อาเล็กซ์ เพียร์ซ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อาเล็กซ์ เพียร์ซ
Alex Pearce.png
เพียร์ซกับเรดิงใน ค.ศ. 2008
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม อาเล็กซันเดอร์ เจมส์ เพียร์ซ[1]
วันเกิด 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1988 (33 ปี)[2]
สถานที่เกิด วอลลิงฟอร์ด อังกฤษ
ส่วนสูง 6 ฟุต 2 นิ้ว (1.88 ม.)
ตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
มิลล์วอลล์
หมายเลข 15
สโมสรเยาวชน
2001–2006 เรดิง
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2006–2015 เรดิง 212 (14)
2007นอร์แทมป์ตันทาวน์ (ยืม) 15 (1)
2007–2008บอร์นมัท (ยืม) 11 (0)
2008นอริชซิตี (ยืม) 11 (0)
2008เซาแทมป์ตัน (ยืม) 9 (2)
2015–2019 ดาร์บีเคาน์ตี 47 (3)
2016บริสตอลซิตี (ยืม) 7 (0)
2019มิลล์วอลล์ (ยืม) 11 (0)
2019– มิลล์วอลล์ 9 (0)
ทีมชาติ
2006–2007 สกอตแลนด์ อายุไม่เกิน 19 ปี 3 (0)
2008 สกอตแลนด์ อายุไม่เกิน 21 ปี 2 (0)
2012– สาธารณรัฐไอร์แลนด์ 7 (2)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 18:23, 24 ตุลาคม 2019 (UTC)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 17:03, 5 ตุลาคม 2016 (UTC)

อาเล็กซันเดอร์ เจมส์ เพียร์ซ (เกิดวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1988) เป็นนักฟุตบอลผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับมิลล์วอลล์และทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เขาเคยลงเล่น 2 นัดให้กับทีมชาติสกอตแลนด์รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี แต่ในระดับชุดใหญ่ เขาเล่นให้กับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ โดยเขายิงประตูได้ตั้งแต่นัดแรกที่ได้ลงเล่น ในนัดที่พบกับโอมานใน ค.ศ. 2012

ทีมชาติ[แก้]

แม้ว่าจะเกิดในอังกฤษ เพียร์ซผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ทีมชาติสกอตแลนด์โดยบิดามารดา และได้เล่นให้กับชุดเยาวชน[3] เขาลงเล่นนัดแรกให้กับทีมชาติสกอตแลนด์รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีในนัดที่แพ้นอร์เวย์ 4–1 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2008[4][5]

นอกจากนี้ เพียร์ซยังสามารถเลือกเล่นให้กับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ได้[6] เพราะเขาเคยเล่นให้กับไอร์แลนด์ในระดับฟุตบอลโรงเรียน[7] ดังนั้น เขาจึงเปลี่ยนไปเล่นให้กับทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ชุดใหญ่ โดยในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2011 เขากล่าวว่า "ประเทศที่ผมต้องการจะเล่นให้ คือไอร์แลนด์"[7]

เพียร์ซถูกเรียกติดทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2012 สำหรับนัดกระชับมิตรที่จะพบกับโอมานในอีกสามวันข้างหน้า[8] เขาสามารถทำประตูได้ตั้งแต่นัดแรกที่เขาได้ลงเล่น ช่วยให้เอาชนะไปได้ 4–1 ในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2012[9] ต่อมาในวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2014 เขาทำประตูปิดกล่องในนัดที่เอาชนะโอมานอีกครั้งด้วยผล 2–0[10]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Club list of registered players: As at 19th May 2018: Derby County" (PDF). English Football League. p. 14. สืบค้นเมื่อ 17 June 2018.
  2. Hugman, Barry J., บ.ก. (2010). The PFA Footballers' Who's Who 2010–11. Mainstream Publishing. p. 330. ISBN 978-1-84596-601-0.
  3. "Pearce secures loan move as he looks to gain valuable League experience". readingfc.co.uk. 9 February 2007. สืบค้นเมื่อ 9 February 2007.[ลิงก์เสีย]
  4. "Mixed emotions for Pearce". readingfc.co.uk. 22 May 2008. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 7 September 2008. สืบค้นเมื่อ 22 May 2008.
  5. "Scotland U21 1–4 Norway U21". BBC Sport. 20 May 2008. สืบค้นเมื่อ 22 May 2008.
  6. "Fresh talent on Long list". Herald. 8 April 2011. สืบค้นเมื่อ 9 April 2011.
  7. 7.0 7.1 "Reid 'unlikely' to make Irish return under Trapattoni". Irish Independent. 22 October 2011. สืบค้นเมื่อ 24 October 2011.
  8. McClean survives after tweet apology
  9. "Republic of Ireland 4–1 Oman". RTÉ Sport. 11 September 2012. สืบค้นเมื่อ 11 September 2012.
  10. "R. of Ireland 2–0 Oman". BBC Sport. 3 September 2014. สืบค้นเมื่อ 3 September 2014.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]