ข้ามไปเนื้อหา

ฟู่ เซิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก อเล็กซานเดอร์ ฟู่ เซิง)
ฟู่เซิง
Alexander Fu Sheng
ชื่อจีน傅聲 (จีนตัวเต็ม)
ชื่อจีน傅声 (จีนตัวย่อ)
พินอินFù Shēng (จีนกลาง)
ยฺหวิดเพ็งFu6 Sing1 (กวางตุ้งมาตรฐาน)
เกิด(1954-10-20)20 ตุลาคม ค.ศ. 1954
ฮ่องกง
ตาย7 กรกฎาคม ค.ศ. 1983(1983-07-07) (28 ปี)
ฮ่องกง
อาชีพนักแสดง
ปีทำงานช่วงปี 1972–1983
คู่สมรสเจนนี่ เจิง (1976 – 7 กรกฎาคม 1983)

ฟู่ เซิง หรือ อเล็กซานเดอร์ ฟู่ เซิง (จีน: 張富聲) เจ้าของฉายา "เจมส์ดีนแห่งฮ่องกง" เป็นอดีตนักแสดงชายจอเงินชาวฮ่องกง ที่มีชื่อเสียงจากผลงานภาพยนตร์หลายเรื่องในสังกัดชอว์บราเดอร์ช่วงต้นยุค70s-ต้นยุค80s เขามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ทั้งในเอเชียและทวีปอเมริกาเหนือ สำหรับผู้ชมชาวไทยรุ่นเก่า คุ้นเคยกับเขาในการรับบทเป็น ก๊วยเจ๋ง ในภาพยนตร์ไตรภาค ชุด มังกรหยก สำหรับชาวฮ่องกง ฟู่เซิง ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในนักแสดงชายยอดนิยมในโลกภาพยนตร์ ถึง 9 ครั้งติดต่อกันถึง 9 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปีค.ศ. 1974-1982) สถิตินี้แม้แต่พระเอกเบอร์หนึ่งแห่งชอว์บราเดอร์สสตูดิโออย่าง เดวิด เจียง กับ ตี้หลุง ก็ทำไม่ได้เท่าเขา

ประวัติ

[แก้]

ฟู่เซิง คือนักแสดงที่มีความสามารถเฉพาะตัว มีความแคล่วคล่องในบทแอ๊คชั่นเป็นพิเศษ บุคลิกของเขาที่ดูร่าเริงสนุกสนานทำให้เขาได้รับบทเด็กหนุ่มจอมทะเล้นอยู่เสมอ ๆ เขาเป็นนักแสดงที่เกิดขึ้นเพราะการส่งเสริมของจางเชอะและเริ่มได้รับบทนำตั้งแต่ช่วงยุค 70 การมาถึงของเขาทำให้นักแสดงขาประจำของจาง เชอะอย่าง เดวิด เจียง และ ตี้ หลุง ค่อย ๆ ลดบทบาทไป พอดีกับที่เป็นช่วงที่จางเชอะเริ่มทำหนังแนวหมัดมวย (Martial Arts) มากขึ้น ซึ่งเขามีคุณสมบัติที่ครบถ้วนมากกว่า

เขากลายเป็นดาราที่โด่งดังในช่วงปลายทศวรรษที่ 70 การมาของเขาที่แปลกกว่านักแสดงชายคนก่อน ๆ คือ เขาไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์ด้านการแสดงและการต่อสู้เท่านั้น แต่ยังมีพรสวรรค์ด้านการแสดงตลกอีกด้วย

ฟู่เซิงเป็นลูกของนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง เคยฝึกคาราเต้และยูโดตอนย้ายไปอยู่ฮาวาย

บทประจำตัวที่ได้รับ

[แก้]

ในหนังมวยของจาง เชอะแม้ฟู่เซิงจะรับบทบาทที่หลากหลายแต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นหนังที่มีฉากหลังเป็นช่วงปลายราชวงศ์ชิงรวมถึงกรณีการเผาวัดเส้าหลินไต้ของราชวงศ์แมนจู บทบาทหนึ่งที่เขาได้รับและแสดงจนกลายเป็นบทประจำตัวไปแล้วคือบทฟางซื่ออี้ (ปึงซีเง็ก) ที่เขารับบทนี้หลายครั้ง อย่างเช่นเรื่อง สิงห์คู่จอมสังหาร (Heroes Two) (1974) ที่เขารับบทนำเป็นครั้งแรก ยังมีบทบาทเดียวกันนี้ใน จ้าวพญายม (Men from the Monastery) (1974), 9 พยัคฆ์เจ้าพญายม (Shaolin Temple) (1976) และไอ้หนุ่มมนุษย์เหล็ก (The Shaolin Avengers (1978),

