อีวาน ราเชล วูด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อีวาน ราเชล วูด
วูด ในปี ค.ศ. 2019
วูด ในปี ค.ศ. 2019
สารนิเทศภูมิหลัง
เกิด7 กันยายน ค.ศ. 1987 (34 ปี)
ราลี, ​รัฐนอร์ทแคโรไลนา, สหรัฐอเมริกา
บิดาไอรา เดวิด วูด ที่ 3
มารดาซารา ลินน์ มัวร์
คู่สมรสเจมี เบลล์ (สมรส ค.ศ. 2012; หย่าปี 2014)
บุตร1
อาชีพ
ปีที่แสดง1994–ปัจจุบัน
ผลงานเด่นเทรซี หลุยส์ ฟรีแลน
จากเรื่อง วัยห้าว
ลูซี คาร์ริแกน
จากเรื่อง รักนี้ คือทุกสิ่ง
โซฟี-แอนน์ เลเคิล์ก
จากเรื่อง แวมไพร์พันธ์ุใหม่
โดโลเรส อเบอร์นาธี
จากเรื่อง เวสต์เวิลด์

อีวาน ราเชล วูด (อังกฤษ: Ivan Rachel Wood; เกิดวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1987) [1][2] เป็นนักแสดง​, นางแบบ​ และ นักร้องชาวอเมริกัน เคยได้รับรางวัลจากสมาคมนักวิจารณ์ละครโทรทัศน์ และ ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลไพรม์ไทม์เอมมี 3 ครั้ง รวมถึงเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ​ 3 ครั้ง

วูด เริ่มต้นอาชีพนักแสดงในช่วงยุคคริสต์ทศวรรษ 1990 จากการเป็นนักแสดงเด็กในละครชุด​ทางโทรทัศน์หลายเรื่อง เช่น อเมริกันกอทิก (1995–96) และ Once and Again (1999–2002) เธอได้รับโอกาสในการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกเมื่ออายุได้เพียง 9 ขวบในเรื่อง Digging to China (1997) รวมทั้งได้แสดงร่วมกับ อัล ปาชิโน ในภาพยนตร์เรื่อง ซิโมน ดิจิตอลอ้อนหัวใจรัก​ (2002)​ ก่อนจะประสบความสำเร็จจากการรับบทนักแสดงนำในเรื่อง วัยห้าว (2003)​ ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์ดรามา[3] นอกจากนี้เธอยังแสดงในภาพยนตร์อิสระ​อีกหลายเรื่อง เช่น เพรตตีเพอร์ซูเอชัน (2005), หุบเขาแห่งรัก (2005), ครอบครัวเพี้ยน ไม่ต้องบำบัด (2006) และ รักนี้ คือทุกสิ่ง​ (2007)

ตั้งแต่ปี 2008 วูด เริ่มรับงานแสดงในภาพยนตร์กระแสหลักมากขึ้น เช่น เพื่อเธอขอสู้ยิบตา (2008), การเมืองกินคน (2011)​ และ ลักเล็กพลิกล็อก (2020) ​นอกจากนี้เธอยังคงมีผลงานในละครชุด​ทางโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมของช่อง เอชบีโอ ​เช่น แวมไพร์พันธุ์ใหม่ (2009–2011), มิลเดร็ด เพียร์ซ หัวอกแม่ (2011) ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลไพรม์ไทม์เอมมี​ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม และ เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ เป็นสมัยที่ 2 ในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ประเภทละครโทรทัศน์ ต่อมาเธอประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักในระดับโลกจากการเป็นนักแสดงนำในละครชุดแนว ดิสโทเปีย-​ไซไฟ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ​เรื่อง เวสต์เวิลด์ (2016–2020) ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลสมาคมนักวิจารณ์ละครโทรทัศน์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประเภทละครโทรทัศน์แนวดรามา และได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลไพร์ไทม์เอมมี 2 สมัยติดต่อกัน อีกทั้งยังทำให้เธอได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำเป็นสมัยที่ 3 ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทละครโทรทัศน์แนวดรามา

