อัจฉราวดี วงศ์สกล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อัจฉราวดี วงศ์สกล
Head and shoulders photo of Tan Ajan
เกิดอัจฉราวดี วงศ์สกล
28 กันยายน ค.ศ. 1965 (56 ปี)
กรุงเทพ, ประเทศไทย
ถิ่นพำนักประเทศไทย
สัญชาติไทย
มีชื่อเสียงจากกิจการเพชร St.Tropez Diamond, วิปัสสนาจารย์สายธรรมเตโชวิปัสสนา, ประธานองค์กร โนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา, ประธานองค์กรเคบีโอ เอิร์ธ, ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ The Soul Resort
ผลงานเด่น
มีศีล..ก่อนจะสาย, เตโชวิปัสสนา เปิดประตูนิพพาน, รู้..แล้วลุย, สิ้นชาติ ขาดภพ, ฆราวาสบรรลุธรรม เล่ม 1 และ 2, Top Ideas in Buddhism and Famous Stories in Buddha's Time
บุตร3 คน
เว็บไซต์https://www.masteracharavadee.com/

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2508 ปัจจุบันอายุ 56 ปี เคยเป็นนักออกแบบและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงของสังคม ได้รับรางวัลนักธุรกิจยอดเยี่ยม เกียรติคุณคนดี รางวัลผู้หญิงคิดบวก และรางวัล Boss of the Year สาขาอัญมณีและเครื่องประดับปีพ.ศ. 2548 ต่อมาได้ประกาศอำลาชีวิตทางธุรกิจเพื่อสอนธรรมะอย่างเต็มตัว ในปีพ.ศ. 2552 และได้สละเงินส่วนตัวก่อตั้งโรงเรียนแห่งชีวิต เพื่อสอนธรรมะให้กับเด็กและเยาวชน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

จากวันที่อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลได้เริ่มออกเดินทางตามหลักคำสอนของพระบรมศาสดาโดยมีท่านโกเอ็นก้าเป็นวิปัสสนาจารย์คนแรก และได้ปฎิบัติวิปัสสนามากกว่า 10,000 ชั่วโมง ได้ค้นพบการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ส่วนลึกภายในจิตใจที่มีผลส่งต่อการเปลี่ยนแปลงมาถึงภายนอก แบบสัมผัสเห็นความต่างได้ด้วยตน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการมองโลกแบบเห็นถึงความลวงของชีวิตได้อย่างชัดเจน และเกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้า และเกิดมีจิตกตัญญูต่อพระบรมศาสดาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง กอปรกับได้เห็นการลบหลู่พระสัญลักษณ์ของพระบรมศาสดาเกิดขึ้นอย่างรุนแรงทั่วโลก โดยไม่มีใครกล้าหาญออกมาแก้ไขหรือยับยั้ง จึงได้รวบรวมศิษย์และผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาร่วมตัวก่อตั้งองค์กรโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนาขึ้น ในปีพ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน และได้รับการสนับสนุนจากศิษย์และชาวพุทธกว่า 20,000 คนจากร่วม 20 ประเทศทั่วโลก

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลได้ยึดถือปณิธานในการทำงานปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อให้พระธรรมของพระพุทธองค์ยืนยง 5,000 ปี ดังประโยคที่ว่า “Not only we protect Buddhism. But we awaken the morality of mankind.” หรือ “เราไม่เพียงแต่ปกป้องพระพุทธศาสนา แต่เราปลุกจิตสำนึกที่ดีงามในความเป็นมนุษย์”

ประวัติส่วนตัว[แก้]

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ผู้ก่อตั้งสายธรรมเตโชวิปัสสนา เป็นประธานมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา และมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2508 ที่เขตบางกอกน้อย จังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นบุตรสาวคนที่สอง บิดา ไชยยงค์​ วงศ์สกล มารดา สมจิตต์​ วงศ์สกล และมีพี่ชาย 1 คนคือ วรวิทย์​ วงศ์​สกล

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล สมรสครั้งแรก มีบุตรสาว 2 คน โดยบุตรคนแรกเสียชีวิต ปัจจุบันสมรสกับนายแดเนียล ทาบุช และมีบุตรสาว 2 คน

การศึกษา[แก้]

ประวัติการทำงาน[แก้]

เริ่มต้นการทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชน เคยทำงานฝ่ายโปรโมชั่น บริษัท ซีบีเอสเรคคอร์ด เป็นคอลัมนิสต์เขียนวิจารณ์เพลงและสกู๊ปแนะนำศิลปินหน้าใหม่จากต่างประเทศลงในหนังสือ ไอ.เอส. ซองฮิต เคยทำงานฝ่ายโฆษณาที่นิตยสารอินเวสเตอร์ เคยเป็นเจ้าของบริษัทโปรดักชั่นรับทำโฆษณาและสิ่งพิมพ์ และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทอันดามันฟิล์ม ผลิตภาพยนตร์ ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักธุรกิจเต็มตัว ด้วยความชอบในด้านเครื่องประดับและการออกแบบ จึงได้เปิดบริษัทและร้านเพชร St.Tropez Diamond ในปี พ.ศ. 2543

ผลงานด้านธุรกิจ[แก้]

