หอศิลป์ร่วมสมัยเตหะราน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หอศิลป์ร่วมสมัยเตหะราน
موزه هنرهای معاصر تهران
ก่อตั้ง2520
ที่ตั้งสวนสาธารณะลาเลฮ์ เตหะราน ประเทศอิหร่าน
ประเภทหอศิลป์
ผู้อำนวยการมาจิด โมลา-เนาโรซี
(Majid Mola-Nourozi)
เว็บไซต์tmoca.com/home/

หอศิลป์ร่วมสมัยเตหะราน (เปอร์เซีย: موزه هنرهای معاصر تهران‎; อังกฤษ: Tehran Museum of Contemporary Art; ชื่อย่อ: TMoCA) เป็นหอศิลป์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอิหร่าน ภายในมีผลงานศิลปะจากนานาชาติช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19-20 กว่า 3,000 ชิ้น ทั้งภาพพิมพ์, ภาพเขียน และประติมากรรมจากยุโรปและอเมริกา

หอศิลป์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2520 ตามพระราชเสาวนีย์ของจักรพรรดินีฟาราห์ ปาห์ลาวี ก่อนเกิดการปฏิวัติอิหร่าน 1979 เพียงสองปี[1] ทั้งนี้หอศิลป์ร่วมสมัยเตหะรานถือเป็นแหล่งสะสมงานศิลป์ตะวันตกที่ทรงคุณค่านอกทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ[2]

ประวัติ[แก้]

หอศิลป์ร่วมสมัยเตหะรานได้รับการออกแบบโดยคัมราน ดีบา (Kamran Diba) สถาปนิกชาวอิหร่าน ถูกจ้างให้สร้าง ณ บริเวณที่ติดกับสวนสาธารณะลาเลฮ์ (Laleh Park) โดยออกแบบตามอย่างสถาปัตยกรรมเปอร์เซียโบราณ ครั้นเสร็จสมบูรณ์จึงเปิดให้ประชาชนเข้าชมในปี พ.ศ. 2522[3] โดยตัวอาคารเป็นศิลปะร่วมสมัยได้ตัวอย่างมาจากชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์โซโลมอน อาร์. กุกเกนไฮม์ (Solomon R. Guggenheim Museum) ในนิวยอร์ก[4]:52 เบื้องต้นมีเดวิด กัลลอเวย์ (David Galloway) และดอนนา ชไตน์ (Donna Stein) เป็นภัณฑารักษ์ภายใต้พระบรมราชินูปถัมภ์ในจักรพรรดินีฟาราห์[5][6]

พื้นที่ส่วนใหญ่ของหอศิลป์อยู่ในชั้นใต้ดินเป็นทางเดินเป็นวงลงไปสู่ห้องต่าง ๆ ข้างล่าง ส่วนในสวนของพิพิธภัณฑ์จะมีประติมากรรมตะวันตกตั้งไว้ อันเป็นผลงานของมักซ์ แอนสท์ (Max Ernst), อัลแบร์โต จาโกเมตตี (Alberto Giacometti), เรอเน มากริต (René Magritte) และเฮนรี มัวร์ (Henry Moore)[4]:52

หอศิลป์ร่วมสมัยเตหะรานเมื่อมองจากมุมสูง

หลังการปฏิวัติอิหร่าน 1979 ศิลปะตะวันตกทั้งหมดถูกเก็บไว้ในห้องนิรภัย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2542 จึงได้จัดนิทรรศการศิลปะตะวันตกครั้งแรกหลังปฏิวัติ มีการจัดแสดงผลงานของฮอกนีย์ (Hockney), รอย ลิกเทนสไตน์ (Roy Lichtenstein), เราส์เชินแบร์ก (Rauschenberg) และแอนดี วอร์ฮอล (Andy Warhol)[4]:54 แต่ด้วยความอนุรักษ์นิยมสุดโต่งของสังคมอิหร่าน ทำให้มีการจัดนิทรรศการสำหรับงานศิลป์ตะวันตกอย่างประปรายในแต่ละปีและส่วนใหญ่ไม่ถูกจัดแสดง[4]:54 กล่าวกันว่าศิลปวัตถุสมัยใหม่ทั้งหมดในหอศิลป์นี้มีมูลค่าราว 2.5 พันล้านปอนด์สเตอร์ลิง[7]

