ฮะรัมฟอเทเมเยแมอ์ซูเมฮ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฮะรัมฟอเทเมเยแมอ์ซูเมฮ์
Aerial photographs of Qom, 29 March 2018 (13970109000106636579121753288836 38629) (cropped).jpg
ภาพถ่ายทางอากาศของฮะรัมฟอเทเมเยแมอ์ซูเมฮ์ที่มีโดมทองและมัสยิดแออ์ซอมแห่งโกม
ศาสนา
ศาสนาอิสลาม
ที่ตั้ง
ที่ตั้งโกม ประเทศอิหร่าน
ฮะรัมฟอเทเมเยแมอ์ซูเมฮ์ตั้งอยู่ในประเทศอิหร่าน
ฮะรัมฟอเทเมเยแมอ์ซูเมฮ์
ที่ตั้งในประเทศอิหร่าน
พิกัดภูมิศาสตร์34°38′30″N 50°52′44″E / 34.6417°N 50.8790°E / 34.6417; 50.8790พิกัดภูมิศาสตร์: 34°38′30″N 50°52′44″E / 34.6417°N 50.8790°E / 34.6417; 50.8790
สถาปัตยกรรม
ประเภทมัสยิด
รูปแบบอิหร่าน
ลักษณะจำเพาะ
โดม3
หอคอย6

ฮะรัมฟอเทเมเยแมอ์ซูเมฮ์ (เปอร์เซีย: حرم فاطمه معصومه, อักษรโรมัน: haram-e fateme-ye masumeh) ตั้งอยู่ที่โกม ซึ่งชีอะฮ์ถือเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่สุดอันดับ 2 ในประเทศอิหร่านรองจากแมชแฮด

ฟอเทเมฮ์ แมอ์ซูเมฮ์ เป็นพี่/น้องสาวของอะลี อัรริฎอ อิหม่ามคนที่ 8 และลูกสาวของมูซา อัลกาซิม อิหม่ามคนที่ 7 ในอิสลามนิกายชีอะฮ์ ผู้หญิงจะได้สถานะนักบุญถ้าเธอเป็นญาติใกล้ชิดกับหนึ่งในสิบสองอิหม่าม นั่นทำให้เธอได้สถานะเป็นนักบุญ และฮะรัมในโกมเป็นหนึ่งในอารามชีอะฮ์ที่สำคัญที่สุดในประเทศอิหร่าน โดยมีมุสลิมชีอะฮ์เดินทางมาขอพรที่นี่พันกว่าคน

นอกจากนี้ในสุสานมีลูกสาวทั้งสามของมุฮัมมัด อัตตะกี อิหม่ามคนที่ 9 ของชีอะฮ์ด้วย[1]

ความพิเศษ[แก้]

แผนที่ฮะรัมฟอเทเมเยแมอ์ซูเมฮ์ ในปีสุริยะคติที่ ๑๓๙๒ และ ๑๒๒๐

มัสยิดนี้ประกอบด้วยห้องสุสาน ลานสนาม 3 แห่ง และหอละหมาด 3 แห่ง ทำให้มีพื้นที่รวม 38,000 ตารางเมตร (410,000 ตารางฟุต) หอละหมาดทั้งสามแห่งมีชื่อดังนี้: Tabātabā'ī, Bālā Sar และ A‘dham[2][3]

ประวัติโดยย่อ[แก้]

ในยุคสมัยมุฮัมหมัด ชาฮ์ กาจาร
ในยุคสมัยซะฟาวีย์

สถานฝังร่างอันบริสุทธิ์ของฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ ได้มีการบูรณะซ่อมแซมและต่อเติมเรื่อยมาในหน้าประวัติศาสตร์.

ใน ฮ.ศ. ๖๐๕ อะมีร มุซัฟฟัร อะห์มัด บินอิสมาอีล ตระกูลใหญ่แห่งมุซัฟฟัร เป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตกระเบื้องผู้โด่งดังแห่งยุค มุฮัมหมัด บินอะบี ฏอเฮรกอชีย์ กุมมีย์ ได้ทำการสร้างและออกแบบกระเบื้องที่มีลวดลายหลากหลายไว้สำหรับประดับสุสาน. เขาใช้เวลา ๘ ปี ในการสร้างงานชิ้นนี้ และในปี ๖๑๓ การประดับกระเบื้องจึงแล้วเสร็จ.

