ฮอนด้า ฟรีด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฮอนด้า ฟรีด
Honda Freed 0273.JPG
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิต ฮอนด้า
เริ่มผลิตเมื่อ 2551–ปัจจุบัน
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภท รถยนต์เอนกประสงค์ขนาดเล็กมาก
รูปแบบตัวถัง มินิแวน 5 ประตู
โครงสร้าง เครื่องวางหน้า
ขับเคลื่อนสอง/สี่ล้อ
รุ่นที่คล้ายกัน ฮอนด้า แจ๊ซ
ฮอนด้า ซิตี้
ฮอนด้า เอชอาร์-วี

ฮอนด้า ฟรีด (อังกฤษ: Honda Freed, ญี่ปุ่น: ホンダ・フリード Honda furīdo ?) เป็นรถยนต์เอนกประสงค์ขนาดเล็กมาก ผลิตโดยบริษัทฮอนด้า เริ่มผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2551 โดยเข้ามาแทนที่ฮอนด้า โมบิลิโอ รถมินิแวนทรงกล่องที่เริ่มผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2544 และเลิกผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2551 โดยใช้พื้นฐานของฮอนด้า แจ๊ซ, ซิตี้และอินไซท์

ในประเทศไทย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำเข้าฮอนด้า ฟรีดจากอินโดนีเซียเข้ามาจำหน่ายเมื่อปี พ.ศ. 2552 ถือเป็นการกลับมาของตลาดมินิแวน ในประเทศไทยของฮอนด้า เพราะฮอนด้าเองก็เว้นว่างจากการลงสู่สมรภูมิรบมินิแวนในประเทศไทยมานานมาก ตั้งแต่ช่วงที่ฮอนด้าเลิกสั่งนำเข้าฮอนด้า สตรีม และฮอนด้า โอดิสซีย์ เมื่อปี พ.ศ. 2549

ต่อมาในเดือนกันยายน พ.ศ. 2552 ได้มีการเปิดตัวรุ่นไฮบริดด้วย และได้เริ่มวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2554[1]

ที่มา[แก้]

ฮอนด้าในญี่ปุ่น ต้องการที่จะทำรถยนต์ Minivan ออกมาเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการรถ Minivan ที่มีความเอนกประสงค์ ไม่เฉพาะฮอนด้า สตรีมเท่านั้น เพียงแต่ว่างบประมาณไม่มากพอที่จะอุดหนุนรถ Minivan รุ่นอื่น ๆ ของฮอนด้า ทั้งฮอนด้า สเตปวากอน, ฮอนด้า โอดิสซี และฮอนด้า อีลิชั่น โดยฮอนด้าทำมินิแวนรุ่นแรกออกมา ซึ่งก็คือฮอนด้า โอดิสซี (อังกฤษ: Honda Odyssey) นั่นเอง ซึ่งตลาดนี้เคยเป็นตลาดที่นิสสันเคยบุกเบิกเอาไว้ หมายความว่าฮอนด้ายังไม่เคยทำรถมินิแวนที่มีขนาดเล็กกว่าสตรีมไปจำหน่าย ในปี พ.ศ. 2544 ฮอนด้าจึงได้เปิดตัวโมบิลิโอออกมา สร้างขึ้นบนพื้นฐานของแจ๊ซรุ่นแรก แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากตัวรถที่ดูแข็ง ๆ เป็นทรงกล่อง และเครื่องยนต์ที่สมรรถนะไม่ได้ดีพอ ถึงแม้ว่าจะกระตุ้นตลาดด้วยรุ่น Mobilio Spike เพื่อเอาใจลูกค้าวัยรุ่นแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่ฮอนด้าเองก็ยังไม่ยอมแพ้ เพราะตลาดมินิแวนขนาดเล็กยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกเยอะ ฮอนด้าจึงสร้างฟรีดออกมา โดยใช้พื้นฐานของฮอนด้า แจ๊ซ ซิตี้และอินไซท์ และนำชื่อจากคำว่า Freedom มาตั้งชื่อรถ โดยตัดตัวอักษร om ออกไป ฮอนด้าได้แรงบันดาลใจมาจากร้านกาแฟในย่านเซตากายะ โตเกียว และในประเทศอิตาลี จนในที่สุด ฮอนด้าก็ได้เปิดตัวฟรีดภายใต้แนวคิด "Tri-angle + Square" แสดงให้เห็นถึงความโฉบเฉี่ยว และเอนกประสงค์ จนประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น และมีกระแสที่แรงใช้ได้ จนกระแสก็เริ่มเล็ดลอดมายังชาวอินโดนีเซีย และชาวไทยในสังคม Social Network จนกระทั่งพบว่ากระแสของรถ Minivan ในอินโดนีเซียมีความรุนแรงมาก ในอดีต ฮอนด้าเคยนำสตรีมไปขึ้นสายการประกอบในอินโดนีเซียเช่นกัน แต่ปัญหาจากการประกอบในโรงงานที่อินโดนีเซีย ทำให้สตรีมไม่ประสบความสำเร็จมากนักในตลาดอาเซียน แม้จะออกรุ่นไมเนอร์เชนจ์มาแก้ภาพลักษณ์แล้วก็ตาม แต่ฮอนด้าก็อยากนำรถมินิแวนมาทำตลาดในย่านนี้อยู่แล้ว จึงนำฟรีดมาขึ้นสายการประกอบในอินโดนีเซียนั่นเอง รถรุ่นนี้ มีเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ระบบเกียร์เป็นเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT มีฐานการประกอบที่ประเทศอินโดนีเซีย

