ฮะรัมท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แผนที่ฮะรัมท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ ในปีสุริยะคติที่ ๑๓๙๒ และ ๑๒๒๐ 
ในยุคสมัยมุฮัมหมัด ชาฮ์ กาจาร
ในยุคสมัยซะฟาวีย์

ฮะรัมท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ มีความสูง 20/1 ความยาว 95/2 และความกว้าง 20/1 เมตร มีการประดับด้วยกระเบื้องอย่างงดงามและประณีตในช่วงเริ่มต้นศตวรรษที่ ๗. ตัวฮะรัมมีกำแพงล้อมรอบสูงประมาณ 2 เมตร กว้างประมาณ ๔๐.๔ คูณ ๘๐.๔ ซึ่งก่อสร้างขึ้นเมื่อปีฮิจเราะฮ์ ๙๕๐. และได้รับการตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสค ปัจจุบันมีลูกกรงเงินล้อมรอบตัวฮะรัมไว้ซึ่งเรียกกันว่า (ฎอเรี้ยะอ์)

ประวัติโดยย่อ[แก้]

สถานฝังร่างอันบริสุทธิ์ของฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ ได้มีการบูรณะซ่อมแซมและต่อเติมเรื่อยมาในหน้าประวัติศาสตร์.

ใน ฮ.ศ.ที่ ๖๐๕ อะมีร มุซัฟฟัร อะห์มัด บินอิสมาอีล ตระกูลใหญ่แห่งมุซัฟฟัร เป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตกระเบื้องผู้โด่งดังแห่งยุค มุฮัมหมัด บินอะบี ฏอเฮรกอชีย์ กุมมีย์ ได้ทำการสร้างและออกแบบกระเบื้องที่มีลวดลายหลากหลายไว้สำหรับประดับสุสาน. เขาใช้เวลา ๘ ปี ในการสร้างงานชิ้นนี้ และในปี ๖๑๓ การประดับกระเบื้องจึงแล้วเสร็จ.

จากคำบันทึกของ Jean Chardin นักเดินทางชาวฝรั่งเศสแห่งยุคซะฟาวีย์ (Safavid) ได้จารึกใน “มุชตาก ดาร” กล่าวถึงปีที่สร้างเอาไว้ ซึ่งคำนวณตามการเรียบเรียงอักษรแบบอาหรับที่ ๑๐๖๕ (ยุคกษัตริย์ชาอับบาสที่ ๒).

ในปีสุริยคติ 1377 (ปีอิหร่าน) สถานฝังพระศพได้มีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นในรูปแบบใหม่ ซึ่งทำจากกระเบื้องและหิน และผนังด้านในประดับด้วยหินอ่อนสีเขียว.

ฎอเรี๊ยะห์ (Zarih)[แก้]

 ในปี ๙๖๕ จัทรคติ กษัตริย์ตะฮ์มาสบ์ ซะฟาวีย์ (Shah Tahmasb Safavid) ได้สั่งให้สร้างฎอเรี๊ยะห์ด้วยอิฐขึ้นสี่ด้าน ซึ่งแต่ละด้านประดับด้วยกระเบื้องโมเสคเจ็ดสี โดยให้แต่ละด้านมีช่องไฟเพื่อให้ประชาชนที่มาเยี่ยมเยือนสามารถมองเห็นสุสานด้านใน และสามารถหย่อนเงินบริจาคของตนลงไปในฎอเรี๊ยะห์ได้.

ในปี ๑๒๓๐ จัทรคติ กษัตริย์ฟัตฮ์อาลี ชาฮ์ ได้ประดับฎอเรี๊ยะห์นั้นด้วยเงิน ซึ่งฎอเรี๊ยะห์ดังกล่าวได้ชำรุดไปตามกาลเวลา และในปี ๑๒๘๐ จัทรคติ ได้มีการเปลี่ยนฎอเรี๊ยะห์เงินอันเก่าเป็นฎอเรี๊ยะห์เงินอันใหม่อีกครั้ง.

ฎอเรี๊ยะห์ดังกล่าวได้รับการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง จนกระทั้งปีจัทรคติ ๑๓๖๘ ได้มีคำสั่งให้เปลี่ยนฎอเรี๊ยะห์อีกครั้ง โดยเพิ่มความละเอียดอ่อนและมีศิลป์อันงดงามตระการตาขึ้นกว่าเดิม ซึ่งฎอเรี๊ยะห์อันนี้ยังคงตั้งอยู่บนสุสานของท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ และปี ๑๓๘๐ สุริยคติ ได้มีการบูรณะซ่อมแซมอีกครั้ง. โดยได้ประดับฎอเรี๊ยะห์ด้วยการนำเงินแท้ ๙๒ และ๑๐๐ เปอร์เซ็นรวมกัน ที่ซื้อจากธนาคารกลางสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน และไม้ที่ใช้ในการสร้างฎอเรี๊ยะห์นั้นได้รับการออกแบบและแกะสลักโดยคณาจารย์หอศิลป์จากเมืองอิสฟาฮาน.

โดม[แก้]

 โดมอันแรกที่ได้ถูกสร้างขึ้น (หลังจากหลังคากระโจมในยุคมูซา บิน คัซรอจ) เหนือสุสานของท่านหญิงฟติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ เป็นโดมที่มีลักษณะเหมือนหอคอย โดยได้รับการอนุเคราะห์จากซัยหนับบุตรสาวของมุฮัมหมัด ตะกีย์ ซึ่งใช้วัสดุในการสร้างจากอิฐ หิน และปูนปลาสเตอร์ ในช่วงกลางศตวรรษที่สาม. 