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักธุรกิจ และ นักออกแบบเครื่องประดับชื่อดังชั้นแนวหน้าของเมืองไทย  ก่อตั้งบริษัท St.Tropez Diamond ในปีพ.ศ. 2543 เครื่องประดับของ St.Tropez Diamond ได้รับการยอมรับว่ามีความโดดเด่น หรูหรา และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบของเมือง เมือง Saint-Tropez ประเทศฝรั่งเศส โชว์เปิดตัวเครื่องเพชรของ St. Tropez มีชื่อเสียงในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ล้ำสมัย หรูหรา และเป็นศูนย์รวมของเหล่าบรรดาคนดังเซเลบทั่วเมืองไทยในยุคนั้น ส่งผลให้อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้รับรางวัลนักธุรกิจยอดเยี่ยมสาขาธุรกิจเครื่องประดับ Boss of the year ในปีพ.ศ. 2551 ได้รับเกียรติคุณคนดี รางวัลผู้หญิงคิดบวก ได้รับเลือกเป็นบุคคลชั้นนำ 1 ใน 500 คน จากนิตยสาร Thailand Tatler 5 ปีต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มออกปฏิบัติธรรมจริงจัง อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลได้ปลีกตัวออกจากชีวิตในวงสังคมและวงธุรกิจ เพื่ออุทิศตนให้งานด้านพระศาสนาและสังคมโดยใช้เวลามากขึ้นเรื่อยๆ มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก จนในที่สุดได้หยุดกิจการบริษัท เพื่อมาทำงานด้านธรรมะและเพื่อพุทธศาสนาแบบเต็มตัว [1][2]

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

  • Boss of the The Year สาขาธุรกิจเครื่องประดับ ปีพ.ศ. 2548
  • นักธุรกิจยอดเยี่ยม เกียรติคุณคนดี และได้รับเลือกเป็นบุคคลชั้นนำ 1 ใน 500 คนจากนิตยสาร Thailand Tatler เป็นเวลา 5 ปีต่อเนื่อง ในปีพ.ศ. 2551- 2555
  • ผู้หญิงคิดบวก "Positive Thinking Award" ปีพ.ศ. 2551 จาก BSC Cosmetology
  • เสาอโศกผู้นำศีลธรรม รับประทานรางวัลจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ในปีพ.ศ. 2560

จุดพลิกผันสู่ทางธรรม[แก้]

แม้ว่าโดยพื้นฐานจะเป็นผู้ที่ยึดมั่นในความดีและเป็นผู้มีความกตัญญูต่อบุพการีและผู้มีพระคุณ แต่เนื่องจากการงานที่รัดตัว ทำให้การปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งที่ห่างไกลตัว แม้ว่ากัลยาณมิตรจะพยายามชักชวนให้ออกปฏิบัติธรรมเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งวันหนึ่ง กัลยาณมิตรได้พาอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ไปกราบหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท ศิษย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระสุปฏิปันโนผู้บรรลุอรหัตผล หลังจากที่ได้สนทนากันแล้ว ท่านจึงกล่าวว่า “นั่งสมาธิจะยากอะไร ก็ท่องพุทโธ ๆ ๆ ๆ ๆ เร็วเข้าไว้ เดี๋ยวจิตก็สงบ...มีเงินฝากธนาคาร เบิกใช้ทุกวันเมื่อไหร่ก็หมด” 

โดยสาเหตุที่ท่านเปรียบเทียบคำสอนกับการเงินฝากนั้นเป็นเพราะท่านเห็นว่า คนทำธุรกิจมักสนใจเรื่องหาเงิน สะสมเงิน เมื่อกัลยาณมิตรได้อธิบายให้ฟังว่า หลวงปู่เจี๊ยะท่านเปรียบบุญเหมือนเงินฝากในธนาคาร เบิกใช้ทุกวัน เมื่อไหร่ก็หมด ด้วยความกลัวว่า ‘บุญเก่า’ จะหมด ทำให้เกิดความตั้งใจไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อเติมบุญ โดยหลักสูตรเข้มข้นครั้งแรกในชีวิตเมื่อเดือนมกราคม ปีพ.ศ. 2543 ที่สถานปฏิบัติธรรม ธรรมกมลา ของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า วิปัสสนาจารย์ชื่อดังแห่งยุคชาวอินเดีย เป็นเวลา 10 วัน อันเป็นจุดเริ่มต้นของการนำธรรมะมาสู่ชีวิตประจำวัน คือ การมีวินัยในการปฏิบัติ โดยทุกวันนี้ อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ยังคงปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องจวบจนถึงปัจจุบัน[3]

