ฮาฟิซ อัลอะซัด
ฮาฟิซ อัลอะซัด | |
|---|---|
حافظ الأسد | |
ภาพถ่ายอย่างเป็นทางการ ค.ศ. 1986 | |
| ประธานาธิบดีซีเรีย | |
| ดำรงตำแหน่ง 12 มีนาคม ค.ศ. 1971 – 10 มิถุนายน ค.ศ. 2000 | |
| นายกรัฐมนตรี | ดูรายชื่อ |
| รองประธานาธิบดี | ดูรายชื่อ
|
| ก่อนหน้า | นูรุดดีน อัลอะตาซี อะห์มัด อัลเคาะฏีบ (รักษาการ) |
| ถัดไป | อับดุลฮะลีม ค็อดดาม (รักษาการ) บัชชาร อัลอะซัด |
| นายกรัฐมนตรีซีเรีย | |
| ดำรงตำแหน่ง 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1970 – 3 เมษายน ค.ศ. 1971 | |
| ประธานาธิบดี | อะห์มัด อัลเคาะฏีบ (รักษาการ) ตนเอง |
| ก่อนหน้า | นูรุดดีน อัลอะตาซี |
| ถัดไป | อับดุรเราะห์มาน คุลัยฟาวี |
| เลขาธิการคณะบัญชาการแห่งชาติ พรรคบะอษ์สังคมนิยมอาหรับ | |
| ดำรงตำแหน่ง 12 กันยายน ค.ศ. 1971 – 10 มิถุนายน ค.ศ. 2000 | |
| รอง | อับดุลเลาะฮ์ อัลอะห์มัร |
| ก่อนหน้า | นูรุดดีน อัลอะตาซี |
| ถัดไป | บัชชาร อัลอะซัด |
| เลขาธิการคณะบัญชาการภูมิภาคประจำสาขาซีเรีย | |
| ดำรงตำแหน่ง 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1970 – 10 มิถุนายน ค.ศ. 2000 | |
| รอง | มุฮัมมัด ญาบีร บัจญ์บูจญ์ ซุฮัยร์ มุชาริเกาะ ซุลัยมาน ก็อดดาห์ |
| ก่อนหน้า | นูรุดดีน อัลอะตาซี |
| ถัดไป | บัชชาร อัลอะซัด |
| ผู้นำซีเรีย[a] | |
| โดยพฤตินัย 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1970 – 12 มีนาคม ค.ศ. 1971 | |
| ประธานาธิบดี | อะห์มัด อัลเคาะฏีบ (รักษาการ) |
| นายกรัฐมนตรี | ตนเอง |
| ก่อนหน้า | นูรุดดีน อัลอะตาซี (ในตำแหน่งประธานาธิบดี) |
| ถัดไป | ตนเอง (ในตำแหน่งประธานาธิบดี) |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม | |
| ดำรงตำแหน่ง 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1966 – 22 มีนาคม ค.ศ. 1972 | |
| นายกรัฐมนตรี | ยูซุฟ ซูอัยยิน นูรุดดีน อัลอะตาซี ตนเอง อับดุรเราะห์มาน คุลัยฟาวี |
| ก่อนหน้า | มุฮัมมัด อิมรอน |
| ถัดไป | มุศเฏาะฟา เฏาะลาส |
| สมาชิกคณะบัญชาการภูมิภาคประจำสาขาซีเรีย | |
| ดำรงตำแหน่ง 27 มีนาคม ค.ศ. 1966 – 10 มิถุนายน ค.ศ. 2000 | |
| ดำรงตำแหน่ง 5 กันยายน ค.ศ. 1963 – 4 เมษายน ค.ศ. 1965 | |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 6 ตุลาคม ค.ศ. 1930 ก็อรดาฮะฮ์ รัฐอะละวี ประเทศซีเรีย |
| เสียชีวิต | 10 มิถุนายน ค.ศ. 2000 (69 ปี) ดามัสกัส ประเทศซีเรีย |
| พรรคการเมือง | พรรคบะอษ์สังคมนิยมอาหรับ |
| การเข้าร่วม พรรคการเมืองอื่น | บะอษ์อาหรับ (ค.ศ. 1946–1947)บะอษ์ (ค.ศ. 1947–1966) |
| คู่สมรส | อะนีซะฮ์ มัคลูฟ (สมรส 1957) |
| บุตร | |
| บุพการี |
|
| ความสัมพันธ์ | ตระกูลอัลอะซัด |
| ศิษย์เก่า | สถาบันการทหารฮอมส์ |
| ลายมือชื่อ | |
| ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง | |
| รับใช้ |
|
| สังกัด | |
| ประจำการ | ค.ศ. 1952–2000 |
