ฮอนด้า สเตปแวกอน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Picto infobox automobil.png
ฮอนด้า สเตปแวกอน
Honda STEP WGN Modulo X (DBA-RP3).jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตฮอนด้า
เริ่มผลิตเมื่อพ.ศ. 2539–ปัจจุบัน
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขนาดเล็ก
รูปแบบตัวถังรถตู้เล็ก
รุ่นที่คล้ายกันฮอนด้า ซีวิค

ฮอนด้า สตปแวกอน (อังกฤษ: Honda Stepwgn) เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กผลิตโดยบริษัทฮอนด้าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 โดยสเตปแวกอนได้ออกแบบให้มีห้องโดยสารที่สูงกว่าฮอนด้า โอดิสซีย์และฮอนด้า สตรีม และสามารถรองรับผู้โดยสารมากถึงแปดคน มากกว่าโอดิสซีย์และสตรีม

โฉมที่หนึ่ง (2539–2544)[แก้]

Picto infobox automobil.png
ฮอนด้า สเตปแวกอน รุ่นที่หนึ่ง
Honda Step WGN 001.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตฮอนด้า
เริ่มผลิตเมื่อ2539–2544
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก
รูปแบบตัวถังรถตู้เล็ก 3 ประตู
โครงสร้างเครื่องวางหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า
ขับเคลื่อนสี่ล้อ[1]
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์2.0 ลิตร (122.0 ลบ. นิ้ว) รหัส B20B I4
ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
มิติ
ระยะฐานล้อ2,855 มม. (112 นิ้ว)
ความยาว4,705 มม. (185 นิ้ว)
ความกว้าง1,695 มม. (67 นิ้ว)
ความสูง1,815 มม. (71 นิ้ว)
น้ำหนัก1,410–1,645 กก. (3,109–3,627 ปอนด์)

เอฟ-เอ็มเอ็กซ์ (2538)[แก้]

สเตปแวกอนรุ่นแรกได้ปรากฏตัวในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ในชื่อ "เอฟ-เอ็มเอ็กซ์" ในปี พ.ศ. 2538

จำหน่ายจริง (2539–)[แก้]

ในประเทศญี่ปุ่นเริ่มขายเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2539 สเตปแวกอนได้สร้างบนพื้นฐานของซีวิค และมีราคาประหยัดโดยจากรุ่นเริ่มต้นราคา 1,548,000 เยนถึง 2,368,000 เยน [2] ฝั่งผู้โดยสารได้ใช้ประตูเลื่อนเพื่อให้เข้าออกได้สะดวก สำหรับเครื่องยนต์มีเพียงเครื่องยนต์เดียวให้เลือกใช้คือเครื่องยนต์ 2 ลิตร สี่สูบ เกียร์อัตโนมัติซีวีทีและลดการใช้ชิ้นส่วนที่เป็นเหล็กเพื่อลดต้นทุน[3]

ปรับอุปกรณ์ปี 2540[แก้]

การเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ในปี 2540 ประกอบไปด้วยการเพิ่มระบบเบรกป้องกันล้อล็อกและถุงลมนิรภัยคู่หน้ามาเป็นออปชันมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย เริ่มจำหน่ายมื่อเดือนสิงหาคม 2540[4]

สเตปแวกอน ฟิลด์ เด็ก (2541–)[แก้]

สเตปแวกอน ฟิลด์ เด็ก

เป็นสเตปแวกอนเวอร์ชันที่สามารถกางหลังคาเป็นเต็นท์ได้ ออกแบบมาสำหรับการไปทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกบ้าน และทำมาจากพลาสติกเสริมแรงด้วยใยแก้ว เริ่มจำหน่ายเมื่อเดือกมาราคม 2541[5]

ปรับโฉมปี 2543[แก้]

สเตปแวกอนรุ่นแรกได้รับการปรับโฉมในเดือนพฤษภาคม 2543 โดยได้มีการเปลี่ยนไฟหน้าใหม่และตำแหน่งแผ่นป้ายทะเบียนได้เลื่อนลงไปที่ด้านล่าง

โฉมที่สอง (2544–2548)[แก้]

