เกมพิศวง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

เกมพิศวง เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทเกมโชว์รายการหนึ่งที่เคยได้รับความนิยมซึ่งเคยออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ผลิตรายการโดย บริษัท แมสมอนิเตอร์ จำกัด ในเครือแกรมมี่เอ็นเตอร์เทนเมนท์

ประวัติความเป็นมา และแนวคิดของรายการ[แก้]

เกมพิศวง เริ่มออกอากาศเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2541 โดยในระยะแรก ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 11.20 น. - 12.20 น. แต่เนื่องจากได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดี จึงได้มีการเพิ่มเวลาออกอากาศจากเดิม 1 ชม. เป็น 1 ชม.15 นาที เป็นทุกวันอาทิตย์ เวลา 11.20 น. - 12.35 น. และสิ้นสุดการออกอากาศในปี พ.ศ. 2544 ดำเนินรายการโดย จอห์น รัตนเวโรจน์ และ เอ็ม สุรศักดิ์ วงษ์ไทย และมีขบวนการประจำรายการที่ชื่อว่า ขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ รายการเกมพิศวงนี้มีแนวคิดก็คือ การหลอกลวง ซึ่งเกมพิศวงนี้เปรียบเสมือนเมืองที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง ซึ่งจะมีเหล่าขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋คอยหลอกลวงผู้เข้าแข่งขันในรูปแบบต่างๆตลอดการแข่งขัน ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องคอยสังเกตและมีความจำที่ดีตลอดการแข่งขัน [1]

พิธีกรผู้ดำเนินรายการ[แก้]

พิธีกรรับเชิญ[แก้]

ขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋[แก้]

ในแต่ละสัปดาห์จะมีสมาชิกขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ทั้งหมด 6 ท่าน โดยที่หัวหน้าขบวนการนั้นจะเป็นศิลปินดาราที่จะมาเป็นแขกรับเชิญสลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละเทป และจะมีสมาชิกประจำรายการดังต่อไปนี้

ผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

ในแต่ละสัปดาห์ก็จะมีผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 6 คน โดยจะแบ่งเป็น 3 ทีม ทีมละ 2 คน ช่วงแรกผู้เข้าแข่งขันศิลปินดาราสัปดาห์ละ5คน และจากทางบ้านที่เขียนจดหมายสมัครเข้ามาร่วมรายการอีกสัปดาห์ละ1คน ทีมดารา 2 ทีมและทีมดารากับทางบ้านอีก 1 ทีม ต่อมาเปลี่ยนเป็นดารา3คนทางบ้าน3คน ทีมดารากับทางบ้านทั้ง 3 ทีม ทีมไหนคะแนนมากที่สุดเข้ารอบต่อไป

ช่วงต่างๆของรายการ[แก้]

รายการเกมพิศวงนี้ก็จะมีช่วงต่างๆให้ผู้เข้าแข่งขัน ได้แข่งขันเพื่อสะสมคะแนนและของรางวัล ดังต่อไปนี้

โชว์เปิดเมือง[แก้]

เป็นช่วงที่จะให้แขกรับเชิญซึ่งจะมาเป็นหัวหน้าขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ในสัปดาห์นั้นๆ มาแสดงโชว์ร่วมกับเหล่าขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ประจำรายการ โดยมีคำถามซ่อนอยู่โชว์นั้นๆด้วย โดยจะมีการตั้งคำถามหลังการแสดงโชว์จบว่า มีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างโชว์หรือว่าในระหว่างโชว์นั้น มีอะไรบางอย่างที่หายไป หรือในการแสดงโชว์นั้นมีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ผู้แข่งขันทั้ง3ทีมจะต้องสังเกตและตอบคำถามให้ถูก หากตอบถูกทีมแรกก็จะได้ 10 คะแนนตอบถูกทีมที่สองได้ 9 คะแนน ตอบถูกทีมที่สามได้ 8 คะแนน

และเมื่อจบช่วงนี้แล้ว ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงด่านหลอกลวง ผู้แข่งขันทั้ง3ทีมจะต้องช่วยกันเลือกเพียง1จากทั้งหมด3แผ่นป้าย ซึ่งแต่ละแผ่นป้ายจะมีคะแนนต่างๆดังนี้

