ข้ามไปเนื้อหา

อ๋องหยง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อ๋องหยง (หวาง หรง)
王戎
อ๋องหยง (ขวา) และชาน เทา (ซ้าย) ในรูปนูนจากคริสต์ศตวรรษที่ 4
เสนาบดีมหาดไทย (司徒 ซือถู)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 302 (302)  ค.ศ. 305 (305)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 297 (297)  ค.ศ. 300 (300)
หัวหน้าสำนักราชเลขาธิการ (尚書令 ช่างชูลิ่ง)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 301 (301)  ค.ศ. 302 (302)
ราชเลขาธิการกรมบุคลากร
(吏部尚書 ลี่ปู้ช่างชู)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 291 (291)  ค.ศ. 297 (297)
รองราชเลขาธิการฝ่ายซ้าย
(尚書左僕射 ช่างชูจั่วผูเย่)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 291 (291)  ค.ศ. 297 (297)
ที่ปรึกษาผู้ใหญ่ราชสำนัก
(光祿大夫 กวางลู่ต้าฟู)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 291 (291)  ค.ศ. 291 (291)
หัวหน้าสำนักราชเลขาธิการราชวัง
(中書令 จงชูลิ่ง)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 291 (291)  ค.ศ. 291 (291)
ราชครูประจำองค์รัชทายาท
(太子太傅 ไท่จื่อไท่ฟู่)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 290 (290)  ค.ศ. 291 (291)
กษัตริย์จักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้
เสนาบดีราชวัง (光祿勲 กวางลู่ซฺวิน)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 284 (284)  ค.ศ. 290 (290)
ขุนนางมหาดเล็ก (侍中 ชื่อจง)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 282 (282)  ค.ศ. 284 (284)
ขุนพลสถาปนาเดช
(建威將軍 เจี้ยนเวย์เจียงจฺวิน)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 278 (278)  ค.ศ. 280 (280)
ข้าหลวงมณฑลอิจิ๋ว (豫州刺史 ยฺวี่โจวชื่อฉื่อ)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 278 (278)  ค.ศ. 280 (280)
ข้าหลวงมณฑลเกงจิ๋ว (荊州刺史 จิงโจวชื่อฉื่อ)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 276 (276)  ค.ศ. 278 (278)
กษัตริย์สุมาเอี๋ยน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิดค.ศ. 234
นครหลินอี๋ มณฑลชานตง
เสียชีวิต11 กรกฎาคม ค.ศ. 305[a]
อำเภอเจี๋ย มณฑลเหอหนาน
บุตร
บุพการี
  • หวาง หุน (บิดา)
อาชีพขุนพล, นักกวี, ขุนนาง
ชื่อรองจฺวิ้นชง (濬沖)
สมัญญานามยฺเหวียน (元)
บรรดาศักดิ์เฮาแห่งตันฉอง
(安豐侯 อานเฟิงโหว)

อ๋องหยง[2] (ค.ศ. 234 – 11 กรกฎาคม ค.ศ. 305) มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า หวาง หรง (จีน: 王戎; พินอิน: Wáng Róng) ชื่อรอง จฺวิ้นชง (จีน: 濬沖; พินอิน: Jùnchōng) ชื่อในวัยเด็ก อาหรง (จีน: 阿戎; พินอิน: Āróng) เป็นขุนพล นักกวี และขุนนางของราชวงศ์จิ้นตะวันตก เป็นหนึ่งในเจ็ดปราชญ์แห่งป่าไผ่

ภูมิหลังครอบครัว

[แก้]

อ๋องหยงเป็นชาวอำเภอหลินอี๋ (臨沂縣 หลินอี๋เซี่ยน) เมืองลองเอี๋ย (琅邪郡 หลางหยาจฺวิ้น) ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของนครหลินอี๋ (臨沂市 หลินอี๋ชื่อ) มณฑลชานตงในปัจจุบัน[3] อ๋องหยงเกิดในตระกูลอ๋อง/ออง (王 หวาง) แห่งลองเอี๋ยซึ่งเป็นตระกูลขุนนางของรัฐวุยก๊กในยุคสามก๊ก ปู่ของอ๋องหยงคือหวาง สฺยง (王雄) ดำรงตำแหน่งข้าหลวงมณฑล (刺史 ชื่อฉื่อ) ของมณฑลอิวจิ๋ว (幽州 โยวโจว)[4] บิดาของอ๋องหยงคือหวาง หุน[b] (王渾 หวาง หุน) ดำรงตำแหน่งข้าหลวงมณฑลของมณฑลเลียงจิ๋ว (涼州 เหลียงโจว) และมีบรรดาศักดิ์เป็นเจินหลิงถิงโหว (貞陵亭侯)[5] อ๋องหยงมีลูกพี่ลูกน้องคือหวาง เหยี่ยน (王衍) ซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาบดีมหาดไทย (司徒 ซือถู) ในยุคราชวงศ์จิ้นตะวันตก อ๋องหยงยังเป็นญาติกับเฮ่งเสียง (王祥 หวาง เสียง) ผู้ดำรงตำแหน่งมหาองครักษ์ (太保 ไท่เป่า) ในยุคราชวงศ์จิ้นตะวันตก

