หวัง เจิ้งจฺวิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หวัง เจิ้งจฺวิน
ก่อนหน้าจักรพรรดินีเซี่ยวเซฺวียนหวัง
ถัดไปจักรพรรดินีเซี่ยวเฉิงสฺวี่
คู่อภิเษกจักรพรรดิฮั่น-ยฺเหวียน
พระราชบุตรจักรพรรดิฮั่นเฉิง
พระนามเต็ม
ชื่อสกุล: หวัง (王)
ชื่อตัว: เจิ้งจฺวิน (政君)
พระนามหลังสิ้นพระชนม์
จักรพรรดินีเซี่ยว-ยฺเหวียน (孝元皇后)
พระราชบิดาหวัง จิ้น
พระราชมารดาหลี่ ชิน
ประสูติ71 ปีก่อนคริสตกาล
สวรรคตค.ศ. 13 (83 ชันษา)

หวัง เจิ้งจฺวิน (จีน: 王政君; พินอิน: Wáng Zhèngjūn; 71 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 13) พระนามหลังสิ้นพระชนม์ว่า จักรพรรดินีเซี่ยว-ยฺเหวียน (孝元皇后) เป็นจักรพรรดินีแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตกของจักรวรรดิจีน มีบทบาทสำคัญถึงห้ารัชสมัย คือ รัชสมัยของพระสวามี จักรพรรดิฮั่น-ยฺเหวียน (漢元帝), ของพระโอรส จักรพรรดิฮั่นเฉิง (漢成帝), ของพระโอรสบุญธรรมสองพระองค์ คือ จักรพรรดิฮั่นอาย (汉哀帝) กับจักรพรรดิฮั่นผิง (汉平帝), และของพระปนัดดา (เหลน) บุญธรรม คือ หรูจึอิง (孺子嬰) นำไปสู่การยึดราชสมบัติของหวัง หมั่ง (王莽) ผู้เป็นพระญาติ อันเป็นจุดสิ้นสุดของราชวงศ์ฮั่นตะวันตก

ต้นพระชนม์[แก้]

หวัง เจิ้งจฺวิน เป็นธิดาคนที่สองของหวัง จิ้น (王禁) ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุติธรรม เรียกว่า "ถิงเว่ย์" (廷尉; "ขุนศาล") กับภริยา คือ หลี่ ชิน (李親)[1] หวัง จิ้น มีบุตรทั้งสิ้น 12 คน แต่มีเฉพาะหวัง เจิ้งจฺวิน กับพี่น้องอีกสองคน ที่เกิดจากหลี่ ชิน เมื่อหวัง เจิ้งจฺวิน เติบโตขึ้น บิดามารดาเสาะหาคู่ครองให้ แต่ล้มเหลวตลอดมา เพราะคู่ครองมักเสียชีวิตก่อนได้สมรสกัน หวัง เจิ้งจฺวิน จึงหันไปสนใจการอ่านตำรับตำราและเล่นเครื่องดนตรีกู่ฉิน (古琴) ครั้นอายุได้ 18 ปี หวัง เจิ้งจฺวิน ก็เข้าวังเพื่อเป็นนางกำนัล[1]

เมื่อหญิงจากสกุลซือหม่า (司馬) ซึ่งเป็นชายายอดรักของหลิว ชื่อ (劉奭) รัชทายาทตำแหน่ง "ไท่จื่อ" (太子; "โอรสาธิราช") ถึงแก่กรรม หลิว ชื่อ ก็โทมนัสจนประชวรลง ไม่ประสงค์จะพบหน้าสนมคนใดของตนอีก[1] จักรพรรดิฮั่นเซฺวียน (汉宣帝) พระบิดา จึงรับสั่งให้พระมเหสี คือ จักพรรดินีเซี่ยวเซฺวียนหวัง (孝宣王皇后) เลือกสรรนางกำนัลคนใหม่มาถวายการดูแล หวัง เจิ้งจฺวิน อยู่ในจำนวนสตรีห้าคนที่ได้รับเลือกมาให้หลิว ชื่อ เลือกอีกที และว่ากันว่า หลิว ชื่อ เลือกหวัง เจิ้งจฺวิน ขึ้นเป็นชายาองค์ใหม่ เพียงเพราะนางนั่งอยู่ใกล้ตนมากที่สุดในงานคัดเลือก ดังนั้น หวัง เจิ้งจฺวิน จึงได้เป็นชายาของหลิว ชื่อ ผู้เป็นไท่จื่อ เรียกว่า "ไท่จื่อเฟย์" (太子妃; "ชายาโอรสาธิราช") และสามปีให้หลัง ก็ให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่งนามว่า "หลิว อ้าว" (劉驁) ซึ่งต่อมาได้เสวยราชย์เป็นจักรพรรดิฮั่นเฉิง (漢成帝)[1]

