อะบูฮะนีฟะฮ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อะบูฮะนีฟะฮ์
Abu Hanifa Name.png
ชื่ออะบูฮะนีฟะฮ์ในอักษรวิจิตรอิสลาม
คำนำหน้าชื่ออิหม่ามผู้ยิ่งใหญ่
ส่วนบุคคล
เกิดค.ศ. 699 (ฮ.ศ. 80)
อัลกูฟะฮ์ รัฐเคาะลีฟะฮ์อุมัยยะฮ์
เสียชีวิตค.ศ. 767 (ฮ.ศ. 150)
แบกแดด รัฐเคาะลีฟะฮ์อับบาซียะฮ์
ที่ฝังศพมัสยิดอะบูฮะนีฟะฮ์ แบกแดด ประเทศอิรัก
ศาสนาอิสลาม
บุตรฮัมมาด
ชาติพันธุ์เปอร์เซีย[1][2][3][4]
ยุคยุคทองของอิสลาม
ภูมิภาคอัลกูฟะฮ์[1]
นิกายซุนนี
สำนักคิดอิจญ์ติฮาด
ความสนใจหลักนิติศาสตร์
แนวคิดโดดเด่นอิสติห์ซาน
ผลงานโดดเด่นอัลฟิกฮุลอักบัร
อาจารย์ฮัมมาด อิบน์ อะบีซุลัยมาน;[5] ญะอ์ฟัร อัศศอดิก
ตำแหน่งชั้นสูง

อะบูฮะนีฟะฮ์ อันนัวะอ์มาน อิบน์ ษาบิต อิบน์ ซูฏอ อิบน์ มัรซุบาน (อาหรับ: أبو حنيفة نعمان بن ثابت بن زوطا بن مرزبان‎; ป. 699 – ค.ศ. 767) รู้จักกันในชื่อสั้น ๆ ว่า อะบูฮะนีฟะฮ์ หรือแบบให้ความเคารพตามซุนนีว่า อิหม่ามอะบูฮะนีฟะฮ์[6] เป็นนักเทววิทยาและนักกฎหมายซุนนีในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ที่มีต้นกำเนิดเป็นชาวเปอร์เซีย[7] โดยเป็นผู้ก่อตั้งมัซฮับฮะนะฟี ซึ่งเป็นสำนักที่มีผู้นับถือกว้างขวางที่สุดในนิกายซุนนี[7] และมีผู้นับถือส่วนใหญ่ในเอเชียกลาง, อัฟกานิสถาน, เปอร์เซีย (จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 16), บอลข่าน, รัสเซีย, สาธารณรัฐเชเชน, ปากีสถาน, บังกลาเทศ, มุสลิมในประเทศอินเดีย, ตุรกี และโลกอาหรับบางส่วน[8][9]

ผู้ติดตามซุนนีบางส่วนเรียกเขาว่า อัลอิมามุลอะอ์ซ็อม ("อิหม่ามที่ยิ่งใหญ่") และ ซิรอญุลอะอิมมะฮ์ ("ตะเกียงของเหล่าอิหม่าม")[3][7]

อะบูฮะนีฟะฮ์เกิดในครอบครัวมุสลิมที่กูฟะฮ์[7] ในวัยหนุ่ม เขาเดินทางไปศึกษาที่มักกะฮ์และมะดีนะฮ์ในภูมิภาคฮิญาซในอาระเบีย[7] เมื่ออาชีพนักเทววิทยาและนักนิติศาสตร์ของเขาพัฒนาขึ้น อะบูฮะนีฟะฮ์กลายเป็นที่รู้จักจากการใช้เหตุผลในคำวินิจฉัยทางกฎหมาย และแม้แต่หลักเทววิทยาของเขา[7] มีผู้อ้างว่าสำนักอัลมาตุรีดียะฮ์ในหลักเทววิทยาซุนนีพัฒนามาจากสำนักเทววิทยาอะบูฮะนีฟะฮ์[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 A.C. Brown, Jonathan (2014). Misquoting Muhammad: The Challenge and Choices of Interpreting the Prophet's Legacy. Oneworld Publications. pp. 24–5. ISBN 978-1780744209.
  2. Mohsen Zakeri (1995), Sasanid soldiers in early Muslim society: the origins of 'Ayyārān and Futuwwa, p.293 [1]
  3. 3.0 3.1 S. H. Nasr (1975), "The religious sciences", in R.N. Frye, The Cambridge History of Iran, Volume 4, Cambridge University Press. pg 474: "Abū Ḥanīfah, who is often called the "grand imam"(al-Imam al-'Azam) was Persian
  4. Cyril Glasse, "The New Encyclopedia of Islam", Published by Rowman & Littlefield, 2008. pg 23: "Abu Hanifah, a Persian, was one of the great jurists of Islam and one of the historic Sunni Mujtahids"
  5. Nu'mani, Shibli (1998). Imām Abū Ḥanīfah – Life and Works. Translated by M. Hadi Hussain. Islamic Book Service, New Delhi. ISBN 81-85738-59-9.
  6. ABŪ ḤANĪFA, Encyclopædia Iranica
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 7.5 7.6 Pakatchi, Ahmad and Umar, Suheyl, "Abū Ḥanīfa", in: Encyclopaedia Islamica, Editors-in-Chief: Wilferd Madelung and, Farhad Daftary.
  8. Nazeer Ahmed (2001). Islam in Global History: Volume One: From the Death of Prophet Muhammed to the First World War. Xlibris Corporation. p. 113. ISBN 9781462831302.
  9. Ludwig W. Adamec (2012). Historical Dictionary of Afghanistan. Scarecrow Press. p. 17. ISBN 9780810878150.

อ่านเพิ่ม[แก้]

ออนไลน์[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]