ข้ามไปเนื้อหา

อำเภอเวียงสา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอเวียงสา
การถอดเสียงอักษรโรมัน
  อักษรโรมันAmphoe Wiang Sa
คำขวัญ: 
ประตูสู่น่าน ตำนานชนตองเหลือง
เมืองเจ็ดสายน้ำ งามล้ำวัดบุญยืน
เริงรื่นแข่งเรือออกพรรษา
แผนที่จังหวัดน่าน เน้นอำเภอเวียงสา
แผนที่จังหวัดน่าน เน้นอำเภอเวียงสา
พิกัด: 18°35′54″N 100°44′24″E / 18.59833°N 100.74000°E / 18.59833; 100.74000
ประเทศ ไทย
จังหวัดน่าน
พื้นที่
  ทั้งหมด
1,894.893 ตร.กม. (731.622 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2567)
  ทั้งหมด
68,142 คน
  ความหนาแน่น35.96 คน/ตร.กม. (93.1 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 
55110
รหัสภูมิศาสตร์5507
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอเวียงสา หมู่ที่ 12 ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน 55110
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

เวียงสา (ไทยถิ่นเหนือ: ) เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดน่าน เป็นประตูสู่จังหวัดน่าน โดยเส้นทางถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด เป็นอำเภอที่รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านตอนใต้ และมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ วัดบุญยืน พระอารามหลวง

ที่ตั้งและอาณาเขต

[แก้]

ด้านภูมิประเทศ อำเภอเวียงสาเป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน ที่มีชายแดนด้านทิศตะวันออกติดกับแขวงไชยบุรี ประเทศลาว ด้านเหนือติดกับอำเภอเมือง ด้านใต้ติดอำเภอนาน้อย ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผู้คนมักจะต้องผ่านเพื่อไปยังดอยเสมอดาว และทิศตะวันตกติดกับจังหวัดแพร่ โดยมีเส้นทางหลวงสายหลักคือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 (แพร่-น่าน) ซึ่งมักมีคำพูดติดตลก ๆ กันว่า เวียงสาน่าจะเจริญกว่าเมืองน่าน เพราะระยะทางใกล้กรุงเทพมหานคร มากกว่าอำเภอเวียงสาตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดน่าน ห่างจากตัวจังหวัดเป็นระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 (กำแพงเพชร-ต่อเขตเทศบาลเมืองน่าน) ตอนเวียงสา-ต่อเขตเทศบาลเมืองน่าน และอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร เป็นระยะทาง 643 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ประวัติ

[แก้]

ตามตำนานที่ไม่มีประวัติที่ทางราชการจัดทำขึ้นแต่อย่างใด เพียงแต่ได้มีคนรุ่นเก่าและอดีตข้าราชการรุ่นเก่า ๆ เล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานสำคัญทางโบราณวัตถุและปูชนียวัตถุซึ่งพอจะเป็นที่ยืนยันและเชื่อถือได้ กล่าวว่าอำเภอเวียงสาเดิมชื่อ "เวียงป้อ-เวียงพ้อ" หรือ "เมืองพ้อ-เมืองป้อ" เพราะตำนานเล่าว่า ถ้าหากมีเหตุการณ์ร้ายแรงอันใดเกิดขึ้น มักเรียกผู้คนที่มีไม่มากนักตามบริเวณนั้นมาป้อ (รวม) กันที่ปากสา (ปากแม่น้ำสาที่ไหลลงสู่แม่น้ำน่าน) ซึ่งต่อไปนี้จะใช้คำว่า "เวียงป้อ" แทนชื่อเรียกอำเภอเวียงสาในอดีตที่ระบุในตำนานหรือหลักฐานที่สำคัญ ๆ ต่อไป

เวียงป้อเป็นเมืองที่อยู่ทางทิศใต้ของนครน่าน ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร แรกตั้งครั้งใด นานเท่าไรไม่ปรากฏ อาจจะมีมาตั้งแต่เมืองป้อยุคหิน เพราะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น แหล่งผลิตเครื่องมือหิน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ขุดพบ และอีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้สำรวจ ตลอดถึงหลักฐานความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ปรากฏหลักฐานซากวัดร้างต่าง ๆ เช่น

