ข้ามไปเนื้อหา

อาหารค่ำมื้อสุดท้าย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
The Last Supper by Leonardo da Vinci - Clickable Imageบารโธโลมิวยากอบองค์เล็กอันดรูว์ยูดาสยอห์นโธมัสยากอบองค์ใหญ่ฟีลิปมัทธิวยูดาซีโมน
อาหารค่ำมื้อสุดท้าย (1495–1498) ภาพจิตรกรรมฝาผนัง, สีฝุ่นเทมเพอราบนพื้นผิวที่ผสมปูนปลาสเตอร์ น้ำมันดิน และแมสติก, ขนาด 700 x 880 ซม. (22.9 x 28.8 ฟุต) ในโบสถ์ซานตามารีอาเดลเลกราซีเอ มิลาน ประเทศอิตาลี ถือเป็นการตีความอันน่าทึ่งของเลโอนาร์โด ดา วินชี เกี่ยวกับอาหารค่ำมื้อสุดท้ายก่อนสิ้นพระชนม์ ภาพวาดเกี่ยวกับอาหารค่ำมื้อสุดท้ายในศิลปะคริสเตียนนั้นถูกสร้างสรรค์โดยปรมาจารย์ทางศิลปะมาหลายศตวรรษแล้ว โดยภาพจิตรกรรมฝาผนังของเลโอนาร์โด ดา วินชีในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1490 เป็นตัวอย่างที่รู้จักกันดีที่สุด[1] (ภาพคลิกได้—ใช้เคอร์เซอร์เพื่อระบุบุคคลในภาพ)

อาหารค่ำมื้อสุดท้าย[2] (อังกฤษ: Last Supper, Lord's Supper, Mystical Supper) ตามพระวรสาร คือพระกระยาหารมื้อสุดท้ายที่พระเยซูเสวยร่วมกับอัครทูตในเยรูซาเลมก่อนการตรึงกางเขน[3] ชาวคริสต์ฉลองอาหารค่ำมื้อสุดท้ายเป็นการเฉพาะในวันวันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์[4] อาหารค่ำมื้อสุดท้ายเป็นหลักฐานทางพระคัมภีร์ที่สนับสนุนแนวคิดพิธีมหาสนิทศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ "Holy Communion" หรือ "The Lord's Supper"[5] การที่พระเยซูทรงเสวยพระกระยาหารมื้อสุดท้ายกับเหล่าสาวกนั้น เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในหมู่นักวิชาการ และเป็นส่วนหนึ่งของกรอบเรื่องราวชีวิตของพระเยซู[6][7]

เมื่อถึงเวลา พระองค์ประทับลงและเสวยพร้อมกับพวกอัครทูต พระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เรามีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะรับประทานปัสกานี้กับท่านก่อนที่เราจะต้องทนทุกข์ เราบอกท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่รับประทานปัสกานี้อีกจนกว่าจะสำเร็จความหมายของปัสกานั้นในแผ่นดินของพระเจ้า” พระองค์ทรงหยิบถ้วย เมื่อขอบพระคุณแล้วตรัสว่า “จงรับเหล้าองุ่นถ้วยนี้ไปดื่มให้ทั่วกัน เราบอกท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่ดื่มจากผลของเถาองุ่นอีกต่อไปจนกว่าแผ่นดินของพระเจ้าจะมา” พระองค์ทรงหยิบขนมปัง เมื่อขอบพระคุณแล้วก็ทรงหักส่งให้พวกเขา ตรัสว่า "จงรับแผ่นปังนี้ไปทานให้ทั่วกัน เพราะนี้คือกายของเรา” เมื่อรับประทานแล้ว จึงทรงหยิบถ้วยและทรงทำเหมือนกันตรัสว่า “ถ้วยนี้ที่เทออกเพื่อท่านทั้งหลาย เป็นพันธสัญญาใหม่โดยโลหิตของเรา" ลูกา 22:14-20

ตามคำกล่าวของนักบุญเปาโลอัครทูตในหนังสือ 1 โครินธ์ 11:23–26

ระหว่างเสวยพระกระยาหารที่มีขนมปังและเหล้าองุ่น พระเยซูตรัสต่อสาวกว่า “จงดื่มเป็นที่ระลึกถึงเรา” เหตุการณ์อื่นและบทสนทนาบันทึกในพระวรสารสหทรรศน์และพระวรสารนักบุญยอห์น คริสต์ศาสนิกชนบางคนถือว่าเป็นรากฐานของศีลมหาสนิท

ถ้วยที่ใช้ใส่ไวน์บางทีก็เรียกว่าจอกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Chalice) และเป็นหนึ่งในวรรณกรรมเกี่ยวกับเรื่องถ้วยศักดิ์สิทธิ์ (Holy Grail) ในปรัมปราวิทยาในศาสนาคริสต์

นักวิชาการบางคนมองว่าอาหารค่ำมื้อสุดท้ายเป็นแหล่งที่มาของประเพณีศีลมหาสนิทในศาสนาคริสต์ยุคแรก[8][9][10][11][12][13] ในขณะที่อีกส่วนมองว่าเรื่องราวอาหารค่ำมื้อสุดท้ายนั้นมีที่มาจากธรรมเนียมปฏิบัติเรื่องศีลมหาสนิทในคริสต์ศตวรรษที่ 1 ซึ่งเปาโลได้บรรยายไว้ใตอนมีอายุช่วงกลาง 50 ปี[9][14][15][16]

ระเบียงภาพ

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]
“อาหารค่ำมื้อสุดท้าย” โดย ไซมอน อูชาคอฟ (Simon Ushakov) ราว ค.ศ. 1685

อ้างอิง

[แก้]
  1. Zuffi 2003, pp. 254–259.
  2. ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พิมพ์ครั้งที่ 3, ราชบัณฑิตยสถาน, 2552, หน้า 579-80
  3. Cross & Livingstone 2005, p. 958, Last Supper.
  4. Windsor & Hughes 1990, p. 64.
  5. Hazen 2002, p. 34.
  6. Sanders 1995, pp. 10–11.
  7. Meier 1991, p. 398.
  8. Bromiley 1979, p. 164.
  9. 1 2 Wainwright & Tucker 2006.
  10. Marshall 2006, p. 33.
  11. Jeremias 1966, pp. 51–62.
  12. Meier 1991, pp. 302–309.
  13. Pitre 2011.
  14. Funk 1998, pp. 1–40, Intruduction.
  15. Bultmann 1963.
  16. Bultmann 1958.

ข้อมูล

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]