หลังการปฎิบัติด้วยตนเอง ผลจากการหมั่นเพียรปฏิบัติวิปัสสนาตามแนวทางของอาจารย์โกเอ็นก้าเป็นประจำมิได้ขาดเป็นเวลา 3 ปี ก็เกิดอัศจรรย์เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้สื่อจิตมาสอนหลักปฏิบัติที่ไม่เคยมีใครได้รู้หลักการภาวนานี้มาก่อน อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐานสี่ ด้วยการตั้งสติเพ่งดูกาย เวทนา จิต ธรรม มีความเพียรภาวนาเผากิเลสอันเป็นวิธีปฏิบัติวิปัสสนาทางลัดตัดตรงสู่นิพพาน จนได้เข้าถึงธรรมอันกระจ่างอย่างรวดเร็วด้วยความอัศจรรย์ จึงเกิดความปรารถนาที่จะถ่ายถอดเทคนิควิธีการปฏิบัติวิปัสสนาขั้นสูงนี้ให้แก่บุคคลทั่วไป ที่มีเป้าหมายมุ่งมั่นในพระนิพพาน จึงได้ก่อตั้งสายธรรมเตโชวิปัสสนา ทำการสอนอยู่ที่เตโชวิปัสสนาสถาน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยเปิดสอนบุคคลทั่วไปจนถึงปัจจุบัน

งานด้านการสอนธรรม[แก้]

พ.ศ. 2549 - ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต[แก้]

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้สละทรัพย์ส่วนตัวหลายสิบล้านบาทก่อสร้างโรงเรียนแห่งชีวิตขึ้น[4] เพื่ออบรมธรรมะสำหรับเด็กและเยาวชนให้ดำรงอยู่ในศีลธรรมโดยยึดหลักการสอนธรรมจากบทเรียนในชีวิตของนักเรียนเอง แทนการท่องจำตำรา สอนให้เยาวชนมีแนวทางและทัศนคติที่ดีในการดำเนินชีวิต มองโลกอย่างถูกต้อง ผ่านการทำความเข้าใจถึงความสำคัญและความจำเป็นของศีล 5 ในการมีชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ  โดยโรงเรียนแห่งชีวิตได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นที่กล่าวขานถึงในสังคมเป็นวงกว้าง และเป็น 1 ในโรงเรียนและแคมป์ธรรมะสำหรับเยาวชน ที่ได้รับการแนะนำมากที่สุดแห่งหนึ่งตามสื่อต่าง ๆ รวมถึงในโลกออนไลน์ด้วย [5]

พ.ศ. 2554 – ก่อตั้งสายธรรมเตโชวิปัสสนา[แก้]

หลังจากที่ปฏิบัติเตโชวิปัสสนาอย่างเข้มข้นภายใต้การชี้แนะจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มาเป็นเวลา 9 ปี อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้สละทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อซื้อที่ดินเชิงเขาพระพุทธบาทน้อย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี สำหรับก่อสร้างเตโชวิปัสสนาสถาน[6]  และเปิดอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน[7] ถ่ายทอดวิชาธรรมะขั้นสูงที่เห็นผลจริง ด้วยข้อวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัด คือ ผู้เข้ารับการอบรมต้องฝากโทรศัพท์ไว้กับเจ้าหน้าที่ ห้ามพูดคุยสื่อสารกันโดยเด็ดขาดตลอดเวลาที่เข้ารับการอบรม 7 วัน โดยเตโชวิปัสสนากรรมฐาน เปิดอบรมครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554 จนกระทั่งถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 11 ปี ท่านได้สอนธรรมขั้นต้นและขั้นสูงจำนวน 380 คอร์ส ให้แก่ศิษย์ร่วม 6,000 คน มีทั้งที่เป็นบรรพชิต และฆราวาส

พ.ศ. 2557 – ก่อตั้งนิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ หรือ 5000s Magazine[แก้]

เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า โลกของธรรมไม่ใช่เส้นขนานกับโลกในชีวิตจริง ยิ่งมีธรรมสถิตอยู่กับใจมากเท่าไหร่ จะยิ่งเป็นผู้มีไลฟ์สไตล์ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล จึงได้ก่อตั้งนิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ หรือ ชื่อภาษาอังกฤษว่า 5000s Magazine[8] อันสื่อถึงความปรารถนาเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้อยู่ครบ 5,000 ปี เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเป็นนิตยสารราย 2 เดือน สองภาษา เน้นการนำเสนอธรรมะผ่านภาพที่สวยงามสะดุดตา ที่มาพร้อมกับเรื่องราวในชีวิตประจำวันและทั่วโลกที่สะท้อนธรรมะ ในภาษาที่อ่านเข้าใจง่ายทุกวัย เป้าหมายของนิตยสาร คือ ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งทางโลก และทางธรรม เพื่อผู้อ่านได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตที่สมดุล และก่อเกิดแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตอย่างลงตัวทั้งโลกภายนอก และภายในจิตใจของผู้อ่าน โดยนิตยสารยังได้รับเกียรติให้จัดวางในเลาจ์ของการบินไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และได้รับฟีดแบ็กที่ดีจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก[9]

พ.ศ. 2560 - ก่อตั้งสถานปฏิบัติธรรม “แสงธรรมโพธิญาณ” อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา[แก้]

หลังจากได้รับบริจาคที่ดิน และอาคารเรือนไม้หลังใหญ่ จาก ดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ ศิษย์เตโชวิปัสสนา ท่านอาจารย์จึงมีโครงการสร้างสถานปฏิบัติธรรม อบรมหลักสูตรอานาปานสติ และเตโชวิปัสสนากรรมฐาน ให้แก่สาธุชนชาวหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียงทางภาคใต้ ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมขั้นกลางและขั้นสูง อีกทั้งเพื่อให้ธรรมอันเข้มแข็งนี้แผ่ขยายสู่แดนใต้ของประเทศไทย  สถานปฏิบัติธรรมแสงธรรมโพธิญาณ เปิดสอนคอร์สแรกเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561