นอกจากผลงานการแสดงในภาพยนตร์และละครทางโทรทัศน์แล้ว วูด ยังเป็นผู้ให้เสียงตัวละคร "ราชินีอิดูน่า" ในภาพยนตร์แอนิเมชัน​ของ วอลต์ดิสนีย์ ​เรื่อง โฟรเซ่น 2 ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ และยังเป็นหนึ่งในผู้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเพลง "Show Yourself" ที่เธอร้องคู่กับ ไอดินา เมนเซล ในเรื่องโฟรเซ่น 2 ได้รับความนิยมจนเคยขึ้นไปถึงอันดับ 70 ในบิลบอร์ดฮอต 100[4] เธอเคยมีวงดนตรีแนวอิเล็กโทรป็อปของตัวเองชื่อ เรเบล แอนด์ อะ บาสเกตเคส และทำผลงานเพลงคัฟเวอร์ในนาม อีวาน + เซน

วัยเด็ก[แก้]

วูด เกิดที่เมืองราลี, ​รัฐนอร์ทแคโรไลนา ในครอบครัวของคนในวงการบันเทิง โดยแม่ของเธอ ​ซารา ลินน์ มัวร์​ เป็นอดีตนักแสดงและครูสอนการแสดง ที่ภายหลังได้เปลี่ยนมานับถือศาสนายูดาห์ ทำให้เธอหันมามีความเชื่อทางศาสนาอย่างชาวยิว​ตามแม่ของเธอ[5][6] ​ส่วนพ่อของเธอ ​ไอรา เดวิด วูด ที่ 3 อยู่ในครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์​ และเป็นนักเขียนบท, นักแสดงและผู้กำกับละครเวที​ อีกทั้งยังเป็นกรรมการผู้บริหารของโรงละคร​ "เธียร์เตอร์อินเดอะพาร์ก" ในเมืองราลี , พี่ชายของเธอ ไอรา เดวิด วูด ที่ 4 เป็นนักแสดงละครเวที​ และคุณอาของเธอ แครอล วินสตีด วูด เป็นผู้ออกแบบงานสร้างและผู้กำกับงานศิลป์ในภาพยนตร์ฮอลลีวูด​ที่ประสบความสำเร็จหลายเรื่อง[7]

ในวัยเด็กเธอและพี่ชาย ได้ผ่านการแสดงละครเวทีที่โรงละครของพ่ออยู่บ่อยครั้ง โดยเธอมีส่วนร่วมในโรงละครของพ่อเป็นครั้งแรกในละครเวทีที่สร้างจากนวนิยายของชาลส์ ดิกคินส์​เรื่อง อะคริสต์มาสแครอล ​ตั้งแต่มีอายุเพียงไม่กี่เดือน เมื่อเธอโตขึ้นเธอได้แสดงคู่กับแม่ของเธอในละครเวทีที่สร้างจากหนังสืออัตชีวประวัติ​ของ เฮเลน เคลเลอร์ เรื่อง เดอะ มิราเคิล เวิร์คเกอร์ ซึ่งเธอรับบทเป็น เฮเลน เคลเลอร์ นักเขียนผู้พิการทั้งตาบอดและห​ูหนวก ส่วนแม่ของเธอรับบทเป็น แอนน์ ซัลลิแวน​ โดยมีพ่อของเธอเป็นผู้กำกับการแสดง ต่อมาพ่อและแม่ของเธอได้แยกกันอยู่ในปี 1996 ก่อนจะหย่าขาดจากกันในปี 2002 ทำให้เธอต้องย้ายมาอยู่กับแม่ที่ รัฐแคลิฟอร์เนีย

อีวาน ราเชล วูด มีความสนใจและมีความสามารถทางด้านเทควันโด​จนได้ถึงระดับสายดำ ตั้งแต่อายุ 12 ปี[8]

อาชีพนักแสดง[แก้]

ค.ศ. 1994–2000[แก้]

อีวาน ราเชล วูด เริ่มเข้าสู่วงการโทรทัศน์จากการเป็นนักแสดงเด็กของช่องซีบีเอส​ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 โดยได้แสดงในละครโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมอย่าง อเมริกันกอทิก​ (ค.ศ. 1995)​ ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงเด็กที่ได้รับความสนใจจากวงการบันเทิงสหรัฐ

