อินเทอร์เน็ตประสานสรรพสิ่ง
อินเทอร์เน็ตประสานสรรพสิ่ง (อังกฤษ: Internet of Things) หรือ ไอโอที (IoT) คือโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงสิ่งทางกายภาพหรือสิ่งเสมือนซึ่งระบุตัวตนได้เข้ากับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นรับข้อมูล ประมวลผล แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือก่อให้เกิดการกระทำผ่านบริการต่าง ๆ ได้ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศนิยาม IoT ว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกสำหรับสังคมสารสนเทศ ซึ่งให้บริการขั้นสูงด้วยการเชื่อมโยง “สิ่ง” บนพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทำงานร่วมกันได้[1]
สิ่งที่เชื่อมต่ออาจเป็นเครื่องจักร ยานพาหนะ มาตรวัด เครื่องใช้ในบ้าน อุปกรณ์สวมใส่ หรือองค์ประกอบของสิ่งแวดล้อม โดยทั่วไปอุปกรณ์จะมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ระบบฝังตัว ตัวรับรู้ (เซนเซอร์) หรือแอคชูเอเตอร์ และส่วนเชื่อมต่อเครือข่าย ข้อมูลจากโลกกายภาพจึงถูกนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเฝ้าติดตาม วิเคราะห์ และตัดสินใจ ส่วนคำสั่งจากระบบคอมพิวเตอร์อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนสภาวะทางกายภาพ เช่น ปรับวาล์ว ลดกำลังเครื่องจักร หรือเปิดระบบระบายอากาศ กระบวนการเช่นนี้ทำให้ IoT ซ้อนทับกับระบบไซเบอร์-กายภาพ ระบบควบคุม และระบบอัตโนมัติ แต่คำเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทุกประการ
อุปกรณ์ IoT ไม่จำเป็นต้องติดต่อกับอินเทอร์เน็ตสาธารณะโดยตรง อุปกรณ์กำลังต่ำจำนวนมากสื่อสารผ่านเครือข่ายเฉพาะที่หรือเกตเวย์ และบางระบบทำงานภายในโรงงาน อาคาร หรือยานพาหนะโดยแยกจากอินเทอร์เน็ต สิ่งที่สำคัญกว่าชนิดของเครือข่ายคือความสามารถในการระบุตัวอุปกรณ์ แลกเปลี่ยนข้อมูล และนำข้อมูลนั้นไปให้บริการหรือควบคุมระบบ ด้วยเหตุนี้ IoT จึงเป็นระบบนิเวศที่รวมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่าย ข้อมูล และกระบวนการขององค์กร ไม่ใช่เพียงชื่อเรียกอุปกรณ์ที่มีไวไฟ[2]
IoT ใช้ในบ้านและอาคารอัจฉริยะ การผลิตและสาธารณูปโภค การขนส่ง โลจิสติกส์ การเกษตร การแพทย์ และการติดตามสิ่งแวดล้อม ประโยชน์ที่มุ่งหวังได้แก่การมองเห็นสภาวะของระบบแบบใกล้เวลาจริง การควบคุมจากระยะไกล การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการบำรุงรักษาตามสภาพ อย่างไรก็ตาม การเชื่อมต่อโลกกายภาพกับซอฟต์แวร์ยังเพิ่มพื้นผิวการโจมตี ความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว การพึ่งพาผู้ให้บริการ และผลกระทบต่อความปลอดภัยทางกายภาพ จึงต้องพิจารณาความมั่นคงปลอดภัยและวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ขั้นออกแบบ
ความหมายและขอบเขต
[แก้]มาตรฐาน ITU-T Y.4000/Y.2060 แยกคำว่า “สิ่ง” ออกจาก “อุปกรณ์” โดยสิ่งอาจอยู่ในโลกกายภาพหรือโลกสารสนเทศและต้องสามารถระบุตัวตนและรวมเข้ากับเครือข่ายการสื่อสารได้ ส่วนอุปกรณ์เป็นเครื่องที่ต้องมีความสามารถด้านการสื่อสาร และอาจมีความสามารถด้านการรับรู้ การกระทำ การบันทึก การจัดเก็บ หรือการประมวลผลข้อมูล[1] ในทางปฏิบัติ สิ่งทางกายภาพหนึ่งชิ้นอาจมีอุปกรณ์หลายตัว หรืออาจมีตัวแทนดิจิทัลอยู่บนแพลตฟอร์มโดยไม่เปิดให้เข้าถึงตัวอุปกรณ์โดยตรง
IoT เกิดจากการบรรจบกันของเทคโนโลยีหลายแขนง ได้แก่ ระบบฝังตัว เครือข่ายตัวรับรู้ไร้สาย การระบุด้วยคลื่นความถี่วิทยุ การประมวลผลแบบกระจาย การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบควบคุม แนวคิดที่เกี่ยวข้องมีจุดเน้นแตกต่างกันดังนี้
| แนวคิด | จุดเน้น | ความสัมพันธ์กับ IoT |
|---|---|---|
| ระบบฝังตัว | คอมพิวเตอร์ที่ออกแบบให้ทำหน้าที่เฉพาะภายในผลิตภัณฑ์หรือเครื่องจักร | เป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์ IoT แต่ระบบฝังตัวไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อเครือข่าย |
| เครือข่ายตัวรับรู้ไร้สาย | โหนดตัวรับรู้หลายโหนดร่วมกันวัดและส่งข้อมูล | เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานชนิดหนึ่งของ IoT แต่ IoT ยังครอบคลุมตัวกระตุ้น แพลตฟอร์ม บริการ และการจัดการอุปกรณ์ |
| การสื่อสารระหว่างเครื่อง (M2M) | การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องโดยอัตโนมัติ มักใช้กับงานหรือเครือข่ายเฉพาะ | เป็นกลไกที่เอื้อให้เกิด IoT แต่ IoT มีขอบเขตกว้างกว่าการสื่อสารระหว่างปลายทางสองฝ่าย และมักรวมบริการข้อมูลกับส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ |
| ระบบไซเบอร์-กายภาพ | วงป้อนกลับระหว่างการคำนวณ การสื่อสาร และกระบวนการทางกายภาพ โดยให้ความสำคัญกับเวลา ความน่าเชื่อถือ และการควบคุม | ซ้อนทับกับ IoT โดยเฉพาะระบบที่มีตัวกระตุ้น แต่ระบบไซเบอร์-กายภาพบางระบบไม่พึ่งอินเทอร์เน็ต |