โครงการสร้างสถานปฏิบัติธรรมอื่น ๆ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการวางแผนและดำเนินการ[แก้]

-  วัดป่าวงกฏคีรี จ.ขอนแก่น

-  วัดป่าอรัญญวิเวก จ.ขอนแก่น

-  ธรรมสถาน จ.ภูเก็ต

-  ธรรมสถาน จ.เชียงราย

งานด้านปกป้องพระพุทธศาสนา[แก้]

ก่อตั้งมูลนิธิ โนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา (Knowing Buddha Foundation)[แก้]

แรงบันดาลใจของการก่อตั้งองค์กรโนอิ้ง บุดด้า นั้นเริ่มต้นจาก เมื่อ 17 ที่แล้วระหว่างที่กำลังเดินอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้เห็นบาร์แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Buddha Bar ซึ่งภายในตกแต่งด้วยเศียรพระพุทธรูปและสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาเต็มไปหมด แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสลดสังเวชอย่างที่สุดคือ กลางฟลอร์เต้นรำของบาร์มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง ท่ามกลางนักเที่ยวที่แต่งตัวล่อแหลมกำลังวาดลวดลายกันอย่างเมามันสนุกสนาน พร้อมกระป๋องเบียร์ในมือ ณ วินาทีนั้นเอง อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล จึงตั้งปณิธานว่า สักวันหนึ่ง จะต้องปกป้องพระพุทธศาสนาจากการถูกกระทำย่ำยี และหยุดการนำเอาพระพุทธรูปและพระสัญลักษณ์ไปใช้ในทางไม่เหมาะสมให้ได้

หลังจากที่สั่งสอนธรรมได้ระยะหนึ่ง อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ก็ได้ก่อตั้ง องค์กรโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา (Knowing Buddha Organization - KBO) โดยมีจุดประสงค์ คือ ให้ความรู้ความเข้าใจหลักปฏิบัติที่ถูกต้องต่อพระพุทธรูปและพระสัญลักษณ์ ป้องกันและยับยั้งการกระทำลบหลู่ต่อพระพุทธเจ้าก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2555 สโลแกนของ KBO คือ “เราไม่เพียงแต่ปกป้องพระพุทธศาสนา แต่เราปลุกจิตสำนึกที่ดีงามในความเป็นมนุษย์”

ต่อมา องค์กรโนอิ้ง บุดด้า (ปัจจุบันจดทะเบียนเป็นมูลนิธิแล้ว) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อรณรงค์และให้ความรู้ ป้องกันและยับยั้งการลบหลู่พระพุทธรูป และสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา โดยทั้งสองฝ่ายตกลงกันที่จะประสานความร่วมมือกัน เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาด้วยการทำกิจกรรมเพื่อรณรงค์ ให้ความรู้ ป้องกันและยับยั้งการลบหลู่พระพุทธรูป รวมถึงสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา KBO ยืนหยัดทำหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนา ด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติต่อพระพุทธรูปและพระสัญลักษณ์ เนื่องจากในปัจจุบัน มีการนำพระพุทธรูปและพระสัญลักษณ์มาลดทอนคุณค่าให้เป็นเพียง “งานพุทธศิลป์” เพื่อการประดับตกแต่งหรือเป็นเฟอร์นิเจอร์ บดบังคุณค่าที่แท้จริงที่มีไว้เป็นเครื่องรำลึกถึงพระพุทธคุณด้วยความกตัญญูและความเคารพ และได้เขียนจดหมายไปยังธุรกิจต่าง ๆ อย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่ได้ผลตอบรับที่ดีและมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

ผลงานที่ผ่านมาของ KBO[แก้]

ร่วมจัดงาน “แนวทางป้องกันและแก้ไขการกระทำละเมิดต่อพระพุทธรูปและสัญลักษณ์ในทางพระพุทธศาสนา”[แก้]

