อลิซ ไฮเนอ
| เจ้าหญิงอลิซ | |
|---|---|
| ดัชเชสแห่งรีเชอลีเยอ | |
เจ้าหญิงอลิซ ช่วง ค.ศ. 1890 | |
| เจ้าหญิงพระชายาแห่งโมนาโก | |
| ดำรงพระยศ | 30 ตุลาคม ค.ศ. 1889 – 26 มิถุนายน ค.ศ. 1922 |
| ก่อนหน้า | อ็องตัวแน็ต เดอ เมรอด |
| ถัดไป | กีแลน ดอม็องแฌ |
| ประสูติ | 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1857 นิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา มารี อลิซ ไฮเนอ |
| สิ้นชีพิตักษัย | 22 ธันวาคม ค.ศ. 1925 (68 ปี) ปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 |
| ฝังพระศพ | สุสานแปร์-ลาแชส |
| พระภัสดา |
|
| พระบุตร | อาร์ม็องด์ เดอ ฌูมิลอัก ดยุกแห่งรีเชอลีเยอที่ 8 ออดีล เจ้าหญิงเดอ ลา โรชฟูโก-มงเบล |
| ราชวงศ์ | กรีมัลดี (เสกสมรส) |
| พระบิดา | มีแชล ไฮเนอ |
| พระมารดา | มารี อาเมลี มิลเทินแบร์เกอร์ |
| ศาสนา | โรมันคาทอลิก (เดิมศาสนายูดาห์) |
มารี อลิซ ไฮเนอ (อังกฤษ: Marie Alice Heine) เป็นสุภาพสตรีชาวอเมริกัน ดำรงพระยศเป็นเจ้าหญิงพระชายาในเจ้าชายอาลแบร์ที่ 1 เจ้าผู้ครองโมนาโก เธอสมรสครั้งแรกกับอาร์ม็องด์ เดอ ฌูมิลอัก มีบรรดาศักดิ์เป็น ดยุกแห่งรีเชอลีเยอ และสมรสครั้งที่สองเจ้าชายอาลแบร์ที่ 1 มีบรรดาศักดิ์เป็น ดยุกแห่งมาซาแร็ง ทำให้ไฮเนอเป็นสุภาพสตรีที่ได้สมรสกับบุคคลที่มีบรรดาศักดิ์สืบจากพระคาร์ดินัลรีเชอลีเยอ และพระคาร์ดินัลมาซาแร็ง[1]
มาร์แซล พรุสต์ (ฝรั่งเศส: Marcel Proust) ใช้ไฮเนอเป็นต้นแบบของเจ้าหญิงแห่งลักเซมเบิร์ก ในนวนิยายของเขา เรื่อง กงเบรย์ โลกใบแรกของมาร์แซ็ล (À la recherche du temps perdu)
พระประวัติ
[แก้]พระชนม์ชีพช่วงต้น
[แก้]เจ้าหญิงอลิซ มีพระนามเดิมว่า มารี อลิซ ไฮเนอ ประสูติที่บ้านเลขที่ 910 ถนนรัวยาล ย่านจัตุรัสฝรั่งเศสในนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา เป็นธิดาของมีแชล ไฮเนอ (Michel Heine) กับมารี อาเมลี เซเลสเต มิลเทินแบร์เกอร์ (Marie Amélie Céleste Miltenberger)
ครอบครัวฝ่ายพระชนก เป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อสายยิวจากเยอรมนี ทายาทของตระกูลนายธนาคารที่มีชื่อแถบเบอร์ลินและปารีส มีแชลเกิดในบอร์โด ประเทศฝรั่งเศส และย้ายไปอยู่ที่นิวออร์ลีนส์ตั้งแต่ ค.ศ. 1843 ประกอบกิจเป็นนักการเงินและนักอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จ มีแชลมีพี่ชายชื่อ อาร์ม็องด์ ไฮเนอ (Armand Heine) เป็นนายธนาคารในบอร์โด นอกจากนี้พวกเขายังเป็นญาติกับไฮน์ริช ไฮเนอ (เยอรมัน: Heinrich Heine) กวีเยอรมัน และเป็นญาติกับกุสตาฟ ไฮเนอ (Gustav Heine) นักข่าวและนักสิ่งพิมพ์ ที่ต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็น บารอนไฮเนอ ฟอน เกลเดิร์น (Baron Heine von Geldern)
ครอบครัวฝ่ายพระชนนี สืบมาจากโฌแซ็ฟ อัลฟองส์ มิลเทินแบร์เกอร์ (Joseph Alphonse Miltenberger) เขาเป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อสายอัลเซเชียนจากแคว้นอาลซัส ประกอบกิจเป็นสถาปนิกและผู้นำเข้าเหล็กหล่อ กับภรรยาเชื้อสายครีโอล คือ มารี เซเลสเต ดอร์ฟวีล (Marie Céleste Dorfeville) ครอบครัวมิลเทินแบร์เกอร์สร้างคฤหาสน์สามหลังเชื่อมกัน ตั้งอยู่บนถนนรัวยาล