เมื่อกาลเวลาผ่านไปและมีสตรีบางส่วนจากตระกูลอะละวีย์ถูกฝังใกล้กับสุสานของท่านหญิงฟาติมะฮ์มะอ์ซูมะฮ์ จึงทำให้มีการสร้างโดมอีกสองโดมขึ้นมาใกล้กับโดมอันแรก.

โดมทั้งสามยังคงอยู่จนถึงปีจันทรคติที่ ๔๔๗ จนกระทั่งในปีดังกล่าว มีร อบุลฟัฎล์ อะรากีย์ (รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม) ได้สนับสนุนให้เชคฏูซีย์ สร้างโดมขึ้นมาใหม่โดยให้กว้างและใหญ่ขึ้น (ให้โดมทั้งสามเป็นโดมเดียวกัน) และประดับประดาด้วยการวาดลวดลายด้วยสีต่างๆ ตกแต่งและประดับประดาด้วยอิฐ และกระเบื้องที่มีลวดลายงดงาม โดยไม่ให้มีซุ้มประตูเชื่อมต่อกันเพื่อให้สุสานต่างๆ ของบรรดาลูกหลานศาสดาได้รวมอยู่ภายใต้โดมเดียวกัน

ในปีจันทรคติที่ ๙๒๕ โดมดังกล่าวได้รับการบูรณะโดย ชาฮ์บัยกีย์ บีกัม ภริยา ชาฮ์อิสมาอีล และพื้นผิวด้านนอกของโดมให้ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสค. และยังให้สร้างซุ้มประตูที่สูงสง่าพร้อมกับสองมะนาเระฮ์ (หอคอย) ในบริเวณลานอะตีกด้วย.

ในที่สุดปีจันทรคติที่ ๑๒๑๘ รัชสมัยของกษัตริย์ ฟัตห์อะลี ชาฮ์ กาจาร โดมได้ถูกตกแต่งด้วยอิฐสีทอง ซึ่งยังคงอยู่จนถึงปีสุริยคติที่ ๑๓๗๙.

 ในปี ๑๓๘๐ โดมภายนอกถูกทำลาย และเพื่อป้องกันความเสียหายอื่น ๆ แก่โดมทอง จึงมีการสั่งซ้อมแซมให้กลุ่มเตาลียัต ออสตอเนะ มุก็อดดัส จัดหาผู้รับเหมา และมัสอูดีย์ โคมัยนีย์ ได้รับมอบหมายให้ปรับโครงสร้างและซ่อมแซมโดมดังกล่าว. เมื่อมีการบูรณะใหม่อิฐทองทั้งหมดถูกเก็บรวบรวมไว้. ได้มีค่าใช้จ่ายถึง ๒๕ พันล้านริยาลหลังจากการบูรณะใหม่ของโดมดังกล่าว และได้มีการเปิดฤกษ์โดมใหม่ในวันที่ ๖ เดือนโฮรดิบิเฮช (เดือนที่สองของอิหร่าน) ปีสุริยคติที่ ๑๓๘๔ โดยพณฯ มุฮัมหมัด ตะกีย์ เบฮ์ญัต.

บรรดากษัตริย์ที่ฝังอยู่ในฮะรัม[แก้]

 กษัตริษ์สี่พระองค์จากราชวงศ์ซาฟาวีย์ , สองพระองค์จากราชวงศ์กาจาร และพระโอรสอีกหลายพระองค์จากเชื้อพระวงศ์กาจารที่ถูกฝั่งในบริเวณสุสานท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะฮ์ซูมะฮ์.

บรรดากษัตริย์แห่งราชวงศ์ซาฟาวีย์[แก้]

บรรดากษัตริย์แห่งราชวงศ์ซาฟาวีย์ จะถูกฝังอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสุสาน (ระวอก ยุนูบีย์). ซึ่งสุสานเหล่านี้ได้ถูกนำออกไป จนสถานที่ดังกล่าวเป็นผืนเดียวกัน.

  • กษัตริษ์ชาฮ์ ซะฟีย์
  • กษัตริย์ชาฮ์ อับบาสที่สอง
  • กษัตริย์ชาฮ์ สุไลมาน
  • กษัตริย์ชาฮ์ สุละต่าน ฮุเซน

บรรดากษัตริย์แห่งราชวงศ์กาจาร[แก้]

บรรดากษัตริย์แห่งราชวงศ์กาจาร ถูกฝังอยู่ทางด้านเหนือของลานอะตีก. ซึ่งแท่นหินที่วางไว้เหนือสุสานถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์.

  • กษัตริย์ฟัตห์อาลี ชาฮ์ กาจาร
  • กษัตริย์มุฮัมหมัด ชาฮ์ กาจาร

โอรสและผู้ปกครองแห่งราชวงศ์กาจาร[แก้]

  • มะด์ อุลยา (Malek Jahan Khanom, Mahd-e Olia) (มารดานาศิรุดดีน ชาฮ์ กาจาร) ฝั่งทิศใต้หลุมศพมุฮัมหมัด ชาฮ์
  • มะนูเชะร์ มุอ์ตะมัด อัดเดาละฮ์ (Manouchehr Khan Gorji) (ผู้ปกครองเมืองอิสฟาฮาน) ใกล้กับสุสานมุฮัมหมัด ชาฮ์ กาจาร
  • มีรซาฮะซัน มุสตะวะฟีย์ อัลมะมาลิก (Mostowfi ol-Mamalek) ใกล้กับสุสาน ฟัตห์อาลี ชาฮ์ กาจาร
  • กะฮ์ระมาน มีรซา (โอรสของอับบาส มีร์ซา) 

แกลเลอรี่[แก้]

ภาพฮะรัมท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ บนธนบัตรของอิหร่าน

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง[แก้]

  • มุฮัมหมัด นาฏิก อิสฟาฮานีย์

แหล่งที่มา[แก้]

แม่แบบ:پانویس