ประวัติและการรับราชการช่วงต้น

[แก้]

อ๋องหยงเป็นที่รู้จักว่าเป็นคนฉลาดตั้งแต่วัยเด็ก[6] มีรูปร่างเตี้ยแต่งามสง่า กล่าวกันว่าอ๋องหยงสามารถจ้องมองดวงอาทิตย์โดยตรงได้โดยตาไม่พร่า เผย์ ข่าย (裴楷) ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักราชเลขาธิการราชวัง (中書令 จงชูลิ่ง) เคยกล่าวถึงดวงตาของอ๋องหยงว่า "สว่างไสวราวกับฟ้าผ่าใต้หน้าผา"[7] ครั้งหนึ่งเมื่ออ๋องหยงอายุ 7 ปี กำลังเล่นกับเพื่อนฝูงอยู่ริมทาง เห็นต้นไหนหรือต้นหลี่ (李) ที่มีผลดกอยู่ริมทาง คนอื่น ๆ ต่างแย่งกันไปเก็บผลไหน มีเพียงอ๋องหยงที่ยังคงนิ่งอยู่ เมื่อคนอื่น ๆ ถามว่าทำไมอ๋องหยงถึงนิ่งอยู่ อ๋องหยงจึงตอบว่า "ต้นไม้นั้นอยู่ริมทางและมีผลดก ผลไหนนั้นต้องมีรสขมเป็นแน่" ซึ่งก็เป็นจริงตามที่อ๋องหยงคาดไว้[8]

อ๋องหยงเป็นมิตรกับรฺเหวี่ยน จี๋ (阮籍) ซึ่งเป็นเพื่อนขุนนางของบิดาและมีอายุมากกว่าอ๋องหยงถึง 24 ปี ในช่วงเวลานั้นรฺเหวี่ยน จี๋และหวาง หุนบิดาของอ๋องหยงต่างก็รับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานสำนักราชเลขาธิการ (尚書郎 ช่างชูหลาง) เมื่อรฺเหวี่ยน จี๋ไปเยี่ยมหวาง หุน รฺเหวี่ยน จี๋กล่าวว่า "สนทนากับท่านก็ไม่สู้เท่าสนทนากับอาหรง[c][9] เมื่อหวาง หุนเสียชีวิต อดีตข้าราชการในสังกัดของหวาง หุนนำเงินร้อยหมื่นมามอบให้อ๋องหยง แต่อ๋องหยงปฏิเสธที่จะรับเงิน ทำให้อ๋องหยงมีชื่อเสียงจากเรื่องนี้[10] จงโฮย (鍾會 จง ฮุ่ย) ขุนพลวุยก๊กเคยวิจารณ์อ๋องหยงว่า "เผย์ ข่ายพูดอย่างชัดแจ้ง ส่วนอ๋องหยงพูดอย่างกระชับ"

อ๋องหยงสืบทอดบรรดาศักดิ์เจินหลิงถิงโหวของบิดา ต่อมาสุมาเจียว (司馬昭 ซือหม่า เจา) ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งวุยก๊กเรียกตัวอ๋องมาเป็นข้าราชการในสังกัด อ๋องหยงได้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานกรมบุคลากรและสำนักประตูเหลือง (吏部黃門郎 ลี่ปู้หฺวางเหมินหลาง), นายทหารม้ามหาดเล็ก (散騎常侍 ซานฉีฉางชื่อ) และเจ้าเมือง (太守 ไท่โฉ่ว) ของเมืองฮอตั๋ง (河東郡 เหอตงจฺวิ้น)

เมื่อ ค.ศ. 276 อ๋องหยงได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าหลวงมณฑลของมณฑลเกงจิ๋ว (荊州 จิงโจว)[11]

