ข้ามไปเนื้อหา

อาลแบร์ เลอเบริง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อาลแบร์ เลอเบริง
Albert Lebrun
เลอเบริงในปี 1932
ประธานาธิบดีฝรั่งเศส
ดำรงตำแหน่ง
10 พฤษภาคม 1932  11 กรกฎาคม 1940
ก่อนหน้าปอล ดูแมร์[a]
ถัดไปฟีลิป เปแต็ง
ประธานวุฒิสภา
ดำรงตำแหน่ง
11 มิถุนายน 1931  10 พฤษภาคม 1932
ก่อนหน้าปอล ดูแมร์
ถัดไปฌูล ฌ็องเนแน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด(1871-08-29)29 สิงหาคม ค.ศ. 1871
เมอร์ซี-เลอ-โอ ประเทศฝรั่งเศส
เสียชีวิต6 มีนาคม ค.ศ. 1950(1950-03-06) (78 ปี)
ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
สาเหตุการเสียชีวิตปอดบวม
ลายมือชื่อ

อาลแบร์ ฟร็องซัว เลอเบริง (ฝรั่งเศส: Albert François Lebrun) เป็นนักการเมืองชาวฝรั่งเศส เคยดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา และขึ้นเป็นประธานาธิบดีตั้งแต่ปี 1932 จนกระทั่งฝรั่งเศสพ่ายแพ้ต่อนาซีเยอรมนีในปี 1940 เขาจึงถือเป็นประธานาธิบดีคนสุดท้ายของสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 และถูกบังคับให้ส่งต่ออำนาจให้จอมพลฟีลิป เปแต็ง

ภูมิหลัง

[แก้]

อาลแบร์ เลอเบริง เกิดเมื่อ 29 สิงหาคม 1871 ที่เมืองแมร์ซี-เลอ-โอ (Mercy-le-Haut) ในแคว้นลอแรน เขาเติบโตในครอบครัวเกษตรกรชนชั้นกลาง เลอเบริงสอบเข้าศึกษาที่เอกอลปอลีแต็กนิก (École Polytechnique) และสำเร็จการศึกษาเป็นอันดับหนึ่งจากสถาบันวิศวกรรมเหมืองแร่ (École des Mines)[1] จากนั้นทำงานเป็นวิศวกรเหมืองแร่จนถึงอายุ 29 ปี

งานการเมือง

[แก้]

เลอเบริงเริ่มต้นเส้นทางการเมืองในปี 1898 ด้วยการเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 1900 ในสังกัดกลุ่มการเมืองสายกลาง-ขวา เขาได้รับความไว้วางใจให้เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง เช่น กระทรวงอาณานิคม กระทรวงการสงคราม แต่ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดินแดนที่ได้รับการปลดปล่อยในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง รับหน้าที่ฟื้นฟูพื้นที่และเศรษฐกิจที่เสียหายจากสงคราม ด้วยบุคลิกที่ประนีประนอม ซื่อสัตย์ และมีอัธยาศัยดี เขาจึงได้รับเลือกให้เป็นประธานวุฒิสภาในปี 1931[2]

ประธานาธิบดี

[แก้]

หลังจากการลอบสังหารประธานาธิบดีปอล ดูแมร์ในเดือนพฤษภาคม 1932 เลอเบริงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี วาระของเขาเป็นยุคที่ประเทศกำลังฟื้นฟูจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ แต่ก็มีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง เช่น การจลาจลทางการเมืองเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 1934 และความขัดแย้งทางอุดมการณ์ในยุครัฐบาลแนวร่วมประชาชน เลอเบริงพยายามวางตัวเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญที่เคร่งครัดและอยู่เหนือความขัดแย้งพรรคการเมือง

แม้เขาได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งต่อเป็นวาระที่สองในปี 1939 (ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากในสาธารณรัฐที่สาม) แต่ชะตากรรมทางการเมืองของเขากลับจบลงพร้อมกับการพ่ายแพ้ต่อเยอรมนีในยุทธการที่ฝรั่งเศสในปี 1940 เลอเบริงถูกสภาวะกดดันให้ต้องแต่งตั้งจอมพลฟีลิป เปแต็ง เป็นนายกรัฐมนตรี นำไปสู่การยอมจำนนต่อเยอรมนีและการจัดตั้งรัฐบาลวิชี เลอเบริงถูกริบอำนาจบริหารทั้งหมดแม้จะไม่ได้ลาออกอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการปิดฉากสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3[3]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Goguel, F. (1946). La Politique des partis sous la IIIe République.
  2. Wright, V. (1960). The Government of France.
  3. Shirer, W. L. (1969). The Collapse of the Third Republic: An Inquiry into the Fall of France in 1940.
  1. André Tardieu served as acting president from Doumer's assassination until Lebrun took office
อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "lower-alpha" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="lower-alpha"/> ที่สอดคล้องกัน