ใช่ว่าฟู่เซิงจะโดดเด่นแต่เฉพาะหนังหมดมวยของจาง เชอะแต่เพียงอย่างเดียว เขายังมีหนังในแนวทางอื่นที่สร้างชื่อให้กับเขาอีกไม่น้อย อาทิ การได้รับบทเป็นเซียวฮื้อยี้ ใน เดชเซียวฮื้อยี้ (The Proud Twins) (1979) และยังมีงานเด่นกับผู้กำกับซุนชังอย่าง ถล่ม 13 เจ้าอินทรี (The Avenging Eagle) (1978) และ ฤทธิ์ดาบหัก (The Deadly Breaking Sword) (1979) แต่เรื่องที่ทำให้ฟู่เซิงเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดก็ยังเป็นผลงานงานของจางเชอะที่สร้างมาจากวรรณกรรมที่โด่งดังที่สุดของกิมย้งเรื่องมังกรหยก และฟู่เซิงรับบทเป็นก๊วยเจ๋งในไตรภาคมังกรหยก (The Brave Archer Trilogy) (1977, 1978, 1981) และเขายังมารับบทเอี้ยก่วยต่อใน มังกรหยก ภาค 4 (The Brave Archer and His Mate) (1982) แต่แล้วก่อนที่จะไปได้ไกลกว่านั้น เขาก็เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 1983 นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการหนังฮ่องกงเลยทีเดียว[1]

ความดังของ ฟู่เซิง

[แก้]

ในช่วงที่ ฟู่เซิง เพิ่งเข้าวงการใหม่ ๆ คือปีค.ศ. 1972 เป็นช่วงที่ เดวิดเจียง กับ ตี้หลุง ครองพระเอกเบอร์หนึ่งแห่งค่าย ชอว์บาร์สสเดอร์ ร่วมกัน

และในปีค.ศ. 1974 ฟู่เซิง เริ่มได้รับความนิยมมากเป็นปีแรกที่เขาได้รับรางวัล ดาราที่น่าจับตามองมากที่สุดแห่งปี ในเทศกาลภาพยนตร์เอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 20 ความดังของเขาเริ่มค่อย ๆ ขึ้นมาเบียด เดวิดเจียง กับ ตี้หลุง

จนมาถึงช่วงปลายยุค 70-ต้นยุค 80 ความดังของเขาเริ่มค่อย ๆ แซงหน้า เดวิดเจียง กับ ตี้หลุง

แต่ทว่าในขณะเดียวกันตัว ฟู่เซิง เองก็เริ่มถูกความดังของ เฉินหลง เบียดชึ้นมาเช่นกัน

ในฮ่องกง ฟู่เซิง ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในนักแสดงชายยอดนิยมในโลกภาพยนตร์ ถึง 9 ครั้งติดต่อกันถึง 9 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปีค.ศ. 1974-1982) สถิตินี้แม้แต่พระเอกเบอร์หนึ่งแห่งชอว์บราเดอร์สสตูดิโออย่าง เดวิด เจียง กับ ตี้หลุง หรือแม้แต่พระเอกชื่อดังมาดทะเล้น อย่าง เฉินหลง ก็ทำไม่ได้เท่าเขา

จนกระทั่ง เขาเสียชีวิต เป็นที่คาดเดากันไปต่าง ๆ นา ๆ ว่า ถ้าเขามีชีวิตอยู่ถึงในช่วงยุคทองของภาพยนตร์ฮ่องกง ช่วงปีค.ศ. 1986-1997 เขาจะดังในระดับไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถกเถียงและคาดเดาได้ยาก ว่าเขาจะสามารถขึ้นไปยืนเป็นซุปเปอร์สตาร์ในระดับเดียวกันกับ เฉินหลง ได้หรือไม่ หรือจะหยุดความดังไว้แค่ในระดับเดียวกันกับ เดวิด เจียง และ ตี้หลุง เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน

อิทธิพลและมรดก

[แก้]

ฟู่เซิง มีบุคลิกที่กบฏและมีความเป็นเด็กที่ขี้เล่น, ทะเล้น, กวน และ ตลก เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบของ เฉินหลง, โจวซิงฉือ, และ หลิวเต๋อหัว.[2]

เขาถูกยกย่องว่าเป็น "นักแสดงที่ครบเครื่องเก่งกาจทุกบทบาทไม่ว่าจะเป็น

  1. บทชีวิต
  2. บทตลก โปกฮา
  3. บทโรแมนติก
  4. บทกังฟู (กำลังภายใน)
  5. บทแอ็คชั่น สมัยใหม่

ภายหลังจากที่เขาเสียชีวิตก็ไม่เห็นความสามารถแบบนั้นที่เปล่งประกายออกมาจากนักแสดงชายคนอื่นในค่าย ชอว์บราเดอร์ อีกเลย

นาย Ed Travis ซึ่งเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์ชาวอเมริกัน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่า ฟู่เซิง จะไม่ดังเท่าบรูซ ลี ก็ตาม แต่ระดับความสามารถของเขาที่มีคุณสมบัติเฉกเช่นเดียวกับ บรูซ ลี หรือ เจมส์ ดีน และการจากไปตั้งแต่อายุยังน้อยของเขาจะทำให้เขาคงอยู่ตลอดไปในโลกภาพยนตร์เมื่อคนรุ่นใหม่ค้นพบผลงานของเขา"[3]

