ข้ามไปเนื้อหา

อิเดสซา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เมโสโปเตเมียตอนบนและภูมิภาคโดยรอบในช่วงศาสนาคริสต์ยุคแรก อิเดสซาอยู่ในจตุภาคซ้ายบน

อิเดสซา (/əˈdɛsə/; กรีกโบราณ: Ἔδεσσα, อักษรโรมัน: Édessa) เป็นเมืองโบราณ (โพลิส) ในเมโสโปเตเมียตอนบน ปัจจุบันคือเมืองชันลืออูร์ฟา ประเทศตุรกี ก่อตั้งในสมัยเฮลเลนิสต์โดยซิลูคัสที่ 1 ไนเคเตอร์ แม่ทัพมาเกโดนีอาและบาซิเลวส์แห่งจักรวรรดิซิลูซิด (ครองราชย์ 305–281 ปีก่อนคริสตกาล) โดยเขาตั้งชื่อเมืองนี้ตามเมืองหลวงโบราณของมาเกโดนีอา ชื่อภาษากรีก Ἔδεσσα (Édessa) มีความหมายว่า "หอคอยในน้ำ" ต่อมาได้กลายเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรออซรีนี (Kingdom of Osroene) และยังคงเป็นเมืองหลวงของมณฑลออซรีนีในสมัยโรมัน เมืองนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางที่โดดเด่นด้านการศึกษาศาสนาคริสต์และเป็นที่ตั้งของสำนักคำสอนแห่งอิเดสซา (Catechetical School of Edessa) ในช่วงปลายสมัยโบราณ อิเดสซายังเป็นเมืองหลวงของเคาน์ตีอิเดสซาในช่วงสงครามครูเสด

อิเดสซาตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำเดย์ซาน (กรีกโบราณ: Σκίρτος; ละติน: Scirtus; ตุรกี: Kara Koyun) ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำคาบูร์ และได้รับการป้องกันโดยป้อมปราการหลักอย่างปราสาทชันลืออูร์ฟา

อิเดสซาเป็นเมืองที่ตั้งมาก่อนของเมืองชันลืออูร์ฟาหรืออูร์ฟาในปัจจุบัน (ตุรกี: Şanlıurfa; เคิร์ด: Riha; อาหรับ: الرُّهَا, อักษรโรมัน: ar-Ruhā; อาร์มีเนีย: Ուռհա, อักษรโรมัน: Urha) ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดชันลืออูร์ฟา ประเทศตุรกี ชื่อปัจจุบันของเมืองนี้มีแนวโน้มที่จะมาจากคำว่า Urhay หรือ Orhay (ซีรีแอกคลาสสิก: ܐܘܪܗܝ, อักษรโรมัน: ʾŪrhāy / ʾŌrhāy) ซึ่งเป็นชื่อภาษาซีรีแอกของพื้นที่นี้ก่อนที่จะมีการก่อตั้งถิ่นฐานใหม่โดยซิลูคัสที่ 1 ไนเคเตอร์ หลังฝ่ายซิลูซิดพ่ายแพ้ในสงครามซิลูซิด–พาร์เธีย อิเดสซาได้กลายเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรออซรีนี ซึ่งมีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างซีรีแอกกับเฮลเลนิสต์ ต้นกำเนิดของชื่อออซรีนีนั้นอาจมีความเกี่ยวข้องกับคำว่า Orhay[1][2]

สาธารณรัฐโรมันเริ่มมีอิทธิพลทางการเมืองเหนือราชอาณาจักรออซรีนีและอิเดสซาตั้งแต่ 69 ปีก่อนคริสตกาล อิเดสซาได้กลายเป็นโคโลเนียของโรมันใน ค.ศ. 212 หรือ 213 แม้ว่าจะยังคงมีผู้ปกครองท้องถิ่นของออซรีนีอยู่จนถึง ค.ศ. 243 หรือ 248 อิเดสซาในช่วงปลายยุคโบราณเป็นเมืองสำคัญที่ตั้งอยู่บนพรมแดนโรมัน-เปอร์เซีย ซึ่งติดกับจักรวรรดิซาเซเนียน เมืองนี้สามารถต้านทานการโจมตีของชาห์ซาปูร์ที่ 1 ชาห์อันชาห์แห่งซาเซเนียน (ครองราชย์ ค.ศ. 240–270) ในการบุกครองดินแดนโรมันครั้งที่สามไว้ได้