จากคำบันทึกของ Jean Chardin นักเดินทางชาวฝรั่งเศสแห่งยุคซะฟาวีย์ (Safavid) ได้จารึกใน “มุชตาก ดาร” กล่าวถึงปีที่สร้างเอาไว้ ซึ่งคำนวณตามการเรียบเรียงอักษรแบบอาหรับที่ ๑๐๖๕ (ยุคกษัตริย์ชาอับบาสที่ ๒).

ในปีสุริยคติ 1377 (ปีอิหร่าน) สถานฝังพระศพได้มีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นในรูปแบบใหม่ ซึ่งทำจากกระเบื้องและหิน และผนังด้านในประดับด้วยหินอ่อนสีเขียว.

ฎอเรี๊ยะห์ (Zarih)[แก้]

 ในปี ๙๖๕ จัทรคติ กษัตริย์ตะฮ์มาสบ์ ซะฟาวีย์ (Shah Tahmasb Safavid) ได้สั่งให้สร้างฎอเรี๊ยะห์ด้วยอิฐขึ้นสี่ด้าน ซึ่งแต่ละด้านประดับด้วยกระเบื้องโมเสคเจ็ดสี โดยให้แต่ละด้านมีช่องไฟเพื่อให้ประชาชนที่มาเยี่ยมเยือนสามารถมองเห็นสุสานด้านใน และสามารถหย่อนเงินบริจาคของตนลงไปในฎอเรี๊ยะห์ได้.

ในปี ๑๒๓๐ จัทรคติ กษัตริย์ฟัตฮ์อาลี ชาฮ์ ได้ประดับฎอเรี๊ยะห์นั้นด้วยเงิน ซึ่งฎอเรี๊ยะห์ดังกล่าวได้ชำรุดไปตามกาลเวลา และในปี ๑๒๘๐ จัทรคติ ได้มีการเปลี่ยนฎอเรี๊ยะห์เงินอันเก่าเป็นฎอเรี๊ยะห์เงินอันใหม่อีกครั้ง.

ฎอเรี๊ยะห์ดังกล่าวได้รับการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง จนกระทั่งปีจัทรคติ ๑๓๖๘ ได้มีคำสั่งให้เปลี่ยนฎอเรี๊ยะห์อีกครั้ง โดยเพิ่มความละเอียดอ่อนและมีศิลป์อันงดงามตระการตาขึ้นกว่าเดิม ซึ่งฎอเรี๊ยะห์อันนี้ยังคงตั้งอยู่บนสุสานของท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ และปี ๑๓๘๐ สุริยคติ ได้มีการบูรณะซ่อมแซมอีกครั้ง. โดยได้ประดับฎอเรี๊ยะห์ด้วยการนำเงินแท้ ๙๒ และ๑๐๐ เปอร์เซ็นรวมกัน ที่ซื้อจากธนาคารกลางสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน และไม้ที่ใช้ในการสร้างฎอเรี๊ยะห์นั้นได้รับการออกแบบและแกะสลักโดยคณาจารย์หอศิลป์จากเมืองอิสฟาฮาน.

โดม[แก้]

 โดมอันแรกที่ได้ถูกสร้างขึ้น (หลังจากหลังคากระโจมในยุคมูซา บิน คัซรอจ) เหนือสุสานของท่านหญิงฟติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ เป็นโดมที่มีลักษณะเหมือนหอคอย โดยได้รับการอนุเคราะห์จากซัยหนับบุตรสาวของมุฮัมหมัด ตะกีย์ ซึ่งใช้วัสดุในการสร้างจากอิฐ หิน และปูนปลาสเตอร์ ในช่วงกลางศตวรรษที่สาม. 