เกียรติยศ

[แก้]

ในปีค.ศ. 2012 ฟู่เซิง ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าสู่ "หอเกียรติยศพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะการต่อสู้ (Martial Arts History Museum Hall of Fame)" ใน เบอร์แบงก์ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา สําหรับผลกระทบทางด้านประวัติศาสตร์และเชิงสัญลักษณ์ของเขาที่มีความสำคัญต่อชุมชนศิลปะการต่อสู้

หนึ่งปีถัดมาค.ศ. 2013 รูปปั้น ฟู่เซิง ครึ่งตัวสีบรอนซ์ได้ถูกสร้างขึ้นและจัดแสดงไว้ที่นั่นเพื่อฉลองครบรอบ 30 ปีการเสียชีวิตของเขา[4]

บทที่ถูกแทนที่โดย เฉินหลง

[แก้]

ต้นปีค.ศ. 1978 ด้วยความดังของ ฟู่เซิง ในขณะนั้น ทำให้เขาถูกผู้กำกับ หยวน หวูปิงวางตัวจะให้เขารับบทนำในภาพยนตร์สองเรื่องที่กำลังจะสร้างคือ ไอ้หนุ่มพันมือ (Snake In the Eagle's Shadow) และ ไอ้หนุ่มหมัดเมา (Drunken Master)

โดยจะให้ ฟู่เซิง แสดงนำในเรื่อง "ไอ้หนุ่มพันมือ" ก่อน รอดูว่าถ้าหนังมีกระแสตอบรับดี ก็จะให้เขารับบทนำต่อในเรื่อง "ไอ้หนุ่มหมัดเมา" แต่ถ้ากระแสตอบรับเรื่องแรกไม่ดี เรื่องหลังก็จะเปลี่ยนตัวพระเอกเป็นคนอื่นแทน

แต่ต่อมาทาง เซอร์ รัน รัน ชอว์  ซึ่งมีตำแหน่งใหญ่และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ชอว์บราเดอร์สสตูดิโอ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ ฟู่เซืง ได้ปฎิเสธที่จะให้เขาไปแสดงนำในเรื่อง "ไอ้หนุ่มพันมือ"

ดังนั้นบทพระเอกนำ จึงต้องเฟ้นหาคนอื่นมาแสดง ผู้กำกับ หยวน หวูปิง ลองให้นักแสดงชายท่านอื่นหลายคนมาลองหน้ากล้องดู หนึ่งในนั้นคือ เฉินหลง ที่ตอนนั้นเขามีชื่อเสียงในระดับหนึ่งจากการแสดงเป็นพระเอกมาบ้างแล้วจากหนังหลายเรื่องเช่น

  1. มังกรหมัดเทวดา (1971)
  2. ไอ้หนุ่มหมัด 18 ท่านรก (Shaolin Wooden Men 1976)
  3. ถล่ม 20 มนุษย์ไม้ (1976)
  4. ศึกหวังหยู่สู้เฉินหลง (1976)

แต่โดยรวมเขายังไม่ถึงกับดังมาก

ด้วยบุคลิกของตัว เฉินหลง เองที่มีความตลก,กวน, ทะเล้น,ขี้เล่น และเก่งด้านกังฟู แบบเดียวกับ ฟู่เซิง อีกทั้งตอนนั้น เฉินหลง ยังไว้ทรงผมเดียวกันกับ ฟู่เซิง อีกด้วย

จึงมีส่วนทำให้ เฉินหลง ได้รับเลือกให้รับบทนําแสดงในเรื่อง "ไอ้หนุ่มพันมือ" จนสร้างความโด่งดังให้เขาทันที[5]ซึ่งถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกของ เฉินหลง ที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง

ด้วยกระแสความดังของ เฉินหลง จากหนังเรื่อง "ไอ้หนุ่มพันมือ" ทำให้เขาได้รับพิจารณาให้รับบทนำในหนังเรื่องต่อมาที่สร้างชื่อให้เขายิ่งโด่งดังเข้าไปอีก คือ เรื่อง ไอ้หนุ่มหมัดเมา (Drunken Master)

และนับเป็นจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของ เฉินหลง ในเวลาต่อมา

ผลงานภาพยนตร์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "5 เซียนยอดวรยุทธ์ ที่สุดของนักแสดงกำลังภายใน". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-08-02. สืบค้นเมื่อ 2017-05-16.
  2. "The other Bruce Lee? Alexander Fu Sing, the kung fu movie, Hong Kong cinema and Shaw Brothers Studio star who died tragically young at 28". South China Morning Post. 21 October 2020.
  3. "The other Bruce Lee? Alexander Fu Sing, the kung fu movie, Hong Kong cinema and Shaw Brothers Studio star who died tragically young at 28". South China Morning Post. 21 October 2020.
  4. "Martial Arts History Museum Hall of Fame". Martial Arts History Museum.
  5. "หนังสืออัตชีวประวัติของ ฟู่เซิง". teako170.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]