รุ่นที่หนึ่ง (พ.ศ. 2551–2559)[แก้]

ฮอนด้า ฟรีด รุ่นที่หนึ่ง

เครื่องยนต์[แก้]

ด้านหลัง

ฮอรด้า ฟรีด ได้ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร กำลัง 118 แรงม้า ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกันกับฮอนด้าแจ๊ซ/ซิตี้ แต่เครื่องยนต์ได้มีแรงบิดที่สูงกว่า อย่างเช่น เครื่องยนต์ของฟรีด มี 118 แรงม้า และมีแรงบิด 148 นิวตันเมตร ในขณะที่เครื่องยนต์ของแจ๊ซ/ซิตี้มีกำลัง 120 แรงม้า แต่มีแรงบิด 145 นิวตันเมตร

ราคาที่จำหน่ายในประเทศไทย[แก้]

ราคาก่อนไมเนอร์เชนจ์ (พ.ศ. 2552)

  • Honda Freed S (ประตูเปิดปิดแบบ Manual) 894,500 บาท
  • Honda Freed E (ประตูไฟฟ้าเปิดปิดอัตโนมัติ) 974,000 บาท
  • Honda Freed E Sport 1,014,500 บาท
  • Honda Freed E Navi Sport 1,074,500 บาท ซึ่งรุ่นนี้มีออปชันเป็นเครื่องเล่นดีวีดี และกล้องมองหลัง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 ได้มีการเพิ่มรุ่นพิเศษ FREED Limited โดยเสริมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ ชุดเครื่องเล่นดีวีดี ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ กล้องส่องหลัง และสัญลักษณ์ Limited เปิดราคาอยู่ที่ 939,500 บาท

ราคาหลังไมเนอร์เชนจ์ พ.ศ. 2555 ได้มีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์บางอย่าง อาทิ เปลี่ยนล้ออัลลอย, กระจังหน้า, กันชนหน้า, จอดีวีดี

  • SE 839,000 บาท
  • SE White 849,000 บาท
  • EL 949,000 บาท
  • EL White 959,000 บาท

ราคาปี พ.ศ. 2556 โดยที่สีขาวเพิ่มราคา 10,000 บาท และสีดำเพิ่มราคา 8,000 บาท

  • SE 834,000 บาท
  • E 879,000 บาท
  • EL 959,000 บาท

รุ่นที่สอง (พ.ศ. 2559–ปัจจุบัน)[แก้]

Second generation Freed

ฮอนด้า ฟรีด รุ่นที่ 2 ได้เผยโฉมเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2559 และได้เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559[2] ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 ได้มีเคมเปญโฆษณาฟรีด รุ่นที่สองในญี่ปุ่นโดยใช้เพลงแฮปปี้ ของฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์[3]

ฟรีดโฉมนี้ได้มาพร้อมกับรูปแบบ “Dynamism and Functionality” และเมื่อดูในภาพรวมก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรแตกต่างไปจากโฉมที่แล้วมากนัก นอกเหนือจากมีการเปลี่ยนแปลงให้ดูดีขึ้นก็ได้มีการปรับปรุงประตูสไลด์ใหม่ด้วย[4]

ฟรีดโฉมนี้ได้มีรุ่น 5 ที่นั่งในชื่อ ฟรีด+ ซึ่งมาแทนชื่อรุ่น ฟรีด สไปก์ ในโฉมที่แล้ว

อ้างอิง[แก้]