เมื่อ ค.ศ. 278 อ๋องหยงย้ายไปเป็นข้าหลวงมณฑลของมณฑลอิจิ๋ว (豫州 ยฺวี่โจว) พร้อมได้รับตำแหน่งเป็นขุนพลสถาปนาเดช (建威將軍 เจี้ยนเวย์เจียงจฺวิน)[12]

การพิชิตง่อก๊ก

[แก้]

เมื่อ ค.ศ. 279 เดือน 11 ของศักราชเสียนหนิง (咸寧) ปีที่ 5 จักรพรรดิสุมาเอี๋ยนจักรพรรดิผู้ก่อตั้งราชวงศ์จิ้นทรงส่งทัพบุกรัฐง่อก๊กซึ่งเป็นรัฐอริของราชวงศ์จิ้น อ๋องหยงนำทัพไปยังริมแม่น้ำ แล้วมอบหมายให้เสนาธิการทัพ (參軍 ชานจฺวิน) หลัว ช่าง (羅尚) และหลิว เฉียว (劉喬) นำกำลังพลเข้าโจมตีบู๊เฉียง (武昌 อู่ชาง; ปัจจุบันคือนครเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย์) หลิว หล่าง (劉朗) เจ้าเมืองกังแฮ (江夏郡 เจียงเซี่ยจฺวิ้น; ปัจจุบันคืออำเภอยฺหวินเมิ่ง มณฑลหูเป่ย์) ของง่อก๊กยอมจำนนต่ออ๋องหยง[13]

หลังง่อก๊กถูกพิชิตเมื่อ ค.ศ. 280 จากความดีความชอบในการศึกของอ๋องหยงจึงได้รับการตั้งให้มีบรรดาศักดิ์เป็นเฮาแห่งตันฉอง (安豐侯 อานเฟิงโหว) ได้รับศักดินาเพิ่มขึ้น 6,000 ครัวเรือน[14] อ๋องหยงประสบความสำเร็จอย่างมากในการชนะใจอดีตราษฎรของง่อก๊กในมณฑลเกงจิ๋ว อ๋องหยงยังได้แนะนำฉือ เหว่ย์ (石偉) ให้ราชสำนักราชวงศ์จิ้น ฉือ เหว่ย์เป็นอดีตเสนาบดีกรมวัง (光祿勳 กวางลู่ซฺวิน) ของง่อก๊กซึ่งลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากไม่ลงรอยกับซุนโฮ (孫皓 ซุน เฮ่า) จักรพรรดิแห่งง่อก๊ก[15]

เมื่อ ค.ศ. 282 อ๋องหยงถูกเรียกตัวมารับตำแหน่งเป็นขุนนางมหาดเล็ก (侍中 ชื่อจง)[16] หลิว เจ้า (劉肇) เจ้าเมืองลำกุ๋น (南郡 หนานจฺวิ้น) นำผ้าเนื้อดียาว 10 จ้าง (丈) มาติดสินบนอ๋องหยง อ๋องหยงไม่รับ แต่ก็เขียนหนังสือขอบคุณไปถึงหลิว เจ้า จึงเป็นเหตุให้หลิว อี้ (劉毅) นายกองพันมณฑลราชธานี (司隷校尉 ซือลี่เซี่ยวเว่ย์) กล่าวหาอ๋องหยงในเรื่องนี้ จักรพรรดิสุมาเอี๋ยนทรงแก้ต่างให้อ๋องหยงว่า "การกระทำของอ๋องหยงจะเป็นการทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวได้อย่างไร เพียงแต่ไม่ต้องการจะแปลกแยกเท่านั้น" แต่อ๋องหยงก็ยังคงถูกวิพากย์วิจารณ์จากเรื่องครั้งนี้ตั้งแต่นั้นมา[17]

เมื่อ ต.ศ. 284 อ๋องหยงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเสนาบดีกรมวัง (光祿勳 กวางลู่ซฺวิน)

เมื่อ ค.ศ. 289 อ๋องหยงได้รับการแต่งตั้งเป็นราชเลขาธิการกรมบุคลากร (吏部尚書 ลี่ปู้ช่างชู) แต่อ๋องหยงลาออกจากราชการเพื่อไปไว้ทุกข์ให้มารดาที่เสียชีวิต[18]

สงครามแปดอ๋อง

[แก้]

เมื่อ ค.ศ. 290 เดือน 4 ของศักราชไท่ซี (太熙) ปีที่ 1 จักรพรรดิสุมาเอี๋ยนสวรรคต จักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้ (晋惠帝) ขึ้นครองราชย์ เปลี่ยนชื่อศักราชเป็นหย่งซี (永熙) เดือน 8 ปีเดียวกันนั้น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หยาง จฺวิ้น (楊駿) แต่งตั้งอ๋องหยงให้มีตำแหน่งเป็นราชครูประจำองค์รัชทายาท (太子太傅 ไท่จื่อไท่ฟู่)[19][20]