Picto infobox automobil.png
ฮอนด้า สเตปแวกอน รุ่นที่สอง
Honda StepWGN 2001.JPG
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตฮอนด้า
เริ่มผลิตเมื่อ2544–2548
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์2.0 ลิตร (122.0 ลบ. นิ้ว) K20A I4
2.4 ลิตร (146.5 ลบ. นิ้ว) K24A I4 [6]
ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ (2.0L)
อัตโนมัติ 5 จังหวะ (2.4L)
มิติ
ระยะฐานล้อ2,855 มม. (112 นิ้ว)
ความยาว4,705 มม. (185 นิ้ว)
ความกว้าง1,695 มม. (67 นิ้ว)
ความสูง1,815 มม. (71 นิ้ว)
น้ำหนัก1,490–1,620 กก. (3,285–3,571 ปอนด์)

จำหน่ายจริง[แก้]

ฮอนด้า สเตปแวกอนรุ่นที่สองได้เผยโฉมในเดือนเมษายน พ.ศ. 2544 ในงานโตเกียวทอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 35[7] โดยสร้างจากพื้นฐานของรุ่นก่อนหน้า

โดยสเตปแวกอนรุ่นที่สองนี้ได้ออกแบบมาให้กับครอบครัวที่มีลูก โดยมีประตูสไลด์ที่ด้านข้าง และเบาะแถวที่สองสามารถพับไว้สำหรับเก็บสัมภาระ และเล่น (หันหน้ามาหากัน) หรือรับประทานอาหาร และนอน ในส่วนของเครื่องยนต์มาพร้อมกับเครื่องยนต์ฮอนด้ารหัส K 2.0 ลิตร DOHC i-VTEC ให้กำลัง 160 แรงม้า ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการขับขี่และประหยัดน้ำมัน และได้ทำให้ส่วนประกอบของรถบางอย่างแข็งขึ้นเพื่อเพิ่มการขับขี่ให้ดีขึ้น

สเตปแวกอน อัลมัส (2544–)[แก้]

สเตปแวกอน อัลมัส ได้มีตัวช่วยในการยกเบาะไปด้านนอกเพื่อรับผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการที่ไม่สามารถขึ้นไปนั่งในตัวรถในทันทีได้ เริ่มจำหน่ายเมื่อ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2544[8]

ปรับโฉมปี 2546[แก้]

ในเดือนมิถุนาย พ.ศ. 2546 ฮอนด้าได้มีการปรับเปลี่ยนการออกแบบใหม่ ได้เปลี่ยนกันชนหน้าและกันชนหลังใหม่ให้ดูมีความคล้ายกับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นอื่น ๆ ตอนนั้น และได้แนะนำรุ่น "สปาด้า" ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร รหัส K24A DOHC i-VTEC ให้กำลัง 162 แรงม้า และมาพร้อมกับบังโคลนรถที่เป็นเอกลักษณ์

โดยได้เปิดตัวในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 พ.ศ. 2546[9][10]

โฉมผลิต[แก้]

สำหรับยอดจำหน่ายสเตปแวกอนในญี่ปุ่นใน 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2547 จำหน่ายไปได้ 24,389 หน่วย[11]

โฉมที่สาม (2548–2552)[แก้]

Picto infobox automobil.png
ฮอนด้า สเตปแวกอน รุ่นที่สาม
2007 Honda Step WGN 01.JPG
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตฮอนด้า
เริ่มผลิตเมื่อ2548–2552
ตัวถังและช่วงล่าง
รูปแบบตัวถังมินิแวน 5 ประตู
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์2.0 ลิตร (122.0 ลบ. นิ้ว) K20A I4[12]
2.4 ลิตร (146.5 ลบ. นิ้ว) K24A I4[13]
ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ (2.0L)
อัตโนมัติ 5 จังหวะ (2.4L 4WD)
CVT (2.4L FWD)
มิติ
ระยะฐานล้อ2,855 มม. (112 นิ้ว)
ความยาว4,630 มม. (182 นิ้ว)
ความกว้าง1,695 มม. (67 นิ้ว)
ความสูง1,770 มม. (70 นิ้ว)
น้ำหนัก1,540–1,660 กก. (3,395–3,660 ปอนด์)