| ยศ | พลเอกอาวุโส |
| บังคับบัญชา | |
| ผ่านศึก | |
ฮาฟิซ อัลอะซัด[b] (6 ตุลาคม ค.ศ. 1930 – 10 มิถุนายน ค.ศ. 2000) เป็นนักการเมืองและนายทหารชาวซีเรีย เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีซีเรียตั้งแต่ ค.ศ. 1971 จนถึงแก่อสัญกรรมใน ค.ศ. 2000 ก่อนหน้านั้น เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่าง ค.ศ. 1970 ถึง ค.ศ. 1971 รวมถึงเป็นเลขาธิการคณะบัญชาการภูมิภาคพรรคบะอษ์สังคมนิยมอาหรับ สาขาซีเรีย และเลขาธิการคณะบัญชาการแห่งชาติพรรคบะอษ์ตั้งแต่ ค.ศ. 1970 ถึง ค.ศ. 2000 อะซัดมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์รัฐประหาร ค.ศ. 1963 ซึ่งทำให้พรรคบะอษ์สังคมนิยมอาหรับ สาขาซีเรียขึ้นสู่อำนาจในประเทศ โดยพรรคดำรงอำนาจอยู่อย่างยาวนานจวบจนกระทั่งการล่มสลายของระบอบการปกครองใน ค.ศ. 2024 ที่นำโดยบัชชาร อัลอะซัด ผู้เป็นบุตรชาย
ภายหลังรัฐประหาร ค.ศ. 1963 คณะผู้นำชุดใหม่แต่งตั้งอะซัดเป็นผู้บัญชาการกองทัพอากาศซีเรีย จากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1966 อะซัดเข้าไปมีบทบาทในรัฐประหารครั้งที่สอง ซึ่งนำไปสู่การโค่นล้มผู้นำสายดั้งเดิมของพรรคบะอษ์ รัฐบาลใหม่ได้แต่งตั้งอะซัดให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สี่ปีต่อมา อะซัดเป็นผู้นำในการก่อรัฐประหารครั้งที่สาม เพื่อล้มล้างระบอบการปกครองแบบลัทธิมากซ์ของเศาะลาห์ ญะดีด และแต่งตั้งตนเองเป็นผู้นำประเทศ โดยภายหลังการยึดอำนาจ อะซัดได้เปลี่ยนแปลงนโยบายระหว่างประเทศของพรรคบะอษ์ เช่น การยกเลิกนโยบายของญะดีดที่มุ่งส่งออก "การปฏิวัติสังคมนิยม" และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศที่ผู้นำคนก่อนถือว่าเป็น "พวกปฏิกิริยา" อะซัดเลือกเข้าข้างสหภาพโซเวียตและประเทศกลุ่มตะวันออกในช่วงสงครามเย็น เพื่อแลกเปลี่ยนกับการสนับสนุนในการต่อต้านอิสราเอล และแม้ว่าเขาจะละทิ้งแนวคิดรวมกลุ่มอาหรับที่มุ่งรวมโลกอาหรับเป็นชาติเดียว แต่อะซัดก็พยายามวาดฝันให้ซีเรียเป็นผู้พิทักษ์ชาวปาเลสไตน์ในการต่อสู้กับอิสราเอล
อะซัดรวบรวมและสถาปนาอำนาจของตนอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อขึ้นสู่อำนาจ เขาจัดระเบียบรัฐตามแนวทางของศาสนาและชาติพันธุ์ (ชาวมุสลิมนิกายซุนนีและกลุ่มที่ไม่ใช่อะละวีตกเป็นเพียงตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ในสถาบันการเมือง ขณะที่ชาวอะละวีเข้าควบคุมกองทัพ หน่วยข่าวกรอง ระบบราชการ และกลไกด้านความมั่นคง) แม้ซีเรียจะยังใช้ระบบพรรคการเมืองเดียว แต่อำนาจตัดสินใจที่เคยเป็นแบบรวมหมู่ของพรรคบะอษ์ก็ถูกลดทอนลงเพื่อให้อำนาจประธานาธิบดีสูงสุด มีการสร้างลัทธิบูชาบุคคลที่ยึดโยงกับอะซัดและครอบครัว โดยบูรณาการเข้ากับลัทธิบะอษ์เพื่อกำหนดเป็นอุดมการณ์อย่างเป็นทางการของรัฐ นอกจากนี้ อะซัดยังสั่งการรณรงค์กลืนชาติให้เป็นอาหรับในพื้นที่ชาวเคิร์ด และเข้าแทรกแซงเลบานอนเมื่อ ค.