การเป็นหฺวังโฮ่ว[แก้]

49 ปีก่อนคริสตกาล จักรพรรดิฮั่นเซฺวียนสิ้นพระชนม์ และหลิว ชื่อ สืบราชสมบัติต่อเป็นจักรพรรดิฮั่น-ยฺเหวียน (漢元帝) ทรงแต่งตั้งหวัง เจิ้งจฺวิน ขึ้นเป็นพระจักรพรรดินีมเหสี (empress consort) เรียกว่า "หฺวังโฮ่ว" (皇后; "ราชเทวี") และแต่งตั้งหลิว อ้าว พระโอรสของพระองค์กับหวัง เจิ้งจฺวิน เป็นไท่จื่อ ส่วนหวัง จิ้น บิดาของหวัง เจิ้งจฺวิน ก็ได้รับบรรดาศักดิ์ "โหฺว" (侯)[1]

แต่เมื่อหลิว อ้าว เติบใหญ่ขึ้น จักรพรรดิฮั่น-ยฺเหวียน ก็ปริวิตกเกี่ยวกับความสามารถของเขา ทั้งหันไปพอพระทัยในพระโอรสอีกพระองค์หนึ่ง คือ หลิว คัง (劉康) ผู้มีฐานันดรศักดิ์ว่า "ชานหยางหวัง" (山陽王) เนื่องจากมีคุณลักษณะหลายประการที่คล้ายพระองค์ เช่น ความชื่นชอบด้านดนตรี โดยเฉพาะการเล่นกลอง ทั้งหลิว คัง ยังแสดงความปราดเปรื่องอยู่เนือง ๆ ขณะที่หลิว อ้าว เอาแต่ร่ำสุรานารี ทำให้เกิดความตึงเครียดเรื่องตำแหน่งไท่จื่อระหว่างหวัง เจิ้งจฺวิน มารดาของหลิว อ้าว กับหญิงสกุลฟู่ (傅) ฐานันดรศักดิ์ว่า "ฟู่เจาอี๋" (傅昭儀) มารดาของหลิว คัง

ครั้นจักรพรรดิฮั่น-ยฺเหวียน ประชวรลงในราว 35 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์มักเรียกฟู่เจาอี๋กับหลิว คัง เข้าไปถวายการรับใช้ใกล้ชิดถึงพระแท่นที่บรรทม ส่วนหวัง เจิ้งจฺวิน กับหลิว อ้าว นั้น นานครั้งจะรับสั่งหาสักที เมื่อยิ่งประชวรหนัก จักรพรรดิฮั่น-ยฺเหวียน ก็ยิ่งดำริเกี่ยวกับการเปลี่ยนไท่จื่อ มีพระประสงค์จะให้หลิว คัง ขึ้นแทน แต่ก็เลิกล้มพระทัยเมื่อฉื่อ ตาน (史丹) ขุนนางผู้ใหญ่ ถวายคำแนะนำว่า ไม่บังควร ฉะนั้น หลิว อ้าว จึงได้เป็นไท่จื่อต่อ และได้สืบราชบัลลังก์เป็นจักรพรรดิฮั่นเฉิง (漢成帝) หลังจากจักรพรรดิฮั่น-ยฺเหวียน สิ้นพระชนม์เมื่อ 33 ปีก่อนคริสตกาล

การเป็นหฺวังไท่โฮ่ว[แก้]

ความเห็นแก่ญาติ[แก้]