ต่อมาเธอได้รับโอกาสแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในเรื่อง ดิกกิงทูไชนา (ค.ศ. 1997)​ โดยได้ร่วมงานกับนักแสดงอย่าง เควิน เบคอน ก่อนที่ในปีต่อมาเธอจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่องที่สองใน สองสาวพลังรักเมจิก ที่นำแสดงโดย แซนดรา บุลล็อก​ และ นิโคล คิดแมน​ โดยในปีเดียวกันนั้นเองเธอยังได้แสดงในละครชุด​ที่ออกอากาศทางสถานี เอ็นบีซี ​เรื่อง โพรไฟเลอร์​ ฤดูกาลที่ 3–4 (ค.ศ. 1998–1999) รวมถึงได้เป็นนักแสดงหลักในละครโทรทัศน์เรื่อง Once and Again ทางช่อง เอบีซี​ (ค.ศ. 1999)[9]

ค.ศ. 2001–2005[แก้]

เมื่ออีวาน ราเชล วูด เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เธอได้รับบทนักแสดงนำเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์คอมเมดีเรื่อง ​Little Secrets (ค.ศ. 2001)​ และ แสดงเป็นลูกสาวของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง อัล ปาชิโน​ ใน ซิโมน ดิติตอลอ้อนหัวใจรัก (ค.ศ. 2002)

ในปี ค.ศ. 2003 เธอประสบความสำเร็จกับภาพยนตร์เรื่อง ​วัยห้าว ที่เธอแสดงนำคู่กับ ฮอลลี ฮันเตอร์​ และทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ, ​รางวัลแซกอวอร์ดส์​ และรางวัล เอ็มทีวีมูวีแอนด์ทีวีอะวอดส์​ โดยในปีนั้นเธอยังมีผลงานในภาพยนตร์แนวระทึกขวัญเรื่อง เดอะมิซซิ่ง ล่ามัจจุราชแดนเถื่อน ร่วมกับ ทอมมี่ ลี โจนส์​ และ เคต แบลนเชตต์​ รวมทั้งยังได้แสดงในซีรีส์ ซีเอสไอ: ไครม์ซีนอินเวสติเกชัน​ ฤดูกาลที่ 3 จำนวน 1 ตอน

ในปี ค.ศ. 2005 เธอมีผลงานในภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี​เรื่อง เติมรักให้เต็มหัวใจ ที่นำแสดงโดย เควิน คอสต์เนอร์​ และแสดงนำในภาพยนตร์อิสระ​เรื่อง เพรตตีเพอร์ซูเอชัน โดยเธอแสดงเป็นเด็กผู้หญิงที่มีบุคคลิกไซโคพาท​ รวมทั้งยังแสดงนำคู่กับ เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ​ในภาพยนตร์เรื่อง หุบเขาแห่งรัก ที่เธอรับบทเป็น "โทบี" หญิงสาวที่ตกหลุมรักคาวบอย​ที่อายุมากกว่าเธอหลายปี ซึ่งในปี 2005 นอกจากเธอจะมีผลงานภาพยนตร์แล้วเธอยังได้แสดงใน มิวสิกวีดีโอ ​ของวง กรีนเดย์​ ในเพลง Wake Me Up When September Ends

ค.ศ. 2006–2008[แก้]

ในปี 2006 วูด ได้รับโอกาสในการทำงานด้านการพากย์เสียงตัวละครเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์แอนิเมชัน​ของประเทศเดนมาร์กที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนจาก​ประเทศฝรั่งเศสเรื่อง​ Asterix and the Vikings ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษ​ และได้พากย์เสียงภาพยนตร์คอมพิวเตอร์แอนิเมชัน​ของประเทศเกาหลีใต้​เรื่อง Shark Bait -​ ปลาเล็กหัวใจทอร์นาโด อีกทั้งยังได้แสดงร่วมกับ แอนเนตต์ เบนิง​ ในภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จเรื่อง ครอบครัวเพี้ยน ไม่ต้องบำบัด