| เว็บของสรรพสิ่ง (WoT) | การใช้สถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีเว็บสร้างคำอธิบายและส่วนต่อประสานร่วมสำหรับสิ่ง | เป็นชั้นความสามารถในการทำงานร่วมกันเหนือระบบ IoT ที่มีโพรโทคอลและแพลตฟอร์มหลากหลาย ไม่ใช่ชื่ออื่นของ IoT[3] |
องค์ประกอบและสถาปัตยกรรม
[แก้]IoT ไม่มีสถาปัตยกรรมแบบแบ่งชั้นเพียงแบบเดียวที่ใช้กับทุกระบบ มาตรฐาน ISO/IEC 30141:2024 จึงกำหนดสถาปัตยกรรมอ้างอิงผ่านหลายมุมมอง คำศัพท์ร่วม รูปแบบที่นำกลับมาใช้ได้ และแนวปฏิบัติทางอุตสาหกรรม แทนการบังคับรูปแบบการติดตั้งแบบเดียว[2] เพื่ออธิบายการทำงานโดยสังเขป ระบบหนึ่งอาจแบ่งเป็นกลุ่มหน้าที่ต่อไปนี้
| กลุ่มหน้าที่ | องค์ประกอบและหน้าที่ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| สิ่งและอุปกรณ์ภาคสนาม | รับรู้สภาพแวดล้อม ประมวลผลเบื้องต้น หรือกระทำต่อโลกกายภาพ อุปกรณ์อาจจำกัดด้วยพลังงาน หน่วยความจำ กำลังประมวลผล และอัตราข้อมูล | ตัวรับรู้อุณหภูมิ มาตรวัดอัจฉริยะ กล้อง ตัวควบคุมเครื่องจักร วาล์ว และมอเตอร์ |
| การเชื่อมต่อเฉพาะที่และเกตเวย์ | รวมข้อมูล แปลงโพรโทคอล ควบคุมการเข้าร่วมเครือข่าย หรือประมวลผลใกล้แหล่งข้อมูล เกตเวย์อาจเป็นขอบเขตความมั่นคงปลอดภัยระหว่างเครือข่ายภาคสนามกับเครือข่ายภายนอก | เราเตอร์ชายขอบ เกตเวย์อุตสาหกรรม และฮับบ้านอัจฉริยะ |
| เครือข่ายสื่อสาร | ลำเลียงข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ เกตเวย์ และบริการ โดยเลือกเทคโนโลยีตามระยะทาง พลังงาน แบนด์วิดท์ เวลาแฝง ความเคลื่อนที่ และสภาพแวดล้อม | อีเทอร์เน็ต ไวไฟ บลูทูท เธรด โลราวัน และเครือข่ายเซลลูลาร์ |
| แพลตฟอร์มข้อมูลและบริการ | ลงทะเบียนและพิสูจน์ตัวอุปกรณ์ รับส่งข้อความ จัดเก็บข้อมูล จัดการสถานะและรุ่นซอฟต์แวร์ วิเคราะห์เหตุการณ์ และเปิดส่วนต่อประสานให้ระบบอื่น | นายหน้าข้อความ ฐานข้อมูลอนุกรมเวลา ระบบจัดการอุปกรณ์ และแพลตฟอร์มกลุ่มเมฆ |
| โปรแกรมประยุกต์และกระบวนการ | นำข้อมูลไปแสดงผล แจ้งเตือน ตัดสินใจ ควบคุม หรือเชื่อมกับกระบวนการขององค์กร | แผงข้อมูล ระบบบำรุงรักษา ระบบบริหารอาคาร และระบบเวชสารสนเทศ |
ความมั่นคงปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว การจัดการตัวตน การบันทึกเหตุการณ์ การกำกับดูแลข้อมูล และความสามารถในการทำงานร่วมกันเป็นคุณสมบัติที่ครอบคลุมทุกกลุ่มหน้าที่ ไม่ใช่ชั้นเสริมที่วางต่อท้ายระบบ ตัวอย่างการไหลของข้อมูลอย่างง่ายคือ ตัวรับรู้วัดค่า ไมโครคอนโทรลเลอร์ตรวจสอบหรือกรองค่า เครือข่ายส่งข้อมูลไปยังบริการ บริการวิเคราะห์และตัดสินใจ แล้วส่งคำสั่งกลับไปยังตัวกระตุ้น หากคำสั่งมีผลต่อมนุษย์หรือเครื่องจักร ระบบยังต้องกำหนดสภาวะปลอดภัยและวิธีทำงานเมื่อเครือข่ายหรือบริการภายนอกขัดข้อง
อุปกรณ์และข้อจำกัด
[แก้]อุปกรณ์ IoT มีตั้งแต่ป้ายระบุด้วยคลื่นความถี่วิทยุที่ไม่มีแบตเตอรี่ ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ชายขอบที่ประมวลผลภาพได้ ปัจจัยสำคัญในการออกแบบได้แก่:
- พลังงาน — อุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่หรือเก็บเกี่ยวพลังงานมักปิดวิทยุและเข้าสู่ภาวะหลับเป็นส่วนใหญ่ อายุใช้งานจึงขึ้นอยู่กับรอบการวัด ปริมาณข้อมูล และคุณภาพสัญญาณ
- ทรัพยากรคำนวณ — หน่วยความจำและกำลังประมวลผลที่จำกัดมีผลต่อระบบปฏิบัติการ รูปแบบข้อมูล และกลไกเข้ารหัสที่เลือกใช้
- สภาพการสื่อสาร — เครือข่ายอาจมีอัตราสูญหายสูง แบนด์วิดท์ต่ำ หรือขาดการเชื่อมต่อเป็นช่วง ๆ ซอฟต์แวร์จึงต้องจัดคิว ตรวจจับข้อมูลซ้ำ และกู้คืนสถานะได้
- เวลาและความปลอดภัย — งานควบคุมบางชนิดต้องตอบสนองภายในเวลาที่กำหนด และไม่ควรพึ่งบริการระยะไกลเพียงอย่างเดียว
- การเข้าถึงทางกายภาพ — อุปกรณ์นอกสถานที่อาจถูกแกะ ดัดแปลง หรือขโมย จึงต้องป้องกันกุญแจเข้ารหัสและข้อมูลที่เก็บภายในอุปกรณ์
วงจรชีวิตของอุปกรณ์
[แก้]ระบบ IoT ต้องจัดการอุปกรณ์เป็นระยะเวลานานกว่าการติดตั้งครั้งแรก วงจรชีวิตโดยทั่วไปเริ่มจากการผลิตและกำหนดรากฐานความเชื่อถือ การลงทะเบียนอุปกรณ์และมอบข้อมูลประจำตัว การกำหนดค่าและอนุญาตสิทธิ การเฝ้าติดตามสถานะ การปรับปรุงเฟิร์มแวร์และหมุนเวียนกุญแจ ตลอดจนการถอนอุปกรณ์ออกจากระบบและลบข้อมูลเมื่อเลิกใช้ ความสามารถเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อความมั่นคงปลอดภัย เพราะอุปกรณ์ที่แก้ไขช่องโหว่ไม่ได้หรือยังมีข้อมูลประจำตัวเดิมหลังเปลี่ยนเจ้าของอาจเป็นความเสี่ยงตลอดอายุผลิตภัณฑ์[4]
เครือข่ายและโพรโทคอล
[แก้]