ศ. 1976 ซึ่งนำไปสู่การยึดครองเลบานอนของซีเรีย ในช่วงการปกครองของเขา รัฐบาลได้ปราบปรามการก่อการกำเริบของภราดรภาพมุสลิมซีเรียด้วยการกวาดล้างหลายครั้ง จนถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ฮามา ซึ่งทำให้พื้นที่สองในสามของเมืองฮามาถูกทำลาย มีข้อครหาต่อรัฐบาลของเขาว่าสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชนจำนวนมาก รวมถึงการจัดตั้งค่ายกักกันมรณะ
ช่วงปลายสมัยการปกครองของเขา อะซัดเริ่มมองหาผู้สืบทอด โดยบุคคลแรกที่ได้รับเลือก คือ ริฟอัต อัลอะซัด ผู้เป็นน้องชาย แต่ริฟอัตพยายามยึดอำนาจในช่วง ค.ศ. 1983–1984 เป็นเวลาเดียวกับที่สุขภาพของฮาฟิซย่ำแย่ลง ต่อมาเมื่อฮาฟิซมีสุขภาพดีขึ้น เขาจึงเนรเทศริฟอัตออกนอกประเทศ บุคคลที่อะซัดเลือกต่อมา คือ บาซิล บุตรชายคนโต แต่บาซิลเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ใน ค.ศ. 1994 อะซัดจึงหันไปหาบุตรชายอีกคน คือ บัชชาร ซึ่งขณะนั้นกำลังศึกษาวิชาแพทย์อยู่ที่สหราชอาณาจักรและไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองเลย การเคลื่อนไหวเพื่อแต่งตั้งสมาชิกในครอบครัวเป็นผู้สืบทอดได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชนชั้นปกครองซีเรียบางส่วน แต่อะซัดยังคงเดินหน้าแผนการดังกล่าวและปลดเจ้าหน้าที่ที่คัดค้านการสืบทอดนี้ อะซัดถึงแก่อสัญกรรมในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2000 และบัชชารขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากเขา จนกระทั่งถูกโค่นล้มในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2024
ชีวิตช่วงต้น การศึกษา และอาชีพช่วงต้น
[แก้]ชีวิตช่วงต้น
[แก้]ฮาฟิซ อัลอะซัดเกิดในวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 1930 ที่ก็อรดาฮะฮ์ เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย เขาเกิดในครอบครัวชาวชนบทอะละวียากจนในชนเผ่ากัลบียะฮ์ของอะละวี[1][2][3] ภายหลัง อัลอะซัดรำลึกถึงในการประชุมสมัชชาสหภาพชาวนาว่า "ผมหลงใหลในการนวดข้าว... แต่ผมมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการทำฟาร์ม... ได้ใช้ชีวิตตามอารมณ์ และเข้าใจความหมายของชีวิต ผมยังคงเห็นภาพความอยุติธรรมในยุคนั้นอยู่ในใจ ไม่ว่าอดีตจะเลือนหายไปไกลแค่ไหน สิ่งสำคัญคือต้องรักษาภาพเหล่านี้ไว้ในใจ ไม่ใช่เพื่อบ่มเพาะความเกลียดชังต่อใคร แต่เพื่อมองเข้าไปในตัวพวกเขา เพราะสิ่งที่เราอดทนนั้นเป็นส่วนสำคัญของมุมมองต่อสิ่งต่าง ๆ และเป็นรากฐานที่เราสร้างปัจจุบันและอนาคตขึ้นมา"[4]
ซุลัยมาน อัลวะฮ์ฮิช ปู่ของเขา ได้ชื่อเล่นว่า อัลวะฮ์ฮิช (สัตว์ป่า) จากความแข็งแกร่งของเขา[5] พ่อแม่ของอัลอะซัดคือนาอิซะ ชาลีช กับอะลี อัลอะซัด[6] พ่อของเขาแต่งงานสองครั้งและมีบุตร 11 คน[7] ฮาฟิซเป็นบุตรชายคนที่ 9 และคนที่สี่จากการสมรสครั้งที่สอง[6]