  • วัดบุญนะ สถานที่ตั้งตลาดสดเทศบาลตำบลเวียงสา
  • วัดต๋าโล่ง อยู่ห่างจากวัดผาเวียงไปทางทิศตะวันออกประมาณ 4 กิโลเมตร
  • วัดมิ่งเมือง สถานที่ตั้งสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอเวียงสา
  • วัดป่าแพะน้อย อยู่ห่างจากวัดวิถีบรรพต ไปทางทิศตะวันตก 1 กิโลเมตร
  • วัดสะเลียม อยู่ห่างจากวัดสะเลียมใหม่ (ตำบลยาบหัวนา) 800 เมตร
  • วัดหินล้อม อยู่ห่างจากวัดสะเลียมใหม่ (ตำบลยาบหัวนา) 2 กิโลเมตร

เวียงป้อเป็นเมืองที่อยู่ใกล้นครน่าน ผลกระทบและอิทธิพลด้านต่าง ๆ มักได้รับพร้อมกันกับนครน่าน และเนื่องจากการเดินทางติดต่อโดยทางบกใช้เวลาเดินทางเท้าประมาณ 6-8 ชั่วโมง ถ้าหากขี่ม้าเร็วก็จะประมาณ 2-3 ชั่วโมง การเดินทางติดต่อทางน้ำใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ที่ตั้งของเวียงป้อนอกจากจะตั้งอยู่ที่ราบระหว่างดอยต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว ยังเป็นเมืองที่มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน เช่น แม่น้ำสา แม่น้ำว้า แม่น้ำแหง แม่น้ำปั้ว แม่น้ำสาคร ตลอดถึงสายน้ำน่านและสายน้ำว้าเดิมที่เปลี่ยนเส้นทางเดินกลายสภาพเป็นหนองน้ำซึ่งมีอยู่มากมาย ชาวบ้านเรียกว่า "น้ำครก" และสายธารอื่น ๆ อีกมากมายที่ไหลลงสู่แม่น้ำน่าน จึงทำให้เวียงป้อเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์

กล่าวถึงในรัชสมัย พระยาหน่อคำเสถียรไชยสงคราม เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 39 (พ.ศ. 2103-2134) (ภายใต้การปกครองของอาณาจักรพม่า) ได้ทราบตำนานวัดพระธาตุแช่แห้ง จึงมีศรัทธาแรงกล้า ได้บูรณะซ่อมแซมและต่อเติมศาสนสถานแห่งนี้ และกล่าวถึงเจ้าเวียงป้อไว้ตอนหนึ่งว่า "... ปีเต่าสง้า สร้างบ่อน้ำและโรงอาบ เว็จกุฎิหื้อสมเด็จสังฆราชเจ้าเมืองพ้อ มาเป็นหัวหน้าอยู่ เป็นเค้าเป็นประธานแก่ช่างไม้ทั้งหลาย..."

เวียงป้อเป็นหัวเมืองประเทศราชขึ้นตรงต่อนครน่าน พงศาวดารเมืองน่านได้บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. 2139 ในรัชสมัยพระเจ้าเจตบุตรพรหมินทร์ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 40 (พ.ศ. 2134 - พ.ศ. 2140) และองค์ที่ 41 (พ.ศ. 2143 - พ.ศ. 2146) (ภายใต้การปกครองของอาณาจักรพม่า) ได้เสด็จเวียงป้อ มีใจความตอนหนึ่งของพงศาวดารได้บันทึกไว้ว่า ".. จุลศักราชได้ 985 เดือน 8 ลง 3 ค่ำ ท่านก็เสด็จลงไปอยู่เมืองพ้อ ไปสร้างวัดดอนแท่นไว้ ได้อภิเษกสามีเจ้าขวา หื้อเป็นสังฆราชแล้ว..."

เหตุการณ์ที่ระบุเจ้าเวียงป้อเป็นช่างใหญ่นั้น แสดงว่าเวียงป้อเป็นเมืองที่ขึ้นตรงต่อนครน่านราว พ.ศ. 2123-2127