การเลือกเทคโนโลยีสื่อสารเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างระยะทาง อัตราข้อมูล พลังงาน เวลาแฝง ต้นทุน ความหนาแน่นของอุปกรณ์ และการควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน ไม่มีเทคโนโลยีชนิดเดียวที่เหมาะกับทุกกรณี ตัวอย่างเช่น กล้องต้องการอัตราข้อมูลสูงกว่าตัวรับรู้ความชื้นในดินมาก ขณะที่ระบบหยุดเครื่องจักรฉุกเฉินให้ความสำคัญกับเวลาแฝงและความเชื่อถือได้มากกว่าอายุแบตเตอรี่
| กลุ่มเทคโนโลยี | ลักษณะ | งานที่พบ |
|---|---|---|
| แบบมีสาย | อีเทอร์เน็ตและบัสอุตสาหกรรมให้การเชื่อมต่อคงที่และอาจจ่ายไฟผ่านสาย เหมาะเมื่อเดินสายได้และต้องการความน่าเชื่อถือ | เครื่องจักร ระบบอาคาร และเกตเวย์ |
| เครือข่ายเฉพาะที่อัตราข้อมูลสูง | ไวไฟเชื่อมกับโครงสร้างพื้นฐานไอพีโดยตรงและรองรับข้อมูลมาก แต่โดยทั่วไปใช้พลังงานมากกว่าเครือข่ายตัวรับรู้กำลังต่ำ | กล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่มีแหล่งจ่ายไฟ |
| ระยะใกล้กำลังต่ำ | บลูทูทพลังงานต่ำเหมาะกับอุปกรณ์ใกล้โทรศัพท์หรือเกตเวย์ และนิยมใช้ในขั้นตอนนำอุปกรณ์เข้าระบบ | อุปกรณ์สวมใส่ อุปกรณ์การแพทย์ และบีคอน |
| เมชกำลังต่ำ | เทคโนโลยีบน IEEE 802.15.4 เช่น ซิกบีและเธรดรองรับโหนดกำลังต่ำ เธรดเป็นเครือข่ายเมชที่ใช้ IPv6 และทำหน้าที่ในชั้นเครือข่าย ไม่ได้กำหนดความหมายของอุปกรณ์ในชั้นโปรแกรมประยุกต์[5] | บ้าน อาคาร และเครือข่ายตัวรับรู้ |
| เครือข่ายบริเวณกว้างกำลังต่ำ (LPWAN) | โลราวันใช้ย่านความถี่ที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตในหลายภูมิภาคและรองรับข้อความขนาดเล็กในระยะไกล ส่วน NB-IoT และ LTE-M ใช้โครงข่ายของผู้ให้บริการในย่านที่มีใบอนุญาต[6] | มาตรวัด เกษตรกรรม การติดตามทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐาน |
| เซลลูลาร์และเครือข่ายนอกภาคพื้นดิน | 4G และ 5G รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่และงานหลายระดับอัตราข้อมูล ส่วนเครือข่ายนอกภาคพื้นดินขยายการเชื่อมต่อ NB-IoT และการสื่อสารแบบเครื่องชนิดอื่นไปยังดาวเทียม[7] | ยานพาหนะ โลจิสติกส์ พื้นที่ห่างไกล และสินทรัพย์เคลื่อนที่ |
เหนือชั้นเครือข่าย ระบบ IoT ใช้โพรโทคอลหลายแบบตามรูปแบบปฏิสัมพันธ์
- MQTT เป็นโพรโทคอลรับส่งข้อความแบบเผยแพร่–บอกรับ สมาชิกส่งข้อความไปยังหัวข้อผ่านนายหน้าข้อความโดยไม่ต้องรู้จักปลายทางโดยตรง เหมาะกับข้อมูลโทรมาตรและการกระจายเหตุการณ์ มาตรฐาน MQTT 5.0 กำหนดโดย OASIS[8]
- CoAP เป็นโพรโทคอลถ่ายโอนทรัพยากรคล้ายเว็บสำหรับโหนดและเครือข่ายที่มีข้อจำกัด ออกแบบให้ใช้ส่วนหัวและการแลกเปลี่ยนข้อความขนาดเล็ก และมักทำงานเหนือ UDP[9]
- HTTPและเว็บซ็อกเก็ตพบในอุปกรณ์ที่มีทรัพยากรมาก เกตเวย์ และส่วนต่อประสานระหว่างบริการ เพราะทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเว็บได้กว้างขวาง
- OPC UA ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลและแบบจำลองสารสนเทศในงานอุตสาหกรรมอย่างไม่ขึ้นกับแพลตฟอร์ม รองรับทั้งรูปแบบไคลเอนต์–เซิร์ฟเวอร์และเผยแพร่–บอกรับ พร้อมกลไกพิสูจน์ตัวตน เข้ารหัส และตรวจสอบบูรณภาพ[10]
โพรโทคอลรับส่งข้อความไม่ได้รับประกันความมั่นคงปลอดภัยด้วยตัวมันเอง การติดตั้งต้องกำหนดการพิสูจน์ตัวตน การอนุญาตสิทธิ การจัดการกุญแจ การเข้ารหัสระหว่างทาง และพฤติกรรมเมื่อข้อความสูญหายหรือส่งซ้ำให้เหมาะกับความเสี่ยงของระบบ
การประมวลผลและการจัดการข้อมูล
[แก้]ข้อมูล IoT มักเป็นข้อมูลอนุกรมเวลา เหตุการณ์ ภาพ เสียง ตำแหน่ง หรือสถานะอุปกรณ์ การทำให้ข้อมูลใช้ประโยชน์ได้ต้องรักษาเวลา หน่วยวัด บริบท คุณภาพข้อมูล และตัวตนของแหล่งกำเนิด ไม่เช่นนั้นค่าที่ส่งสำเร็จในระดับเครือข่ายอาจยังตีความผิดในระดับโปรแกรมประยุกต์ได้
ขอบเครือข่ายและกลุ่มเมฆ
[แก้]การประมวลผลที่ขอบเครือข่าย (edge computing) ย้ายการคำนวณและการจัดเก็บบางส่วนไปใกล้อุปกรณ์หรือแหล่งข้อมูล การประมวลผลใกล้ต้นทางช่วยลดข้อมูลที่ต้องส่ง ลดเวลาแฝง รักษาการทำงานเมื่อขาดเครือข่าย และจำกัดการเปิดเผยข้อมูลบางชนิด[11] ส่วนการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆเหมาะกับการรวมข้อมูลจากอุปกรณ์จำนวนมาก การฝึกแบบจำลอง การวิเคราะห์ระยะยาว และการบริหารอุปกรณ์ข้ามพื้นที่ ระบบหนึ่งจึงมักแบ่งงานระหว่างอุปกรณ์ ขอบเครือข่าย และกลุ่มเมฆ มากกว่าจะเลือกใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง[12][13]
ฝาแฝดดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
[แก้]ฝาแฝดดิจิทัล (digital twin) เป็นตัวแทนดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูลและแบบจำลองกับสิ่งหรือกระบวนการจริงตลอดวงจรชีวิต อาจใช้ติดตามสภาพ ทดลองสถานการณ์ หรือวางแผนบำรุงรักษา แต่ฐานข้อมูลสถานะหรือภาพสามมิติเพียงอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องเป็นฝาแฝดดิจิทัล[14][15] มาตรฐาน ISO/IEC 30173:2023 กำหนดคำศัพท์และแนวคิดของระบบฝาแฝดดิจิทัลเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสื่อสารตรงกัน[16]
