อุดร ทองน้อย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อุดร ทองน้อย
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492
อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร
เสียชีวิต 25 กันยายน พ.ศ. 2560 (67 ปี)

นายอุดร ทองน้อย (26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492 - 25 กันยายน พ.ศ. 2560) นักคิด นักเขียน นักเคลื่อนไหว นักการเมือง และนักสังคมนิยมคนสำคัญของเมืองไทย ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร ถึง 2 สมัย

ประวัติ[แก้]

อุดร ทองน้อย เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492[1] ที่บ้านโนนยาง ตำบลกำแมด อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร หลังจบชั้นประถมศึกษาตอนต้นเมื่อปี พ.ศ. 2503 ได้บวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดราชนัดดาและเข้าเรียนที่โรงเรียนบาลีมัธยมวัดโพธิ์ (วัดเชตุพนวิมลมังคลาราม) จากนั้นกลับไปเรียนต่อชั้นมัธยมตอนปลายที่โรงเรียนบาลีมัธยมวัดธาตุพนม จังหวัดนครพนม ต่อมาปี พ.ศ. 2511 สอบเข้าเรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบปริญญาตรี เคยดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ในปี พ.ศ. 2515

หลังจบการศึกษาได้ทำงานเป้นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ต่อมาในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2518 ได้ลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร ในนาม พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ได้รับเลือกเป็น ส.ส.หนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย ในวัย 25 ปี ต่อมามีการยุบพรรค อุดรไม่ได้สมัครเป็น ส.ส.ต่อ เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองค่อนข้างตึงเครียด จึงเลือกเดินทางเข้าป่าร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในฐานะแนวร่วมคนสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519 แล้วเคลื่อนไหวในพื้นที่ลาวและเทือกเขาภูพาน

จนกระทั่งรัฐบาลไทยได้ประกาศนโยบาย 66/2523 เพื่อแก้ปัญหาสงครามภายในโดยใช้การเมืองนำการทหาร อุดรจีงตัดสินใจเดินทางกลับเข้าสู่เมือง โดยต่อมาใช้ชีวิตเป็นนักกฎหมาย ทนายความ และเขียนวรรณกรรม เรื่องสั้น บทกวี เผยแพร่อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ยโสธร จนได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.อีกสมัยหนึ่งในปี พ.ศ. 2531 ภายใต้สังกัดพรรคประชาธิปัตย์[2]

ถึงแก่อนิจกรรม[แก้]

อุดร ทองน้อย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560[3] ด้วยภาวะโรคเบาหวาน และ โรคไต สิริอายุรวม 67 ปี มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ที่วัดบึงทองหลาง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560

งานวรรณกรรม[2][แก้]

อุดร ทองน้อย มีผลงานและชื่อเสียงด้านวรณณกรรมตั้งแต่ยังหนุ่ม จากผลงานการเขียนหลายเรื่อง โดยเฉพาะบทกวี อีสานกู ที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารวิทยาสาร ในปี 2512 อาศรมวรรณศิลป์ ของเขา ที่ร่วมกับเพื่อนมิตรวรรณกรรมก่อตั้งขึ้น มีผลงานตีพิมพ์ในนิตยสารต่างๆ อย่างต่อเนื่องในยุคสมัยต่อๆ มา ผลงานเขียนนวนิยายของอุดรคือ วันที่แดดเป็นสีเลือด รวมเรื่องสั้นได้แก่ หมาเน่า อีแร้ง แมลงวัน คืนก่อนวันเก่า ต้องมีสักวัน แมลงเม่า กลับบ้าน ฟ้าไม่สิ้นลม กุยดำเรย นักฆ่าพญาโขง สายลับนอกราชการ รุ่นสะเดิดดิ้น ผมเพิ่งกลับจากสงคราม รวมถึงเรื่องสั้น สองเสี่ยวหาเสียง ในฟ้าเมืองไทย และเรื่องสั้น จอนฟอน ในฟ้าเมืองทอง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสารคดีได้แก่ ถังเหล่ยเวียดนาม ตะวันสีแดงส่องทาง และ ตามรอยรอแดว ประเภทบทกวีนิพนธ์ ได้แก่ ทุ่งนา ป่าดอน นคร คน อีสานกู เลือดเนื้อหนังกระดูกของคนยากจน (สายเลือด หนังเนื้อ และกระดูกผู้ยากไร้) ดวงมณีล้ำค่า บทละคร ร้านอัตวินิบาตกรรม และ ว่าวใบกลอย

ผลงานหนังสือ[4][แก้]

  • หมาเน่า อีแร้ง และแมลงวัน
  • คืนก่อนวันเก่า
  • ตามรอยเรอแดว
  • ทุงนา ป่าดอน นครคน
  • ต้องมีสักวัน
  • แมลงเม่า
  • ถังเหว่ยเวียตนาม
  • ตะวันแดงยังส่องทาง
  • ดวงมณีคำล้ำค่า
  • กลับบ้าน
  • อีสานกู
  • ว่าวใบกลอย