  • 60 คะแนน 1 แผ่นป้าย
  • 70 คะแนน 1 แผ่นป้าย
  • 80 คะแนน 1 แผ่นป้าย

เปิดได้คะแนนเท่าไหร่จะเป็นคะแนนที่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง3ทีมต้องทำเพื่อพิชิตขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ โดยจะนับคะแนนจากรอบโชว์เปิดเมือง,ด่านหลอกลวง,หลอกหูดำและหลอกหูเพลง หากทั้ง 3 ทีมสามารถทำคะแนนรวมกันได้เท่ากับคะแนนที่เปิดไว้หรือมากกว่า ก็จะถือว่าจะชนะขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ รับเงินรางวัลโบนัส 30,000 บาทจากผู้สนับสนุนรายการ แต่หากคะแนนรวมกันน้อยกว่าคะแนนที่เปิดไว้ เงินรางวัลโบนัส 30,000 บาทจะตกเป็นของขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ทันที อนึ่ง ในระหว่างการแข่งขันทั้ง3ทีมจะไม่สามารถช่วยกันได้

ด่านหลอกลวง[แก้]

เกมนี้จะให้ผู้เข้าแข่งขันตอบคำถามเกี่ยวกับกฎหมายโดยมี VTR ให้ชม 3 นาที ซึ่งใน VTR จะเป็นเรื่องราวสมมุติซึ่งจะเกี่ยวกับกฎหมายในชีวิตประจำวัน โดยจะมีคำถาม 1 ข้อ 2 ตัวเลือก ผู้แข่งขันจะต้องแย่งกันตอบโดยการโยกคันโยกไปข้างหน้า หากทีมไหนสามารถโยกได้จะมีสัญญาณไฟขึ้นซึ่งก็จะได้ตตอบคำถามในข้อนั้นๆภายในเวลา 10 วินาที เมื่อตอบเสร็จก็จะมี VTR เฉลย ถ้าตอบถูกก็จะได้ 10 คะแนน

หลอกหูดำ[แก้]

จะมีคำถามทั้งหมด 4 ข้อ ข้อละ 10 คะแนน ผู้แข่งขันจะต้องเลือกคำมาตอบในคำถามที่เป็นโจทย์ของพิธีกรให้ถูกต้อง โดยที่เหล่าขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋จะพูดคำออกมาคนละคำอย่างรวดเร็ว เมื่อพูดเสร็จแล้วประตูหน้าขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ก็จะปิดลงและเหล่าขบวนการก็จะสับเปลี่ยนที่นั่งกัน ระหว่างนั้นพิธีกรจะอ่านโจทย์ซึ่งเป็นคำที่มีคำว่างให้เติม ผู้แข่งขันต้องทวนความจำว่าใครเป็นคนพูดคำที่หายไป และจะให้สัญญาณโยกคันโยกเพื่อตอบคำถาม ทีมไหนโยกคันโยกแล้วมีสัญญาณไฟขึ้นจะเป็นทีมที่ได้ตอบโดยที่ประตูขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋จะเปิดออก ผู้แข่งขันตอบตอบว่าใครเป็นคนพูดคำที่หายไปภายในเวลา 10 วินาที ขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋จะลุกขึ้นมาเฉลยว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าตอบถูกจะได้รับคะแนนในข้อนั้นไป

หลอกหูเพลง[แก้]

จะมีคำถามทั้งหมด 3 ข้อ ข้อละ 20 คะแนน โดยกติกาจะคล้ายกับในรอบหลอกหูดำ แต่จะเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบโจทย์เพลงซึ่งขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋จะเป็นผู้บอกคำที่ต้องเติม โดยที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องจดจำคำเหล่านั้นให้ได้และนำมาตอบในโจทย์เพลงให้ได้ ซึ่งจะต้องตอบภายในเวลา10วินาที(เช่นเดียวกับรอบหลอกหูดำ)

เมื่อจบช่วงนี้แล้วจะนำคะแนนทั้ง3ทีมจากช่วงโชว์เปิดเมือง,ด่านจับเท็จ,หลอกหูดำ และหลอกหูเพลงมารวมกัน หากทั้ง3ทีมสามารถทำคะแนนรวมกันได้เท่ากับคะแนนที่เปิดไว้หรือมากกว่า ก็จะถือว่าจะชนะขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ รับเงินรางวัลโบนัส 30,000 บาทจากผู้สนับสนุนรายการ แต่หากคะแนนรวมกันน้อยกว่าคะแนนที่เปิดไว้ เงินรางวัลโบนัส 30,000 บาทจะตกเป็นของขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ทันที และจะสรุปคะแนน ทีมไหนที่มีคะแนนมากที่สุดจะได้เข้ารอบต่อไป ส่วนอีก2ทีมที่ตกรอบจะได้รับเงินรางวัลปลอบใจคนละ 8,000 บาท(และหากสามารถชนะขบวนการกุ๊กกุ๊กกู่ได้จะได้โบนัสไปอีกคนละ 5,000 บาท)

