อนุสรณ์สถานพิทักษ์ไทย
| อนุสรณ์สถานพิทักษ์ไทย | |
|---|---|
| กองกำลังสุรนารี | |
| สร้างเพื่อรำลึกถึง ผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2550–2560 ในพื้นที่เขาสัตตะโสม ช่องตาเฒ่า และปราสาทโดนตวล | |
| เปิดครั้งแรก | 16 ธันวาคม 2566 |
| ที่ตั้ง | 14°24′10″N 104°43′24″E / 14.402824°N 104.723435°E[a] ฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น เขาสัตตะโสม ใกล้ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ |
| สร้างเพื่อประเทศ | |
| สร้างเพื่อสงคราม | |
อนุสรณ์สถานพิทักษ์ไทย คืออนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูและรำลึกถึงเหตุกรณีพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชาช่วงปี พ.ศ. 2550–2560 ตั้งอยู่ที่บริเวณฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น เขาสัตตะโสม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ[1]
ประวัติ
[แก้]อนุสรณ์สถานพิทักษ์ไทย สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องรำลึกถึงความทุ่มเทและเชิดชูเกียรติให้กับกำลังพลที่เสียสละชีวิตปกป้องแผ่นดินไทยบริเวณพื้นที่เขาสัตตะโสม ช่องตาเฒ่า และปราสาทโดนตวล ระหว่างปี พ.ศ. 2550–2560 โดยการปะทะใหญ่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เวลาประมาณ 16.30 น. ได้มีกองกำลังของกัมพูชาประมาณ 100 นาย ปฏิบัติการรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของไทยทางทิศตะวันออกโดยมีเป้าหมายเพื่อยึดเขาสัตตะโสม ซึ่งฝ่ายไทยโดยกองพันทหารราบที่ 163 ได้ดำเนินกลยุทธ์พร้อมกับใช้กำลังผลักดันทหารกัมพูชาออกนอกพื้นที่ไป จนฝ่ายกัมพูชายอมล่าถอยเวลาประมาณ 23.30 น. หลังจากนั้นฝ่ายไทยได้นำกำลังเข้าควบคุมพื้นที่และตั้ง ฐานปฏิบัติการภูผา เพื่อสถาปนาที่ตั้งสำหรับรักษาเขตแดนของไทยในบริเวณดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน[1]
จากเหตุการณ์ดังกล่าว กองกำลังสุรนารี พร้อมด้วยผู้ผู้บังคับหน่วยภายในกองกำลัง รวมถึงกำลังพลที่ต้องการมีส่วนร่วม ได้บริจาคเงินเพื่อเป็นทุนในการก่อสร้างอนุสรณ์สถานพิทักษ์ไทยขึ้น เป็นเงินจำนวน 198,163 บาท เพื่อให้เป็นอนุสรณ์และสถานที่ศึกษาเรียนรู้สำหรับคนรุ่นหลังในความเสียสละของทหารไทย[1]
อนุสรณ์สถานพิทักษ์ไทยทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566 โดยมี นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้นเป็นประธานในพิธี[1]
รายละเอียด
[แก้]
อนุสรณ์สถานพิทักษ์ไทย แบ่งออกเป็น 2 ส่วน[1] คือ
ฐานอนุสรณ์
[แก้]ส่วนของฐานของอนุสรณ์นั้น เป็นฐานปูน ความกว้างและยาวด้านละ 1.3 เมตร (4.3 ฟุต) ความสูง 1.8 เมตร (5.9 ฟุต) บริเวณฐานมีการจารึกรายชื่อผู้บาดเจ็บจากการปกป้องพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 20 นาย[1]
รูปปั้นทหาร
[แก้]ส่วนของรูปปั้นทหารนั้น เป็นรูปปั้นทหารพร้อมเครื่องสนามและอาวุธประจำกาย แสดงท่าทางโน้มตัวไปข้างหน้าพร้อมกับทำมือในลักษณะสั่งการ วัสดุทำมาจากปูนขนาดเท่ากับคนจริง ความสูง 1.8 เมตร (5.9 ฟุต) มีความหมายถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะรักษาอธิปไตยของไทย[1]
รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ
[แก้]บริเวณฐานของอนุสรณ์นั้น มีการจารึกรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องพื้นที่บริเวณเขาสัตตะโสม ช่องตาเฒ่า และปราสาทโดนตวล ประกอบด้วย[b]
พ.ศ. 2552
[แก้]- พลทหาร ไพรัตน์ ทองอุ่ม – สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 (ร.16 พัน.3) บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด
- พลทหาร สุชาติ ฉิมงาม – สังกัด กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.4) บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด
พ.ศ. 2553
[แก้]- พลทหาร โกวิท ทามูน – สังกัด กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.4) บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด สูญเสียขาขวา[2]