งานการเมือง[แก้]

อุดร ทองน้อย ได้รับเลือกเป็นรองเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ในปี พ.ศ. 2515 ยุคสมัยที่มี “ธีรยุทธ บุญมี” เป็นเลขาธิการ อุดรเป็น 1 ใน 100 คนที่ลงชื่อร่วมเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2518 อุดรลาออกจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในนามพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ที่มี พ.อ.สมคิด ศรีสังคม เป็นหัวหน้าพรรค และ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน เป็นเลขาธิการ แนวทางสังคมนิยมที่เป็นกระแสสูงในสังคมขณะนั้น ทำให้เขากับคู่หูหนุ่ม ยงค์ ยโสธร ได้รับเลือกเป็น ส.ส.หนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย ในวัย 25 ปี ด้วยคะแนนสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในจังหวัด

อุดร ทองน้อย เป็น ส.ส.ที่หนุ่มที่สุดในสภาได้ไม่ถึงปี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ก็ประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2519 และจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในวันที่ 4 เมษายนปีเดียวกัน แต่อุดรไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนั้นด้วย เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองค่อนข้างตึงเครียด จึงเลือกเดินทาง เข้าป่า ร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในฐานะแนวร่วมคนสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519 และชักชวนยงค์ ยโสธรเดินทางเข้าป่าไปด้วยในวันเดียวกัน อุดร ทองน้อย มีชื่อเรียกในป่าว่า สหายกาด มีผลงานเขียนบทกวีและบทเพลงร่วมกับแนวร่วมศิลปินหลายเพลง เช่น เพลงแนวร่วมประชาชาติไทย ฉลองชัยวันพรรค ลุกขึ้นปลดแอก และบทกวีบทเพลงกล่อมลูก ที่พิมพ์ในสาร สามัคคีสู้รบ (มีวิสา คัญทัพ ธีรยุทธ บุญมี สมาน เลิศวงรัฐ และยงค์ ยโสธร ร่วมเป็นกองบรรณาธิการ) และออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงประชาชนแห่งประเทศไทยด้วย อุดรข้ามลงมาเทือกเขาภูพานอีกครั้งหนึ่งในพื้นที่เขตงาน 333 (นครพนม-กาฬสินธุ์-มุกดาหาร) ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2520 เพื่อเข้าโรงเรียน 1 ธันวา และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นหลักสลับกับการเดินทางลงพื้นราบ ชีวิตการต่อสู้ในเขตป่าเขาไม่ได้สะดวกสบายนัก แต่เต็มไปด้วยความยากลำบากและโรคภัยไข้เจ็บ หลายคนป่วยเป็นไข้เหลือง ไข้มาลาเรีย หรือไม่ก็ไข้รากสาด ปลายปี พ.ศ. 2521 สหายกาด จึงเดินทางลงเขตงานพื้นราบในอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านเกิด เพื่อทำงานขยายเขตงานแนวร่วมในพื้นที่สีชมพู ร่วมกับสหายหลายคนที่ชำนาญพื้นที่

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 ภายหลังเกิดความขัดแย้งในขบวนการคอมมิวนิสต์สากลที่แตกเป็นฝักฝ่าย และรัฐบาลไทยได้ประกาศนโยบาย 66/2523 เพื่อแก้ปัญหาสงครามภายในโดยใช้การเมืองนำการทหาร ทำให้อุดรตัดสินใจเดินทางกลับเข้าสู่เมือง พร้อม ๆ กับวิสา คัญทัพเพื่อนอีกหลายคน โดยต่อมาใช้ชีวิตเป็นนักกฎหมาย ทนายความ และเขียนวรรณกรรม เรื่องสั้น บทกวี เผยแพร่อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ยโสธร จนได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.อีกสมัยหนึ่งในปี พ.ศ. 2531 ภายใต้สังกัดพรรคประชาธิปัตย์[2]

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[แก้]

อุดร ทองน้อย ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 2 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2518 จังหวัดยโสธร สังกัดพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2531 จังหวัดยโสธร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

อ้างอิง[แก้]

  1. ทำเนียบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2532. สำนักงานเลขารัฐสภา. 2532
  2. 2.0 2.1 2.2 "ประวัติศาสตร์สังคมนิยมอีสาน : อุดร ทองน้อย อดีต ส.ส.อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย จากยโสธร (ตอนที่ 2)". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-09-23. สืบค้นเมื่อ 2020-04-16.
  3. สุดอาลัย ‘อุดร ทองน้อย’ ตำนาน ส.ส.สังคมนิยม
  4. เยือนถิ่นนักเขียนเมืองบั้งไฟโก้ยโสธร (๔)