ในคริสต์ทศวรรษ 1920 อะลีได้รับการเคารพนับถือในท้องถิ่นและในตอนแรกคัดค้านอาณัติสำหรับซีเรียและเลบานอน ซึ่งเป็นอาณัติของสันนิบาตชาติที่ปกครองโดยฝรั่งเศสที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการใน ค.ศ. 1923[8] กระนั้นในเวลาต่อมา อะลี ซุลัยมานได้ร่วมมือกับรัฐบาลฝรั่งเศสและได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ[9] ชาวบ้านเรียกเขาว่า "อัลอะซัด" (สิงโต) สำหรับความสำเร็จของเขา[8] และใน ค.ศ. 1927 เขาได้นำชื่อเล่น (ฉายา) มาตั้งเป็นนามสกุลของตนเอง[10]
การศึกษา และอาชีพการเมืองช่วงต้น
[แก้]ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
อุดมการณ์ทางการเมืองและความเชื่อ
[แก้]เดิมอัลอะซัดเป็นผู้อุทิศแด่อุดมการณ์รวมกลุ่มอาหรับอย่างจริงจัง และได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากญะมาล อับดุนนาศิรกับแนวคิดของเขา[11][ต้องการเลขหน้า] อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป อุดมการณ์ของเขาก็เปลี่ยนไปในทางชาตินิยมซีเรีย[12]
ผลเหล่านี้ ทำให้แนวคิดและวิธีการปกครองรัฐของเขากลายเป็นที่รู้จักในนามลัทธิอัลอะซัด ลัทธิอัลอะซัดถือเป็นแนวคิดแบบลัทธินีโอบะอษ์แบบสุดโต่งที่พัฒนามาในภายหลังและมีลักษณะเฉพาะตัวมากขึ้น โดยให้ฮาฟิซ อัลอะซัดเป็นศูนย์กลางในฐานะผู้ก่อตั้งและบิดาแห่งชาติซีเรียสมัยใหม่ นโยบายของลัทธิอัสอะซัเป็นการผสมผสานที่แปลกประหลาดระหว่างชาตินิยมอาหรับซีเรีย สังคมนิยมสุดโต่ง (จนถึงคริสต์ทศวรรษ 1990) ฆราวาสนิยม แสนยนิยม และลัทธิบูชาบุคคลที่มีฮาเฟซเป็นศูนย์กลาง: ลัทธิอัลอะซัดยกย่องฮาฟิซและพรรณนาถึงภูมิปัญญาของเขาว่า "เกินกว่าที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าใจได้"[13] ลัทธิอัลอะซัดไม่ได้ส่งเสริมอเทวนิยมและยึดถือแนวคิดดั้งเดิมมากกว่า ซึ่งแตกต่างจากลัทธินีโอบะอัษธของญะดีด เช่น การปฏิเสธหลักคำสอนเรื่องการส่งออกการปฏิวัติสังคมนิยม และกลยุทธ์ "สงครามประชาชน" ของลัทธิเหมา[14] ลัทธิอัลอะซัดสนับสนุนการจัดตั้งกองทัพมาตรฐานที่แข็งแกร่ง (แทนที่จะสนับสนุนกองกำลังตัวแทนดังเช่นในสมัยของญะดีด) และการจัดตั้งพันธมิตรกับองค์กรที่ไม่ใช่บะอัษในซีเรีย (ซึ่งถูกปฏิเสธโดยระบอบญาดีดเช่นกัน) ซึ่งท้ายที่สุดแล้วส่งผลให้เกิดการก่อตั้งแนวร่วมก้าวหน้าแห่งชาติ[15] การโฆษณาชวนเชื่อภาครัฐซีเรียแสดงให้เห็นว่าลัทธิอัลอะซัดเป็นกระแสบะอัษแบบใหม่ที่พัฒนาอุดมการณ์บะอัษให้สอดคล้องกับความต้องการของยุคสมัยใหม่[16]
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ ภายหลังรัฐประหาร ค.ศ. 1970 อะซัดดำรงสถานะผู้นำซีเรียโดยพฤตินัยในตำแหน่งหัวหน้าคณะบัญชาการภูมิภาคชั่วคราว จนเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1971 เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีและสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันเดียวกัน
- ↑ อาหรับ: حَافِظُ ٱلْأَسَدِ, อักษรโรมัน: Ḥāfiẓ al-ʾAsad
อ้างอิง
[แก้]รายการอ้างอิง
[แก้]- ↑ Bengio 1998, p. 135.