เมื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับ IoT ระบบอาจตรวจจับความผิดปกติ จำแนกเสียงหรือภาพ พยากรณ์การเสีย และปรับการควบคุมโดยอาศัยข้อมูล การอนุมานแบบจำลองบนไมโครคอนโทรลเลอร์หรืออุปกรณ์กำลังต่ำมักเรียกว่าไทนีเอ็มแอล วิธีนี้ลดเวลาแฝงและการส่งข้อมูลดิบ แต่ยังต้องจัดการความแม่นยำ ความเอนเอียง การเปลี่ยนแปลงของข้อมูล การปรับรุ่นแบบจำลอง และความสามารถในการอธิบายผล MLPerf Tiny เป็นชุดเกณฑ์เปรียบเทียบสำหรับการอนุมานของโครงข่ายประสาทบนระบบกำลังต่ำมาก[17]
ความสามารถในการทำงานร่วมกันและมาตรฐาน
[แก้]การทำงานร่วมกันได้ของ IoT มีอย่างน้อยสี่ระดับ ได้แก่ การเชื่อมต่อและขนส่งข้อมูลได้ การใช้รูปแบบข้อมูลและไวยากรณ์ที่ตรงกัน การเข้าใจความหมายของข้อมูลตรงกัน และการประสานกฎหรือกระบวนการระหว่างองค์กร ปัญหาอาจเกิดแม้อุปกรณ์ใช้เครือข่ายเดียวกัน เช่น เรียกหน่วยวัดต่างกัน ระบุทรัพยากรไม่ตรงกัน หรือมีแบบจำลองสิทธิที่เข้ากันไม่ได้
มาตรฐานและกรอบงานสำคัญมีบทบาทต่างกัน ได้แก่
- ISO/IEC 30141 ให้สถาปัตยกรรมอ้างอิงและคำศัพท์ร่วมสำหรับพิจารณาระบบจากหลายมุมมอง[2]
- oneM2M กำหนดชั้นบริการร่วมระหว่างโปรแกรมประยุกต์กับอุปกรณ์หรือเครือข่าย เช่น การลงทะเบียน การค้นหา การจัดการข้อมูล การบอกรับเหตุการณ์ ความมั่นคงปลอดภัย และการจัดการอุปกรณ์ โดยมุ่งลดการสร้างแพลตฟอร์มแยกตามอุตสาหกรรม[18]
- W3C Web of Things กำหนดแบบจำลองนามธรรมและ “คำอธิบายสิ่ง” (Thing Description) ซึ่งบรรยายเมทาดาทา คุณสมบัติ การกระทำ เหตุการณ์ และวิธีเข้าถึงส่วนต่อประสานของสิ่งในรูปที่เครื่องอ่านได้ คำอธิบายดังกล่าวช่วยให้โปรแกรมใช้สิ่งต่างชนิดโดยไม่ผูกกับโพรโทคอลเฉพาะเพียงชนิดเดียว[19]
- Matter เป็นมาตรฐานชั้นโปรแกรมประยุกต์สำหรับบ้านอัจฉริยะที่ทำงานบนเครือข่ายไอพี เช่น อีเทอร์เน็ต ไวไฟ และเธรด และใช้บลูทูทพลังงานต่ำในบางขั้นตอนของการนำอุปกรณ์เข้าระบบ จึงไม่ควรเรียก Matter ว่าเป็นเทคโนโลยีวิทยุอีกชนิดหนึ่ง[20]
- OPC UA ให้บริการสื่อสารและแบบจำลองสารสนเทศสำหรับระบบอัตโนมัติและการเชื่อมโลกเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการกับเทคโนโลยีสารสนเทศ[10]
มาตรฐานช่วยลดความแตกแยกของแพลตฟอร์ม แต่ไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดทำงานร่วมกันได้โดยอัตโนมัติ การทำงานจริงยังขึ้นอยู่กับรุ่นของข้อกำหนด โพรไฟล์ที่เลือก การรับรอง การตีความของผู้ผลิต และนโยบายของระบบนิเวศ
การประยุกต์ใช้
[แก้]
IoT เป็นเทคโนโลยีอเนกประสงค์ซึ่งนำไปใช้ต่างกันตามวัตถุประสงค์ ข้อกำหนดด้านเวลา ความเสี่ยง และสภาพแวดล้อม ตัวอย่างการใช้งานที่สำคัญมีดังนี้[21]
| ขอบเขต | ตัวอย่าง | ประเด็นสำคัญ |
|---|---|---|
| บ้านและอาคาร | ระบบแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ มาตรวัด พลังงาน กลอนประตู ตัวรับรู้ควัน และการดูแลผู้สูงอายุ | การทำงานร่วมกันของผลิตภัณฑ์ ความเป็นส่วนตัวภายในบ้าน อายุการสนับสนุน และการทำงานเมื่ออินเทอร์เน็ตขัดข้อง |
| อุตสาหกรรมและการผลิต | ตรวจสภาพเครื่องจักร ควบคุมกระบวนการ ติดตามเครื่องมือ และบำรุงรักษาตามสภาพ | ความพร้อมใช้ ความปลอดภัยของบุคลากร ระบบเดิม และการแบ่งเขตระหว่างเครือข่ายไอทีกับเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ |
| พลังงานและสาธารณูปโภค | มาตรวัดอัจฉริยะ การเฝ้าติดตามโครงข่ายไฟฟ้า น้ำ และท่อ การตอบสนองด้านโหลด | ความถูกต้องของการวัด โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ความต่อเนื่องของบริการ และอายุอุปกรณ์ที่ยาวนาน |
| ขนส่งและโลจิสติกส์ | ติดตามยานพาหนะ ตู้สินค้า และโซ่ความเย็น จัดการฝูงยาน และสื่อสารระหว่างยานพาหนะกับโครงสร้างพื้นฐาน | พื้นที่ครอบคลุม การเคลื่อนที่ ตำแหน่งส่วนบุคคล และการบูรณาการข้ามองค์กร |
| สุขภาพและการแพทย์ | อุปกรณ์สวมใส่ การเฝ้าติดตามผู้ป่วยจากระยะไกล เครื่องมือแพทย์เชื่อมต่อ และติดตามเวชภัณฑ์ | ความถูกต้องทางคลินิก ความลับของข้อมูลสุขภาพ ความพร้อมใช้ และกฎกำกับเครื่องมือแพทย์ |
| เกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อม | วัดความชื้นในดิน สภาพอากาศ คุณภาพน้ำ ติดตามปศุสัตว์ ควบคุมการให้น้ำ และเตือนภัย | พลังงาน ระยะทาง สภาพอากาศ ความทนทาน และการตีความข้อมูลร่วมกับความรู้ของผู้ปฏิบัติงาน |
| เมืองและโครงสร้างพื้นฐาน | ไฟถนน ที่จอดรถ การจัดการขยะ คุณภาพอากาศ และการติดตามสภาพสะพานหรืออาคาร | การจัดซื้อระยะยาว มาตรฐานเปิด ธรรมาภิบาลข้อมูล การเฝ้าระวัง และความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการ |

ในอุตสาหกรรม IoT มักเรียกว่า IoT เชิงอุตสาหกรรม (อังกฤษ: Industrial Internet of Things; IIoT) ระบบลักษณะนี้เชื่อมข้อมูลจากเครื่องจักรและเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการเข้ากับระบบสารสนเทศ แต่การเพิ่มการเชื่อมต่อไม่ควรลดความเป็นอิสระของระบบนิรภัยหรือทำให้คำสั่งจากเครือข่ายสำนักงานเข้าถึงเครื่องจักรได้โดยไม่มีการแบ่งเขตและควบคุมสิทธิ
ผลลัพธ์ของโครงการ IoT ไม่ได้เกิดจากจำนวนตัวรับรู้หรือปริมาณข้อมูลเพียงอย่างเดียว โครงการต้องเชื่อมการวัดเข้ากับการตัดสินใจที่มีผู้รับผิดชอบ กำหนดตัวชี้วัดก่อนติดตั้ง ตรวจสอบคุณภาพข้อมูล และเปรียบเทียบประโยชน์กับต้นทุนตลอดวงจรชีวิต มิฉะนั้นระบบอาจสร้างข้อมูลจำนวนมากโดยไม่เปลี่ยนกระบวนการหรือแก้ปัญหาที่ตั้งไว้
ความมั่นคงปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยทางกายภาพ
[แก้]
IoT ขยายพื้นผิวการโจมตีตั้งแต่อุปกรณ์ เฟิร์มแวร์ วิทยุ เกตเวย์ โปรแกรมบนโทรศัพท์ ส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ ไปจนถึงบริการกลุ่มเมฆ อุปกรณ์จำนวนหนึ่งมีทรัพยากรจำกัด ติดตั้งในที่เข้าถึงยาก และใช้งานนานกว่าวงจรสนับสนุนของซอฟต์แวร์ ข้อบกพร่องที่พบบ่อยได้แก่ข้อมูลประจำตัวเริ่มต้นที่ใช้ร่วมกัน บริการเครือข่ายที่ไม่จำเป็น การตรวจสอบการปรับรุ่นไม่เพียงพอ การเก็บกุญแจไม่ปลอดภัย และส่วนต่อประสานระยะไกลที่กำหนดสิทธิกว้างเกินไป
เหตุการณ์มิไรใน พ.ศ. 2559 แสดงให้เห็นผลกระทบระดับอินเทอร์เน็ตของอุปกรณ์ฝังตัวที่ตั้งค่าไม่ปลอดภัย มัลแวร์ค้นหาอุปกรณ์ที่เปิดบริการเทลเน็ตและใช้ชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านที่รู้จักเพื่อรวมอุปกรณ์เป็นบอตเน็ตสำหรับโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ งานวิเคราะห์ของ Antonakakis และคณะพบจำนวนการติดเชื้อสูงสุดราว 600,000 เครื่อง และพบกล้อง เครื่องบันทึกภาพ กับเราเตอร์ในกลุ่มเป้าหมายสำคัญ[22]
กรอบพื้นฐาน NISTIR 8259A ระบุความสามารถแกนกลางของอุปกรณ์ที่องค์กรควรพิจารณา ได้แก่ การระบุตัวอุปกรณ์ การกำหนดค่า การปกป้องข้อมูล การจำกัดการเข้าถึงส่วนต่อประสาน การปรับรุ่นซอฟต์แวร์อย่างปลอดภัย และการรายงานสถานะความมั่นคงปลอดภัย[4] เมื่อนำมารวมกับข้อกำหนดของระบบ แนวทางสำคัญประกอบด้วย
- ให้ข้อมูลประจำตัวเฉพาะแก่อุปกรณ์และพิสูจน์ตัวตนทั้งสองฝ่ายตามความเสี่ยง
- ปิดบริการที่ไม่จำเป็น ใช้สิทธิน้อยที่สุด และแบ่งเครือข่ายเพื่อจำกัดการเคลื่อนที่ของผู้โจมตี
- ปกป้องข้อมูลระหว่างส่งและขณะจัดเก็บ รวมทั้งจัดการกุญแจและความลับตลอดวงจรชีวิต
- ตรวจสอบบูรณภาพของซอฟต์แวร์ ใช้การบูตอย่างปลอดภัยเมื่อเหมาะสม และยอมรับเฉพาะเฟิร์มแวร์ที่ลงนาม
- มีช่องทางปรับรุ่นที่กู้คืนได้ ระบุระยะเวลาสนับสนุน และมีกระบวนการรับรายงานช่องโหว่
- บันทึกเหตุการณ์และเฝ้าติดตามความผิดปกติโดยไม่เก็บข้อมูลเกินความจำเป็น
- ลบข้อมูลประจำตัว กุญแจ และข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อขายต่อ ถอนอุปกรณ์ หรือสิ้นสุดบริการ
ETSI EN 303 645:2024 เป็นฐานข้อกำหนดระดับผลลัพธ์สำหรับความมั่นคงปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลของผลิตภัณฑ์ IoT สำหรับผู้บริโภค เช่น ไม่ใช้รหัสผ่านสากลเริ่มต้น มีวิธีรับรายงานช่องโหว่ รักษาซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย ปกป้องพารามิเตอร์สำคัญ และทำให้ผู้ใช้ลบข้อมูลได้[23] อย่างไรก็ตาม มาตรฐานพื้นฐานไม่แทนที่การวิเคราะห์ภัยคุกคามและข้อกำหนดเฉพาะของเครื่องมือแพทย์ ยานพาหนะ หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ความเป็นส่วนตัวและจริยธรรม
[แก้]ตัวรับรู้ที่ติดอยู่ในบ้าน ที่ทำงาน เมือง หรือร่างกายอาจบันทึกกิจวัตร ตำแหน่ง สุขภาพ เสียง ภาพ และความสัมพันธ์ของบุคคล รวมทั้งข้อมูลของผู้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของอุปกรณ์ ข้อมูลที่ดูไม่ระบุตัวบุคคลเมื่อแยกกันอาจเปิดเผยพฤติกรรมได้เมื่อนำมารวมกัน การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวจึงครอบคลุมการลดข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง การกำหนดวัตถุประสงค์และระยะเวลาเก็บ การประมวลผลภายในอุปกรณ์เมื่อทำได้ การแจ้งให้เข้าใจได้ การควบคุมของผู้ใช้ และการลบข้อมูล ไม่ใช่เพียงการเข้ารหัสขณะส่ง ยูเนสโกระบุว่าความยินยอมโดยได้รับข้อมูลเพียงพอเป็นประเด็นจริยธรรมสำคัญของการเก็บข้อมูล IoT โดยเฉพาะเมื่ออุปกรณ์ทำงานอยู่เบื้องหลังและผู้ได้รับผลกระทบไม่เห็นการเก็บข้อมูลอย่างชัดเจน[24]
ความปลอดภัยและความทนทาน