องค์กร โนอิ้งบุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนาได้รับเกียรติจากคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะ และวัฒนธรรมวุฒิสภา และ 9 องค์กรหลักของพุทธศาสนาในประเทศไทย ร่วมจัดงาน “แนวทางป้องกันและแก้ไขการกระทำละเมิดต่อพระพุทธรูปและสัญลักษณ์ในทางพระพุทธศาสนา” ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556 นับเป็นครั้งแรกที่มีการรวมตัวขององค์กรพุทธศาสนาหลัก ๆ เพื่อถกประเด็นนี้โดยเฉพาะ ภายในงาน มีผู้เข้าร่วมมากมายทั้งจากภาครัฐ เอกชน กลุ่มการศึกษา ตัวแทนทหารจาก 3 เหล่าทัพ กลุ่มองค์กรการกุศล และชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตจาก 4 ประเทศ และเอกอัครราชทูตจากประเทศสเปน รวมทั้งหมด 350 ท่าน นอกจากงานจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนหลัก ๆ อาทิ เช่น เดลินิวส์ มติชน ไทยรัฐ และทีวีข่าวช่อง 7 แล้ว ผู้จัดยังได้รับเกียรติจากผู้หลักผู้ใหญ่และบุคคลอาวุโส และผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านทั้งทางโลกและทางธรรมมาร่วมงาน อาทิเช่น พระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการสำนักงานปกป้องพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย  ประธานวุฒิสภาคุณนิคม ไวยรัชพานิช  ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะ และวัฒนธรรมวุฒิสภา คุณอนุศาสตร์ สุวรรณมงคล คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชน อาทิเช่น โรงแรม บริษัทตกแต่งและออกแบบชั้นนำต่าง ๆ ภายในงาน ยังได้มีการเปิดตัว www.5000s.org อันเป็นเว็บไซต์เฉพาะกิจสำหรับรณรงค์ต่อต้านการลบหลู่รูปแบบใหม่ที่เข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว มีรูปแบบการทำงานและรณรงค์คล้ายคลึงกับองค์กร Change.org คือเชื้อเชิญให้คนทั่วไปเข้าร่วมลงรายชื่อเป็นสมาชิกแนวร่วมในการรณรงค์ปกป้องและหยุดยั้งการดูหมิ่นพระพุทธศาสนาอย่างสันติ เมื่อมีกรณีละเมิดใดที่ต้องการเสียงสนับสนุนเป็นจำนวนมาก ทางองค์กรจะส่งจดหมายแจ้งข่าวและความคืบหน้าให้กับสมาชิกทางอีเมล การลงชื่อของสมาชิกทุกครั้งจะถูกระบบแปรไปเป็นอีเมลร้องขอส่งตรงถึงตัวบุคคลหรือบริษัทผู้ละเมิดให้หยุดการกระทำหรือการผลิตภายในเวลาไม่กี่วินาที

การผลิตสื่อหนังสั้นและการประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก[แก้]

องค์กร โนอิ้งบุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนาได้ผลิตหนังสั้นเพื่อปลุกจิตสำนึกให้ตระหนักในศีลธรรมและให้เห็นข้อมูลการลบหลู่ที่เกิดขึ้นทั่วโลกดังต่อไปนี้

1. The Truth [10] ความจริงที่ต้องหลั่งน้ำตา

2. Respect [11] เป็นวิดีโอรณรงค์ไม่สนับสนุนการสักรูปพระพุทธเจ้าซึ่งวีดีโอนี้สร้างความประทับใจให้ชาวพุทธและชาวต่างประเทศทั่วโลก

3. Buddha is our father[12] เป็นวิดีโอรณรงค์เพื่อให้ตระหนักถึงการเคารพพระพุทธเจ้าดุจดังพ่อเพราะพระองค์ทรงเป็นพระพุทธบิดาของชาวพุทธทุกคน

4. Do they really have to do this?[13] เป็นวิดีโอที่แสดงให้เห็นความรู้สึกของผู้ที่รักและเคารพพระพุทธเจ้าแต่กลับต้องมาพบการลบหลู่ที่เกิดขึ้นมากมายทำให้เกิดความสลดใจอย่างยิ่ง

5. ที่ไปของชายเจ้าชู้[14] เป็นภาพยนตร์หนังสั้นเพื่อสังคมตระหนักถึงการรักษาศีล 5 โดยนำเสนอให้เว้นจากการประพฤติผิดในกาม

6. ไม่อายเหรอ[15] เป็นภาพยนตร์หนังสั้นเพื่อสังคมตระหนักถึงการรักษาศีล 5 โดยนำเสนอให้เว้นจากการฉ้อโกง

ป้ายโฆษณาบิลบอร์ดขนาดใหญ่ใจกลางเมือง[แก้]

โฆษณาบนบิลบอร์ดขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่มีผู้เห็นจำนวนมาก รวมทั้งจุดยุทธศาสตร์ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจะได้เห็นเป็นสิ่งแรกเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย ได้แก่ บิลบอร์ดปากทางเข้า-ออกสนามบินสุวรรณภูมิ[16] สนามบินจังหวัดภูเก็ต และสนามบินจังหวัดเชียงใหม่

สื่อสิ่งพิมพ์[แก้]

การพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น โบรชัวร์ Buddhism 101 ที่ให้ความรู้สำคัญเกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้าและการปฏิบัติตนให้ถูกต้องต่อพระสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์ โดยประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ[17]

การเดินรณรงค์ต่าง ๆ[แก้]

การเดินรณรงค์ประจำปีเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการไม่ลบหลู่พระสัญลักษณ์ขององค์พระบรมศาสดาแก่ชาวต่างประเทศ ณ จุดท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ตลาดนัดสวนจตุจักร, ถนนข้าวสาร[18]

การจัดนิทรรศการ[แก้]

การจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ ณ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญและเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศ คือ นิทรรศการ Spiritual Life Exhibition ณ แหล่งชอปปิ้งชื่อดังใจกลางสมุยและกรุงเทพฯ เพื่อเป็นอีกช่องทางในการเผยแผ่ความรู้เกี่ยวกับคำสอนทางพระพุทธศาสนา และให้ความเข้าใจหลักประพฤติปฏิบัติต่อพระพุทธสัญลักษณ์ด้วยความเคารพ รวมทั้งหยุดยั้งการลบหลู่ในทุกรูปแบบผ่านการนำเสนอภาพยนตร์สั้นใน VDO Room นอกจากนี้ KBO ยังได้มีการจัดนิทรรศการขนาดย่อม ตั้งบอร์ดข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ณ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญและเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศ อาทิ สนามหลวง, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์), วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หลายครั้งต่อปี[19]

การจัดธรรมบรรยายเพื่ออบรมศีลธรรม จริยธรรม และการฝึกสมาธิ[แก้]

การจัดบรรยายโดยทีมงานอาสาที่ประกอบไปด้วยผู้ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานทางโลกจากหลากหลายอาชีพ เข้าไปจัดการบรรยายธรรมและพูดคุยกับเยาวชนตามสถานศึกษา หน่วยงานรัฐ และเอกชนต่าง ๆ เพื่อแชร์เรื่องราวด้านธรรมะในแง่มุมการทำงานและในชีวิตประจำวัน[20]  [21]


ทั้งหมดนี้เพื่อจะนำธรรมแท้ของพระพุทธองค์กลับคืนมา เพื่อความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา เพื่อความเป็น “ศาสนาแห่งการตื่นรู้”

ผลงานด้านการเขียนหนังสือ[แก้]

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้มีผลงานการเขียนหนังสือที่เป็น Bestsellers หลายเล่ม โดยผลงานหนังสือทั้งหมดเริ่มต้นในปี 2548 ด้วย ‘ล้า...แต่ไม่ล้ม’  จากนั้นเป็นหนังสือแนวธรรมะทั้งหมดตั้งแต่  ‘เรือธรรม..ลำสุดท้าย’  ‘มีศีล..ก่อนจะสาย’  ‘เตโชวิปัสสนา เปิดประตูนิพพาน’ ‘รู้..แล้วลุย’  ‘สิ้นชาติขาดภพ’ และ ‘ฆราวาสบรรลุธรรม’ 1 และ 2 โดยผลงานการเขียนทั้งหมดมียอดพิมพ์ 250,000 เล่ม

หนังสือภาษาไทย[แก้]

  • ล้า...แต่ไม่ล้ม, Date : 5/2005, 224 หน้า, Thai,
  • เรือธรรม..ลำสุดท้าย, Date : 5/2005, 144 หน้า, Thai, ISBN 974-93531-7-X (paperback)
  • มีศีล..ก่อนจะสาย, Date : 3/2008, 185 หน้า, Thai, ISBN 9789749898864 (paper back)
  • เตโชวิปัสสนา เปิดประตูนิพพาน, Date : 2010, 228 หน้า, Thai, ISBN 9786169110187 (paperback)
  • วิปัสสนา...ฆ่ากิเลส, Date : 3/2011, 104 หน้า, Thai, ISBN 9789744968760 (paperback)
  • รู้..แล้วลุย, Date : 5/2012, 216 หน้า, Thai, ISBN 9786169110101 (paperback)
  • สิ้นชาติ...ขาดภพ (รู้..แล้วลุย 2), Date : 1/2012, 263 หน้า, Thai, ISBN 9786169110125 (paperback)
  • ฆราวาสบรรลุธรรม , Date : 3/2016, 340 หน้า, Thai, ISBN 9786169110170 (paperback)
  • ฆราวาสบรรลุธรรม เล่ม 2 , Date : 7/2017, 426 หน้า, Thai, ISBN 9786168125007 (paperback)
  • มหันตภัยโลกร้อน กับความจริงที่ไม่มีใครพูดถึง , Date : 3/2019 , 296 หน้า , Thai , ISBN 9786168125076 (paperback)
  • ธรรมะตามใจ ถามธรรม-ตอบธรรม
  • คำถามที่พบคำตอบ ธรรมะกับการใช้ชีวิตที่ถูกสงสัยมาตลอดกาล
  • พลังศักดิ์สิทธิ์ จากพระพุทธรูป กับจิตสำนึกที่หายไป ความจริงที่ชาวพุทธทุกคน..ต้องรู้
  • ปุจฉา-วิปัสสนา และ ผลกรรมจากการลบหลู่พระพุทธเจ้า
  • รวมธรรมคำสอน จากท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลที่ระลึกงานเททองหล่ององค์พระพุทธรูป พระบรมโลกนาถและทอดผ้าป่าสามัคคี 2564
  • คู่มือเลี้ยงลูกเทวดา
  • คือละอองธาตุที่มุ่งหน้าข้ามสังสารวัฏ
  • รวมคำสอนธรรม เล่มที่ 1
  • รวมคำสอนธรรม เล่มที่ 2
  • รวมคำสอนธรรม เล่มที่ 3
  • รวมธรรมคำสอน ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ในวาระ 7 ปี
  • ธรรมเอกอุกึ่งพุทธกาลพุ่งตรงสู่นิพพาน
  • ทางสู่ธรรมแท้ของผู้ไม่หวนคืน

หนังสือภาษาอังกฤษ[แก้]

งานสาธารณกุศลอื่น ๆ[แก้]