เมื่อ ค.ศ. 291 เดือน 3 ของศักราชหย่งผิง (永平) ปีที่ 1 หยาง จฺวิ้นพร้อมคนในตระกูลถูกประหารชีวิต จักรพรรดินีเจี่ย หนานเฟิง (賈南風) พระมเหสีของจักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้ขึ้นกุมอำนาจบริหารราชการ เปลี่ยนชื่อศักราชเป็นยฺเหวียนคาง (元康) อ๋องหยงย้ายไปดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักราชเลขาธิการราชวัง (中書令 จงชูลิ่ง) ควบตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ใหญ่ราชสำนัก (光祿大夫 กวางลู่ต้าฟู) เดือน 6 ปีเดียวกันนั้น อ๋องหยงย้ายไปดำรงตำแหน่งเป็นรองราชเลขาธิการฝ่ายซ้าย (尚書左僕射 ช่างชูจั่วผูเย่) ควบตำแหน่งราชเลขาธิการกรมบุคลากร (吏部尚書 ลี่ปู้ช่างชู)[21]

ขณะอ๋องหยงดำรงตำแหน่งในกรมบุคลากร อ๋องหยงได้จัดตั้งระบบเจี๋ยอู่ (甲午制 เจี๋ยอู่จื้อ) ซึ่งเป็นระบบที่ให้ข้าราชการทดลองทำงานก่อนจะแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ โดยประเมินผลงานก่อนตัดสินใจว่าจะแต่งตั้งหรือปลดออก ในการคัดเลือกข้าราชการนั้นจะต้องพิจารณาจากความรู้ความสามารถ เพื่อให้แต่ละคนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม[22] แต่ฟู่ เสียน (傅咸) ตำหนิวิธีการเช่นนี้ว่า "ทุกวันนี้เหล่าข้าราชการทั้งนอกและในจำนวนมากยังไม่ครบวาระการดำรงตำแหน่งก็ถูกอ๋องหยงเสนอให้ออกไปทั้งที่ยังไม่ตัดสินว่าดีชั่วประการใด ยิ่งกว่านั้น การถอดคนเก่าและรับคนใหม่ เห็นหน้ากันตามท้องถนน ก่อให้เกิดการฉ้อฉล สร้างความเสียหายแก่การเกษตรและเป็นภัยต่อการปกครอง อ๋องหยงไม่ถือแบบอย่างของพระเจ้าเงี่ยวเต้ (堯 เหยา) และพระเจ้าซุนเต้ (舜 ชุ่น) แต่กลับส่งเสริมความฉาบฉวย ทำลายขนบธรรมเนียม ไม่เพียงแต่ไร้ประโยชน์ แต่ยังก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง ควรปลดอ๋องหยงออกจากตำแหน่งเพื่อรักษาขนบธรรมเนียม"[23] อ๋องหยงไม่ได้ถูกปลดออกจากตำแหน่งเพราะมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับตระกูลกา (賈 เจี่ย) และตระกูลกุย (郭 กัว) ที่เป็นตระกูลพระญาติฝ่ายพระมเหสี[24]

เมื่อ ค.ศ. 297 เดือน 9 ของศักราชยฺเหวียนคางปีที่ 7 อ๋องหยงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเสนาบดีมหาดไทย (司徒 ซือถู)[25][26]