รุ่นที่สามของฮอนด้า เสตปแวกอน มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด

ฮอนด้าประกาศเปิดตัวสเตปแวกอนรุ่นที่ 3 ในวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 รุ่นที่สามนี้จะมาพร้อมประตูสไลด์ทั้งสองฝั่งไม่เหมือนกับรุ่นก่อนหน้าที่มีเพียงแค่ฝั่งเดียวเพื่อขายแข่งกับนิสสัน เซเรน่าและโตโยต้า พรีเวียหรือเรียกว่าโตโยต้า เอสติม่า

ด้วยแชสซีแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ที่ต่ำลง และแม้ว่าขนาดของรถเล็กลง แต่พื้นที่ภายในของห้องโดยสารยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และยังเพิ่มสมรรถนะการควบคุมการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นด้วย ส่วนแพลตฟอร์มยังคงสร้างจากฮอนด้า ซีวิค ส่วนเครื่องยนต์ยังใช้เครื่องยนต์เดิมทั้งรุ่น 2.0 ลิตรและ 2.4 ลิตร

โฉมญี่ปุ่นเริ่มขายในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2548[14]

โฉมที่สี่ (2552–2558)[แก้]

Picto infobox automobil.png
ฮอนด้า สเตปแวกอน รุ่นที่ 4
2009 Honda StepWGN 01.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตฮอนด้า
เริ่มผลิตเมื่อ2552–2558
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์2.0 ลิตร (122 ลบ. นิ้ว) R20A I4[15]
ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ
CVT
มิติ
ระยะฐานล้อ2,855 มม. (112 นิ้ว)
ความยาว4,690 มม. (185 นิ้ว)
ความกว้าง1,695 มม. (67 นิ้ว)
ความสูง1,815 มม. (71 นิ้ว)
น้ำหนัก1,580–1,750 กก. (3,483–3,858 ปอนด์)

ฮอนด้า สเตปแวกอนโฉมที่สี่ได้รับการออกแบบใหม่หมด โดยรุ่นใหม่นี้ได้เพิ่มความสูงและความยาวขึ้น แต่ยังคงความกว้างไว้เท่าเดิมเมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้ว สเตปแวกอนมาพร้อมเจ็ดรุ่นย่อย: G, G L Package, L, Li, Spada S, Spada Z และ Spada Zi โดยเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ไม่ได้ทำตลาดอีกต่อไปแล้ว เหลือเพียงแค่เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรรหัสใหม่ R20A 155 แรงม้า ที่ทำตลาดต่อ[16]

สเตปแวกอนโฉมที่สี่นี้ เคยได้มาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เนื่องจากจากขณะนั้นได้เกิดเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศไทยเมื่อปี 2554 ทำให้โรงงานประกอบรถยนต์ฮอนด้าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับความเสียหายอย่างหนัก ไม่สามารถผลิตรถยนต์ได้ และในขณะนั้น รัฐบาลก็ได้งดจัดเก็บภาษีการนำเข้ารถยนต์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นผู้ประกอบการ ฮอนด้าจึงนำเข้ารถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวน 5 รุ่น โดย 2 รุ่นนำเข้าเพื่อไม่ให้ผู้ที่สั่งจองรถได้รับรถช้าเกินไปนั่นก็คือฮอนด้า แจ๊ซและฮอนด้า แอคคอร์ด ส่วนอีกสามรุ่นเป็นรถที่ยังไม่เคยมีการเปิดตัวและจำหน่ายในไทยเลยและนำมาขายเนื่องจากต้องฟื้นฟูจากภาวะน้ำท่วมใหญ่คือฮอนด้า ซีอาร์-แซด ฮอนด้า โอดิสซีย์ และฮอนด้า สเตปแวกอน[17]

ฮอนด้า สเตปแวกอนที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย มีเพียงเฉพาะรุ่น Spada เท่านั้น ไม่มีกระจก Skyroof และพวงมาลัยมัลติฟังชันเมื่อเทียบกับรุ่นที่จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น

รุ่นปรับโฉม[แก้]