[แก้]เมื่อ IoT ควบคุมประตู เครื่องทำความร้อน ปั๊ม ยานพาหนะ หรือเครื่องจักร ความผิดพลาดทางซอฟต์แวร์และการโจมตีไซเบอร์อาจก่ออันตรายทางกายภาพ ระบบที่มีความสำคัญจึงต้องแยกหน้าที่นิรภัยจากบริการที่ไม่จำเป็น ออกแบบสภาวะปลอดภัย ทดสอบกรณีเครือข่ายหรือไฟฟ้าขัดข้อง และอนุญาตให้ควบคุมในพื้นที่ได้ตามความเหมาะสม ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และความปลอดภัยทางวิศวกรรมจึงต้องวิเคราะห์ร่วมกัน แต่มีวิธีประเมินและหน่วยงานรับผิดชอบต่างกัน
ข้อจำกัดและผลกระทบ
[แก้]- ความแตกแยกและการผูกติดผู้ขาย — แพลตฟอร์มที่ใช้แบบจำลองข้อมูลหรือส่วนต่อประสานเฉพาะทำให้ย้ายอุปกรณ์และข้อมูลได้ยาก เมื่อบริการกลุ่มเมฆยุติลง อุปกรณ์ที่ยังทำงานทางกายภาพอาจสูญเสียคุณสมบัติสำคัญ
- ความน่าเชื่อถือ — ระบบปลายทางถึงปลายทางมีองค์ประกอบจำนวนมาก ความล้มเหลวของการตั้งชื่อ เวลา ใบรับรอง เกตเวย์ หรือบริการภายนอกอาจทำให้ข้อมูลขาดช่วงหรือคำสั่งไม่ถึงปลายทาง
- คุณภาพและธรรมาภิบาลข้อมูล — ตัวรับรู้อาจคลาดเคลื่อน เสื่อม หรืออยู่ผิดตำแหน่ง การตัดสินใจจากข้อมูลต้องติดตามการสอบเทียบ ที่มา สิทธิการใช้ และความไม่แน่นอนของข้อมูล
- ต้นทุนตลอดวงจรชีวิต — ราคาตัวรับรู้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุน ยังมีการติดตั้ง เครือข่าย แบตเตอรี่ การปรับรุ่น การเฝ้าติดตาม การตอบสนองเหตุการณ์ และการถอนระบบ
- ผลกระทบทางสังคม — ระบบเฝ้าติดตามอาจเปลี่ยนความสัมพันธ์ด้านอำนาจในบ้าน ที่ทำงาน และพื้นที่สาธารณะ การออกแบบต้องคำนึงถึงการเข้าถึงของคนพิการ ความเหลื่อมล้ำ และผู้ที่ไม่เลือกใช้ระบบ
- สิ่งแวดล้อม — อุปกรณ์จำนวนมากใช้วัตถุดิบ พลังงาน และแบตเตอรี่ และอาจกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์เมื่อซอฟต์แวร์สิ้นสุดการสนับสนุน รายงาน Global E-waste Monitor 2024 ระบุว่าทั่วโลกเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ 62 พันล้านกิโลกรัมใน พ.ศ. 2565 และมีเพียงร้อยละ 22.3 ที่ได้รับการบันทึกว่าเก็บและรีไซเคิลอย่างถูกต้อง[25] การยืดอายุการสนับสนุน เปลี่ยนแบตเตอรี่หรือชิ้นส่วนได้ และประมวลผลอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบที่ยั่งยืน
ประวัติ
[แก้]แนวคิดของการนำคอมพิวเตอร์และเครือข่ายไปฝังในสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นก่อนมีคำว่า IoT หลายทศวรรษ พัฒนาการสำคัญได้แก่
| ช่วงเวลา | พัฒนาการ |
|---|---|
| คริสต์ทศวรรษ 1970–1980 | มีการเชื่อมเครื่องขายสินค้าและอุปกรณ์ภาคสนามกับคอมพิวเตอร์เพื่อดูสถานะจากระยะไกล เครื่องขายโคคา-โคลาที่ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ซึ่งสร้างส่วนต่อประสานรุ่นแรกใน พ.ศ. 2525 เป็นตัวอย่างยุคแรกที่มักถูกอ้างถึง[26] |
| ค.ศ. 1991 | มาร์ก ไวเซอร์เสนอวิสัยทัศน์ “การคำนวณอยู่ทุกหนแห่ง” ในบทความ The Computer for the 21st Century โดยคอมพิวเตอร์จำนวนมากผสานอยู่ในชีวิตประจำวันจนไม่เป็นจุดสนใจ แนวคิดนี้เป็นรากฐานทางปัญญาของ IoT แม้ไม่ได้ใช้คำดังกล่าว[27] |
| ค.ศ. 1999 | เควิน แอชตันใช้ชื่อ “Internet of Things” ในงานนำเสนอแก่พรอกเตอร์แอนด์แกมเบิล เพื่อเชื่อมแนวคิดการระบุด้วยคลื่นความถี่วิทยุในห่วงโซ่อุปทานเข้ากับอินเทอร์เน็ต เขาอธิบายที่มาของคำนี้ในบทความ พ.ศ. 2552[28] |
| คริสต์ทศวรรษ 2000 | ราคาของตัวรับรู้ ไมโครคอนโทรลเลอร์ และวิทยุลดลง ขณะที่ RFID เครือข่ายตัวรับรู้ไร้สาย IPv6 และบริการเว็บช่วยให้ระบุและเชื่อมสิ่งจำนวนมากได้ |
| คริสต์ทศวรรษ 2010 | สมาร์ตโฟน การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ เครือข่ายกำลังต่ำ และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลทำให้ IoT แพร่ในตลาดผู้บริโภค เมือง และอุตสาหกรรม เหตุการณ์มิไรใน พ.ศ. 2559 ทำให้ความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยได้รับความสนใจในวงกว้าง[22] |
| คริสต์ทศวรรษ 2020 | การประมวลผลที่ขอบเครือข่าย ปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ ฝาแฝดดิจิทัล เครือข่ายนอกภาคพื้นดิน และมาตรฐานทำงานร่วมกันสำหรับบ้านอัจฉริยะขยายขอบเขตของ IoT พร้อมกับการออกข้อกำหนดทางกฎหมายด้านความมั่นคงปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ |
คำว่า IoT เคยถูกใช้ประกอบการคาดการณ์จำนวนอุปกรณ์และมูลค่าตลาดจำนวนมาก ตัวเลขเหล่านี้ขึ้นอยู่กับนิยามของ “อุปกรณ์ IoT” วิธีนับ การรวมโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ และขอบเขตของตลาด จึงไม่ใช่องค์ประกอบของนิยามและไม่ควรใช้แทนการวัดผลของระบบ
กฎระเบียบและทิศทางในคริสต์ทศวรรษ 2020
