ข้ามไปเนื้อหา

หน่วยรักษาชาติ (ฝรั่งเศส)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หน่วยรักษาชาติ
Garde nationale
สัญลักษณ์หน่วยรักษาชาติ (2016-ปัจจุบัน)
สถาปนาชุดที่หนึ่ง: 1789–1827
ชุดที่สอง: 1831–1872
ชุดที่สาม: 2016–ปัจจุบัน
ประเทศฝรั่งเศส
รูปแบบกองกำลังสำรอง
ฌ็องดาร์เมอรี
กำลังรบมากกว่า 77,000 นาย[1]
ขึ้นต่อกองทัพบกฝรั่งเศส
ตำรวจแห่งชาติ
คำขวัญHonneur et Patrie
('เกียรติยศและปิตุภูมิ')
ปฏิบัติการสำคัญ (รายชื่อของสงครามที่เกี่ยวข้องกับฝรั่งเศส)
เว็บไซต์garde-nationale.gouv.fr (ในภาษาฝรั่งเศส)
ผู้บังคับบัญชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเซบัสเตียง เลคอร์นู
เลขาธิการแห่งหน่วยรักษาชาติGeneral Louis-Mathieu Gaspari
ผบ.สำคัญนายพล เดอ ลา ฟาแย็ต

หน่วยรักษาชาติ (ฝรั่งเศส: Garde nationale) ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ภายใต้สาธารณรัฐที่ 5 (สาธารณรัฐปัจจุบัน) เป็นโครงสร้างกำลังสำรอง, หน่วยสารวัตรทหารแห่งชาติ (Gendarmerie nationale) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Police nationale) โดยอยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจเป็นสมาชิก

หน่วยรักษาชาติในปัจจุบันคือชุดที่สาม พึ่งก่อตั้งในปี 2016 แต่รับเอาชื่อมาจากหน่วยรักษาชาติชุดแรกที่เกิดขึ้นในการปฏิวัติฝรั่งเศส

หน่วยรักษาชาติในอดีต

[แก้]

สมัยปฏิวัติและสาธารณรัฐที่ 1

[แก้]

หน่วยรักษาชาติชุดแรก ก่อตั้งขึ้นในปี 1789 ในช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติฝรั่งเศส หมายถึงกลุ่มกองกำลังประชาชนติดอาวุธที่จัดตั้งขึ้นในแต่ละชุมชน (Commune) เช่นเดียวกับหน่วยรักษาชาติที่ก่อตั้งขึ้นในกรุงปารีสและอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ นายพล เดอ ลา ฟาแยต (La Fayette) ในสมัยดังกล่าว องค์กรนี้มีบทบาทเป็นทั้งหน่วยก่อการจลาจลในช่วงวันแห่งการปฏิวัติ และเป็นหน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในบางช่วง

สมัยนโปเลียน

[แก้]

ในยุคต่อมาภายใต้จักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 1 หน่วยรักษาชาติในปารีสถูกแทนที่ด้วย "หน่วยรักษาเทศบาล" (Garde municipale) ที่มีระบบเงินเดือน แต่ยังคงหน่วยรักษาชาติไว้ในต่างจังหวัดเพื่อทำหน้าที่เป็นกองกำลังสำรองและหน่วยรักษาฝั่ง มีกฎหมายบังคับให้ชายฝรั่งเศสอายุ 20-60 ปีทุกคนต้องเป็นทหารเกณฑ์ เว้นแต่ข้าราชการและนักบวช โดยผู้ที่มีอายุ 20-40 ปีจะถูกจัดเข้ากองร้อยพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในเมืองใหญ่หรือร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารประจำการ

หลังปี 1809 จักรพรรดินโปเลียนหันมาพึ่งพากำลังพลนี้ในการป้องกันชายฝั่งและชายแดนอย่างจริงจังหลังการบุกรุกของอังกฤษ ต่อมาในปี 1812 ได้มีการเกณฑ์กำลังพลครั้งใหญ่และถูกยุบรวมเข้ากับกรมทหารราบและกองทหารปืนใหญ่หลักในเวลาต่อมา ช่วงฝรั่งเศสถูกรุกรานตอนปลายปี 1813 มีการระดมพลเพิ่มกว่าแสนนาย ซึ่งหน่วยรักษาชาติได้ร่วมรบอย่างห้าวหาญในยุทธการที่แฟร์-ช็องเปอนวส (Fère-Champenoise) และร่วมปกป้องปารีสก่อนเสียเมืองในปี 1814

การกลับมาของราชวงศ์บูร์บง

[แก้]

หลังนโปเลียนสละราชสมบัติ และเกิดการฟื้นฟูราชวงศ์บูร์บง มีการตั้งตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดเพื่อรวมศูนย์อำนาจ และเปลี่ยนให้หน่วยรักษาชาติปฏิบัติภารกิจเฉพาะในท้องถิ่นของตนเท่านั้น โดยเน้นคัดเลือกผู้มีทรัพย์สินและฐานะที่สามารถรับผิดชอบค่าอาวุธและเครื่องแต่งกายเองได้ เพื่อเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก แม้หน่วยนี้จะไม่ได้ต่อต้านการกลับมาของนโปเลียนในสมัยร้อยวัน แต่หลังจากการฟื้นฟูราชวงศ์ครั้งที่สอง กฎหมายปี 1816 กำหนดให้ชายอายุ 20–60 ปีที่เสียภาษีต้องเป็นทหาร โดยแบ่งเป็น "กองกำลังหลัก" สำหรับผู้มีฐานะ และ "กองกำลังสำรอง" สำหรับผู้มีรายได้น้อย ทว่ารัฐบาลยังคงหวาดระแวง จึงออกข้อจำกัดห้ามรวมตัวประชุมหรือจับอาวุธโดยไม่มีคำสั่ง จนกระทั่งปี 1827 พระเจ้าชาร์ลที่ 10 ทรงสั่งยุบหน่วยรักษาชาติปารีสเนื่องจากความไม่ไว้วางใจ ซึ่งสร้างความโล่งใจให้แก่ประชาชนที่ไม่ต้องตรากตรำปฏิบัติหน้าที่อีกต่อไป