ในปี ค.ศ. 2007 วูด มีผลงานการแสดงภาพยนตร์ 3 เรื่อง ได้แก่ภาพยนตร์คอมเมดี-ดรามา เรื่อง ​คิงออฟแคลิฟอร์เนียร์​ โดยเธอรับบทเป็นลูกสาวที่ต้องรับมือกับพ่อซึ่งเป็นนักดนตรีที่มีอาการของโรคไบโพลาร์​ (แสดงโดย ไมเคิล ดักลาส​)​ ซึ่งการแสดงของเธอในบทบาทดังกล่าวได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์จำนวนมาก, ภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่อง ​The Life Before Her Eyes -​ ก่อนชีวิตปิดฉากลง คู่กับ อูมา เธอร์แมน​ และภาพยนตร์โรแมนติกที่ประสบความสำเร็จด้วยการเข้าชิง 2 รางวัลออสการ์ เรื่อง ​Across The Universe -​ รักนี้ คือทุกสิ่ง โดยเธอรับบทนักแสดงนำคู่กับ จิม สเตอเจส

ในปี 2008 อีวาน ราเชล วูด ได้แสดงในภาพยนตร์ที่กำกับการแสดงโดย ดาร์เรน อโรนอฟสกี เรื่อง ​The Wrestler -​ เพื่อเธอขอสู้ยิบตา โดยภาพยนตร์ได้รับรางวัลสิงโตทองคำ​ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส

2009–ปัจจุบัน[แก้]

วูด ในงานฉายรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์เรื่อง Whatever Works เดือน เมษายน 2009

ในปี 2009 เธอได้แสดงในภาพยนตร์ที่กำกับโดย วูดดี อัลเลน​ เรื่อง ​Whatever Works ซึ่งถึงแม้ตัวภาพยนตร์จะได้รับคำวิจารณ์ที่หลากหลาย แต่วูดได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่าเธอรู้สึกว่าตัวเองทำผิดพลาดในการรับบทในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว และไม่ขอร่วมงานกับ วูดดี อัลเลน อีก[10] หลังจากนั้นเธอได้กลับไปแสดงละครเวทีที่สร้างจากบทประพันธ์ของ วิลเลียม เชกสเปียร์​ ในเรื่อง โรเมโอและจูเลียต​ ที่โรงละครเธียร์เตอร์อินเดอะพาร์ก ที่พ่อเธอเป็นผู้บริหารอยู่ และถือเป็นการกลับไปแสดงละครเวทีร่วมกับพ่อและพี่ชายของเธออีกครั้ง โดยเธอรับบทเป็น จูเลียต, ไอรา เดวิด วูด ที่ 4 ซึ่งเป็นพี่ชายของเธอรับบทเป็น เมอร์คิวชิโอและเป็นผู้กำกับการแสดง ส่วนพ่อของเธอ ไอรา เดวิด วูด ที่ 3 รับบทเป็น คาปุเล็ต[11][12]

ต่อมา วูด ได้แสดงละครโทรทัศน์ของช่องเอชบีโอ​เรื่อง แวมไพร์พันธุ์ใหม่​ ฤดูกาลที่ 2–4 (ค.ศ.2009–2011) ​โดยเธอรับบทเป็น โซฟี-แอนน์ เลเคิล์ค แวมไพร์​สาวที่มีอายุกว่า 500 ปี รวมทั้งแสดงในภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนที่กำกับโดย โรเบิร์ต เรดฟอร์ด​ เรื่อง เปิดปมบงการ สังหารลินคอล์น​ (ค.ศ.2010)​ และแสดงในภาพยนตร์ดรามาอิงการเมืองเรื่อง การเมืองกินคน​ (ค.ศ.2011)[13]

ในปี 2011 วูดแสดงเป็นตัวละครหลักในละครโทรทัศน์ที่นำแสดงโดย เคต วินสเล็ต​ เรื่อง มิลเดร็ด เพียร์ซ หัวอกแม่​ ทางช่องเอชบีโอ ​โดยเธอแสดงเป็นลูกสาวของเคต วินสเล็ต จากผลงานการแสดงในบทดังกล่าวทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลไพรม์ไทม์เอมมี สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม[14]