พ.ศ. 2554
[แก้]- ร้อยตรี ธนพล สุขประเสริฐ – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.1) บาดเจ็บจากการปะทะกับทหารกัมพูชา[3]
- จ่าสิบเอก สุนทร ไวมงคล – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.1) บาดเจ็บจากการปะทะกับทหารกัมพูชา
- สิบเอก วรากร ถ่องตะคุ – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.1) บาดเจ็บจากการปะทะกับทหารกัมพูชา
- พลทหาร วิทยา หันกำปัง – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.1) บาดเจ็บจากการปะทะกับทหารกัมพูชา
- พลทหาร ปัญญา โสรัมภา – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.1) บาดเจ็บจากการปะทะกับทหารกัมพูชา
- พลทหาร สมศักดิ์ เสนาชัย – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.1) บาดเจ็บจากการปะทะกับทหารกัมพูชา
- พลทหาร พฤกษา ราชบำรุง – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.1) บาดเจ็บจากการปะทะกับทหารกัมพูชา
- พลทหาร สุโรจน์ สุเมธาศร – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.1) บาดเจ็บจากการปะทะกับทหารกัมพูชา
- พลทหาร ประเสริฐ เจียมไธสง – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.1) บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด
- สิบเอก ปรีชา พิมพิลา[b] – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.1) บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด[4]
- พลทหาร ธีรัช ขอเหนี่ยวกลาง – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.1) บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด สูญเสียขาขวา[4]
พ.ศ. 2555
[แก้]พ.ศ. 2556
[แก้]- สิบเอก สุรชัย ชินวงศ์ – สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 13 (ร.13 พัน.2) บาดเจ็บจากการโดนสะเก็ดระเบิด[7]
- พลทหาร สุริยา คำเจริญ – สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 13 (ร.13 พัน.2) บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด[7]
- พลทหาร สงวน ธรรมภักดี – สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 13 (ร.13 พัน.2) บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด[7]
- พลทหาร รัฐพงศ์ แก้วเชียงหลวง[b] – สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 13 (ร.13 พัน.2) บาดเจ็บจากการโดนสะเก็ดระเบิด[7]
พ.ศ. 2560
[แก้]- พลทหาร ฤทธิไกร ศิริแฝง – สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 (ร.13 พัน.1) บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด สูญเสียขาซ้าย[8]
หมายเหตุ
[แก้]ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 5 6 7 "รมว.กลาโหมเปิดอนุสรณ์สถานพิทักษ์ไทยเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมทหารกล้า 20 นาย". www.banmuang.co.th. สืบค้นเมื่อ 2025-06-05.
- ↑ "ในหลวง-ราชินีพระราชทานเงินช่วยเหลือพลทหารบาดเจ็บขณะลาดตระเวนชายแดนไทย-เขมร". mgronline.com. 2011-08-07. สืบค้นเมื่อ 2025-06-05.
- ↑ "จาก MOU43 ถึงการรบแบบฉันมิตร กับฝันอร่อยของ "บิ๊กทหาร" เบื้องชายแดนบูรพา". mgronline.com. 2011-02-12. สืบค้นเมื่อ 2025-06-05.
- 1 2 "ทหารไทยเหยียบบึ้ม ! ใกล้ "เขาวิหาร"สาหัส 2 นาย 1 รายขาขาด". mgronline.com. 2011-08-06. สืบค้นเมื่อ 2025-06-05.
- ↑ "โตขึ้น….ผมอยากเป็นทหารเหมือนพ่อครับ – กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2)". สืบค้นเมื่อ 2025-06-05.
- ↑ "เปิดใจทหารกล้า หมู่ป๊อก ความพิการไม่ใช่ข้ออ้าง รับใช้ชาติ ใน เจาะใจ". entertainment.trueid.net. สืบค้นเมื่อ 2025-06-05.
- 1 2 3 4 "ทหารเหยียบบึ้มเขาวิหารเจ็บสาหัส4". posttoday. 2013-05-30. สืบค้นเมื่อ 2025-06-05.
- ↑ admin01 (2017-07-14). "ทหารลาดตระเวณเขาพระวิหาร เหยียบกับระเบิดขาขาด". M TODAY. สืบค้นเมื่อ 2025-06-05.
{{cite web}}: CS1 maint: numeric names: authors list (ลิงก์)