บริษัทเอแอนด์เอ็ม ไฮเนอ (A&M Heine) ของมีแชล คอยให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ช่วงทำสงครามกับปรัสเซีย ด้วยเหตุนี้ ทำให้ทั้งมีแชล ไฮเนอ และมารี อาเมลี มิลเทินแบร์เกอร์ เป็นพระราชอาคันตุกะประจำของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 กับจักรพรรดินีเออเฌนี และทั้งสองพระองค์นี้ทรงรับเป็นพ่อทูนหัวและแม่ทูนหัวของเจ้าหญิงอลิซ[2]
ดัชเชสแห่งรีเชอลีเยอ
[แก้]เจ้าหญิงอลิซสมรสครั้งแรกกับอาร์ม็องด์ เดอ ฌูมิลอัก ดยุกแห่งรีเชอลีเยอที่ 7 (Armand Chapelle de Jumilhac, duc de Richelieu) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1875 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งคู่มีบุตรด้วยกันสองคน ได้แก่
- อาร์ม็องด์ เดอ ฌูมิลอัก ดยุกแห่งรีเชอลีเยอที่ 8 (21 ธันวาคม ค.ศ. 1875 – 30 มิถุนายน ค.ศ. 1952) สมรสกับอีเลียนอร์ ดักลาส ไวส์ (Eleanor Douglas Wise) เมื่อ ค.ศ. 1913 ไม่มีบุตรด้วยกัน[3]
- ออดีล เจ้าหญิงเดอ ลา โรชฟูโก-มงเบล (30 สิงหาคม ค.ศ. 1879 – 3 สิงหาคม ค.ศ. 1974) สมรสกับกาบรีแยล มารี ฟร็องซัว อีปอลิต แฟร์รี เออแฌน เดอ ลา โรชฟูโก (Gabriel Marie François Hippolyte Ferri Eugène de La Rochefoucauld) เมื่อ ค.ศ. 1905 มีธิดาเพียงคนเดียวคือ อาน อลิซ เอลีซาแบต อาเมลี เดอ ลา โรชฟูโก (Anne Alice Elisabeth Amélie de La Rochefoucauld) ซึ่งสมรสสองครั้ง แต่ไม่มีทายาทสืบสันดาน[4]
ดยุกแห่งรีเชอลีเยอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1880 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่ออายุได้ 32 ปี ทำให้เจ้าหญิงอลิซตกพุ่มหม้าย
เจ้าหญิงแห่งโมนาโก
[แก้]เจ้าหญิงอลิซพบกับเจ้าชายอาลแบร์ที่ 1 ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1879 ที่มาเดรา ประเทศโปรตุเกส ในขณะนั้นยังเป็นรัชทายาทแห่งโมนาโก และยังคงสถานะสมรสกับเลดีแมรี วิกตอเรีย ดักลาส-แฮมิลตัน (Lady Mary Victoria Douglas-Hamilton) แต่ชีวิตสมรสของพระองค์นั้นไร้สุข และศาสนจักรตัดสินว่าการเสกสมรสนั้นเป็นโมฆะใน ค.ศ. 1880 หลังจากนั้นเจ้าหญิงอลิซจึงเริ่มมีความสัมพันธ์กับเจ้าชายอาลแบร์ จนทั้งสองเสกสมรสกันเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1889[5] "...อาลแบร์เสกสมรสกับสาวอเมริกันผมบลอนวัย 32 ปี นามว่า มารี อลิซ ไฮเนอ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านซาลอนในปารีส ที่ได้ต้อนรับบุคคลสำคัญผู้มีชื่อเสียงในสังคมมากมายทั้งนักเขียนและศิลปิน โดยเธอได้ชี้ชวนให้พวกเขาไปที่โขดหิน [หมายถึง โมนาโก]..."[6] ซึ่ง ตอมา ฟุยเยอรง (Thomas Fouilleron) ผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุโมนาโก กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า "เจ้าชายอาลแบร์ที่ 1 ทรงรักเธออย่างสุดจิตสุดใจ ถือเป็นหนึ่งในการเสกสมรสอันเกิดขึ้นจากความรักครั้งแรก ๆ ของราชรัฐนี้"[7]
เจ้าชายอาลแบร์ที่ 1 สนพระทัยด้านสมุทรศาสตร์ และโปรดการออกสำรวจทะเล ขณะที่เจ้าหญิงอลิซสนพระทัยช่วงฤดูโอเปราในโมนาโก "[เจ้าหญิงอลิซ] ตั้งพระทัยที่จะพัฒนาความโดดเด่นและมีระดับแก่ประเทศ โดยใช้เงินจากกาสิโนที่มงเต-การ์โล"[5] ความพยายามของเจ้าหญิงอลิซมุ่งให้โมนาโกพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของทวีปยุโรป ด้วยโอเปรา โรงละคร และคณะบัลเลต์ นำโดยเซอร์เกย์ ดียากีเลฟ (Sergei Diaghilev)
