ฮุนได เอลันตร้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
2011 Hyundai Elantra GLS -- 06-02-2011 2.jpg
ฮุนได เอลันตร้า
ผู้ผลิต: ฮุนได
ปี: พ.ศ. 2533 - ปัจจุบัน
ประเภท: {{{ประเภท}}}
ลักษณะ: คูเป 2 ประตู
ซีดาน 4 ประตู
แฮทช์แบค 5 ประตู
สเตชันวากอน 5 ประตู
เครื่องยนต์:
รุ่นก่อนหน้า: ไม่มี
รุ่นต่อไป: {{{รุ่นต่อไป}}}
รุ่นที่ใกล้เคียง: โตโยต้า โคโรลล่า
ฮอนด้า ซีวิค
นิสสัน ซันนี่/ทีด้า/ซิลฟี
มิตซูบิชิ แลนเซอร์
มาสด้า 323/3
ซูบารุ อิมเพรสซ่า
ซูซูกิ เอสทีม/เอริโอ/SX4
ไดฮัทสุ อัพพลอส
อีซูซุ เจมินิ
เกีย ซีเฟีย/เซราโต/ฟอร์เต้
แดวู นิวบีรา/ลาเซ็ตติ
ฟอร์ด เอสคอร์ท/เลเซอร์/โฟกัส
เชฟโรเลต ครูซ
เปอโยต์ 308/408
ซีตรอง C4/DS4
โฟล์กสวาเกน กอล์ฟ/เจ็ตตา
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ-คลาส
บีเอ็มดับเบิลยู 1 ซีรีส์
วอลโว่ S40/V40
ไครสเลอร์ นีออน
โอเปิล แอสตร้า
โปรตอน เพอร์โซนา/เพรเว่

ฮุนได เอลันตร้า (อังกฤษ: Hyundai Elantra) เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (Compact Car) ที่ผลิตโดย ฮุนได เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2533 ถือได้ว่าเป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งที่มีความสำคัญต่อ Hyundai ในตลาดโลก นอกจากรถยนต์นั่งขนาดกลาง ซึ่งก็คือฮุนได โซนาต้า (อังกฤษ: Hyundai Sonata) เพราะตลาดรถ Compact Car ถือได้ว่าเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีคู่แข่งมากมาย และ Elantra เองก็เป็นรถที่ทำยอดขายได้มากมาย ตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2533 ทำยอดขายทั่วโลกได้ทั้งหมด 6 ล้านคัน เนื่องจากเป็นรถที่มาถูกเวลา คือเปิดตัวในช่วงที่เกาหลีใต้ได้พยายามสร้างการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และผู้คนในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ แม้กระทั่งผู้ผลิตจากญี่ปุ่น 2 รายคือโตโยต้าและฮอนด้า ยังต้องนำเอลันตร้ามาเป็น Benchmark ในการพัฒนารถรุ่นต่อไป (Corolla Altis รุ่นต่อไป และ Civic FB รุ่นปัจจุบัน) อีกด้วย

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2533-2538)[แก้]

ฮุนได เอลันตร้า รุ่นที่ 1

ฮุนได เอลันตร้า รุ่นที่ 1 เริ่มผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2533 รหัสของตัวรถคือ J1 และไมเนอร์เชนจ์ในปี พ.ศ. 2536 มีตัวถังแบบเดียวคือซีดาน 4 ประตู มีฐานการประกอบอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ เครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนต์ 1.5 ,1.6 และ 1.8 ลิตร โดยใช้เทคโนโลยีเครื่องยนต์ร่วมกับ Mitsubishi Motors ระบบเกียร์จะเป็นเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด รุ่นนี้ในบางประเทศจะใช้ชื่อว่า ฮุนได ลันตร้า (อังกฤษ: Hyundai Lantra)

ในประเทศไทย เอลันตร้ารุ่นแรกเปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2535 ใช้ชื่อเอลันตร้าเช่นเดียวกับตลาดโลก เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับตลาดโลก คือ 1.5 ,1.6 และ 1.8 ลิตร มีทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ เปิดตัวพร้อมกับการแนะนำรถยนต์ Hyundai ในประเทศไทย โดย United Auto Sales Thailand บริษัทลูกของพระนครยนตรการ เปิดตัวพร้อมกับรุ่น Excel และ Sonata ด้วยราคาที่เหมาะสม และภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ถูกลงในช่วงรัฐบาล ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ทำให้เอลันตร้าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในเวลารวดเร็ว

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2538-2543)[แก้]

ฮุนได เอลันตร้า รุ่นที่ 2

ฮุนได เอลันตร้า รุ่นที่ 2 เริ่มผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2538 รหัสของตัวรถคือ J2 หรือ RD ในประเทศเกาหลีใต้ได้เปลี่ยนไปใช้ชื่อ ฮุนได อวันเต้ (อังกฤษ: Hyundai Avante) รุ่นนี้เป็นรุ่นที่มีเส้นสายที่โค้งมนมากขึ้น ตามสไตล์ของรถปลายยุค 1990 มีฐานการประกอบอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้และบอตสวานา มีตัวถัง 2 แบบคือซีดาน 4 ประตูและสเตชันวากอน 5 ประตู เครื่องยนต์ 1.5 ,1.6 ,1.8 และ 2.0 ลิตร ระบบเกียร์เป็นเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และไมเนอร์เชนจ์ในปี พ.ศ. 2541