ในอนาคตหอศิลป์ร่วมสมัยเตหะรานได้มีการวางแผนจัดนิทรรศการการท่องเที่ยวที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีในฤดูใบไม้ร่วงปี พ.ศ. 2559 จะมีการจัดแสดงงานศิลปะกึ่งตะวันตกและอิหร่าน 60 ครั้งในสามเดือน ที่ยิ่งใหญ่กว่าแผนการจัดนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์และสวนประติมากรรมเฮิร์สฮอร์น (Hirshhorn Museum and Sculpture Garden) ในวอชิงตัน ดี.ซี. ปี พ.ศ. 2560[4]:52 ซึ่งทางหอศิลป์เองก็คาดหวังว่ารายได้ดังกล่าวจะมากพอที่จะซื้องานศิลปะชิ้นใหม่ ๆ มาเพิ่มเติมหลังขาดการซื้อผลงานมากว่า 40 ปี[4]:55

ผลงานของศิลปินที่จัดแสดง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Tehran Museum of Contemporary Art: The Crown Jewel, The Harpers Bazaar Arabia
  2. Iran Has Been Hiding One of the World’s Great Collections of Modern Art, Bloomberg
  3. Kaur, Raminder; Dave-Mukherji, Parul (2015). Arts and Aesthetics in a Globalizing World. Bloomsbury Publishing. p. 304. ISBN 9780857855473.
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6 4.7 Waldman, Peter; Motevalli, Golnar (23 November 2015). "The Greatest Museum Never Known". Bloomberg Businessweek. pp. 50–55. |access-date= requires |url= (help)
  5. Dehghan, Saeed Kamali. “Former queen of Iran on assembling Tehran's art collection.” The Guardian. 1 August 2012: Print.
  6. Iran Keeps Picassos in basement. LA Times. Kim Murphy. 19 September 2007.
  7. http://www.guardian.co.uk/world/2007/oct/29/artnews.iran
  8. "Paul Gauguin". สืบค้นเมื่อ 6 October 2015.
  9. Olsen, Kelly (2012-05-02). "Jackson Pollock's Splashes of Paint From Iran". WSJ. สืบค้นเมื่อ 2015-09-27.
  10. "At Eternity's Gate", vggallery.com. Last Retrieved 19 October 2011.
  11. Kim Murphy (19 September 2007). "Picasso is hiding in Iran". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ 28 September 2015.
  12. Alberto Giacometti, Standing Woman, tmoca.com.
  13. Alberto Giacometti, Walking Man 1, tmoca.com.
  14. Max Ernst, Capricorn, tmoca.com.
  15. "Masterpiece Basement". The New York Times - Breaking News, World News & Multimedia. 2007-12-02. สืบค้นเมื่อ 2015-09-27.
  16. Dehghan, Saeed Kamali (2012-08-01). "Tehran exhibition reveals city's hidden Warhol and Hockney treasures". the Guardian. สืบค้นเมื่อ 2015-09-27.
  17. Henry Moore, Two–Pieces Reclining Figure, tmoca.com.
  18. Henry Moore, Three–Pieces Reclining Figure, tmoca.com.
  19. http://www.tmoca.com/section14/page11.aspx?lang=Fa
  20. http://www.grafjo.ir/gonagon/295.html
  21. Parviz Tanavoli, Sanctified 1, tmoca.com.
  22. Union, Ajax (2012-08-05). "Exclusive: Secret Iranian Art Collection Features Work from Iconic Israeli Artist Yaacov Agam". Algemeiner.com. สืบค้นเมื่อ 2015-10-06.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]