้นถิ่น"[25] หรือ "ศาสนาอิสลามแบบประชา"[25] นั้นพบได้ในชุมชนอิสลามทั่วโลกนอกเหนือจากในชวาเช่นกัน[25]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. Esa has ambiguous meaning which doesn't always mean one, as a result this is an imperfect translation of the phrase.
  2. Anthropologist Clifford Geertz made a well-known, though criticised, threefold distinction between abangan, antri and priyayi.[ต้องการอ้างอิง][22] ปรียายี (priyayi) ซึ่งคือผู้สืบทอดจากขุนนางระดับสูง, ที่เคยเป็นคุรุและสอนซึ่งศาสตร์ของการเติบโตภายในแบบพราหมณ์-พุทธ[23] และยังคงมีอยู่ในลักษณะภายในจิตใจของชาวชวา[2] นักมานุษยวิทยา คลิฟเฟิร์ด เกียตซ์ (Clifford Geertz) พบว่า ปรียายี มียทบาทสำคัญในการสอน เกอจาเว็น และ เกอยาตีนัน แก่ อาบาญัน (abangan)[23]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 Oey 2000, p. 58-59.
  2. 1 2 3 4 Mulder 2005, p. 16.
  3. 1 2 3 Ooi 2004, p. 719.
  4. 1 2 Caldarola 1982, p. 501.
  5. 1 2 Hooker 1988, p. 196.
  6. 1 2 3 Caldarola 1982, p. 539, note 30.
  7. 1 2 Levenda 2011, p. 72.
  8. Mulder 2005, p. 17.
  9. 1 2 3 4 5 Choy 1999, p. 112.
  10. 1 2 Levenda 2011, p. 73.
  11. 1 2 3 Choy 1999, p. 107.
  12. Choy 1999, p. 110.
  13. Choy 1999, p. 109.
  14. 1 2 Choy 1999, p. 108.
  15. Choy 1999.
  16. Masud, Salvatore & van Bruinessen 2009, p. 148.
  17. Choy 1999, p. 111-112.
  18. Beatty 1999.
  19. 1 2 Mulder 2005.
  20. 1 2 3 4 van der Kroef 1961.
  21. 1 2 3 4 Mulder 2005, p. 15.
  22. Mulder 2005, p. 21-22.
  23. 1 2 Mulder 2005, p. 21.
  24. Mulder 2005, p. 15-16.
  25. 1 2 3 4 5 van Bruinessen 2000a.

บรรณานุกรม

[แก้]
  • Azra, Azyumardi (2006), Islam in the Indonesian World: An Account of Institutional Formation, Mizan Pustaka
  • Beatty, Andrew (1999), Varieties of Javanese Religion: An Anthropological Account, Cambridge University Press, ISBN 0-521-62473-8
  • van Bruinessen, Martin (2000a), Muslims, Minorities and Modernity: The restructuring of heterodoxy in the Middle East and Southeast Asia. Inaugural Lecture
  • van Bruinessen, Martin (2000b), "Transformations of Heterodoxy" (PDF), Transformations of Heterodoxy. Inaugural Lecture (condensation), เล่มที่ 7, ISIM, Leiden, น. 5
  • van Bruinessen, Martin; Howell, Julia Day (2007), Sufism and the 'Modern' in Islam, I.B.Tauris
  • Caldarola, Carlo (1982), Religion and Societies: Asia and the Middle East, Walter de Gruyter
  • Choy, Lee Khoon (1999), A fragile nation: the Indonesian crisis, World Scientific
  • Christomy, Tommy (2008), Signs of the Wali: Narratives at the Sacred Sites in Pamijahan, West Java, ANU E Press
  • Epa, Konradus (2010). "Christians refuse to cancel Christmas". UCA News. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2013-08-20.
