เกลอรา บังการ์โน สเตเดียม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พิกัดภูมิศาสตร์: 6°13′6.88″S 106°48′9.04″E / 6.2185778°S 106.8025111°E / -6.2185778; 106.8025111

เกลอรา บังการ์โน สเตเดียม
GBK
Gelora Bung Karno Stadium, Asia Cup 2007.jpg
ชื่อเดิม (เกลอรา) เสนายัน (เมน) สเตเดียม
ที่ตั้ง เสนายัน, จาการ์ตา, อินโดนีเซีย
พิกัด 6°13′7″S 106°48′9″E / 6.21861°S 106.80250°E / -6.21861; 106.80250
เจ้าของ เมืองจาการ์ตา
ผู้ดำเนินการ มูลนิธิเกลารา บังการ์โน (BPGBK, หรือชื่อเดิม BPGS-มูลนิธิเกลารา เสนายัน)
พื้นสนาม หญ้า
ลู่วิ่ง
ป้ายบอกคะแนน โซนี่
ความจุ 80,000 ที่นั่ง
ขนาดสนาม 110 x 60 เมตร (120.3 x 65.6 หลา)
การก่อสร้าง
ลงเสาเข็ม ค.ศ. 1960
สถาปนิก เฟรเดริช สีลาบัน
เปิดใช้สนาม 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1962
ผู้ใช้งาน
สมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย (PSSI)
ฟุตบอลทีมชาติอินโดนีเซีย
ลีกา อินโดนีเซีย
เปอร์ซีจา จาการ์ตา
เอเชียนเกมส์ 1962, 2018

เกลอรา บังการ์โน สเตเดียม หรือชื่ออย่างเป็นทางการ เกลอรา บังการ์โน เมนสเตเดียม (สตาดีโอน อูตามา เกลอรา บังการ์โน หรือ เกลอรา เสนายัน เมนสเตเดียม) เป็นสนามที่ใช้ได้หลายประเภท ตั้งอยู่ใน เกลอรา บังการ์โน สปอร์ตส คอมเพลกซ์ ในเขตเสนายัน ใจกลางเมืองจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยเป็นชื่อหลังจาก ซูการ์โน เป็นประธานีธิบดีของอินโดนีเซีย[1] โดยส่วนมากจะใช้ในการแข่งขันฟุตบอล โดยมีความจุอยู่ที่ประมาณ 80,000 ที่นั่ง

ชื่อ[แก้]

แม้ว่าชื่อที่คนทั่วไปจะรู้จักกันคือ เกลอรา บังการ์โน สเตเดียม (สตาดีโอน เกลอรา บังการ์โน) โดยชื่อเต็มของสนามนี้คือ เกลอรา บังการ์โน เมนสเตเดียม (สตาดีโอน อูตามา เกลอรา บังการ์โน) โดนตั้งอยู่ในเกลอรา บังการ์โน สปอร์ตส คอมเพลกซ์ โดยในสปอร์ตส คอมเพลกซ์นี้มีทั้งสนามเทนนิส และสระว่ายน้ำอีกด้วย เมื่อถึงยุคระเบียบใหม่ ยุคที่อย่ภายใต้การปกครองของซูการ์โน และซูฮาร์โต คอมเพลกซ์นี้จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "เกลอรา เสนายัน" โดยชื่อสนามฟุตบอลก็ถูกเปลี่ยนตามไปด้วย

ประวัติ[แก้]

การก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1960 และเสร็จในวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1962[2] โดยการก่อสร้างนั้นได้รับเงินสนันบสนุนจากการกู้เงินมาจากสหภาพโซเวียตในบางส่วน โดยเมื่อสนามสร้างเสร็จ สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 108,000 คน แต่ในปัจจุบันก็เหลือเพียง 88,083 คน จากการปรับปรุงเพื่อการแข่งขัน เอเชียนคัพ 2007[3] โดยสนามจะแบ่งเป็น 24 ส่วน กับ 12 ทางเข้า เพื่อเข้าไปในพื้นที่ส่วนบนและส่วนล่าง โดยคุณสมบัติพิเศษของสนามนี้คือการก่อสร้างหลังคาเหล็กขนาดใหญ่เป็นวงแหวนรอบสนาม โดยเรียกว่า "เตมู เกลัง" (แปลว่า แหวนที่บรรจบติดกัน) นอกจากการที่ไม่ให้ผู้ชมต้องนั่งชมตากแดดที่ร้อนแล้ว วัตถุประสงค์อีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่ทำให้สนามนี้ดูยิ่งใหญ่อีกด้วย[4]

แกลลอรี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

บรรณานุกรม[แก้]

  • Pour, Julius (2004), Dari Gelora Bung Karno ke Gelora Bung Karno (ใน Indonesian), Jakarta: Grasindo, ISBN 978-979-732-444-5. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]