พ.ศ. 2243-2251 เมืองน่านและเมืองประเทศราชถูกกองทัพพม่าเผาทำลายเสียหายทั้งเมืองและวัดวาอาราม ผู้คนถูกเข่นฆ่าจำนวนมาก ชาวน่านแตกหนีภัยสงครามเข้าอยู่ซ่อนในป่าในถ้ำ ทิ้งเมืองให้ร้าง ผลกระทบนี้เมืองป้อก็ได้รับเช่นกันดังในพงศาวดารนครน่าน ตอนที่ 4 ว่าด้วยเมืองน่านคราวเป็นจลาจลความว่า "ปีกาเม็ด จุลศักราชได้ 1096 ตัว เถินวัน 14 ค่ำ ทัพพม่าครั้งเถิงเมืองแล้วก็กระทำอันตรายแก่เมืองรั้วเมืองทั้งมวล คือ จุดเผาม้างพระพุทธรูป... วัดวาอาราม ศาสนาธรรม พระพุทธเจ้าที่จุดเผาเสี้ยง จะดาไว้แด่แผ่นดินนั้นแล ชาวบ้านชาวเมืองทั้งหลายก็ตายกันเป็นอันมานัก หันแล"

พ.ศ. 2247-2251 หัวเมืองต่าง ๆ ขาดผู้ครองเมือง กองทัพญวนและกองทัพลาวบุกเข้ากวาดต้อนผู้คนนครน่านและเวียงป้อด้วย ต่อมา พ.ศ. 2322 นครน่านขาดผู้ครองนคร จึงมีผลกระทบต่อเมืองป้อ จากฝ่ายพม่าเข้ามากวาดต้อนผู้คนไปไว้เมืองเชียงแสน ทิ้งเมืองให้เป็นเมืองร้าง จึงเป็นยุคที่เสื่อมโทรมอย่างยิ่ง พงศาวดารของเมืองน่านได้กล่าวไว้ตอนนี้ว่า "..ในยามนั้น เมืองลานนาไทย ก็บ่เที่ยงสักบ้านสักเมืองแล ดังเมืองน่านเรา เปนอันว่างเปล่า ห่างสูญเสียห้าท้าวพระยาบ่ได้แล.." ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าเวียงป้อเป็นเมืองร้างนานถึง 15 ปี อำเภอเวียงสาขณะที่ยังไม่ได้สร้างเป็นเมืองหรือเวียงนั้น ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นเมืองหรือเวียงโดยเจ้าผู้ครองนครน่าน มีพระนามว่า สมเด็จเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 57 และองค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ (2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2329 - 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2353 ) เมื่อปี พ.ศ. 2340 คือหลังจากสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เพียง 15 ปี

จนมีการใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2440) มีฐานะเป็นเมือง หรือเรียกตามภาษาภาคเหนือว่า "เวียง" และมีชื่อว่า "เวียงป้อ" มีผู้ครองเมืองซึ่งเป็นเชื้อสายของเจ้าผู้ครองนครน่านชื่อว่า "เจ้าอินต๊ะวงษา" แต่ประชาชนนิยมศึกษาว่า "เจ้าหลวงเวียงสา" โดยขนานนามเมืองว่า เมืองสา ตามชื่อแม่น้ำสำคัญของเมือง แล้วให้โอนการปกครองขึ้นต่อเมืองน่านตอนใต้ ต่อมาปี พ.ศ. 2451 เมืองสาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ และอำเภอสา ตามลำดับ

ปี พ.ศ. 2461 ได้เปลี่ยนชื่ออำเภอเป็น อำเภอบุญยืน ตามชื่อวัดที่ตำบลกลางเวียง แต่ต่อมาได้กลับมาใช้ชื่อ อำเภอสาอีกครั้งจนถึงวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2529[1] ได้มีการตามพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่ออำเภอเป็น อำเภอเวียงสา ให้ถูกต้องตามที่ราษฎรเรียกต่อๆกันมา จวบจนปัจจุบันนี้

ต่อมาตำบลส้าน ได้แยกหมู่บ้าน 4 หมู่บ้านตั้งเป็นตำบลส้านนาหนองใหม่ จนถึงปี พ.ศ. 2526 ได้แยกการปกครองของ 3 หมู่บ้านของตำบลยาบหัวนา และตั้งเป็นตำบลแม่ขะนิง ปี พ.ศ. 2531 บ้านสาครหมู่ที่ 5 และอีก 4 หมู่บ้านของตำบลอ่ายนาไลย ได้จัดตั้งเป็นตำบลแม่สาคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2536 ได้ตั้งตำบลแม่สา โดยแยกออกจากตำบลปงสนุก และตำบลทุ่งศรีทอง โดยแยกออกจากตำบลน้ำปั้ว ทำให้ปัจจุบันอำเภอเวียงสามีการปกครองทั้งหมด 17 ตำบล

ชาติพันธุ์

[แก้]