[แก้]กฎกำกับ IoT แตกต่างตามเขตอำนาจและชนิดผลิตภัณฑ์ นอกจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูล เครื่องมือแพทย์ วิทยุ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์แล้ว หลายเขตอำนาจเริ่มกำหนดหน้าที่ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยตรง ตัวอย่างเช่น ระบอบความมั่นคงปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อสำหรับผู้บริโภคของสหราชอาณาจักรมีผลตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567 โดยกำหนดข้อห้ามหรือหน้าที่เรื่องรหัสผ่านเริ่มต้น ช่องทางรายงานปัญหาความมั่นคงปลอดภัย และการเผยแพร่ระยะเวลาขั้นต่ำของการปรับปรุงความมั่นคงปลอดภัย[29]
กฎหมายความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ของสหภาพยุโรปมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567 และกำหนดข้อกำหนดตลอดวงจรชีวิตสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีองค์ประกอบดิจิทัล หน้าที่รายงานบางส่วนเริ่มใช้วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569 ส่วนหน้าที่หลักเริ่มใช้วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2570[30] วันที่บังคับใช้ที่ทยอยกันดังกล่าวทำให้การระบุเพียงว่า “กฎหมายมีผลแล้ว” อาจทำให้เข้าใจขอบเขตหน้าที่ในแต่ละช่วงผิดได้
ทิศทางทางเทคนิคที่สำคัญมีดังนี้
- การรวมระบบนิเวศ — มาตรฐานอย่าง Matter, W3C WoT และ oneM2M ลดความจำเป็นในการสร้างตัวเชื่อมเฉพาะราย แต่การแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์มและการรองรับรุ่นต่างกันยังคงเป็นอุปสรรค ใน พ.ศ. 2569 Connectivity Standards Alliance ยังเผยแพร่รุ่นปรับปรุงของ Matter เพื่อพัฒนาการติดตั้ง การบริหารข้ามระบบนิเวศ และการควบคุมตามบริบท[31]
- ปัญญาที่ปลายทาง — การประมวลผลที่ขอบเครือข่ายและ TinyML ทำให้อุปกรณ์ตอบสนองได้เร็วขึ้นและส่งข้อมูลดิบลดลง แต่เพิ่มภาระการกระจาย ตรวจสอบ และปรับรุ่นแบบจำลอง
- การเชื่อมต่อในพื้นที่ห่างไกล — เครือข่ายนอกภาคพื้นดินเชื่อมระบบเซลลูลาร์กับดาวเทียม ขณะที่งาน 3GPP Release 19 ด้าน Ambient IoT มุ่งลดความซับซ้อนและพลังงานของอุปกรณ์ต่ำกว่าเทคโนโลยี LPWAN เซลลูลาร์เดิม งานดังกล่าวเป็นพัฒนาการของมาตรฐานและไม่เท่ากับการใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลายทันที[32]
- ความมั่นคงปลอดภัยตั้งแต่การออกแบบ — มาตรฐานและกฎหมายเปลี่ยนจุดเน้นจากคำแนะนำแก่ผู้ใช้ไปสู่หน้าที่ของผู้ผลิต เช่น การจัดการช่องโหว่ การปรับรุ่น และการสนับสนุนตลอดอายุผลิตภัณฑ์
- ความยั่งยืนและสิทธิในการควบคุม — การซ่อมได้ อายุการสนับสนุน การทำงานในพื้นที่ การส่งออกข้อมูล และการทำงานหลังบริการกลุ่มเมฆยุติลงเป็นเกณฑ์สำคัญขึ้นในการประเมินผลิตภัณฑ์ IoT
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "Recommendation ITU-T Y.4000/Y.2060: Overview of the Internet of things" (ภาษาอังกฤษ). สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ. 15 มิถุนายน 2012. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 3 "ISO/IEC 30141:2024 Internet of Things (IoT) — Reference architecture" (ภาษาอังกฤษ). องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน. สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Web of Things (WoT) Architecture 1.1" (ภาษาอังกฤษ). เวิลด์ไวด์เว็บคอนซอร์เทียม. 5 ธันวาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 Fagan, Michael; Megas, Katerina; Scarfone, Karen; Smith, Matthew (พฤษภาคม 2020). "NISTIR 8259A: IoT Device Cybersecurity Capability Core Baseline" (ภาษาอังกฤษ). สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐ. doi:10.6028/NIST.IR.8259A. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Thread in Homes: What Is Thread and What Does It Do?" (ภาษาอังกฤษ). Thread Group. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "LoRaWAN 1.0.4 Specification Package" (ภาษาอังกฤษ). LoRa Alliance. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Non-Terrestrial Networks (NTN)" (ภาษาอังกฤษ). 3GPP. 14 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "MQTT Version 5.0" (ภาษาอังกฤษ). OASIS Open. 7 มีนาคม 2019. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Shelby, Zach; Hartke, Klaus; Bormann, Carsten (มิถุนายน 2014). The Constrained Application Protocol (CoAP). Internet Engineering Task Force. doi:10.17487/RFC7252. RFC 7252. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 "OPC Unified Architecture — Part 1: Overview and Concepts" (ภาษาอังกฤษ). OPC Foundation. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ Edge Computing". AVESTA : Mobile, Web and Custom Application Development Company (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2026-07-29.