องค์กรโนอิ้งบุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนาได้จัดกิจกรรมสาธารณกุศลต่าง ๆ โดยงานหลัก ๆ มีดังนี้

โครงการ ผ้าป่า “โนอิ้งบุดด้า ช่วยซับน้ำตาชาวนาไทย”[แก้]

อันเป็นโครงการระดมทุนของมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้าเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าว  โครงการได้ประกาศเร่งระดมทุนตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 โดยได้รับการสนับสนุนของสมาชิกและคนในกลุ่มขอบข่ายช่วยกันกระจายข่าวจนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2557 และได้จัดงานทอดผ้าป่าชาวนาไทยขึ้นที่เตโชวิปัสสนาสถาน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยได้ยอดเงินทั้งสิ้นกว่า 4,700,000 บาท[22] โดยก่อนหน้านี้องค์การได้นำเงินบริจาคออกช่วยเหลือชาวนาแล้วตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์ มีเกษตรกรจำนวน 310 ครัวเรือนจากจังหวัดสุรินทร์ สิงห์บุรี และบุรีรัมย์ ได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งหลักการช่วยเหลือคือนำเงินที่ได้มาตั้งเป็นกองทุนประทั้งชีพให้เป็นขวัญกำลังใจยืนหยัดสู้ชีวติต่อไปและให้เกิดกำลังใจว่ามีคนร่วมชาติที่ห่วงใยและไม่ทอดทิ้งกัน

โครงการจัดทำ กล่องประทังชีพ เพื่อผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโรคโควิด-19[แก้]

เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโรคระบาด ทาง KBO ได้เปิดโครงการนี้ขึ้นมาในเดือนเมษายน พ.ศ. 2563[23]  ต่อมาเมื่อมีผู้แสดงความจำนงขอรับกล่องมากขึ้น ทางมูลนิธิจึงเปิดรับเงินบริจาค ทำให้ยอดการแจกกล่องประทังชีพทั้งหมดเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนเมื่อจบโครงการมีผู้ได้รับกล่องประทังชีพทั้งหมด 15,000 กล่อง และโอนเงินช่วยฉุกเฉินรายละ 500 บาท 9,318 ราย รวมยอดบริจาคทั้งสิ้น 15,378,117  บาท[24]  

KBO Earth[แก้]

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลได้ก่อตั้ง ทีมงาน KBO Earth ขึ้นเพื่อทำงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เน้นการรณรงค์ลดโลกร้อน โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดงานสัมมนาเรื่องโลกร้อนไปแล้วครั้งหนึ่งก่อนช่วงการระบาดโรคโควิด-19 ชื่อ “ทางออกจากวิกฤตโลกร้อน กับความจริงที่ไม่มีใครพูดถึง” จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก โดยได้รับเกียรติจากรองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ เป็นประธานในพิธี และอธิบดีกรมป่าไม้ คุณอรรถพล เจริญชันษา มาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความหวังผืนป่าไทย สู้วิกฤตภาวะโลกร้อน”  มีเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรภาคประชาชน มาร่วมรับฟังงานสัมมนากว่าร้อยคน[25]

ประเด็นความขัดแย้ง[แก้]

การแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาของอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล เกี่ยวกับความมีศีลธรรมในหมู่ชาวพุทธได้ทำให้เกิดประเด็นโต้แย้งเกี่ยวกับตัวท่าน และการที่อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้วิจารณ์อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับพระสงฆ์ไทยบางรูปที่ไม่ปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนาและพระวินัยอย่างเคร่งครัด ได้ก่อให้เกิดการดูหมิ่นให้ร้ายท่านทั้งจากสื่อมวลชนและองค์กรพุทธบางแห่งซึ่งควบคุมบริหารโดยผู้ชาย เนื่องจากในวัฒนธรรมของไทย ผู้หญิงไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์พระสงฆ์ ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจนรองรับก็ตาม นอกจากนี้ สื่อมวลชนไทยยังได้กล่าวหาว่าอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ทำตนเหนือพระสงฆ์และกล่าวหาพระสงฆ์ที่เป็นศิษย์วิปัสสนากรรมฐานของท่านว่าได้แสดงความเคารพอาจารย์ซึ่งเป็นผู้หญิง เนื่องจากมีข้อห้ามพระสงฆ์ทำความเคารพผู้หญิง

สื่อมวลชนยังได้วิจารณ์ถึงการปฏิบัติกรรมฐานสายเตโชวิปัสสนา และในส่วนของผู้กล่าวหายังได้ระบุว่าการปฏิบัติเตโชวิปัสสนากรรมฐานไม่มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเล่มใด จึงสมควรที่จะยกเลิกการปฏิบัติแนวทางนี้ และยังได้กล่าวร้ายอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่ทำการสอนวิปัสสนากรรมฐานด้วยวิธีนี้ บางคนถึงขนาดจัดประเภทของเตโชวิปัสสนาว่าเป็นเพียงลัทธิหนึ่ง[26]

