อักกู ยาทัพ
อักกู ยาทัพ | |
|---|---|
| เกิด | ภรัต กาลีจรัณ ยาทัพ ค.ศ. 1971 นาคปุระ, มหาราษฏระ, อินเดีย |
| เสียชีวิต | 13 สิงหาคม ค.ศ. 2004 (อายุ 32 ปี) ศาลอำเภอนาคปุระ, วิทรรภา, มหาราษฏระ, อินเดีย |
สาเหตุเสียชีวิต | ถูกฆาตกรรมจากการลงประชาทัณฑ์ (ถูกแทงเป็นหลัก) |
| รายละเอียด | |
| ผู้เสียหาย | ผู้ถูกฆาตกรรมประมาณ 3 ศพขึ้นไป เหยื่อที่ถูกข่มขืนมากกว่า 40 ราย |
ระยะเวลาอาชญากรรม | ค.ศ. 1991–7 สิงหาคม ค.ศ. 2004 |
| ประเทศ | อินเดีย |
| รัฐ | มหาราษฏระ |
วันที่ถูกจับ | 7 สิงหาคม ค.ศ. 2004 |
ภรัต กาลีจรัณ ยาทัพ (อักษรโรมัน: Bharat Kalicharan Yadav; มราฐี: भरत कालीचरण यादव; ค.ศ. 1971 – 13 สิงหาคม ค.ศ. 2004) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ อักกู ยาทัพ (อักษรโรมัน: Akku Yadav; มราฐี: अक्कू यादव) เป็นนักเลง, โจร, ผู้บุกรุกบ้าน, ผู้ลักพาตัว, ผู้ต้องหาข่มขืนต่อเนื่อง, ฆาตกรต่อเนื่อง และนักรีดไถชาวอินเดีย อักกูเติบโตในสลัมกัสตุรบานคร ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองนาคปุระ รัฐมหาราษฏระ ทางตอนกลางของอินเดีย เขาอาศัยและทำธุรกิจในสลัมแห่งนี้ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของอาชญากรจำนวนมากและแก๊งคู่ปรับสองแก๊ง
อาชญากรรมแรกสุดเท่าที่ทราบของอักกูคือการข่มขืนหมู่ในปี ค.ศ. 1991 อักกูและแก๊งของเขาก่ออาชญากรรมหลายประเภท ได้แก่ ข่มขืน ฆาตกรรม บุกรุกบ้าน และกรรโชกทรัพย์ในย่านกัสตุรบานคร เป็นเวลา 13 ปี จนกระทั่งเขาเสียชีวิต อักกูพยายามสร้างอาณาจักรธุรกิจขนาดเล็ก เขาข่มขู่รีดไถเงิน ทำร้ายร่างกาย และข่มขู่ผู้ที่ต่อต้านเขา ในช่วงชีวิตอาชญากรของเขา อักกูฆ่าคนอย่างน้อยสามคน เขาทรมานและลักพาตัวผู้คน บุกรุกบ้าน และข่มขืนผู้หญิงและเด็กหญิงกว่า 40 คน เขาติดสินบนตำรวจ โดยให้เงินและเลี้ยงเครื่องดื่มให้พวกเขาเพื่อโน้มน้าวให้พวกเขายอมปล่อยให้เขาก่ออาชญากรรมต่อไป ซึ่งตำรวจไม่เพียงแต่ปฏิเสธที่จะจับกุมอักกูเป็นเวลาหลายปี แต่ยังให้การสนับสนุนเขาอีกด้วย อักกูและพวกพ้องข่มขืนหมู่ผู้หญิงและเด็กหญิงซึ่งอายุน้อยสุดเพียง 10 ขวบ เพื่อเป็นการ "เตือน" ต่อผู้ที่พยายามต่อต้านเขา
หลังจากที่หญิงชื่ออุษา นารายเณ ต่อต้านอักกูและแก๊งของเขา ฝูงชนจึงเผาบ้านของอักกู อักกูจึงไปขอความคุ้มครองจากตำรวจและยอมถูกจับกุมเพื่อความปลอดภัย ในระหว่างการพิจารณาคดีประกันตัวเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 2004 เขาถูกรุมประชาทัณฑ์ในห้องพิจารณาคดีโดยผู้หญิงหลายร้อยคน พวกเธอแทงและขว้างก้อนหินใส่เขา เขาถูกสาดผงพริกเข้าใส่หน้า และอวัยวะเพศของเขาถูกเฉือนออก ผู้หญิงทั้งหมดอ้างว่าเป็นผู้ลงมือฆ่า และถึงแม้บางคนจะถูกจับกุม แต่ในที่สุดพวกเธอก็ได้รับการปล่อยตัว แม้ว่าจะมีผู้หญิงหลายร้อยคนเกี่ยวข้องกับการรุมประชาทัณฑ์ แต่หน่วยสืบสวนอาชญากรรมของรัฐกลับมีรายงานเหตุการณ์ที่แตกต่างออกไป แหล่งข่าวระดับสูงของตำรวจกล่าวว่า การรุมประชาทัณฑ์นั้นกระทำโดยชายสี่คน และผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นผู้ลงมือนั้นกำลังปกป้องพวกเขา ไม่มีผู้หญิงคนใดเห็นด้วยกับรายงานของตำรวจ ตำรวจกล่าวว่าทั้งชายและหญิงอยู่ในที่เกิดเหตุเมื่อฝูงชนปรากฏตัว ในวันที่เกิดเหตุการณ์รุมประชาทัณฑ์ บีบีซีนิวส์รายงานในเบื้องต้นว่า ผู้หญิงประมาณ 14 คนและเด็กหลายคนบุกเข้าไปในห้องพิจารณาคดีและแทงอักกูจนเสียชีวิต ภาพยนตร์ที่สร้างจากเหตุการณ์นี้ ชื่อเรื่อง 200: หัลลา โห (200: Halla Ho) ออกฉายทางดิจิทัลบนซีไฟว์ (ZEE5) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2021 ส่วนเว็บซีรีส์จำกัดตอนชื่อ อินเดียน พรีเดเตอร์: เมอร์เดอร์ อิน อะ เคารต์รูม (Indian Predator: Murder in a Courtroom) ออกฉายทางเน็ตฟลิกซ์ โดยนำเสนอเรื่องราวและบทสัมภาษณ์ของเหยื่อ[1]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Indian Predator: Murder in a courtroom". Indian Predator: Murder in a courtroom.
บรรณานุกรม
[แก้]- Kristof, Nicholas; WuDunn, Sheryl (2009). Half the Sky: Turning Oppression into Opportunity for Women Worldwide (PDF). Alfred A. Knopf. ISBN 9780307267146.
- Stackhouse, Max L.; Pachuau, Lalsangkima (2007). News of Boundless Riches: Interrogating, Comparing, and Reconstructing Mission in a Global Era. ISPCK. ISBN 9788184580143.
- Mehta, Swati (2005). Killing Justice: Vigilantism in Nagpur (PDF). Human Rights Initiative. ISBN 81-88205-13-3. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2026-03-14. สืบค้นเมื่อ 2026-06-16.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- Candles in the Wind - A 2011 documentary about Akku Yadav
- Indian Predator: Murder in a courtroom - A webseries released on Netflix in 2022