- ↑ Jessup 1998, p. 41.
- ↑ Reich 1990, p. 52.
- ↑ Batatu, Hanna (2012-09-17). Syria's Peasantry, the Descendants of Its Lesser Rural Notables, and Their Politics (ภาษาอังกฤษ). Princeton University Press. ISBN 978-1-4008-4584-2.
- ↑ Seale 1990, p. 3.
- 1 2 Alianak 2007, pp. 127–128.
- ↑ Seale 1990, p. 5.
- 1 2 Zahler 2009, p. 25.
- ↑ Seale 1990, p. 20.
- ↑ Alianak 2007, p. 128.
- ↑ Reich 1990.
- ↑ "The slow rise of Hafez al-Assad, from pan-Arabism to Syrian nationalism" (ภาษาอังกฤษ). 2025-02-05. สืบค้นเมื่อ 2025-08-26.
- ↑ Kheir, Karen Abul (2010). Korany, Bahgat; Hilāl, ʻAlī al-Dīn (บ.ก.). The Foreign Policies of Arab states: The Challenge of Globalization. An AUC Forum for International Affairs edition. The American University in Cairo Press. p. 423. ISBN 978-977-416-360-9.
- ↑ Kerr, Malcolm H. (1973). "Hafiz Asad and the Changing Patterns of Syrian Politics". International Journal. 28 (4): 689–706. doi:10.2307/40201173. ISSN 0020-7020.
- ↑ Mann, Joseph (2013). "Syria, Precipitator of the Six Day War". Middle Eastern Studies. 49 (4): 547–562. doi:10.1080/00263206.2013.798306. ISSN 0026-3206. JSTOR 23470917.
- ↑ Dam, Nikolaos van (2011). 10: Conclusions: The struggle for power in Syria: politics and society under Asad and the Ba'th Party (4 ed.). London: I. B. Tauris. ISBN 978-1-84885-760-5.
แหล่งข้อมูล
[แก้]- Amos, Deborah (2010). Eclipse of the Sunnis: Power, Exile, and Upheaval in the Middle East. PublicAffairs. ISBN 978-1-58648-649-5.
- Ahmad, M. (2010). Promised Land?: A Perspective on Palestinian–Israeli Conflict. AuthorHouse. ISBN 978-1-4490-1797-2.
- Bengio, Offra, บ.ก. (1998). Minorities and the State in the Arab World. Lynne Rienner Publishers. ISBN 978-1-55587-647-0.
- Alianak, Sonia (2007). Middle Eastern Leaders and Islam: A Precarious Equilibrium. Peter Lang. ISBN 978-0-8204-6924-9.
- Ball, Howard (2010). Genocide: A Reference Handbook. ABC-CLIO. ISBN 978-1-59884-488-7.
- Batatu, H. (1999). Syria's Peasantry, the Descendants of Its Lesser Rural Notables, and Their Politics. Princeton University Press. ISBN 0-691-00254-1.
- Blandford, Nicholas (2006). Killing Mr. Lebanon: The Assassination of Rafik Hariri and Its Impact on the Middle East. I.B. Tauris. ISBN 978-1-84511-202-8.
- Collelo, Thomas (1987). "1982 – 1987 Political Developments". Syria: A Country Study. Washington: GPO for the Library of Congress. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 October 2012. สืบค้นเมื่อ 8 October 2012.
- Dagher, Sam (2019). Assad or we Burn the Country (First U.S. ed.). New York: Little, Brown & Company. ISBN 978-0316556705.
- Dawisha, Adeed (2005). Arab Nationalism in the Twentieth Century: From Triumph to Despair (2nd ed.). Princeton University Press. ISBN 9780691122724.