ใน ค.ศ. 260 ชาห์ซาปูร์เอาชนะและจับตัวจักรพรรดิวาแลริอานุส (ครองราชย์ ค.ศ. 253–260) ในยุทธการที่อิเดสซา นำมาซึ่งความตกตะลึงและความไร้เสถียรภาพไปทั่วจักรวรรดิโรมัน บันทึก Laterculus Veronensis ในยุคปลายโบราณได้ระบุว่าอิเดสซาเป็นเมืองหลวงของมณฑลออซรีนีของโรมัน แอมมิแอนุส มาร์แก็ลลุส (Ammianus Marcellinus) ทหารและนักประวัติศาสตร์ชาวโรมันได้บรรยายถึงป้อมปราการอันแข็งแกร่งของเมือง และเล่าถึงวิธีที่เมืองนี้ใช้ป้องกันการโจมตีของพระเจ้าซาปูร์มหาราช (ครองราชย์ ค.ศ. 309–379) ได้สำเร็จใน ค.ศ. 359[3]

อิเดสซาเคยเป็นศูนย์กลางด้านความคิดทางเทววิทยาและปรัชญากรีกและซีเรีย โดยเป็นที่ตั้งของสำนักอิเดสซาที่มีชื่อเสียง เมืองนี้ยังคงอยู่ใต้อำนาจของโรมันจนกระทั่งถูกเปอร์เซียยึดครองระหว่างสงครามไบแซนไทน์–ซาเซเนียนใน ค.ศ. 602–628 ซึ่งเหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้ในบันทึกเหตุการณ์ Chronicon Paschale ของกรีกว่าเกิดขึ้นใน ค.ศ. 609 ก่อนที่โรมันยึดคืนมาได้ในช่วงปี ค.ศ. 627 และ 628 แต่เสียเมืองอีกครั้งให้แก่รัฐเคาะลีฟะฮ์รอชิดูนใน ค.ศ. 638 ในช่วงการพิชิตลิแวนต์ของชาวมุสลิม อิเดสซาไม่ได้กลับคืนสู่การควบคุมของโรมันอีกเลยจนกระทั่งจักรวรรดิไบแซนไทน์สามารถยึดเมืองนี้กลับมาได้ชั่วคราวในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 10 หลังจากล้มเหลวมาหลายครั้ง[3]

จักรวรรดิไบแซนไทน์กลับมาควบคุมอิเดสซาใน ค.ศ. 1031 แม้ว่าจะครอบครองอยู่ได้ไม่นานและเปลี่ยนมือไปมาหลายครั้งก่อนสิ้นศตวรรษ เคาน์ตีอิเดสซา ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐนักรบครูเสดที่ก่อตั้งขึ้นหลังจากความสำเร็จของสงครามครูเสดครั้งที่หนึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองนี้ โดยนักรบครูเสดได้ยึดเมืองมาจากพวกเซลจูก เคาน์ตีนี้ดำรงอยู่จนถึงการล้อมอิเดสซาใน ค.ศ. 1144 ซึ่งอิมาด อัล-ดิน เซงกี ผู้ก่อตั้งราชวงศ์เซงกิดได้เข้ายึดเมืองและสังหารชาวเมืองจำนวนมากตามบันทึกของมาเตออสแห่งอิเดสซา ในที่สุดดินแดนของราชวงศ์เซงกิดก็ถูกผนวกเข้ากับจักรวรรดิออตโตมันใน ค.ศ. 1517 หลังจากยุทธการที่ชอลดีรอนใน ค.ศ. 1514

อ้างอิง

[แก้]
  1. Harrak 1992, p. 209–214.
  2. Keser-Kayaalp & Drijvers 2018, p. 516–518.
  3. 1 2 Keser-Kayaalp & Drijvers 2018, p. 517.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
  • "Edessa". World History Encyclopedia.