  • Feuchtwang, Stephen (2010), The Anthropology of Religion, Charisma and Ghosts: Chinese Lessons for Adequate Theory, Walter de Gruyter
  • Fields, Rick (1992), How the Swans Came to the Lake. A Narrative History of Buddhism in America, Boston & London: Shambhala
  • Geels, Antoon (1997), Subud and the Javanese mystical tradition, Richmond, Surrey: Curzon Press, ISBN 0-7007-0623-2
  • Gombrich, Richard (1996), Theravada Buddhism. A Social History From Ancient Benares to Modern Colombo, Routledge
  • Headley, Stephen Cavanna (2004), Durga's Mosque: Cosmology, Conversion And Community in Central Javanese Islam, Institute of Southeast Asian Studies
  • Hooker, M.B. (1988), Islam in South East Asia, Brill
  • Hughes-Freeland, Felicia (2008), Embodied communities: dance traditions and change in Java, Berghahn Books
  • Hunt, Stephen J. (2003). Alternative Religions: A Sociological Introduction. Aldershot, Hampshire: Ashgate Publishing. ISBN 0-7546-3410-8.
  • van der Kroef, Justus M (1961). "New Religious Sects in Java". Far Eastern Survey. 30 (2): 18–25. doi:10.2307/3024260. JSTOR 3024260.
  • Levenda, Peter (2011), Tantric Temples: Eros and Magic in Java, Nicolas-Hays
  • Masud, Muḥammad Kalid; Salvatore, Armando; van Bruinessen, Martin (2009), Islam and modernity: key issues and debates, Edinburgh University Press, ISBN 9780748637942
  • McDaniel, June (2010). "Agama Hindu Dharma Indonesia as a New Religious Movement: Hinduism Recreated in the Image of Islam". Nova Religio: The Journal of Alternative and Emergent Religions. 14 (1): 93–111. doi:10.1525/nr.2010.14.1.93. JSTOR 10.1525/nr.2010.14.1.93.
  • McMahan, David L. (2008), The Making of Buddhist Modernism, Oxford University Press, ISBN 9780195183276
  • Muhaimin, Abdul Ghoffir (2006), The Islamic Traditions of Cirebon: Ibadat and Adat Among Javanese Muslims, ANU E Press
  • Mulder, Niels (1978), Mysticism & everyday life in contemporary Java: cultural persistence and change, Singapore: Singapore University Press
  • Mulder, Niels (2005), Mysticism in Java: Ideology in Indonesia, Kanisius
  • Oey, Eric (2000), Adventure Guides: Java Indonesia, Tuttle Publishing
  • Ooi, Keat Gin, บ.ก. (2004). Southeast Asia: a historical encyclopedia, from Angkor Wat to East Timor (3 vols). เล่มที่ 3. Santa Barbara: ABC-CLIO. ISBN 978-1576077702. OCLC 646857823. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-08-08. สืบค้นเมื่อ 2025-05-13.
  • Rambachan, Anatanand (1994), The Limits of Scripture: Vivekananda's Reinterpretation of the Vedas, University of Hawaii Press
  • Renard, Philip (2010), Non-Dualisme. De directe bevrijdingsweg, Cothen: Uitgeverij Juwelenschip
  • Research School of Pacific Studies (1980), Indonesia, Australian perspectives, Volumes 1-3, Australian National University
  • Retsikas, Konstantinos (2012), Becoming: An Anthropological Approach to Understandings of the Person in Java, Anthem Press
  • Sinari, Ramakant (2000), Advaita and Contemporary Indian Philosophy. In: Chattopadhyana (gen.ed.), "History of Science, Philosophy and Culture in Indian Civilization. Volume II Part 2: Advaita Vedanta", Delhi: Centre for Studies in Civilizations
  • Stange, Paul (1980), The Sumarah movement in Javanese mysticism. Thesis (Ph.D.) University of Wisconsin-Madison, University Microfilms International
  • Tarling, N. (1992), The Cambridge History of Southeast Asia: The nineteenth and twentieth centuries. Volume two, Cambridge University Press
  • Victoria, Brian Daizen (2006), Zen at war (พิมพ์ครั้งที่ Second), Lanham e.a.: Rowman & Littlefield Publishers, Inc.