หลังขึ้นครองราชย์แล้ว จักรพรรดิฮั่นเฉิงส่งหลิว คัง ไปปกครองเมืองติ้งเถา (定陶) แล้วตั้งหวัง เจิ้งจฺวิน พระมารดา ขึ้นเป็นพระจักรพรรดินีชนนีพันปีหลวง (empress dowager) เรียกว่า "หฺวังไท่โฮ่ว" (皇太后; "ราชมหาเทวี") หวัง เจิ้งจฺวิน ตั้งญาติพี่น้องของตนเข้าสู่ตำแหน่งราชการมากมาย บางคนได้คุมกองทัพ บางคนได้คุมพลเรือน ทั้งยังให้บรรดาศักดิ์แก่เขาเหล่านั้นถ้วนหน้า ซึ่งฝ่าฝืนกฎที่จักรพรรดิฮั่นเกาจู่ (漢高祖帝) ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น ตั้งไว้ว่า เฉพาะบุคคลที่สร้างคุณประโยชน์อย่างแท้จริงแก่บ้านเมืองเท่านั้นที่จะได้รับบรรดาศักดิ์

แม้ญาติพี่น้องของหวัง เจิ้งจฺวิน จะมิได้ฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ก็ทำราชการเพื่อเพิ่มพูนอำนาจสกุลหวังของพวกตน แทนที่จะทำเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม ขณะที่จักรพรรดิฮั่นเฉิงก็ไม่กล้าคัดง้างกับสกุลหวังของพระมารดา เช่น เมื่อ 24 ปีก่อนคริสตกาล ขุนนางชื่อ หวัง จาง (王章; ไม่ใช่สมาชิกสกุลหวังของหวัง เจิ้งจฺวิน) ทูลเสนอให้ถอดวัง เฟิง (汪锋) ญาติของหวัง เจิ้งจฺวิน ออกจากตำแหน่ง แล้วให้ตั้งเฝิง เหย่หวัง (馮野王) ซึ่งเป็นที่นับหน้าถือหน้าตามากกว่า เข้าแทน ครั้นหวัง เจิ้งจฺวิน ทราบ ก็ทำเศร้าโศกเสียใจ จักรพรรดิฮั่นเฉิงเห็นพระมารดาเป็นเช่นนั้น จึงสั่งประหารหวัง จาง แล้วขับเฝิง เหย่หวัง ออกจากตำแหน่ง โดยที่คนทั้งสองไม่มีความผิดอันใด เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้การปกครองเสื่อมทรุดลง

ปัญหาการสืบบัลลังก์[แก้]

จักรพรรดิฮั่นเฉิงมีที่ชายาที่โปรดปรานอยู่หลายคน คนหนึ่งเป็นสตรีจากสกุลสฺวี่ (許) ซึ่งภายหลังเป็นที่รู้จักว่า "จักรพรรดินีเซี่ยวเฉิงสฺวี่" (孝成许皇后) อีกคนเป็นสตรีจากสกุลปัน (班) ซึ่งได้ฐานันดรศักดิ์ว่า "ปันเจี๋ยอฺวี๋" (班婕妤) แต่สตรีทั้งสองไม่สามารถมีพระโอรสให้แก่พระองค์ได้ หวัง เจิ้งจฺวิน จึงส่งเสริมให้จักรพรรดิฮั่นเฉิง บุตรของตน มีชายาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังไม่สามารถมีทายาทได้สักที

ครั้นราว 19 ปีก่อนคริสตกาล จักรพรรดิฮั่นเฉิงเสด็จไปเยี่ยมองค์หญิงหยางอา (陽阿公主) และเห็นนางรำนามว่า "จ้าว เฟย์ย่าน" (趙飛燕) จากสกุลจ้าว (趙) กับน้องสาวหรือพี่สาวของนาง นามว่า "จ้าว เหอเต๋อ" (趙合德) จึงตั้งหญิงทั้งสองเป็นชายาคนใหม่ ทั้งยังโปรดปรานทั้งสองนางยิ่งกว่าเซี่ยวเฉิงสฺวี่กับปันเจี๋ยอฺวี๋ ต่อมาเมื่อ 18 ปีก่อนคริสตกาล หญิงสกุลจ้าวทั้งสองกล่าวหาว่า เซี่ยวเฉิงสฺวี่กับปันเจี๋ยอฺวี๋เล่นคุณไสย เซี่ยวเฉิงสฺวี่จึงถูกถอดจากตำแหน่ง ส่วนปันเจี๋ยอฺวี๋รอดพ้นข้อกล่าวหา แต่ไม่อยากทนกับสภาพกดดันดังเดิม จึงขอไปอยู่ปรนนิบัติหวัง เจิ้งจฺวิน แทน