เมื่อกาลเวลาผ่านไปและมีสตรีบางส่วนจากตระกูลอะละวีย์ถูกฝังใกล้กับสุสานของท่านหญิงฟาติมะฮ์มะอ์ซูมะฮ์ จึงทำให้มีการสร้างโดมอีกสองโดมขึ้นมาใกล้กับโดมอันแรก.

โดมทั้งสามยังคงอยู่จนถึงปีจันทรคติที่ ๔๔๗ จนกระทั่งในปีดังกล่าว มีร อบุลฟัฎล์ อะรากีย์ (รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม) ได้สนับสนุนให้เชคฏูซีย์ สร้างโดมขึ้นมาใหม่โดยให้กว้างและใหญ่ขึ้น (ให้โดมทั้งสามเป็นโดมเดียวกัน) และประดับประดาด้วยการวาดลวดลายด้วยสีต่างๆ ตกแต่งและประดับประดาด้วยอิฐ และกระเบื้องที่มีลวดลายงดงาม โดยไม่ให้มีซุ้มประตูเชื่อมต่อกันเพื่อให้สุสานต่างๆ ของบรรดาลูกหลานศาสดาได้รวมอยู่ภายใต้โดมเดียวกัน

ในปีจันทรคติที่ ๙๒๕ โดมดังกล่าวได้รับการบูรณะโดย ชาฮ์บัยกีย์ บีกัม ภริยา ชาฮ์อิสมาอีล และพื้นผิวด้านนอกของโดมให้ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสค. และยังให้สร้างซุ้มประตูที่สูงสง่าพร้อมกับสองมะนาเระฮ์ (หอคอย) ในบริเวณลานอะตีกด้วย.

ในที่สุดปีจันทรคติที่ ๑๒๑๘ รัชสมัยของกษัตริย์ ฟัตห์อะลี ชาฮ์ กาจาร โดมได้ถูกตกแต่งด้วยอิฐสีทอง ซึ่งยังคงอยู่จนถึงปีสุริยคติที่ ๑๓๗๙.

 ในปี ๑๓๘๐ โดมภายนอกถูกทำลาย และเพื่อป้องกันความเสียหายอื่น ๆ แก่โดมทอง จึงมีการสั่งซ้อมแซมให้กลุ่มเตาลียัต ออสตอเนะ มุก็อดดัส จัดหาผู้รับเหมา และมัสอูดีย์ โคมัยนีย์ ได้รับมอบหมายให้ปรับโครงสร้างและซ่อมแซมโดมดังกล่าว. เมื่อมีการบูรณะใหม่อิฐทองทั้งหมดถูกเก็บรวบรวมไว้. ได้มีค่าใช้จ่ายถึง ๒๕ พันล้านริยาลหลังจากการบูรณะใหม่ของโดมดังกล่าว และได้มีการเปิดฤกษ์โดมใหม่ในวันที่ ๖ เดือนโฮรดิบิเฮช (เดือนที่สองของอิหร่าน) ปีสุริยคติที่ ๑๓๘๔ โดยพณฯ มุฮัมหมัด ตะกีย์ เบฮ์ญัต.

บุคคลสำคัญที่ถูกฝัง[แก้]

เชื้อพระวงศ์[แก้]

บุคคลทางการเมือง[แก้]

นักวิชาการ[แก้]

ผู้นำศาสนา[แก้]

แกลเลอรี่[แก้]

ภาพฮะรัมฟอเทเมเยแมอ์ซูเมฮ์ บนธนบัตรของอิหร่าน

อ้างอิง[แก้]

  1. "Qum, Iran". sacredsites.com. สืบค้นเมื่อ 12 March 2009.
  2. Jaffer, Masuma (2003). Lady Fatima Masuma (a) of Qum. Qum: Jami'at al-Zahra. ISBN 964-438-455-5.
  3. "Today's Top StoriesQom Province". indiasnews.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 December 2008. สืบค้นเมื่อ 18 December 2006. Shrine of Hazrat Masoumeh, sister of Imam Reza, one of Iran's holiest places, is in Qom.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]