หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่
หม่อมเจ้า ชั้น 4
หม่อมเจ้าทองคำเปลว.JPG
พระบุตรหม่อมราชวงศ์กัณหา ทองใหญ่
หม่อมราชวงศ์ชาลี ทองใหญ่
หม่อมราชวงศ์อุษณีย์ ณ นคร
หม่อมราชวงศ์พิณทอง อังศุสิงห์[1]
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
พระมารดาหม่อมนวม ทองใหญ่ ณ อยุธยา
ประสูติ1 เมษายน พ.ศ. 2455
สิ้นชีพตักษัย23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 (98 ปี)

นายกองเอก หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่ (1 เมษายน พ.ศ. 2455 – 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553) เป็นพระโอรสลำดับที่ 22 ในนายพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ประสูติแต่หม่อมนวม ทองใหญ่ ณ อยุธยา เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2455 มีโสทรเชษฐาและโสทรเชษฐภคินี 8 องค์ คือ[2]

  • หม่อมเจ้าพันธ์สิหิงค์ ทองใหญ่ (พ.ศ. 2433 - พ.ศ. 2474) เสกสมรสกับหม่อมเจ้าทองเชื้อธรรมชาติ ทองแถม (พ.ศ. 2427 - พ.ศ. 2476)
  • หม่อมเจ้านาฏนพคุณ ทองใหญ่ (พ.ศ. 2435 - พ.ศ. 2456) เสกสมรสกับหม่อมเจ้าพันธุคำนพคุณ ทองแถม (พ.ศ. 2428 - พ.ศ. 2506)
  • หม่อมเจ้าไศลทอง ทองใหญ่ (พ.ศ. 2436 - พ.ศ. 2512) สมรสกับหม่อมฟ้อน
  • หม่อมเจ้าลำทองแร่ ทองใหญ่ (พ.ศ. 2439 - พ.ศ. 2493) ลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับไต๋ ปาณิกบุตร
  • หม่อมเจ้าแพร่ทองทราย ทองใหญ่ (พ.ศ. 2441 - พ.ศ. 2527) ลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับพันเอกเภตรา ณ หนองคาย
  • หม่อมเจ้าสลักทองนูน ทองใหญ่ (พ.ศ. 2443 - พ.ศ. 2513) ลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับเรืออากาศเอก หลวงคัคณจรเสนีย์ (หม่อมหลวงอารี คเนจร)
  • หม่อมเจ้าทองทูลถวาย ทองใหญ่ (พ.ศ. 2445 - พ.ศ. 2530) สมรสกับหม่อมสำเนียง โปษยะจินดา
  • หม่อมเจ้าทองประทาศรี ทองใหญ่ (พ.ศ. 2449 - พ.ศ. 2526) เสกสมรสกับหม่อมราชวงศ์วลี รองทรง และหม่อมคำนวณ สุนทรศารทูล

การศึกษา[แก้]

หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่ ทรงสำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์[3] หลังจากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อยังคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รัฐศาสตร์รุ่นแพแตก) เริ่มมาจากในปีพุทธศักราช 2476 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476 ซึ่งมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าให้โอนนคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ในจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ตลอดจนทรัพย์สินและงบประมาณของคณะเหล่านั้นมาขึ้นต่อมหาวิทยาลัยนี้ก่อน และในวันที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 2477 คณะรัฐศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยได้สิ้นสภาพความเป็นคณะลง ในขณะนั้นนิสิตคณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่ 2 จึงต้องไปเรียนต่อที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ดังที่คุณชะลอ วนะภูติ ได้บันทึกไว้ว่า "การที่เราเรียนๆ อยู่ดีๆ แล้วมีประกาศทางราชการให้ยุบคณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งๆที่เรียนค้างอยู่และไปยุบเอารุ่นพี่ปีสองแล้วเข้าด้วยกันเช่นนี้ ต่อมาพวกเราทั้งหมดถูกลอยแพจึงมีผู้ขนานนามว่านักเรียน รัฐศาสตร์รุ่นแพแตก คือแตกเหมือนแพ แตกแล้วลอยเปะปะไปทั่วแผ่นดิน"

การทรงงาน[แก้]

หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่ ได้เข้ารับราชการที่กระทรวงมหาดไทย และทรงดำรงตำแหน่งนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัดด้วยกัน ประกอบไปด้วย นายอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ นายอำเภอเบตง จังหวัดยะลา และดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี (13 ก.พ. 2501 - 28 ก.ย. 2507) และผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ( 1 ต.ค. 2507 - 30 ก.ย. 2515) เป็นต้น

นอกจากนี้หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่ ยังทรงดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการแรกเริ่มก่อตั้งมูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในตำแหน่งคณะกรรมการที่ปรึกษา จนกระทั่งถึงชีพิตักษัยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่ เสกสมรสกับ หม่อมอรพินท์ ทองใหญ่ ณ อยุธยา มีบุตรธิดา 3 คน ได้

  • ม.ร.ว.ชาลี ทองใหญ่ สมรสกับ นางอรณี (สายบัว) มีธิดา 2 คน คือ

               ม.ล.อรอำไพ พนานุรัตน์ สมรสกับนายประกิต พนานุรัตน์

               ม.ล.อณิชาล ทองใหญ่ สมรสกับ นายภัทรภูมิ เพ็ญเจริญ

  • ม.ร.ว.กัณหา ทองใหญ่ มีธิดา 3 คน
  • ม.ร.ว.พิณทอง ทองใหญ่ มีบุตรธิดา 2 คน

หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่ ได้รับพระราชทานพระยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นนายกองโท ขณะทรงดำรงตำแหน่งนายอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2500[4]และในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระสมเด็จจิตรลดา และทรงนำติดตัวพระองค์ตลอดมา

นายกองเอกหม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่ สิ้นชีพิตักษัยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 สิริชันษา 98 ปี มีการบำเพ็ญกุศลศพที่ศาลา 10 วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร นับเป็นหม่อมเจ้าองค์สุดท้ายของราชสกุลทองใหญ่

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "บุคคลในข่าว". ไทยรัฐออนไลน์. 4 สิงหาคม 2553. สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม 2558. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  2. สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์มหามกุฎราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรสธิดา พระราชนัดดา. กรุงเทพ : อมรินทร์พริ้นติ้ง, พ.ศ. 2547. หน้า หน้าที่. ISBN 974-272-911-5
  3. https://www.debsirin.ac.th/about-us/detail-student.php?id=847
  4. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดนhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2500/D/068/1994_1.PDF
  5. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย หน้า ๒ เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๒๑ ข, ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
  6. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยิ่งมงกุฎไทย หน้า ๑๑ เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๒๓ ข, ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗
  7. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เล่ม 84 ตอนที่ 41 วันที่ 10 พฤษภาคม 2510
  8. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน ฉบับพิเศษ หน้า ๖๑ เล่ม ๘๘ ตอนที่ ๑๑๕, ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๔
  9. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญราชการชายแดน ฉบับพิเศษ หน้า ๗๒ เล่ม ๘๑ ตอนที่ ๙๔, ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๗
  10. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2502/D/115/105.PDF
ก่อนหน้า หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่ ถัดไป
ผาด นาคพิน 2leftarrow.png Seal Chanthaburi.png
ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี
(พ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2507)
2rightarrow.png ส่ง เหล่าสุนทร