อ๋องหยงในช่วงบั้นปลายชีวิตชื่นชมฉฺวี ปั๋ว-ยฺหวี (蘧伯玉) นักปราชญ์ในยุคโบราณ เมื่อเห็นว่าแผ่นดินอยู่ในภาวะวุ่นวายจึงเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ใส่ใจเรื่องราวทางโลกอีก และถึงกับจงใจทำให้ชื่อเสียงตนเองเสื่อมเสียเพื่อป้องกันตนเอง[27] หนังสือจิ้นจูกงจ้าน (晉諸公贊) บันทึกเกี่ยวกับอ๋องหยงว่า "เป็นคนเรียบง่าย ไม่ยึดติดพิธีรีตอง มีนิสัยสมถะมาก แต่กลับมีทรัพย์สินจำนวนมาก ผู้คนจึงวิจารณ์ว่าชื่อเสียงในฐานะเสนาบดีไม่ดีนัก" บทชีวประวัติอ๋องหยงในจิ้นชู (晉書) ระบุว่า "แม้ว่าอ๋องหยงไม่มีความสามารถโดดเด่นในงานราชการ แต่ก็ทำหน้าที่ของตนได้ดี"[28] อ๋องหยงคัดเลือกข้าราชการโดยพิจารณาจากฐานะของตระกูล[29] ในช่วงที่อ๋องหยงดำรงตำแหน่งเสนาบดีมหาดไทย ได้มอบหมายข้าราชการในสังกัดให้ดูแลงานราชการ ตัวอ๋องหยงเองมักขี่ม้าออกทางประตูข้างไปเที่ยวเล่น แม้ว่าอ๋องหยงมีตำแหน่งสูงส่งแต่ก็เดินทางคนเดียว เมื่ออ๋องหยงออกไปตรวจสอบที่นาและที่ดิน จะเอาผ้าเช็ดมือคาดเอวโดยไม่มีผู้ติดตาม อดีตข้าราชการในสังกัดของอ๋องหยงหลายคนได้เป็นขุนนางผู้ใหญ่ เมื่อพบกับขุนนางเหล่านี้บนถนน อ๋องหยงมักนำรถไปข้างทางเพื่อหลีกทางให้[30]

เมื่อ ค.ศ. 299 รัชทายาทซือหม่า ยฺวี่ (司馬遹) ถูกปลดจากตำแหน่ง อ๋องหยงได้ไม่ได้ทัดทานใด ๆ ในเรื่องนี้

เมื่อ ค.ศ. 300 เดือน 4 ของศักราชหย่งคาง (永康) ปีที่ 1 ซือหม่า หลุน (司馬倫) ผู้เป็นอ๋องแห่งเตียว (趙王 เจ้าหวาง) ทรงก่อกบฏ จับกุมจักรพรรดิเจี่ย หยานเฟิงขังคุก และประหารชีวิตขุนนางผู้ใหญ่หลายคน เช่น จาง หฺวา (張華) ผู้เป็นเสนาบดีโยธาธิการ (司空 ซือคง), เผย์ เหว่ย์ (裴頠) ผู้เป็นรองราชเลขาธิการ (尚書僕射 ช่างชูผูเช่อ) และเจี่ย มี่ (賈謐) ผู้เป็นขุนนางมหาดเล็ก (侍中 ชื่อจง) ส่วนอ๋องหยงถูกปลดจากตำแหน่งเพราะบุตรสาวของอ๋องหยงสมรสกับเผย์ เหว่ย์[31]

เมื่อ ค.ศ. 301 เดือน 1 ของศักราชหย่งหนิง (永寧) ปีที่ 1 ซือหม่า หลุนทรงแย่งชิงราชบัลลังก์จากจักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้และสถาปนาตนเป็นจักรพรรดิ เดือน 3 ปีเดียวกันนั้น ซือหมา จฺหย่ง (司馬冏) อ๋องแห่งเจ๋ (齊王 ฉีหวาง) ทรงระดมทัพที่สฺวี่ชาง (許昌) เพื่อจะโค่นอำนาจซือหม่า หลุน โดยซือหมา อิ่ง (司馬穎) ผู้เป็นอ๋องแห่งเซงโต๋ (成都王 เฉิงตูหวาง) และอ๋ององค์อื่น ๆ ร่วมสนับสนุนซือหมา จฺหย่ง เหล่าโอรสของซือหม่า หลุนต้องการแต่งตั้งให้อ๋องหยงเป็นตุลาการทัพ (軍司 จฺวินซือ) แต่บัณฑิตหวาง เหยา (王繇) ทัดทานโดยทูลว่า "จฺวิ้นชง (ชื่อรองของอ๋องหยง) เป็นคนเจ้าเล่ห์แสนกล จะยอมให้คนอายุน้อยกว่าช่วงใช้หรือ" เหล่าโอรสของซือหม่า หลุนจึงทรงล้มเลิกพระดำรินั้นไป[32] เดือน 4 ปีเดียวกันนั้น ซือหมา จฺหย่งสำเร็จโทษซือหม่า หลุนได้สำเร็จและเชิญจักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้กลับขึ้นครองราชย์ดังเดิม อ๋องหยงได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าสำนักราชเลขาธิการ (尚書令 ช่างชูลิ่ง)[33]

