บทความนี้เป็นบทความแปลของพนักงานดีแทคในความร่วมมือกับวิกิพีเดีย คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

หฺวันซิ่วชันจฺวัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

หฺวันซิ่วชันจฺวัง
Mountain Villa with Embracing Beauty *
Welterbe.svg  แหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก
Mountain Villa with Embracing Beauty
ประเทศFlag of the People's Republic of China.svg China
ภูมิภาค **Asia-Pacific
ประเภทCultural
เกณฑ์พิจารณาi, ii, iii, iv, v
อ้างอิง813
ประวัติการขึ้นทะเบียน
ขึ้นทะเบียน1997 (คณะกรรมการสมัยที่ 21st)
เพิ่มเติม2000
* ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีแหล่งมรดกโลก
** ภูมิภาคที่จัดแบ่งโดยยูเนสโก

หฺวันซิ่วชันจฺวัง (จีน: 环秀山庄; พินอิน: Huánxiù Shānzhuāng) แปลว่า บ้านพักเชิงเขาโอบล้อมด้วยความงาม (Mountain Villa with Embracing Beauty) เป็นสวนซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ 272 ถนนจิ่งเต๋อ (景德路 272号) ภายในบริเวณของพิพิธภัณฑ์งานเย็บปักถักร้อย (Embroidery Museum) ใกล้กับศูนย์กลางเมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน หฺวันซิ่วชันจฺวังได้รับการบัณทึกให้เป็นมรดกโลกในปี 1997 โดย องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ร่วมกับสวนโบราณเมืองซูโจวแห่งอื่น ๆ อีกสามแห่งที่ได้รับการบันทึกในปีเดียวกัน สวนแห่งนี้อาจนับได้ว่ามีอายุเก่าแก่ที่สุดในบรรดาสวนโบราณแห่งเมืองซูโจว[1]

ประวัติ[แก้]

ประวัติหฺวันซิ่วชันจฺวังอาจย้อนกลับไปได้ถึงสมัยราชวงศ์จิ๋น (ค.ศ. 265–420) เมื่อหวัง สฺวิน (王旬) เสนาบดีธรรมการ และหวัง หมิน (王珉) พี่ชายของเขา ได้บริจาคที่พำนักของพวกตนเพื่อสร้างเป็นวัดธรรมทัศน์ (景德寺) ต่อมาในสมัยห้าราชวงศ์ วัดดังกล่าวกลายเป็นสวนผาทอง (金谷园) โดยมีเฉียน ยฺเหวียนเหลียว (钱元璙) บุตรของพระเจ้าเฉียน หลิว (Qian Liu; 錢鏐) เป็นเจ้าของ ต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่ง บัณฑิตจู จั่งเหวิน (朱长文) จึงได้เป็นเจ้าของ

หลายร้อยปีต่อมา สวนนี้ได้รับการบูรณะหลายหน ในช่วงราชวงศ์หมิง สวนได้ใช้เป็นวิทยาลัยวรรณกรรมโบราณ (学道书院) และต่อมากลายเป็นสำนักผู้ตรวจเสบียง (Office of Provisions Supervisor)

ในปี 1573 สวนแห่งนี้ใช้เป็นจวนของเชิน ฉือสิง (申时行) ข้าหลวงใหญ่ ครั้นปลายราชวงศ์หมิงถึงต้นราชวงศ์ชิง เชิน จี้ขุย (申继揆) ทายาทของเชิน ฉือสิง ได้สร้างสวนฉฺวี (蘧园) ขึ้นที่นี้

ในรัชกาลพระเจ้าเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง สวนฉฺวีใช้เป็นจวนของเจี่ยง จี๋ (蒋楫) อธิบดีกรมร่มธง (Director of Jurisdiction Department) เจี่ยง จี๋ ได้สร้างหอรโหฐาน (求自楼) ขึ้น พร้อมงานสถาปัตยกรรมหินอยู่ด้านหลังหอ เขายังขุดสระหิมะโปรยปราย (飛雪池) กับทั้งอาคารและศาลาอีกหลายหลัง จากนั้น สวนได้เปลี่ยนเจ้าของเป็นปี้ ยฺเหวียน (毕沅) เสนาบดี (Imperial Secretary of State) และซุน ชื่ออี้ (孙士毅) ประธานองคมนตรี (Chief Counselor) ตามลำดับ ครั้นปี 1807 ซุน จุน (Sun Jun) หลานของซุน ชื่ออี้ ขอให้เกอ ยฺวี่เหลียง (戈裕良) ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิมากรรมหิน บูรณะสวน สวนนี้จึงมีชื่อเสียงด้านปฏิมากรรมหินแต่นั้นมา ภายหลัง หวัง โจว (Wang Zhou) ซื้อสวนนี้ไว้และเปลี่ยนชื่อสวนเป็นชื่อปัจจุบัน

ในปี 1949 หฺวันซิ่วชันจฺวังตกเป็นสมบัติของรัฐ และในปี 1988 ได้รับการบันทึกให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศจีน

การออกแบบ[แก้]

หฺวันซิ่วชันจฺวังมีพื้นที่ขนาด 2,180 ตารางเมตร ประกอบด้วยส่วนสำคัญสามส่วน คือ สารทบรรพต (Autumn Hill) สระหิมะโปรยปรายซึ่งมีน้ำไหลมาจากน้ำตกชื่อ ธารหิมะโปรยปราย (Flying Snow Spring) และโถงหลัก[2] ศิลปกรรมและปฏิมากรรมหินภายในสวนนี้ได้แสดงถึงงานหินที่หลากหลายของสวนจีน นอกจากนั้นยังมีการจำลองเอายอดเขาที่สำคัญทั้งห้าของประเทศจีนมาไว้ และเป็นที่สำหรับเรียนรู้การจัดพื้นที่ขนาดเล็กให้เกิดความรู้สึกกว้างขวางขึ้นได้อย่างดี

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. UNESCO Classical Gardens of Suzhou, http://whc.unesco.org/en/list/813
  2. Mingcheng, 2009

บรรณานุกรม[แก้]

  • Suzhou Mingcheng Information Port Co., LTD, Mountain Villa with Embracing Beauty, สืบค้นเมื่อ 2009-02-30 Check date values in: |accessdate= (help)
  • Yuan (袁), Xuehan (学汉) (2004), The Classical Gardens of Suzhou (苏州古典园林), CIP, p. 217, ISBN 7-214-03763-7 Unknown parameter |coauthors= ignored (|author= suggested) (help)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 31°18′47.40″N 120°36′32.04″E / 31.3131667°N 120.6089000°E / 31.3131667; 120.6089000