ด่านจับเท็จ[แก้]

ผู้แข่งขันที่เข้ามาในรอบนี้2คนจะต้องมาแข่งกันเอง โดยการจับเท็จจากเรื่องเล่าของแขกรับเชิญ โดยการให้แขกรับเชิญที่เป็นหัวหน้าขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ประจำสัปดาห์มาเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง หรือเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ ซึ่งการเล่าก็จะมีคนสนิทของแขกรับเชิญมาร่วมเล่าด้วยอีก1คน และจะมี VTR จำลองเหตุการณ์ของแขกรับเชิญให้ชม ซึ่งใน VTR จะมีจุดผิด ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากที่แขกรับเชิญได้เล่ามา เมื่อจบ VTR แล้วผู้แข่งขันจะต้องแย่งกันกดไฟ หากท่านใดกดไฟจนมีสัญญาณไฟขึ้นมาจะมีสิทธิตอบว่าใน VTR มีจุดผิดจุดใดบ้างจากทั้งหมด10จุด และต้องตอบให้ได้มากที่สุดภายในเวลา 7 วินาที โดยจะแย่งกันตอบทั้งหมด 3 ครั้ง ใครสามารถตอบได้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะเข้ารอบสุดท้ายทันที สำหรับผู้ที่ตกรอบนี้จะได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท จักรยาน 1 คัน และทองคำหนัก 1 บาท

รอบแจ๊คพ๊อต[แก้]

รูปแบบที่ 1[แก้]

รอบแจ๊คพ๊อตในรูปแบบแรกจะเป็นการตักทรายเพื่อค้นหาหีบสมบัติทองคำ ซึ่งผู้แข่งขันที่สามารถเข้ามาในรอบสุดท้ายนี้ได้จะมีเงินรางวัล 15,000 บาท และทองคำหนัก 1 บาท 50 สตางค์สะสมไว้ก่อน และจะเข้ามาเล่นในรอบนี้ เลือกมา 1 หีบ โดยจะต้องตักทรายเพื่อค้นหาหีบสมบัติภายในเวลาที่กำหนด (ผู้ชาย 120 วินาที,ผู้หญิง 135 วินาที) และหากตักแล้วเจอใยพิศวงก็สามารถเปลี่ยนหีบได้ ต้องนำหีบขึ้นมาและนำกุญแจไขเปิดหีบให้ได้ภายในเวลาที่กำหนดแต่ถ้าไขเปิดหีบไม่ได้ภายในเวลาที่กำหนดก็จะไม่ได้รางวัล ซึ่งหากเลือกแล้วเปิดได้ทองคำน้ำหนักเท่าไหร่ก็จะได้ทองไปเท่านั้น และมีหีบพิเศษเป็นของใช้ส่วนตัวและเงินรางวัล 10,000 บาท และถ้าหากโชคดีสามารถเลือกหีบสมบัติที่มีทองคำหนัก 100 บาทซึ่งมีหีบเดียวได้และไขเปิดได้ในเวลาที่กำหนด ก็จะได้รับรางวัลแจ๊คพอตทองคำหนักถึง 100 บาทไปเลย แต่ถ้าหากโชคร้าย เลือกได้หีบสมบัติที่มีตุ๊กตาผี (หรือขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋) อยู่ภายในหีบ ก็จะไม่ได้รางวัลอะไรเลยในรอบนี้ จะได้รับแค่ของรางวัลที่สะสมไว้เท่านั้น

รูปแบบที่ 2[แก้]

ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในรอบแจ๊คพ๊อต ซึ่งผู้แข่งขันที่สามารถเข้ามาในรอบสุดท้ายนี้ได้จะมีเงินรางวัล 20,000 บาท และทองคำหนัก 1 บาท สะสมไว้ก่อน โดยจะต้องเข้ามาในรอบด่านชั่งทองก่อน ซึ่งจะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 15 แผ่นป้าย โดยที่หน้าแผ่นป้ายจะมีก้อนทองคำน้ำหนักต่างกันตั้งแต่ 1-5 กิโลกรัม น้ำหนักละ 3 ก้อน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกมาโดยที่ไม่รู้ว่าทองคำก้อนที่เลือกนั้นจะมีน้ำหนักเท่าไหร่ โดยต้องเลือกให้ได้ทองคำที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์ที่เท่ากับที่ตราชั่งตั้งไว้ หากเลือกได้ทองที่มีน้ำหนักตรงกับน้ำหนักที่เกณฑ์ไว้ นั่นคือเข็มของตราชั่งนั้นไปตรงกับช่องของผู้สนับสนุนรายการ มีโอกาส 3 ครั้งถ้าทำสำเร็จจะได้เข้าไปสู่รอบแจ็คพอตด่านทองคำทันทีและจะได้รับเงินรางวัลสะสมเพิ่มอีก 20,000 บาท หากครบทั้ง 3 ครั้งแล้วยังไม่สำเร็จ เกมจะจบลงทันทีและจะไม่ได้เข้าไปสู่ในรอบแจ็คพอตด่านทองคำ

และถ้าเข้ามาสู่ในรอบแจ๊คพ๊อตด่านทองคำนี้ได้ ก็จะต้องมาเลือกแผ่นป้าย โดยมีแผ่นป้ายทั้งหมด 15 แผ่นป้าย โดยหลังแผ่นป้ายจะมีทองคำจำนวนที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • ทองคำหนัก 4 บาท 4 แผ่นป้าย
  • ทองคำหนัก 6 บาท 3 แผ่นป้าย
  • ทองคำหนัก 8 บาท 1 แผ่นป้าย
  • ทองคำหนัก 10 บาท 1 แผ่นป้าย
  • ทองคำหนัก 12 บาท 1 แผ่นป้าย
  • ทองคำหนัก 100 บาท 1 แผ่นป้าย
  • ป้ายขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ 4 แผ่นป้าย

ผู้ที่เข้ารอบจะต้องเลือกมาเพียง1แผ่นป้าย หากเปิดเจอทองคำได้กี่บาท ผู้เข้าแข่งขันจะต้องนำมาหารสองกับผู้โชคดีจากการส่งชิงโชคของผู้สนับสนุนรายการ และหากโชคดีสามารถเปิดเจอป้ายแจ็คพอต จะได้รับแจ็คพอตเป็นทองคำหนักถึง 100 บาทโดยจะแบ่งให้กับผู้เข้าแข่งขันและผู้โชคดีจากทางบ้านรับทองคำคนละ 50 บาท แต่หากโชคร้ายเปิดเจอป้ายขบวนการกุ๊กกุ๊กกู๋ ก็จะไม่ได้ทองคำในรอบนี้ จะได้รับแค่ของรางวัลที่สะสมไว้เท่านั้น

ผู้ทำแจ๊คพ๊อตแตก[แก้]

โชควิ่งชนคนอมโบตัน[แก้]

จะเป็นช่วงที่ให้ผู้ชมทางบ้านส่งชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนรายการ (ผู้สนับสนุนการชิงโชค คือ ลูกอมสมุนไพรโบตัน)เข้ามาในรายการ โดยที่แขกรับเชิญจะมาเป็นผู้จับฉลากหาผู้โชคดี แต่ก่อนที่จะจับฉลาก แขกรับเชิญจะต้องมาเล่นเกมตอบคำถาม 1 ข้อ หากตอบถูกก็จะได้รับพวงกุญแจและลูกกุญแจซึ่งจะมีทั้งหมด 4 ชุด โดยแขกรับเชิญจะต้องเลือกกุญแจดอกใดดอกหนึ่งเพื่อไปไขหีบทองคำที่มีกุญแจล็อกอยู่ภายในเวลา 30 วินาที หากเปิดออกมาได้ทองคำเท่าใด ผู้โชคดีจะได้รับทองคำน้ำหนักนั้นๆทันที และจะได้รับทองคำเพิ่มอีกครึ่งนึงเพิ่มเติมหากผู้เข้าแข่งขันในรายการที่สามารถเข้าไปสู่รอบตักทรายหีบสมบัติ (รูปแบบที่ 1) หรือแจ๊คพ๊อตด่านทองคำ(รูปแบบที่ 2) สามารถเปิดได้ทองคำจำนวนนั้นๆได้

อ้างอิง[แก้]

  1. อทิตา ศรีพวง (2001). "การเตรียมงานในขั้น pre-production รายการเกมพิศวง". http://beyond.library.tu.ac.th. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2560. External link in |website= (help)