เมื่อ ค.ศ. 302 เดือน 5 ของศักราชไท่อาน (太安) ปีที่ 1 อ๋องหยงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเสนาบดีมหาดไทย (司徒 ซือถู) เดือน 12 ปีเดียวกันนั้น ซือหม่า หยง (司馬顒) อ๋องแห่งโฮกั้น (河間王 เหอเจียนหวาง) ทรงร่วมมือกับซือหมา อิ่งอ๋องแห่งเซงโต๋จะโค่นอำนาจซือหมา จฺหย่ง ซือหมา จฺหย่งจึงทรงขอคำแนะนำจากอ๋องหยง อ๋องหยงทูลว่านับตั้งแต่ที่ซือหมา จฺหย่งสำเร็จโทษซือหม่า หลุน การให้รางวัลและการลงโทษก็ไม่เป็นธรรม ทำให้ทั้งข้าราชการและราษฎรต่างไม่พอใจ ผู้คนมีความคิดจะก่อกบฏ แล้วอ๋องหยงจึงทูลแนะนำให้ซือหมา จฺหย่งถอยกลับไปรัฐศักดินาของพระองค์เองเพื่อรักษาฐานันดรศักดิ์ของพระองค์ไว้ เก๋อ ยฺหวี (葛旟) ที่ปรึกษาของซือหมา จฺหย่งได้ยินดังนั้นจึงบริภาษด้วยความโกรธว่า "ตั้งแต่ยุคฮั่นและวุยเป็นต้นมา มีอ๋อง (王 หวาง) หรือก๋ง (公 กง) ใดบ้างที่กลับไปเขตศักดินาของตนแล้วยังปกป้องภรรยากับบุตรของตนไว้ได้ ใครที่เสนอความคิดเช่นนี้สมควรถูกตัดหัว!" เหล่าขุนนางต่างตกใจกลัว อ๋องหยงแสร้งทำเป็นว่ายาที่กินเข้าไปออกฤทธิ์แล้วล้มลงในห้องน้ำ จึงพ้นภัยมาได้[34]

หลังความล่มจมของซือหมา จฺหยงเมื่อ ค.ศ. 303 และซือหม่า อี้ (司馬乂) อ๋องแห่งเตียงสา (長沙王 ฉางชาหวาง) เมื่อ ค.ศ. 304 ซือหม่า เยฺว่ (司馬越) อ๋องแห่งตองไฮ (東海王 ตงไห่หวาง) ก็เข้ามามีอำนาจ

เมื่อ ค.ศ. 304 เดือน 7 ของศักราชหย่งอาน (永安) ปีที่ 1 ซือหม่า เยฺว่ทูลเสนอให้จักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้เสด็จยกทัพบุกเหนือเพื่อโจมตีซือหมา อิ่งอ๋องแห่งเซงโต๋ อ๋องหยงและขุนนางอีกหลายคนร่วมตามเสด็จในการศึก ฉือ เชา (石超) แม่ทัพของซือหมา อิ่งเอาชนะทัพของจักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้ได้ที่ต้างอิน (蕩陰) จักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้ทรงได้รับบาดเจ็บที่พระปราง (แก้ม) อ๋องหยงถูกจับกุมพร้อมกับจักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้ที่อำเภอเงียบกุ๋น (鄴縣 เย่เซี่ยน) ซือหม่า เยฺว่เสด็จหนีกลับไปรัฐศักดินาของพระองค์ที่ตองไฮ ส่วนซือหม่า หยงอ๋องแห่งโฮกั้นซึ่งประจำการอยู่ในภูมิภาคกวนต๋ง (關中 กวานจง) ทรงถือโอกาสนี้ส่งแม่ทัพจาง ฟาง (張方) เข้ายึดนครหลวงลกเอี๋ยง (洛陽 ลั่วหยาง)

เดือน 8 ปีเดียวกันนั้น ซือหมา อิ่งทรงพ่ายแพ้ให้กับซือหม่า เถิง[d] (司馬騰) ก๋งแห่งตงอิ๋ง (東瀛公 ตงอิ๋งกง) และหวาง จฺวิ้น[e] (王浚) ขุนพลสงบภาคเหนือ (安北將軍 อานเป่ย์เจียงจฺวิน) จึงทรงเสด็จหนีจากอำเภอเงียบกุ๋นไปยังลกเอี๋ยง อ๋องหยงก็ถูกซือหมา อิ่งคุมตัวไปลกเอี๋ยงพร้อมกับจักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้ จาง ฟางซึ่งรักษาลกเอี๋ยงอยู่ในเวลานั้นถวายการคุ้มกันจักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้และซือหมา อิ่งขณะเสด็จไปยังเตียงอั๋น (長安 ฉางอาน) ทางตะวันตก ส่วนอ๋องหยงหลบหนีไปอำเภอเจี๋ย (郟縣 เจี๋ยเซี่ยน) บันทึกประวัติศาสตร์ระบุว่าแม้ในช่วงเวลาวิกฤต อ๋องหยงก็ยังคงพูดคุยและหัวเราะเป็นปกติ ไม่แสดงสีหน้าหวาดกลัวใด ๆ นับตั้งแต่นั้นมาอ๋องหยงก็ใช้ชีวิตรื่นเริงกับงานเลี้ยงตลอดวัน

วันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 305[f] อ๋องหยงเสียชีวิตในอำเภอเจี๋ยขณะมีอายุ 72 ปี ได้รับสมัญญานามว่า "ยฺเหวียน" (元)[35][36]

ครอบครัว

[แก้]
  • ปู่: หวาง สฺยง (王雄) ชื่อรอง ยฺเหวียนปั๋ว (元伯) ข้าหลวงมณฑลของมณฑลอิวจิ๋ว (幽州刺史 โยวโจวชื่อฉื่อ) ของวุยก๊ก[37]
  • บิดา: หวาง หุน (王渾)[b] ชื่อรอง ฉาง-ยฺเหวียน (长源)[38] ข้าหลวงมณฑลของมณฑลเลียงจิ๋ว (凉州刺史 เหลียงโจวชื่อฉื่อ)
  • ลูกพี่ลูกน้อง: หวาง เหยี่ยน (王衍) ชื่อรอง อี๋ฝู่ (夷甫)

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. วันเจี๋ยจื่อ (甲子) ของเดือน 6 ในศักราชหย่งซิง (永興) ปีที่ 2 ตามที่ระบุในบทพระราชประวัติจักรพรรดิจิ้นฮุ่ยตี้ในจิ้นชู[1]
  2. 1 2 ไม่ใช่บุคคลเดียวกันกับอองหุย (王渾 หวาง หุน) ขุนพลผู้มีส่วนร่วมในการพิชิตง่อก๊ก ซึ่งมีชื่อรองว่าเสฺวียนชง (玄沖)
  3. อาหรง (阿戎) เป็นชื่อในวัยเด็กของอ๋องหยง)
  4. ซือหม่า เถิงเป็นพระอนุชาของซือหม่า เยฺว่
  5. ไม่ใช่บุคคลเดียวกันกับองโยย (王濬 หวาง จฺวิ้น) ขุนพลผู้มีส่วนร่วมในการพิชิตง่อก๊ก
  6. วันเจี๋ยจื่อ (甲子) ของเดือน 6 ในศักราชหย่งซิง (永興) ปีที่ 2