อย่างไรก็ตาม เสียงวิจารณ์ต่าง ๆ ก็สงบลง หลังจากที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ทำการตรวจสอบทั้งทางด้านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลและด้านมูลนิธิโนว์อิ้งบุดดาแล้ว และให้การรับรองความถูกต้อง หลังจากนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัยเข้ารับการอบรมปฏิบัติเตโชวิปัสสนากรรมฐานกับอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และได้ยืนยันว่าการปฏิบัติสายนี้เป็นหนทางอันถูกต้องสายหนึ่งที่จะนำไปสู่ความรู้แจ้งได้[27]

เมื่อต้นปีพ.ศ. 2561 อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนาได้ตัดสินใจฟ้องร้องกลุ่มผู้ปล่อยข่าวใส่ร้าย ซึ่งการดำเนินการทางกฎหมายนี้ อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล กล่าวว่า ไม่ได้เพื่อต้องการแก้แค้นแต่อย่างใด  แต่เป็นการออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อสาธารณชน แต่เพื่อการธำรงความยุติธรรม  และปกป้องความดีงามให้มีที่ยืนได้อย่างสง่างาม  อีกทั้งยังป้องกันผู้หลงเชื่อ  ไม่ให้หลงกระทำบาปดูหมิ่นดูแคลนผู้อื่นเพราะถูกลวงด้วยถ้อยความเท็จ 

อ้างอิง[แก้]

  1. “อัจฉราวดี วงศ์สกล” จากเจ้าแม่เครื่องเพชร สู่ผู้ละกิเลสในโลกฆราวาส | ผู้จัดการออนไลน์
  2. อัจฉราวดี อำลาแล้ว St.Topez ชีวิตนี้พบเพชรแท้ในทางธรรม | www.dhammajak.net
  3. "จากเจ้าแม่เครื่องเพชร สู่ผู้ละกิเลสในโลกฆราวาส "อัจฉราวดี วงศ์สกล"". mgronline.com. 2016-02-11.
  4. “อัจฉราวดี วงศ์สกล” เทขายของแบรนด์เนม ร่วมสร้างสถานวิปัสสนา | ผู้จัดการออนไลน์
  5. "อัจฉราวดี วงศ์สกล" ประกาศอำลาชีวิตการเป็นดีไซเนอร์จิวเวลรี่มาเป็นครูสอนธรรมะ | คม ชัด ลึก
  6. "เตโชวิปัสสนาสถาน - Techo Vipassana Meditation Retreat". www.facebook.com.
  7. "เตโชวิปัสสนา | techovipassana | คอร์สวิปัสสนา". techovipassana.
  8. "5000s Magazine". 5000s Magazine (ภาษาอังกฤษ).
  9. "นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2016-11-06. สืบค้นเมื่อ 2019-01-11.
  10. Knowing Buddha - ความจริงที่ต้องหลั่งน้ำตา, สืบค้นเมื่อ 2022-06-23
  11. KBO SHORT FILM " RESPECT", สืบค้นเมื่อ 2022-06-23
  12. ภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ Buddha is our Father, สืบค้นเมื่อ 2022-06-23
  13. "Do they really have to do this?" ทำกันขนาดนี้เลยหรือ?, สืบค้นเมื่อ 2022-06-23
  14. "ที่ไปของชายเจ้าชู้", สืบค้นเมื่อ 2022-06-23
  15. หนังสั้นส่งท้ายพ.ศ.นี้ ที่คนคิดโกงและคน”โดนโกง”ต้องดู!, สืบค้นเมื่อ 2022-06-23
  16. "์New Buddhist Protection billboard set run by Knowing Buddha Organization". knowingbuddha (ภาษาอังกฤษ). 2019-06-05.
  17. "KBO Exhibition at Thailand Grand Festival 2019, Sydney, Australia". knowingbuddha (ภาษาอังกฤษ). 2019-04-25.
  18. "A Walk Campaign to Stop Disrespecting Buddha Images at Chatuchak Market". knowingbuddha (ภาษาอังกฤษ). 2018-11-10.
  19. "Spiritual life Exhibition at Wat Arun". knowingbuddha (ภาษาอังกฤษ). 2018-07-24.
  20. "Dhamma lecture to college students". knowingbuddha (ภาษาอังกฤษ). 2019-04-21.
  21. "Special Moral Lecture to Foreign Students at Mahidol University". knowingbuddha (ภาษาอังกฤษ). 2018-12-05.
  22. "'อัจฉราวดี'ชวนทอดผ้าป่าซับน้ำตาชาวนา". คมชัดลึกออนไลน์. 2014-02-12.
  23. อ.อัจฉราวดี แจกกล่อง ยังชีพผู้ลำบาก จัดส่งทางไปรษณีย์, สืบค้นเมื่อ 2022-06-24
  24. "เข้าสู่ระบบ Facebook". Facebook.
  25. "Solutions to Global Warming : Unlock the unspoken truth". knowingbuddha (ภาษาอังกฤษ). 2019-06-19.
  26. เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ 'อัจฉราวดี' ตั้งโต๊ะแถลงเคลียร์ทุกประเด็นดราม่า ยันไม่เคยทำตัวเหนือสงฆ์, สืบค้นเมื่อ 2022-06-24
  27. เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัยยืนยันเตโชวิปัสสนากรรมฐานเป็นหนทางอันถูกต้องสายหนึ่งที่จะนำไปสู่ความรู้แจ้งได้

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]