ชาติพันธุ์ของผู้คนในเวียงสาเป็นคนพื้นเมือง ถิ่นเดิมคือพวกละว้า ลักษณะทางพันธุกรรมเป็นคนรูปร่างใหญ่ สูง โครงกระดูกใหญ่โต มีภาษาสำเนียงพื้นถิ่นเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง อาศัยทำมาหากินตั้งบ้านเรือน ถิ่นฐานอยู่ริมแม่น้ำน่านและแม่น้ำว้า และอีกส่วนหนึ่งเป็นคนเมืองโยนก หรือ ชาวไทยเชียงแสนที่เรียกตัวเองว่าไทยยวนหรือคนเมือง ซึ่งอพยพเป็นข้าขอบขันทะสีมากับสยามประเทศ ในสมัยรัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ที่เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญได้กวาดต้อนผู้คนมาสร้างบ้านแปงเมืองให้สงบสุขร่มเย็นเป็นปึกแผ่น วิถีของผู้คนในเวียงสาเป็นคนรักสงบ โอบอ้อมอารี มีความสมัครสมานสามัคคี เรียบง่าย อ่อนงาม ทำมาหากินโดยสุจริต แต่ก่อนมีอาชีพทำนา ทำสวน ทำไร่ บนพื้นที่ราบลุ่ม กว้างใหญ่ ที่มีแม่น้ำไหลผ่านถึงเจ็ดสาย จึงเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร สัตว์บก สัตว์น้ำ หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองให้อิ่มหนำสำราญ ดำรงรักษาวิถีรากเหง้า วัฒนธรรม ประเพณีดั้งเดิมไว้จากรุ่นสู่รุ่น อันส่งผลให้ “เวียงสา” เจริญรุ่งเรือง และอยู่เย็นเป็นสุขจนตราบทุกวันนี้

การแบ่งเขตการปกครอง

[แก้]

การปกครองท้องที่

[แก้]

อำเภอเวียงสาแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 17 ตำบล 128 หมู่บ้าน ได้แก่

ที่ชื่อตำบลตัวเมืองอักษรโรมันจำนวนหมู่บ้านจำนวนประชากร

(ธันวาคม 2565)[2]

1.กลางเวียงKlang Wiang159,851
2.ขึ่งKhueng74,028
3.ไหล่น่านLai Nan83,414
4.ตาลชุมTan Chum73,574
5.นาเหลืองNa Lueang73,074
6.ส้านSan106,851
7.น้ำมวบNam Muap83,234
8.น้ำปั้วNam Pua73,866
9.ยาบหัวนาYap Hua Na75,402
10.ปงสนุกPong Sanuk41,372
11.อ่ายนาไลยAi Na Lai116,701
12.ส้านนาหนองใหม่San Na Nong Mai41,876
13.แม่ขะนิงMae Khaning73,895
14.แม่สาครMae Sakhon62,727
15.จอมจันทร์Chom Chan83,870
16.แม่สาMae Sa72,883
17.ทุ่งศรีทองThung Si Thong52,571

การปกครองส่วนท้องถิ่น

[แก้]

ท้องที่อำเภอเวียงสาประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 16 แห่ง ได้แก่

การขนส่ง

[แก้]
ทางหลวง
  • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 (ร้องกวาง-เวียงสา-น่าน)
  • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1026 (เวียงสา-นาน้อย)
  • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1162 (เวียงสา-บ้านน้ำมวบ)

เศรษฐกิจ

[แก้]

ธนาคาร

[แก้]

การศึกษา

[แก้]

ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน 1 แห่ง

[แก้]
  • ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเวียงสา เป็นสถานศึกษาสังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดน่าน สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ มีที่ตั้งอาคารสำนักงานที่บ้านภูเพียง หมู่ที่ ๖ ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน และมีศูนย์บริการการศึกษานอกระบบ ประจำตำบล ๑๗ ตำบล

ห้องสมุดประชาชนอำเภอเวียงสา

[แก้]

ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน

[แก้]

ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์

[แก้]

สถานศึกษา

[แก้]

ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยว

[แก้]
  • ตลาดเช้า
  • วัดบุญยืน
  • เฮือนรถถีบมะเก่า
  • ชุมชนผีตองเหลือง (มลาบรี)
  • บ้านสล่าเก๊า
  • กะลกไม้

อ้างอิง

[แก้]
  1. ราชกิจจานุเบกษา พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อ อำเภอสา จังหวัดน่าน พ.ศ.๒๕๒๙
  2. "ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร". stat.bora.dopa.go.th.