อ้างอิง

[แก้]
  1. ([永兴二年]六月甲子,侍中、司徒、安丰侯王戎薨。) จิ้นชู เล่มที่ 4.
  2. ("พระเจ้าสุมาเอี๋ยนแจ้งในหนังสือดังนั้น ก็ตั้งให้เตาอี้เปนที่ไตโต๋ก๊กคุมทหารสิบหมื่น เปนแม่ทัพยกออกมาเมืองกังเหลงแลให้ตีเอาเมืองกังตั๋ง แล้วให้สุมาเตี้ยมเจ้าเมืองหลงเสียคุมทหารห้าหมื่นยกไปทางอิต๋ง ให้อองหุยคุมทหารห้าหมื่นยกไปทางอัวกั๋ง ให้อ๋องหยงคุมทหารห้าหมื่นยกไปทางบูเฉียง ให้ห่อหุนถือพลทหารห้าหมื่นยกไปทางแฮเค้ากำหนดให้อยู่ในบังคับบัญชาเตาอี้สิ้นทุกหมวดทุกกอง จึงเกณฑ์ให้องโยยกับตงปีนคุมเรือสำหรับจะข้ามส่งทแกล้วทหารทั้งปวง") "สามก๊ก ตอนที่ ๘๗". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ November 22, 2024.
  3. (王戎,字濬沖,琅邪臨沂人也。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  4. (祖雄,幽州刺史。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  5. (父渾,涼州刺史、貞陵亭侯。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  6. (戎幼而穎悟,神彩秀徹。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  7. (視日不眩,裴楷見而目之曰:「戎眼燦燦,如岩下電。」) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  8. (又嘗與群兒嬉於道側,見李樹多實,等輩兢趣之,戎獨不往。或問其故,其曰:「樹在道邊而多子,必苦李也。」取之信然。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  9. (阮籍與渾為友。戎年十五,隨渾在郎舍。戎少籍二十歲,而籍與之交。籍每適渾,俄頃輒去,過視戎,良久然後出。謂渾曰:「濬沖清賞,非卿倫也。共卿言,不如共阿戎談。」) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  10. (及渾卒於涼州,故吏賻贈數百萬,戎辭而不受,由是顯名。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  11. (襲父爵,辟相國掾,曆吏部黃門郎、散騎常侍、河東太守、荊州刺史,坐遣吏修園宅,應免官,詔以贖論。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  12. (遷豫州刺史,加建威將軍,受詔伐吳。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  13. (戎遣參軍羅尚、劉喬領前鋒,進攻武昌,吳將楊雍、孫述、江夏太守劉朗各率眾詣戎降。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  14. (吳平,進爵安豐侯,增邑六千戶,賜絹六千匹。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  15. (戎渡江,綏慰新附,宣揚威惠。吳光祿勳石偉方直,不容皓朝,稱疾歸家。戎嘉其清節,表薦之。詔拜偉為議郎,以二千石祿終其身。荊土悅服。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  16. (徵為侍中。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  17. (南郡太守劉肇賂戎筒中細布五十端,為司隸所糾,以知而未納,故得不坐,然議者尤之。帝謂朝臣曰:「戎之為行,豈懷私苟得,正當不欲為異耳!」帝雖以是言釋之,然為清慎者所鄙,由是損名。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  18. (後遷光祿勳、吏部尚書,以母憂去職。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  19. ([太熙元年]秋八月壬午,立廣陵王遹爲皇太子,以中書監何劭爲太子太師,吏部尚書王戎爲太子太傅,衛將軍楊濟爲太子太保。) จิ้นชู เล่มที่ 4.
  20. (楊駿執政,拜太子太傅。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  21. (轉中書令,加光祿大夫,給恩信五十人。遷尚書左僕射,領吏部。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  22. (戎始為甲午制,凡選舉皆先治百姓,然後授用。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  23. (司隸傅咸奏戎,曰:「《書》稱'三載考績,三考黜陟幽明'。今內外群官,居職未期而戎奏還,既未定其優劣,且送故迎新,相望道路,巧詐由生,傷農害政。戎不仰依堯舜典謨,而驅動浮華,虧敗風俗,非徒無益,乃有大損。宜免戎官,以敦風俗。」) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  24. (戎與賈、郭通親,竟得不坐。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  25. ([元康七年]九月,以尚書右僕射王戎爲司徒,太子太師何劭爲尚書左僕射。) จิ้นชู เล่มที่ 4.
  26. (尋轉司徒。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  27. (戎以晉室方亂,慕蘧伯玉之為人,與時舒卷,無蹇諤之節。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  28. (戎在職雖無殊能,而庶績修理。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  29. (自經典選,未嘗進寒素,退虛名,但與時浮沈,戶調門選而已。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  30. (尋拜司徒,雖位總鼎司,而委事僚采。間乘小馬,從便門而出遊,見者不知其三公也。故吏多至大官,道路相遇輒避之。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  31. (裴頠,戎之婿也,頠誅,戎坐免官。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  32. (齊王冏起義,孫秀祿戎於城內,趙王倫子欲取戎為軍司。博士王繇曰:「濬沖譎詐多端,安肯為少年用?」乃止。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  33. (惠帝反宮,以戎為尚書令。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  34. (既而河間王顒遣使就說成都王穎,將誅齊王冏。檄書至,冏謂戎曰:「孫秀作逆,天子幽逼。孤糾合義兵,掃除元惡,臣子之節,信著神明。二王聽讒,造構大難,當賴忠謀,以和不協。卿其善為我籌之。」戎曰:「公首舉義眾,匡定大業,開闢以來,未始有也。然論功報嘗,不及有勞,朝野失望,人懷貳志。今二王帶甲百萬,其鋒不可當,若以王就第,不失故爵。委權崇讓,此求安之計也。」冏謀臣葛旟怒曰:「漢魏以來,王公就第,甯有得保妻子乎!議者可斬。」於是百官震悚,戎偽藥發墮廁,得不及禍。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  35. (六月甲子,侍中、司徒、安豐侯王戎薨。) จิ้นชู เล่มที่ 4.
  36. (永興二年,薨於郟縣,時年七十二,諡曰元。) จิ้นชู เล่มที่ 43.
  37. จิ้นชู เล่มที่ 43.
  38. อรรถาธิบายจื่อเว่ย์จิ้นชื่อ-ยฺหวี่ในชื่อชัวซิน-ยฺหวี่ เล่มที่ 1.

บรรณานุกรม

[แก้]