ในปี พ.ศ. 2555 สเตปแวกอนก็ได้มีการปรับโฉมเกิดขึ้น โดยมีกระจังหน้าใหม่ กันชนหน้าใหม่ ไฟท้ายใหม่ ล้อลายใหม่ และเพิ่มกล้องมองหลังให้กับทุกรุ่น

โฉมที่ห้า (2558–ปัจจุบัน)[แก้]

Picto infobox automobil.png
ฮอนด้า สเตปแวกอน รุ่นที่ 5
Honda STEP WGN Modulo X (DBA-RP3).jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตฮอนด้า
เริ่มผลิตเมื่อ2558–ปัจจุบัน
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์1.5L L15B
2.0L LFA
มิติ
ระยะฐานล้อ2,890 มม. (114 นิ้ว)
ความยาว4,690 มม. (185 นิ้ว)
ความกว้าง1,695 มม. (67 นิ้ว)
ความสูง1,840–1,855 มม. (72–73 นิ้ว)
น้ำหนัก1,630–1,770 กก. (3,594–3,902 ปอนด์)

ฮอนด้า สแตปแวกอนรุ่นที่ห้าได้เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2558 พร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ 1.5 ลิตร เทอร์โบหัวฉีดตรง สเตปแวกอนรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับประตูหลังแบบใหม่เรียกว่าประตูวะกุวะกุ (คำว่าวะกุวะกุในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าน่าตื่นเต้น) ประตูวะกุวะกุนี้สามารถเปิดออกจากด้านล่างได้และเปิดออกทางด้านข้างครึ่งหนึ่งได้[18]

รุ่นปรับโฉม[แก้]

รุ่นปรับโฉม

ในรุ่นปรับโฉมได้มีการเปลี่ยนแปลงใบหน้าใหม่โดยฝากระโปรงหน้าเหลี่ยมสันขึ้น กระจังหน้าใหม่ ไฟหน้าแอลอีดีใหม่และกันชนหน้าใหม่ พร้อมกับแพ็คเกจฮอนด้า เซ็นซิ่งใหม่[19]

อ้างอิง[แก้]

  1. Honda Stepwgn 1996 (used and new) - specs and pics at AMAYAMA.COM
  2. HONDA STEPWAGON catalog - reviews, pics, specs and prices | Goo-net Exchange
  3. 1997 Honda Stepwgn Whitey full specs, performance and photos (since middle 1997 for Japan )
  4. Honda's StepWGN (Step Wagon) Goes Through a Minor Model Change
  5. Honda Launches Step WGN Field Deck with Pop-Up Roof
  6. 2003 Honda Stepwgn Spada 24t full specs, performance and photos (since middle 2003 for Japan )
  7. Honda Automobile / Motorcycle Booth at the 35th Tokyo Motor Show
  8. Honda Announces Full Model Changes for "STEP WGN" and "STEP WGN ALMAS"
  9. 37th Tokyo Motor Show 2003 - Production Vehicles
  10. Honda Announces Automobiles and Motorcycles to be Displayed at the 37th Tokyo Motor Show
  11. Honda Achieves Record Global Auto Production for First Six Months of 2004
  12. 2005 Honda Stepwgn B full specs, performance and photos (since middle 2005 for Japan )
  13. 2005 Honda Stepwgn 24z full specs, performance and photos (since middle 2005 for Japan )
  14. Honda Introduces All-New Step Wagon
  15. 2009 Honda Stepwgn G full specs, performance and photos (since October 2009 for Japan )
  16. "Honda StepWGN available in Japan". Taume News. 2009-10-10. Archived from the original on 2009-10-12. สืบค้นเมื่อ 2009-10-10.
  17. "ทดลองขับ Honda STEPWGN SPADA 2.0 CVT : ตู้ปลาติดล้อของพ่อบ้าน Ultra Man !". headlightmag.com. 10-06-2012. สืบค้นเมื่อ 28-10-2017. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  18. [1]
  19. "Honda StepWGN Spada Minorchange พลิกหน้าจากความเรียบ พลิกบุคลิกสู่ความดุดัน". headlightmag.com. 30-09-2017. สืบค้นเมื่อ 28-10-2017. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)