นอกจากนี้ เจ้าหญิงอลิซได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอีซีโดร์ เดอ ลารา (Isidore de Lara) ผู้เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงโอเปรา ซึ่งเข้ามาทำงานในโมนาโกช่วง ค.ศ. 1894 ทั้งสองสนิทสนมกันมาก พระองค์ทรงอุปถัมภ์เดอ ลารา และหลังจากนั้นก็พัฒนาขึ้นเป็นคนรักของเดอ ลารา[8] เป็นเหตุให้เจ้าชายอาลแบร์ที่ 1 ที่ทรงกริ้วและหึงหวง เข้าไปตบพระพักตร์เจ้าหญิงอลิซต่อหน้าผู้ชมภายในโรงอุปรากรมงเต-การ์โล[9] ชีวิตของเดอ ลารา ภายใต้การอุปถัมภ์ของเจ้าหญิงอลิซนั้นรุ่งโรจน์เต็มที่ และจัดการแสดงอยู่ที่โมนาโกจนถึง ค.ศ. 1901[10] แต่ทว่าชีวิตรักของเจ้าหญิงอลิซพลันล่มสลายเสียแล้ว "...พระองค์ [เจ้าหญิงอลิซ] ทรงเบื่อหน่ายกับการทอดพระเนตรพระสวามีเสด็จทางชลมารคข้ามทะเลและมหาสมุทรไปไกลเรื่อย ๆ ในวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1902 ทั้งสองพระองค์ได้แยกกันอยู่อย่างเป็นทางการ..."[6]
เจ้าชายอาลแบร์ที่ 1 และเจ้าหญิงอลิซ ตัดสินพระทัยแยกกันอยู่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1902 (ในโมนาโก) และวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1902 (ในฝรั่งเศส) แต่ทั้งสององค์ยังคงสถานะสมรส ครั้นเมื่อเจ้าชายอาลแบร์สิ้นชีพิตักษัยลงในอีก 20 ปี ถัดมา เจ้าหญิงอลิซก็มิได้เสกสมรสใหม่กับใครอีก
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Xavier Maillart, "Princess Alice of Monaco’s family background in Alsace" (Laguna Niguel, 2008)
- ↑ "www.knowlouisiana.org". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-07-20. สืบค้นเมื่อ 2018-07-20.
- ↑ "Brittany 35". www.william1.co.uk. สืบค้นเมื่อ Aug 16, 2020.
- ↑ "[Association des Amis et Passionnés du Père-Lachaise]". www.appl-lachaise.net. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ Oct 15, 2017. สืบค้นเมื่อ Aug 16, 2020.
- 1 2 "Alice Heine". 64 Parishes.
- 1 2 Decaux 1996, p. 114 et 118.
- ↑ German, Francesca (22 January 2021). "Alice Heine: life and myth of Monaco's first American princess". Monaco Tribune (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 29 March 2023.
- ↑ Leigh, Wendy (2008-06-10). True Grace: The Life and Times of an American Princess (ภาษาอังกฤษ). Macmillan. ISBN 9780312381943.
- ↑ Edwards, Anne (1992). The Grimaldis of Monaco. Morrow. pp. 168, 176.
- ↑ Nigel Burton: "Messaline", Grove Music Online ed. L. Macy (Retrieved 25 January 2009), (subscription access) เก็บถาวร 16 พฤษภาคม 2008 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2400
- บุคคลที่เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2468
- เจ้าหญิงพระชายาแห่งโมนาโก
- บุคคลจากนิวออร์ลีนส์
- ชาวอเมริกันเชื้อสายฝรั่งเศส
- ชาวอเมริกันเชื้อสายยิว
- ชาวอเมริกันในประเทศโมนาโก
- บุคคลจากศาสนายูดาห์ที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์
- คริสต์ศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกชาวโมนาโก
- คริสต์ศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกชาวอเมริกัน
- ราชนิกุลชาวยิว