ต่อมาในปี ค.ศ. 2013 เธอแสดงในภาพยนตร์จิตวิทยา-ระทึกขวัญเรื่อง ​ชาร์ลี คันทรีแมน รักนี้อย่าได้ขวาง​ ​ร่วมกับ ไชอา เลอบัฟ และ รูเพิร์ต กรินต์[15]​ และพากย์เสียงตัวละครในภาพยนตร์แอนิเมชันของวอลต์ ดิสนีย์​เรื่อง ​มนตร์มหัศจรรย์​ (ค.ศ.2015)​ อีกทั้งยังได้เป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์น้ำหอมของกุชชี​ร่วมกับ คริส อีแวนส์​ ในปี 2016

ในปี 2016 เธอประสบความสำเร็จจากการรับบทนักแสดงนำในละครโทรทัศน์แนวดิสโทเปีย-​ไซไฟ เรื่อง เวสต์เวิลด์​ ที่การแสดงของเธอได้รับคำชื่นชมจำนวนมากส่งผลให้เธอได้รับรางวัลจากไอจีเอ็น ​และ สมาคมนักวิจารณ์ละครโทรทัศน์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมทางละครโทรทัศน์ อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลไพรม์ไทม์เอมมี​ 2 สมัยติดต่อกัน

อ้างอิง[แก้]

​​​​​​

  1. "How Evan Rachel Wood's Personal Demons Prepped Her for 'Westworld'". November 17, 2016. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ August 18, 2017. สืบค้นเมื่อ August 17, 2017.
  2. Hibbard, Laura (September 7, 2011). "September 7 Famous Birthdays: Evan Rachel Wood, Michael Emerson & Buddy Holly (PHOTOS)". สืบค้นเมื่อ August 17, 2017 – โดยทาง Huff Post.
  3. "Wood re-lives high school bullying for inspiration". DailyIndia.com. June 17, 2006. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ July 1, 2006. สืบค้นเมื่อ June 17, 2006.
  4. "Idina Menzel Chart History (Hot 100)". Billboard. สืบค้นเมื่อ December 17, 2020.
  5. Wolf, Jeanne (November 16, 2009). "Evan Rachel Wood: Dating Older Men 'Works For Me'". Parade. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ September 21, 2012. สืบค้นเมื่อ November 29, 2009.
  6. Bloom, Nate (23 June 2009). "Interfaith Celebrities: Stallone's Jewish Grandfather". InterfaithFamily.com. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 4 April 2012. สืบค้นเมื่อ 1 June 2021.
  7. McDowell, Robert W. (December 1, 2004). "Preview: Theatre in the Park Preview: A Christmas Carol, Starring David Wood as Scrooge, Will Have New Scenery and New Choreography". Classical Voice of North Carolina. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ November 9, 2013. สืบค้นเมื่อ August 15, 2010.
  8. Marlow Stern (April 24, 2013). "Evan Rachel Wood On Tribeca Film 'Case Of You,' Coming Out As Bisexual, Her Pregnancy, and More". The Daily Beast.
  9. "Jessie Sammler (Character)". IMDb. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ May 4, 2017. สืบค้นเมื่อ October 29, 2017.
  10. Rachel Wood, Evan (December 4, 2016). "That was years before I read Dylan's letter. Unfortunately, I can't say that I would again. @juicybombon". Twitter. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ January 27, 2020. สืบค้นเมื่อ January 18, 2018.
  11. Hudson, Shane (February 19, 2009). "Auditions Set for Evan Rachel Wood Led Romeo & Juliet Benefit Run". BroadWayWorld. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ July 14, 2009. สืบค้นเมื่อ August 13, 2009.
  12. https://www.theatreinthepark.com/about/past-shows/season-2008-2009/romeo-juliet.html
  13. Rapkin, Mickey (October 2011). "Evan Rachel Wood, Uncut". GQ. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ December 5, 2011. สืบค้นเมื่อ December 16, 2011.
  14. "Mildred Pierce". Emmy Awards. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ July 5, 2018. สืบค้นเมื่อ June 6, 2018.
  15. "Rupert Grint star 'The Necessary Death of Charlie Countryman'". hypable.com. May 29, 2012. สืบค้นเมื่อ November 1, 2016.