อำนาจอ่อน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Joseph Nye's 2004 book describing the concept of "soft power"

อำนาจอ่อน (อังกฤษ: soft power) ในวิชาการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หมายถึง ความสามารถในการดึงดูดและสร้างการมีส่วนร่วม โดยไม่ต้องบังคับหรือให้เงิน ในปัจจุบันใช้ในกรณีของการเปลี่ยนแปลงและสร้างอิทธิพลต่อความคิดของสังคมและประชาชนในประเทศอื่น[1] โดยอาศัยทรัพยากรพื้นฐาน 3 ประการ ได้แก่ วัฒนธรรม ค่านิยมทางการเมือง[2] และนโยบายต่างประเทศ[3] ได้รับการอธิบายไว้เป็นครั้งแรกโดยโจเซฟ เนย์ (Joseph Nye) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด[4]

คำอธิบาย[แก้]

โจเซฟ เนย์ ได้กล่าวว่าแหล่งทรัพยากรสำคัญของ soft power ประกอบไปด้วย 3 ประการดังนี้

  1. วัฒนธรรม (culture) ถ้าวัฒนธรรมของประเทศหนึ่งมีความสอดคล้องกับผลประโยชน์และค่านิยมของประเทศอื่นๆ โอกาสที่วัฒนธรรมดังกล่าวจะกลายเป็น soft power ของประเทศนั้นก็จะมีมากขึ้น ช่องทางที่ทำให้วัฒนธรรมของประเทศหนึ่งเป็นที่รู้จักในประเทศอื่นๆ นั้นมีมากมายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการค้า การเยี่ยมเยือน การติดต่อสื่อสาร และการแลกเปลี่ยน[1]
  2. ค่านิยมทางการเมือง (political values) ถ้าประเทศดังกล่าวมีค่านิยมทางการเมืองที่สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ soft power ของประเทศนั้นจะเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันถ้าค่านิยมของประเทศดังกล่าวขัดกับค่านิยมของประเทศอื่นๆอย่างชัดเจน soft power ของประเทศนั้นก็จะลดลง ตัวอย่างเช่น การที่สหรัฐอเมริกาในทศวรรษ 1950 ยังคงมีการแบ่งแยกสีผิว (racial segregation) ทำให้ soft power ของสหรัฐอเมริกาในทวีปแอฟริกานั้นมีน้อย เป็นต้น[2]
  3. นโยบายต่างประเทศ (foreign policies) ถ้าประเทศหนึ่งดำเนินนโยบายที่หน้าไหว้หลังหลอก (hypocritical) ก้าวร้าว และไม่แยแสต่อท่าทีของประเทศอื่นๆ โอกาสที่จะสร้าง soft power จะมีน้อย ดังเช่นกรณีของสหรัฐอเมริกาที่บุกยึดอิรักใน ค.ศ. 2003 โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของประเทศอื่นๆ เป็นต้น แต่ถ้าประเทศดังกล่าวมีแนวนโยบายต่างประเทศที่รักสันติภาพและเคารพในสิทธิมนุษยชน โอกาสที่จะสร้าง soft power ให้เกิดขึ้นจะมีมาก[3]

การวัด[แก้]

ความสำเร็จของอำนาจอ่อนขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของตัวแสดงในชุมชนระหว่างประเทศ ตลอดจนการไหลของสารนิเทศระหว่างตัวแสดง ดังนั้นอำนาจอ่อนจึงมักสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของโลกาภิวัฒน์และทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบเสรีนิยมใหม่ มักชี้กันว่าวัฒนธรรมสมัยนิยมและสื่อมวลชนเป็นบ่อเกิดของอำนาจอ่อน[5] เช่นเดียวกับการแพร่หลายของภาษาประจำชาติหรือชุดโครงสร้างบรรทัดฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวต่างประเทศพบว่ามีความสำคัญในการก่อกำเนิดภาพลักษณ์และชื่อเสียงของต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น การที่สหรัฐมีความโดดเด่นในข่าวต่างประเทศมีการเชื่อมโยงกับอำนาจอ่อนของสหรัฐด้วย[6]

Brandfinance's
Global Soft Power 2022
[7]
Monocle's
Soft Power Survey 2020
[8]
Portland's
The Soft Power 30 Report 2019
[9]
อันดับ ประเทศ
1  สหรัฐ
2 ธงของสหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร
3 ธงของประเทศเยอรมนี เยอรมนี
4 ธงของประเทศจีน จีน
5 ธงของประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
6 ธงของประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
7 ธงของประเทศแคนาดา แคนาดา
8 ธงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์
9 ธงของประเทศรัสเซีย รัสเซีย
10 ธงของประเทศอิตาลี อิตาลี
อันดับ ประเทศ
1 ธงของประเทศเยอรมนี เยอรมนี
2 ธงของประเทศเกาหลีใต้ เกาหลีใต้
3 ธงของประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
4 ธงของประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
5 ธงของสาธารณรัฐจีน ไต้หวัน
6 ธงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์
7 ธงของประเทศนิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์
8 ธงของประเทศสวีเดน สวีเดน
9 ธงของประเทศกรีซ กรีซ
10 ธงของประเทศแคนาดา แคนาดา
อันดับ ประเทศ
1 ธงของประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
2 ธงของสหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร
3 ธงของประเทศเยอรมนี เยอรมนี
4 ธงของประเทศสวีเดน สวีเดน
5  สหรัฐ
6 ธงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์
7 ธงของประเทศแคนาดา แคนาดา
8 ธงของประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
9 ธงของประเทศออสเตรเลีย ออสเตรเลีย
10 ธงของประเทศเนเธอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 คอลัมภ์อำนาจอ่อน-อำนาจแข็ง โดยบวร โทศรีแก้ว ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 จากเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ สืบค้นวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557
  2. 2.0 2.1 ที่มาของ soft power โดยสิทธิพล เครือรัฐติกาล, Ph.D. สืบค้นวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557
  3. 3.0 3.1 พลังอำนาจแบบแข็ง ( Hard Power ) และพลังอำนาจแบบอ่อน ( Soft Power ) โดย ดร.อนันท์ งามสะอาด สืบค้นวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557
  4. คอลัมภ์พลังอำนาจแบบฉลาด โดยชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ ณ วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552 จากเว็บไซต์ไทยโพสต์[ลิงก์เสีย] สืบค้นวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557
  5. "Economic warfare on the silver screen". FRANCE 24. 28 June 2011. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 January 2012. สืบค้นเมื่อ 2012-01-28.
  6. Blondheim, Menahem; Segev, Elad (2015). "Just Spell US Right: America's News Prominence and Soft Power". Journalism Studies. 18 (9): 1128–1147. doi:10.1080/1461670X.2015.1114899. S2CID 146592424.
  7. "Global Soft Power Index 2022: USA bounces back better to top of nation brand ranking | Press Release | Brand Finance".
  8. "Korea ranked 2nd in soft power by UK magazine Monocle : Korea.net : The official website of the Republic of Korea".
  9. "The Soft Power 30 - Ranking". Portland.
  • Nye, Jr., Joseph S. (2004). Soft Power: The Means to Success in World Politics. New York: PublicAffairs.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]