การปฏิวัติฝรั่งเศสครั้งที่สอง

[แก้]

หน่วยรักษาชาติชุดใหม่ได้ถูกฟื้นฟูขึ้นมาเองโดยธรรมชาติในช่วงการปฏิวัติปี 1830 และกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม และตามด้วยสาธารณรัฐที่สอง ในการต่อต้านการก่อจลาจลของกลุ่มกรรมกรหรือกลุ่มนิยมสาธารณรัฐ ในเวลาต่อมา จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ได้ลดบทบาทหน้าที่ของหน่วยนี้ลง แต่ในปี 1868 พระองค์ทรงจัดตั้ง "หน่วยรักษาชาติเคลื่อนที่" (Garde nationale mobile) ซึ่งถูกนำกลับมาใช้เป็นกองกำลังรบอีกครั้งพร้อมกับหน่วยรักษาชาติชุดใหม่ในช่วงสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย การที่ทหารอาสาชาวปารีส (moblots) จำนวนมากเข้าร่วมในการก่อจลาจลของคอมมูนปารีส ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 1871 ส่งผลให้หน่วยนี้ถูกยุบอีกครั้ง และในบทบาทของการเป็นทหารสำรอง หน่วยรักษาชาติจึงถูกแทนที่บางส่วนโดย "กองทัพอาณาเขต" (Armée territoriale) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1872

หน่วยรักษาชาติปัจจุบัน

[แก้]

หลังจากที่เว้นว่างการดำรงอยู่เกือบหนึ่งร้อยห้าสิบปี ในที่สุด หน่วยรักษาชาติได้รับการก่อตั้งใหม่อีกครั้งเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2016 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภาคประชาสังคมที่อยากมีส่วนร่วม (ในการรักษาประเทศ) ภายหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายที่โจมตีประเทศฝรั่งเศสในปี 2015 และ 2016[2][3] หน่วยงานนี้เป็นการรวมตัวกันของกำลังสำรองพร้อมรบ (Réservistes opérationnels) สังกัดกระทรวงกองทัพ (Ministère des Armées) และกระทรวงมหาดไทย[4] ซึ่งในเวลา 8 ปีหลังจากการก่อตั้ง หน่วยรักษาชาติมีกำลังพลสำรองพร้อมรบรวมแล้วประมาณ 84,000 นาย โดยแบ่งสังกัดอยู่ภายใต้ทั้งสองกระทรวงดังกล่าว

มาตรา 1 แห่งกฤษฎีกาลงวันที่ 13 ตุลาคม 2016[5] บัญญัติไว้ว่า: "หน่วยรักษาชาติมีหน้าที่สนับสนุนการป้องกันประเทศ รวมถึงความมั่นคงของประชาชนและดินแดน โดยอาจใช้กำลังอาวุธหากจำเป็น ตลอดจนสนับสนุนภารกิจดังต่อไปนี้; หนึ่ง กองทัพและหน่วยงานในสังกัดที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สอง กองสารวัตรทหารแห่งชาติและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย"

ในทางการ หน่วยรักษาชาติถูกพิจารณาให้เป็น "กรอบการทำงานร่วมกัน" (Cadre fédérateur) สำหรับกำลังสำรองพร้อมรบทั้งหมดในด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง โดยที่หน่วยงานนี้ไม่มีโครงสร้างกองบัญชาการที่เป็นเอกเทศและแยกเฉพาะเป็นของตัวเอง ดังนั้น หน่วยรักษาชาติจึงไม่มีอำนาจเข้าไปแทรกแซงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมและการจัดสรรกำลังสำรอง ซึ่งถือเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงและเด็ดขาดของสายการบังคับบัญชาปฏิบัติการในแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง (เช่น กองทัพ, กรม, กองกำลังสารวัตรทหารแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ)

อ้างอิง

[แก้]
  1. "La Garde nationale | garde-nationale.fr".
  2. "Présentation de la Garde nationale | Ministère des Armées et des Anciens combattants". www.defense.gouv.fr (ภาษาฝรั่งเศส). 2024-10-01. {{cite web}}: การอ้างอิงมีพารามิเตอร์ที่ไม่รู้จักว่างเปล่า: |1= (วิธีใช้)
  3. "François Hollande annonce la création d'une Garde nationale". Acteurs Publics (ภาษาฝรั่งเศส). 2016-07-28.
  4. "Rapport d'information déposé en application de l'article 145-7 alinéa 1 du règlement, par la commission de la défense nationale et des forces armées en conclusion des travaux d'une mission d'information flash sur l'application de la loi n° 2023-703 du 1er août 2023 relative à la programmation militaire pour les années 2024 à 2030 et portant diverses dispositions intéressant la défense (M. Yannick Chenevard et M. Sébastien Saint-Pasteur), n° 1890". www.assemblee-nationale.fr (ภาษาฝรั่งเศส).
  5. Décret n° 2016-1364 du 13 octobre 2016 relatif à la garde nationale<