จักรพรรดิฮั่นเฉิงประสงค์จะตั้งจ้าว เฟย์ย่าน เป็นจักรพรรดินี แต่หวัง เจิ้งจฺวิน คัดค้านเพราะเห็นว่า นางมีชาติกำเนิดต่ำ ทั้งยังเคยเป็นนางรำมาก่อน แต่ใน 16 ปีก่อนคริสตกาล หวัง เจิ้งจฺวิน ก็ยอมให้บุตรของตนตั้งจักรพรรดินีได้ตามใจปรารถนา กระนั้น หญิงสกุลจ้าวทั้งสองคนก็ไม่สามารถมีโอรสให้แก่จักรพรรดิฮั่นเฉิงได้

ครั้นถึง 9 ปีก่อนคริสตกาล จักรพรรดิฮั่นเฉิงยังไร้ทายาทมาสืบราชบัลลังก์ต่อ จึงประสงค์จะตั้งน้องชาย คือ หลิว ซิ่ง (劉興) ซึ่งดำรงฐานันศักดิ์ "จางชานหวัง" (中山王) หรือหลานชาย คือ หลิว ซิน ซึ่งเป็นโอรสของหลิว คัง และดำรงฐานันดรศักดิ์ "ติ้งเถาหวัง" (定陶王) ขึ้นเป็นรัชทายาท ฟู่เจาอี๋ ย่าของหลิว ซิน จึงมอบของกำนัลมากมายให้แก่คนสกุลจ้าวและหวัง เพื่อที่เขาเหล่านั้นจะได้ไปชมชื่นหลิว ซิน ต่อพระพักตร์ เป็นเหตุให้จักรพรรดิฮั่นเฉิงตั้งหลิว ซิน เป็นรัชทายาทเมื่อ 8 ปีก่อนคริสตกาล

ครั้น 7 ปีก่อนคริสตกาล จักรพรรดิฮั่นเฉิงสิ้นพระชนม์กะทันหัน เอกสารประวัติศาสตร์บางฉบับระบุว่า เป็นเพราะเสวยยาปลุกกำหนัดที่จ้าว เหอเต๋อ ถวายมากเกินไป หลังจากนั้น หลิว ซิน ก็ขึ้นสืบราชสมบัติเป็นจักรพรรดิฮั่นอาย

เนื่องจากมีรายงานว่า แท้จริงแล้ว จักรพรรดิฮั่นเฉิงมีโอรสกับชายาองค์อื่นถึงสององค์ แต่จ้าว เหอเต๋อ สั่งให้ลอบสังหารตั้งแต่ยังเล็ก หวัง เจิ้งจฺวิน จึงทูลให้จักรพรรดิฮั่นอายถอดคนสกุลจ้าวออกจากยศถาบรรดาศักดิ์แล้วเนรเทศไปทั้งสิ้น ส่วนจ้าว เหอเต๋อ ชิงฆ่าตัวตาย และจ้าว เฟย์ย่าน ได้รับการไว้ชีวิตไปพลางก่อน

การเป็นไท่หฺวังไท่โฮ่ว[แก้]

เมื่อจักรพรรดิฮั่นอายขึ้นครองราชย์แล้ว หวัง เจิ้งจฺวิน ได้เลื่อนฐานันดรศักดิ์เป็นพระจักรพรรดินีอัยยิกาเจ้า (grand empress dowager) เรียก "ไท่หฺวังไท่โฮ่ว" (太皇太后; "อัครราชมหาเทวี") สำหรับจักรพรรดิฮั่นอายนั้น แม้พยายามจะสร้างฐานอำนาจของพระองค์เอง แต่ก็ยังเกรงสกุลหวังของหวัง เจิ้งจฺวิน อยู่ ก็ยอมให้คนสกุลหวังอยู่ในตำแหน่งต่อไปตามเดิม

อย่างไรก็ดี ฟู่เจาอี๋ พระเจ้าย่าของจักรพรรดิฮั่นอาย พยายามจะเข้าแทรกแซงการเมือง ฟู่เจาอี๋ไม่พอใจในฐานันดรศักดิ์ที่ได้รับหลังจักรพรรดิฮั่นอายขึ้นครองราชย์ และเรียกร้องฐานันดรศักดิ์เทียบเท่าหวัง เจิ้งจฺวิน หวัง เจิ้งจฺวิน ยอมให้ฟู่เจาอี๋มีฐานันดรศักดิ์สูงขึ้นเท่ากัน แต่ใช้คำต่างออกไปเป็น "ตี้ไท่ไท่โฮ่ว" (帝太太后; "อัครมหาเทวีของจักรพรรดิ") ส่วนติ้งเฟย์ (定妃) พระมารดาของจักรพรรดิฮั่นอาย ได้เป็นพระจักรพรรดิชนนี เรียก "ตี้ไท่โฮ่ว" (帝太后; "มหาเทวีของจักรพรรดิ")

