อาบรักทะลุมิติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับMural ในความหมายอื่น ดูที่ จิตรกรรมฝาผนัง
Mural
อาบรักทะลุมิติ
กำกับ กอร์ดอน ชาน
เขียน ผู สงหลิง
(บทประพันธ์ดั้งเดิม)
นำแสดง เติ้งเชา
ซุนลี่
เจิ้งซวง
เหยียนหนี้
หลิวเหยียน
อัน จื้อเจี๋ย
คอลลิน โจว
เปา เป่ยเอ๋อ
เจิ้ง จื้อเหว่ย
(นักแสดงรับเชิญ)
จำหน่าย/เผยแพร่ มงคลภาพยนตร์
(ในประเทศไทย)
ฉาย ฮ่องกง:
29 กันยายน 2011
จีน:
13 ตุลาคม 2011
ไทย:
24 พฤษภาคม 2012
ความยาว 123 นาที
ประเทศ จีน
ฮ่องกง
ภาษา จีนกลาง
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

อาบรักทะลุมิติ (อังกฤษ: The Mural, Mural; จีนตัวย่อ: 画壁; จีนตัวเต็ม: 畫壁; พินอิน: Huà Bì) ภาพยนตร์แฟนตาซีสัญชาติฮ่องกง ออกฉายในปี ค.ศ. 2011

เนื้อเรื่อง[แก้]

จือ เสี่ยวเหลียง บัณฑิตหนุ่มกำลังเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อที่จะสอบจอหงวน แต่ระหว่างทางเขาก็พบและรู้สึกหลงใหลในจิตรกรรมฝาผนังชิ้นหนึ่ง ที่วัดโบราณแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะหลุดเข้าไปในดินแดนที่อยู่ในภาพวาด ที่นั้นเขาได้พบกับโลกที่เสมือนแดนสวรรค์ที่แต่ผู้หญิงสาวสวยเต็มไปหมด และไม่มีผู้ชาย ทั้งหมดถูกปกครองโดยเหล่านางฟ้า ซึ่งเขาและผู้ชายอีกสองคน คือ มู่เซีย คนรับใช้ และเมิ่ง หลงตาน ผู้เป็นโจรป่า ต้องพบกับเรื่องราวของความรัก การต่อสู้ และบทเรียนที่ได้จากดินแดนแห่งนี้ ซึ่งมีกฎแข็งกร้าวที่ว่า ณ ที่นี่มีความใคร่ได้ แต่ห้ามมีความรัก

นักแสดง[แก้]

เบื้องหลังและคำวิจารณ์[แก้]

The Mural หรือ Mural เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีที่สร้างมาจากเรื่องสั้นของผู สงหลิง ในเรื่อง 聊齋誌異 (พินอิน: Liáozhāi zhìyì-เรื่องประหลาดในห้องเหลียวไจ) นักเขียนชาวจีนที่มีชื่อเสียงในยุคราชวงศ์ชิง ซึ่งบทประพันธ์ของผู สงหลิง มักถูกนำสร้างมาเป็นภาพยนตร์และซีรีส์หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน โดยในเรื่องที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ A Chinese Ghost Story หรือ โปเยโปโลเย ในปี ค.ศ. 1987

สำหรับในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ทุนสร้างกว่า 80 ล้านบาท โดยมีนักแสดงนำ คือ เติ้งเชา ในบท จือ เสี่ยวเหลียง บัณฑิตหนุ่มผู้หลงเข้าไปในแดนนางฟ้า และซุนลี่ ในบท นางฟ้าเสาเหย้า ที่เป็นผู้เคร่งครึมและเป็นผู้คุมกฎแห่งดินแดนสวรรค์แห่งนี้ ซึ่งทั้งคู่ก็เป็นคู่สมรสกันจริง ๆ ในชีวิตจริง แต่ทว่าเมื่อเข้าฉากกันแล้ว ก็มียังมีอาการประหม่ากันอยู่[1]

ภาพยนตร์ได้รับคำวิจารณ์ว่า ตั้งชื่อในภาษาไทยคล้ายกับภาพยนตร์ในแนวลามก โดย ซุนลี่ ที่ได้บทเด่นในเรื่อง แสดงได้ดีอยู่ส่วนหนึ่ง แต่บทตัวละครที่แสดงออกแต่น้อยแบบนี้ ก็ยากที่จะได้รับความรักอย่างเต็มร้อยจากคนดู แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับ เจิ้งซวง นักแสดงสาวหน้าใหม่ ในบทของ มู่ตัน นางฟ้าน้อยผู้สดใสร่าเริง กล้าที่จะตามหาความรัก แสดงออกถึงความรู้สึกอย่างเปิดเผย บวกกับหน้าตาสะสวยสดใส จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากตัวละครตัวนี้จะเป็นขวัญใจของคนดู

โดยรวมแล้ว บรรยายกาศของเรื่องนี้คล้ายกับภาพยนตร์จีนหรือฮ่องกงในแนวเดียวกันนี้หลายเรื่องในยุคทศวรรษที่ '80 หรือ'90 ที่มุ่งให้ความบันเทิงเป็นหลัก มีฉากแอ๊คชั่น มีฉากอภินิหาร รวมถึงบทรัก และมุขตลกสลับกันไป บวกกับมีคติสอนใจบ้างเล็กน้อย ท่ามกลางการเล่าเรื่องแบบนิทานพื้นบ้าน ก็ทำให้ภาพยนตร์ดำเนินไปได้อย่างไม่น่าเบื่อ ในเรื่องของรักสามเส้า ขณะที่ฉากและเครื่องแต่งกายทำให้ดูแฟนตาซีและดูหลุดโลกไปบ้าง แต่ทว่าปัญหาของช่วงองค์สุดท้ายของเรื่อง ดูจะเกิดจากการเล่าเรื่องอันรวบรัด เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้มีจังหวะจะโคนที่เหมาะสมและเงื่อนไขของความขัดแย้งระหว่างของตัวละคร ที่มีความเชื่อแตกต่างกัน ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างแหลมคม และเป็นเหตุเป็นผลอย่างที่ควรจะเป็น รวมกับบทสรุปของเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างคลุมเครือ ยากจะทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนท้ายเรื่องกันแน่ จึงทำให้ตอนจบของภาพยนตร์เป็นไปอย่างไม่ค่อยจะน่าพอใจนัก

นอกจากนี้แล้ว เทคนิคพิเศษยังไม่ได้มาตรฐาน สัตว์ประหลาดที่น่าจะแลดูน่าเกรงขาม กลับสร้างความตลกให้แก่ผู้ชมแทน[2]

ภาพยนตร์ได้ฉายในจีนและฮ่องกงตั้งแต่กลางปี ค.ศ. 2011 แต่เข้าฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 เฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์เท่านั้น

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]