ในประเทศไทย เอลันตร้ารุ่นที่ 2 เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2538 มีทั้งรุ่นซีดาน 4 ประตูและสเตชันวากอน 5 ประตู หรือที่เรียกว่า Touring Wagon ซึ่งเปิดตัวตามหลังรุ่นซีดาน 4 ประตู เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์ 1.6 และ 1.8 ลิตร และในยุโรปจะมีเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ยกมาจากฮุนได ทีบูรอน (อังกฤษ: Hyundai Tiburon) อีกด้วย และในช่วงปลายอายุตลาดได้มีการเสริมรุ่นพิเศษ คือ Elantra Avante ซึ่งเป็นรุ่นกระจังหน้าคล้ายเปลือกหอย และเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อที่ใช้ทำตลาดในเกาหลีใต้อีกด้วย รุ่นนี้ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย โดยมียอดขายหลายพันคัน และยังมีบางคันที่ยังสามารถพบเห็นได้ตามท้องถนนทั่วไปอีกด้วย แต่เมื่อ Hyundai Motors ไม่ต่อสัญญากับ United Auto Sales ทำให้การทำตลาดรถยนต์ทุกรุ่นของ Hyundai ในประเทศไทยต้องยุติลงไปด้วย และเลิกขายในปี พ.ศ. 2545 ก่อนจะกลับมาแนะนำรถยนต์ Hyundai อีกครั้งในปี พ.ศ. 2550 โดยรถยนต์รุ่นสุดท้ายในยุคของพระนครยนตรการ คือ ซานตาเฟ่ เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2544 และไม่มีการนำเอลันตร้ารุ่นที่ 3 และ 4 มาทำตลาดในประเทศไทย

รุ่นที่ 3 (พ.ศ. 2543-2549)[แก้]

ฮุนได เอลันตร้า รุ่นที่ 3

ฮุนได เอลันตร้า รุ่นที่ 3 เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2543 รหัสของตัวรถคือ XD จึงใช้ชื่อในการขายในเกาหลีใต้ว่า Hyundai Avante XD มีตัวถังซีดาน 4 ประตูและแฮทช์แบค 5 ประตู ระบบเกียร์เป็นเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มีเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ,1.8 และ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร โดยเมื่อมีการไมเนอร์เชนจ์ในปี พ.ศ. 2546 ไม่มีการปรับรายละเอียดเครื่องยนต์ แต่ปรับแรงม้า เริ่มมีการประกอบในหลายๆ ประเทศ เช่น ประเทศเกาหลีใต้ ,จีน ,เวเนซูเอล่า ,รัสเซีย ,ยูเครนและไต้หวัน

รุ่นที่ 4 (พ.ศ. 2549-2553)[แก้]

ฮุนได เอลันตร้า รุ่นที่ 4

ฮุนได เอลันตร้า รุ่นที่ 4 เริ่มผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2549 รหัสของตัวรถคือ HD มีตัวถังแบบเดียวคือซีดาน 4 ประตู เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 และ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร ระบบเกียร์เป็นเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

รุ่นที่ 5 (พ.ศ. 2553-ปัจจุบัน)[แก้]

ฮุนได เอลันตร้า รุ่นที่ 5

ฮุนได เอลันตร้า รุ่นที่ 5 เริ่มผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2553 รหัสของตัวรถคือ MD และ UD เป็นรุ่นแรกที่ใช้แนวทางการออกแบบ Fludic Sculpture Design ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบของฮุนไดในปัจจุบัน มีเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ,1.8 และ 2.0 ลิตร ระบบเกียร์เป็นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มีตัวถังซีดาน 4 ประตู คูเป้ 2 ประตูและสเตชันวากอน 5 ประตู มีฐานการประกอบที่ประเทศเกาหลีใต้ ,สหรัฐอเมริกาและไต้หวัน

ในประเทศไทย เอลันตร้ารุ่นที่ 5 เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2555 ถือเป็นรุ่นที่ 3 ที่มีขายในประเทศไทย มีเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ทั้งแบบเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ ในความจริงแล้ว Hyundai Motor Thailand ยังไม่มีแผนนำ Elantra มาขาย เนื่องจากฮุนไดเคยมีแผนที่จะนำฮุนได แอคเซนท์ รถซีดานขนาดเล็กที่เคยนำเข้ามาขายในเมืองไทยกลับมาเปิดตัวอีกครั้ง แต่ก็เปลี่ยนแผน เป็นการนำ Elantra มาเปิดตัว โดยฮุนไดตั้งใจจะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ที่โรงแรมย่านรัชดาภิเษก พร้อมกับการเฉลิมฉลอง 4 ปีของ Hyundai Motor Thailand แต่เนื่องจากในขณะนั้น ประเทศไทยกำลังประสบกับมหาอุทกภัยน้ำท่วมในภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ทำให้ต้องเลื่อนกำหนดการเปิดตัวเอลันตร้ามาเป็นเปิดตัวในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 ที่สนามแข่งรถมอเตอร์สปอร์ตแลนด์ หรือแดนเนรมิตเดิม บนถนนพหลโยธินแทน

อ้างอิง[แก้]