กระนั้น ฟู่เจาอี๋ไม่ก็ยังไม่พอใจในยศศักดิ์ที่ได้รับ และพยายามจะเข้าควบคุมราชกิจของจักรพรรดิฮั่นอาย ความประสงค์หนึ่งของนาง คือ ขับสกุลหวังของหวัง เจิ้งจฺวิน ออกไปจากตำแหน่งหน้าที่ราชการให้สิ้น หวัง เจิ้งจฺวิน ไม่ประสงค์จะวิวาทกับฟู่เจาอี๋ จึงยอมสั่งให้คนจากสกุลหวังของตนหลีกทางให้นาง ข้อนี้ทำให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินชื่นชมสกุลหวังที่ยอมโอนอ่อนเพื่อไม่ให้บ้านเมืองเสียหาย และหันไปเหนื่อยหน่ายกับจักรพรรดิฮั่นอายที่นับวันยิ่งแสดงออกว่า ไร้ปรีชาสามารถในการปกครองแผ่นดิน โดยเฉพาะเมื่อเกิดกรณีที่ฟู่เจาอี๋กำจัดเฝิง ยฺเวี่ยน (馮媛) ชายาอีกองค์หนึ่งของจักรพรรดิฮั่น-ยฺเหวียน ซึ่งพระนางถือเป็นศัตรูหัวใจ โดยบีบให้เฝิง ยฺเวี่ยน ฆ่าตัวตายด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นแม่มด แล้วประหารสกุลเฝิงทั้งโคตร

ครั้น 1 ปีก่อนคริสตกาล จักรพรรดิฮั่นอายสิ้นพระชนม์ลงโดยไร้รัชทายาท ทำให้ราชสำนักปั่นป่วน หวัง เจิ้งจฺวิน ในฐานะที่มีฐานันดรศักดิ์สูงสุดในราชวงศ์ จึงต้องคอยประคับประคองสถานการณ์

การยึดอำนาจของหวัง หมั่ง[แก้]

เวลานั้น ต่ง เสียน (董賢) ชายคู่ขาของจักรพรรดิฮั่นอาย กำลังเป็นผู้บัญชาการกองทัพและมีอำนาจมากที่สุดในการปกครอง พอจักรพรรดิฮั่นอายสิ้นพระชนม์ลง ทำให้บ้านเมืองไม่รู้ที่จะเดินต่อไปอย่างไร หวัง เจิ้งจฺวิน จึงเรียกพระราชลัญจกรมาไว้ที่ตนและให้หาต่ง เสียน มาเข้าเฝ้า เอาพระราชลัญจกรถอดต่ง เสียน ออกจากตำแหน่ง แล้วให้หวัง หมั่ง (王莽) ญาติของตน เข้าควบคุมทหารรักษาพระองค์ ต่ง เสียน ตกใจ และชิงฆ่าตัวตาย

หวัง เจิ้งจฺวิน ยอมให้หวัง หมั่ง กำจัดคนสกุลฟู่ของฟู่เจาอี๋ และคนสกุลติ้งของติ้งเฟย์ ออกไปจากราชสำนัก แล้วให้หลิว ค่าน (劉衎) หลานของเฝิง ยฺเวี่ยน (馮媛) ชายาอีกองค์หนึ่งของจักรพรรดิฮั่น-ยฺเหวียน พระสวามีของนาง ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิฮั่นผิง โดยมีหวัง หมั่ง สำเร็จราชการแทนพระองค์

ฐานันดรศักดิ์[แก้]

พระญาติ[แก้]

สกุลหลิว (ฝ่ายพระสวามี)[แก้]

สกุลหวัง (ฝ่ายบิดา)[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 Ban & Ban (111), Yuanhouzhuan.

บรรณานุกรม[แก้]

  • Ban 班, Gu 固; Ban 班, Zhao 昭 (111). 汉书 [Book of Han] (in Chinese).
  • Yap, Joseph P. (2009). Wars With The Xiongnu, A Translation from Zizhi tongjian. AuthorHouse, Bloomington, Indiana, U.S.A. ISBN 978-1-4490-0604-4. Chapters 11-16.