อเล็กซานเดอร์ ดุปเชค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อเล็กซานเดอร์ ดุปเชค
อเล็กซานเดอร์ ดุปเชค ในปี ค.ศ. 1989
เลขานุการลำดับที่หนึ่งแห่งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเชโกสโลวาเกีย
ดำรงตำแหน่ง
5 มกราคม ค.ศ. 1968 – 17 เมษายน ค.ศ. 1969
ก่อนหน้า อันโตนิน โนวอตนี
ถัดไป กุสตาว ฮูซาก
ประธานรัฐสภาแห่งสมาพันธ์เชโกสโลวาเกีย
ดำรงตำแหน่ง
28 ธันวาคม ค.ศ. 1989 – 25 มิถุนายน ค.ศ. 1992
ก่อนหน้า อาลัวส์ อินดรา
ถัดไป มิคาล โควิช
ประธานรัฐสภาแห่งสมาพันธ์เชโกสโลวาเกีย
ดำรงตำแหน่ง
28 เมษายน ค.ศ. 1969 – 15 ตุลาคม ค.ศ. 1969
ก่อนหน้า ปีเตอร์ โคลอตกา
ถัดไป ดาลิบอร์ ฮาเนส
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1921(1921-11-27)
อูห์โรเวค, เชโกสโลวาเกีย
(ปัจจุบันอยู่ในสโลวาเกีย)
เสียชีวิต 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1992 (70 ปี)
ปราก, เชโกสโลวาเกีย
(ปัจจุบันอยู่ในสาธารณรัฐเช็ก)
พรรคการเมือง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งสโลวาเกีย (ค.ศ. 1939-1948)

พรรคคอมมิวนิสต์แห่งเชโกสโลวาเกีย (ค.ศ. 1948–1970)
ขบวนการสาธารณะต่อต้านความรุนแรง (ค.ศ. 1989-1992)
พรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งสโลวาเกีย (ค.ศ. 1992)

ลายมือชื่อ

อเล็กซานเดอร์ ดุปเชค (สโลวัก: Alexander Dubček; 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 19217 พฤศจิกายน ค.ศ. 1992) เป็นนักการเมืองชาวสโลวาเกีย เป็นอดีตผู้นำเชโกสโลวาเกีย (ค.ศ. 1968–1969) ในช่วงปรากสปริง เขาพยายามที่จะปฏิรูปสาธารณรัฐสังคมนิยมเชโกสโลวัก แต่ถูกบีบให้ลาออกหลังการบุกครองเชโกสโลวาเกียของฝ่ายสนธิสัญญาวอร์ซอ[1]

ประวัติ[แก้]

อเล็กซานเดอร์ ดุปเชค เกิดเมื่อ ค.ศ. 1921 ที่เมืองอูห์โรเวค ในเชโกสโลวาเกีย[2] และเติบโตในสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตคีร์กีซ (ปัจจุบันคือ คีร์กีซสถาน) พออายุได้ 17 ปี ครอบครัวของเขาก็ย้ายกลับไปอยู่ที่เชโกสโลวาเกีย ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดุปเชคได้เข้าร่วมกลุ่มต่อต้านนาซีในสโลวาเกีย และเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสโลวาเกีย ซึ่งต่อมากลายเป็นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเชโกสโลวาเกีย กระทั่งในเดือนมกราคม ค.ศ. 1968 ดุปเชคก็ได้ขึ้นเป็นเลขานุการลำดับที่หนึ่งของพรรค การขึ้นสู่อำนาจของเขาก่อให้เกิดปรากฏการณ์ปรากสปริง ดุปเชคร่วมมือกับนักปฏิรูปหลายคนเพื่อเริ่มสิ่งที่เรียกว่า "สังคมนิยมแบบใบหน้ามนุษย์" (socialism with a human face) ซึ่งเป็นการเปิดเสรีทางการเมืองและให้สิทธิ์ต่าง ๆ กับประชาชน[3] แต่สมาชิกบางกลุ่มในพรรคและเหล่าผู้นำสนธิสัญญาวอร์ซอมองว่าสิ่งนี้เป็นภัยต่อระบอบคอมมิวนิสต์ เดือนสิงหาคม ปีเดียวกัน สหภาพโซเวียตและกลุ่มสนธิสัญญาวอร์ซอบุกเข้าเชโกสโลวาเกีย[4] ดุปเชคและนักปฏิรูปคนอื่น ๆ ถูกคุมตัวไปที่มอสโกและถูกบังคับให้ลงนามในพิธีสารมอสโก[5] สองปีหลังจากปรากสปริง ดุปเชคก็ถูกขับไล่ออกจากพรรค

หลังจากถูกขับไล่ออกจากพรรค ดุปเชคและภรรยาใช้ชีวิตอย่างสงบในบราติสลาวา ในปี ค.ศ. 1989 เขาได้รับรางวัลซาคารอฟ ในปีเดียวกัน ดุปเชคได้สนับสนุนการปฏิวัติกำมะหยี่ หลังการปฏิวัติ ดุปเชคได้รับเลือกเป็นประธานรัฐสภาแห่งสมาพันธ์เชโกสโลวาเกีย[6] จนกระทั่งถึงแก่กรรมในปี ค.ศ. 1992[7]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]