- Devlin, John (1975). The Baath Party: a History from its Origins to 1966 (2nd ed.). Hoover Institution Press. ISBN 0817965610.
- Freedman, R. (2002). The Middle East Enters the Twenty-first Century. University Press of Florida. ISBN 978-0-8130-3110-1.
- Gilmour, David (1983). Lebanon: The Fractured Country. Routledge. ISBN 0312477384.
- Hinnebusch, Raymond (2001). Syria: Revolution from Above (1st ed.). Routledge. ISBN 978-0-415-26779-3.
- Leverett, F. (2005). Inheriting Syria: Bashar's Trial By Fire. Brookings Institution Press. ISBN 978-0-8157-5204-2.
- Jessup, John E. (1998). An Encyclopedic Dictionary of Conflict and Conflict Resolution, 1945–1996. Westport, CT: Greenwood Press. ISBN 978-0-313-28112-9. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 October 2017. สืบค้นเมื่อ 29 August 2017.
{{cite book}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์) - Lüthi, Lorenz M. (2020). "20: The Middle East". Cold Wars: Asia, the Middle East, Europe. New York: Cambridge University Press. doi:10.1017/9781108289825. ISBN 978-1-108-41833-1.
- Olmert, Yosef (1986). Shaked, Haim; Dishon, Daniel (บ.ก.). Middle East Contemporary Survey. Vol. 8. The Moshe Dayan Center. ISBN 978-965-224-006-4.
- Rabinovich, Itamar (1972). Syria Under the Baʻth, 1963–66: The Army Party Symbiosis. Transaction Publishers. ISBN 0-7065-1266-9.
- Reich, Bernard (1990). Political Leaders of the Contemporary Middle East and North Africa: A Biographical Dictionary. Greenwood Publishing Group. ISBN 978-0-313-26213-5.
- Seale, P. (1990). Asad: The Struggle for the Middle East. University of California Press. ISBN 978-0-520-06976-3.
- Seddon, David (2004). A Political and Economic Dictionary of the Middle East. Taylor & Francis. ISBN 978-1-85743-212-1.
- Solomon, Christopher (2022). "1:Introduction". In Search of Greater Syria: The History and Politics of the Syrian Social Nationalist Party. New York: I.B. Tauris. ISBN 978-1-8386-0640-4.
- Tucker, S.; Roberts, Priscilla M. (2008). The Encyclopedia of the Arab-Israeli Conflict: A Political, Social, and Military History: A Political, Social, and Military History. ABC-CLIO. ISBN 978-1-85109-842-2.
- Winslow, Charles (2012). Lebanon: War and Politics in a Fragmented Society. Routledge. ISBN 978-1-134-76240-8.
- Zahler, Kathy A. (2009). The Assads' Syria. Twenty-First Century Books. ISBN 978-0-8225-9095-8.
- Ziser, Eyal (2001). Asad's Legacy: Syria in Transition. C. Hurst & Co. Publishers. ISBN 978-1-85065-450-6.
- Zisser, Eyal (1995). Ayalon, Ami (บ.ก.). Middle East Contemporary Survey. Vol. 16. The Moshe Dayan Center. ISBN 978-0-8133-2133-2.
- Zisser, Eyal (2002). Maddy-Weitzman, Bruce (บ.ก.). Middle East Contemporary Survey. Vol. 23. The Moshe Dayan Center. ISBN 978-965-224-049-1.
หนังสืออ่านเพิ่มเติม
[แก้]- Carter, Terry; Dunston, Lara; Thomas, Amelia (2008). Syria and Lebanon. Lonely Planet. ISBN 978-1-74104-609-0.
- Olmert, Yosef (1988). Rabinovich, Itmar; Shaked, Haim (บ.ก.). Middle East Contemporary Survey. Vol. 10. The Moshe Dayan Center. ISBN 978-0-8133-0764-0.
- Phillips, David L. (2009). From Bullets to Ballots: Violent Muslim Movements in Transition. Transaction Publishers. ISBN 978-1-4128-0795-1.
- Zisser, Eyal (1993). Ayalon, Ami (บ.ก.). Middle East Contemporary Survey. Vol. 15. The Moshe Dayan Center. ISBN 978-0-8133-1869-1.
- Zisser, Eyal (2006). Commanding Syria: Bashar al-Asad and the First Years in Power. I. B. Tauris. ISBN 978-1-84511-153-3.