อึกก์ดราซิลล์

ตามเทวตำนานนอร์ส อึกก์ดราซิลล์ (นอร์สเก่า: Yggdrasill) หรือ ต้นพิภพ (World Tree) เป็นแกนกลางของจักรวาลนอร์สและเชื่อมต่อโลกทั้งเก้า อึกก์ดราซิลล์ถูกกล่าวถึงร้อยกรองเอ็ดดา (Poetic Edda) ซึ่งเรียบเรียงขึ้นในคริสตศตวรรษที่ 13 จากมุขปาฐะที่มีอยู่เดิม
ในร้อยกรองเอ็ดดามิได้กล่าวถึงการกำเนิดของต้นอึกก์ดราซิลล์ที่แน่นอน บรรยายเพียงว่าพฤกษาต้นนี้ "ตั้งตระหง่านอยู่" (Ask veit ek standa) มาตั้งแต่ปฐมกาล อึกดราซิลล์คือสรรพสิ่งที่อุบัติขึ้นเองเพื่อทำหน้าที่เป็นแกนแห่งสรรพสิ่ง (Axis Mundi) ตั้งแต่ช่วงที่โอดินน์และสองอนุชาเริ่มจัดระเบียบจักรวาลจากซากศพของปฐมยักษ์อีเมียร์ (Ymir)[1]
ลักษณะ
[แก้]ข้ารู้จักต้นแอชที่ตั้งอยู่ที่นั้น มีนามว่าอึกก์ดราซิลล์
เป็นพฤกษาสูงใหญ่ ชะโลมด้วยน้ำตมสีขาวประกาย
อึกก์ดราซิลล์เป็นต้นไม้สีเทาซีดขนาดมหึมาซึ่งเขียวชอุ่มอยู่ตลอดกาล ขณะที่รากแก้วทั้งสามแขนงทำหน้าที่เป็นสายใยยึดโยงแหล่งพลังงานศักดิ์สิทธิ์สามแห่ง ได้แก่ บ่อน้ำอูร์ดาร์บรุนเนอร์ (Urðarbrunnr) ตั้งอยู่บริเวณรากที่แผ่ไปอาสการ์เดอร์, ตาน้ำคแวร์เก็ลเมียร์ (Hvergelmir) ตั้งอยู่บริเวณรากที่แผ่ไปนิเวิลเฮย์เมอร์ และบ่อน้ำมีมิสบรุนเนอร์ (Mímisbrunnr) ตั้งอยู่บริเวณรากที่แผ่ไปยอตุนเฮย์เมอร์[2]
บริเวณใต้รากแก้วแขนงที่แผ่ไปทางนิเวิลเฮย์เมอร์ สามารถพบมังกรนีดฮ็อกเกอร์ (Níðhǫggr) ผู้คอยกัดแทะรากไม้ ขณะที่เบื้องบนเรือนยอดไม้มีอินทรีนิรนามเกาะอยู่เฝ้ามองความเป็นไป โดยมีกระรอกราตาตอสเกอร์ (Ratatoskr) วิ่งขึ้นลงเพื่อถ่ายทอดคำด่าทอระหว่างอินทรีและนีดฮ็อกเกอร์ นอกจากนี้ยังมีกวางแดงสี่ตัวที่วิ่งอยู่ตามกิ่งก้านและแทะกินยอดอ่อนของต้นพิภพ
ศัพท์มูลวิทยา
[แก้]อึกก์ดราซิลล์เป็นภาษานอร์สโบราณที่ถูกตีความว่าหมายถึง "อาชาแห่งโอดินน์" มาจากการตีความคำว่า drasill ที่แปลว่าม้า กับคำว่า Ygg(r) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายนามแฝงของจอมเทพโอดินน์ ในบทกวี Hávamál (ภาษิตจอมเทพ) ระบุว่าโอดินน์ต้องการทราบความลับสูงสุดของจักรวาล (การกำเนิดจักรวาล ชีวิตหลังความตาย และอนาคตของจักรวาล) จึงทรมานองค์โดยผูกเท้าข้างหนึ่งกับต้นพิภพ แทงหอกที่สีข้าง ทุกข์ทรมานอยู่ถึงเก้าวันจนสิ้นพระชนม์ แล้วทรงฟื้นคืนชีพโดยไม่เจ็บปวดและตรัสรู้ ต้นอึกก์ดราซิลล์จึงได้ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าคานประหารโอดิน ต้นไม้ต้นนี้เป็นเสมือนพาหนะหรืออาชาที่นำพาจิตของจอมเทพก้าวข้ามขอบเขตไปสู่การมีสัพพัญญุตญาณ
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Larrington, C. (Trans.). (2014). The Poetic Edda. Oxford University Press.
- ↑ Faulkes 1995, p. 17.