- ↑ "What Is Edge Computing? | IBM". www.ibm.com (ภาษาอังกฤษ). 2023-06-20. สืบค้นเมื่อ 2026-07-29.
- ↑ "ISO/IEC TR 30164:2020 Internet of things (IoT) — Edge computing" (ภาษาอังกฤษ). องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน. เมษายน 2020. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Digital Twin แบบจำลองเสมือนจริงจากระบบทางกายภาพ - NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2022-03-11. สืบค้นเมื่อ 2026-07-29.
- ↑ Phetsuwan, Kusapon; Thamjaroenporn, Papoj (2022-03-03). "รู้จักกับ Digital Twin ฝาแฝดในโลกดิจิทัล - Big Data Institute". สืบค้นเมื่อ 2026-07-29.
- ↑ "ISO/IEC 30173:2023 Digital twin — Concepts and terminology" (ภาษาอังกฤษ). องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน. ตุลาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "A New TinyML Streaming Benchmark for MLPerf Tiny v1.3" (ภาษาอังกฤษ). MLCommons. 24 กันยายน 2025. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "What is oneM2M?" (ภาษาอังกฤษ). oneM2M. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Web of Things (WoT) Thing Description 1.1" (ภาษาอังกฤษ). เวิลด์ไวด์เว็บคอนซอร์เทียม. 5 ธันวาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Build With Matter" (ภาษาอังกฤษ). Connectivity Standards Alliance. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Supplement 53 to ITU-T Y-series Recommendations: Internet of Things use cases" (ภาษาอังกฤษ). สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ. ธันวาคม 2018. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 Antonakakis, Manos; และคณะ (2017). "Understanding the Mirai Botnet". 26th USENIX Security Symposium (ภาษาอังกฤษ). USENIX Association. น. 1093–1110. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "ETSI EN 303 645 V3.1.3: Cyber Security for Consumer Internet of Things — Baseline Requirements" (PDF) (ภาษาอังกฤษ). สถาบันมาตรฐานโทรคมนาคมยุโรป. กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ The ethical implications of the Internet of Things (IoT) (รายงาน) (ภาษาอังกฤษ). องค์การยูเนสโก. 2023. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ The Global E-waste Monitor 2024 (PDF) (รายงาน) (ภาษาอังกฤษ). สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศและสถาบันการฝึกอบรมและวิจัยแห่งสหประชาชาติ. 2024. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "CMU SCS Coke Machine Home Page" (ภาษาอังกฤษ). Carnegie Mellon University School of Computer Science. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Weiser, Mark (กันยายน 1991). "The Computer for the 21st Century". Scientific American (ภาษาอังกฤษ). 265 (3): 94–104. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Ashton, Kevin (22 มิถุนายน 2009). "That 'Internet of Things' Thing". RFID Journal (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "The UK Product Security and Telecommunications Infrastructure (Product Security) regime" (ภาษาอังกฤษ). รัฐบาลสหราชอาณาจักร. 2 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Cyber Resilience Act" (ภาษาอังกฤษ). คณะกรรมาธิการยุโรป. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Matter 1.6 Enables More Intuitive Setup, Multi-Ecosystem Experiences, and Context-Driven Control" (ภาษาอังกฤษ). Connectivity Standards Alliance. มิถุนายน 2026. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Release 19 Ambient IoT" (ภาษาอังกฤษ). 3GPP. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2026.
อ่านเพิ่มเติม
[แก้]- Hersent, Olivier; Boswarthick, David; Elloumi, Omar (2012). The Internet of Things: Key Applications and Protocols (ภาษาอังกฤษ) (พิมพ์ครั้งที่ 2). Wiley. ISBN 978-1-119-99435-0.
- Atzori, Luigi; Iera, Antonio; Morabito, Giacomo (2010). "The Internet of Things: A survey". Computer Networks (ภาษาอังกฤษ). 54 (15): 2787–2805. doi:10.1016/j.comnet.2010.05.010.
- Al-Fuqaha, Ala; Guizani, Mohsen; Mohammadi, Mehdi; Aledhari, Mohammed; Ayyash, Moussa (2015). "Internet of Things: A Survey on Enabling Technologies, Protocols, and Applications". IEEE Communications Surveys & Tutorials (ภาษาอังกฤษ). 17 (4): 2347–2376. doi:10.1109/COMST.2015.2444095.
- Garcia-Morchon, Oscar; Kumar, Sandeep; Sethi, Mohit (เมษายน 2019). Internet of Things (IoT) Security: State of the Art and Challenges. Internet Engineering Task Force. doi:10.17487/RFC8576. RFC 8576.
- เอกสารชุด NISTIR 8259 ว่าด้วยความมั่นคงปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT
- เอกสารและข้อกำหนด Web of Things ของ W3C