หกกระทรวง
หกกระทรวง หรือ ลิ่วปู้ (จีน: 六部; พินอิน: Liùbù) เป็นคำเรียกรวมของกระทรวงทั้งหก ได้แก่ กระทรวงขุนนาง (吏部) กระทรวงพระคลัง (户部) กระทรวงพิธีการ (礼部) กระทรวงกลาโหม (兵部) กระทรวงยุติธรรม (刑部) และกระทรวงโยธาธิการ (工部) ทั้งหกกระทรวงนี้เป็นหน่วยงานสำคัญของระบบราชการส่วนกลางในราชวงศ์ของจีน[1][2]
กระทรวงทั้งหกนี้มีหัวหน้าสูงสุดเรียกว่า เสนาบดี หรือ ซ่างซู (尚书)[3] ได้แก่
- เสนาบดีกระทรวงขุนนาง หรือลี่ปู้ซ่างซู (吏部尚书)
- เสนาบดีกระทรวงพระคลัง หรือฮู่ปู้ซ่างซู (户部尚书)
- เสนาบดีกระทรวงพิธีการ หรือหลี่ปู้ซ่างซู (礼部尚书)
- เสนาบดีกระทรวงกลาโหม หรือปิงปู้ซ่างซู (兵部尚书)
- เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม หรือสิงปู้ซ่างซู (刑部尚书)
- เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ หรือกงปู้ซ่างซู (工部尚书)
หกกระทรวงราชวงศ์ชิง
[แก้]ตามบันทึก ต้าชิงฮุ่ยเตี่ยน (大清会典) และ ตารางตำแหน่งขุนนางในแต่ละราชวงศ์ (历代职官表) ของปีกวังซวี่ระบุว่าตำแหน่งขุนนางของแต่ละกระทรวงในสมัยราชวงศ์ชิง ได้แก่
| ชื่อตำแหน่งไทย | ชื่อจีน | ชั้นยศ |
|---|---|---|
| เสนาบดี | 尚书 | ขั้นหนึ่งรอง (从一品) |
| รองเสนาบดีซ้ายขวา | 左右侍郎 | ขั้นสองเอก (正二品) |
| เจ้ากรม | 郎中 | ขั้นห้าเอก (正五品) |
| รองเจ้ากรม | 员外郎 | ขั้นห้าเอก (从五品) |
| เสมียน | 主事 | ขั้นหกเอก (正六品) |
นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งอื่น ๆ คือ ถังจู่ซื่อ (堂主事), ธุรการหรือซืออู้ (司务), ผู้คัดลอกหรือปี๋เถี่ยซื่อ (笔帖式) และขุนนางขั้นเจ็ด (七品小京官) เป็นต้น
กระทรวงขุนนาง
[แก้]กระทรวงขุนนาง (吏部) มีหน้าที่กำกับดูแลขุนนางฝ่ายพลเรือน ในการคัดเลือก แต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่ง ประเมินผลงาน และลงโทษขุนนาง โดยที่ตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงขุนนางเรียกว่าลี่ปู้ซ่างซู (吏部尚书) ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก มีฉายาว่าขุนสวรรค์ (天官) เนื่องจากมีอำนาจกำกับดูแลตำแหน่งของขุนนางทั่วทั้งแผ่นดิน
กระทรวงพระคลัง
[แก้]กระทรวงพระคลัง (户部) มีหน้าที่กำกับดูแล การเงินและทรัพยากรของแผ่นดิน เช่น ที่ดิน ทะเบียนราษฎร ภาษี รายได้ของราชสำนัก และเงินเดือนของขุนนาง ฯลฯ โดยแบ่งหน่วยงานดูแลตามภูมิภาค ในสมัยราชวงศ์หมิงกระทรวงพระคลัง แบ่งหน่วยงานภายในตามเขตพื้นที่ออกเป็น 13 ฝ่าย (司) ได้แก่
- ฝ่ายเหอหนาน (河南司)
- ฝ่ายซานตง (山东司)
- ฝ่ายซานซี (山西司)
- ฝ่ายส่านซี (陕西司)
- ฝ่ายเจ้อเจียง (浙江司)
- ฝ่ายเจียงซี (江西司)
- ฝ่ายหูกว่าง (湖广司)
- ฝ่ายกวางตุ้ง (广东司)
- ฝ่ายกวางสี (广西司)
- ฝ่ายเสฉวน (四川司)
- ฝ่ายฝูเจี้ยน (福建司)
- ฝ่ายยูนนาน (云南司)
- ฝ่ายกุ้ยโจว (贵州司)
ต่อมาราชวงศ์ชิงได้เพิ่มฝ่ายเจียงหนาน (江南司) ทำให้รวมเป็น 14 ฝ่าย โดยแต่ละฝ่ายรับผิดชอบตรวจสอบรายได้ ภาษี และกิจการการคลังของมณฑลที่อยู่ในความดูแล
กระทรวงพิธีการ
[แก้]กระทรวงพิธีการ (礼部) ทำหน้าที่กำกับดูแล พิธีการของราชสำนัก การศึกษา และการสอบคัดเลือกขุนนาง รวมทั้งการติดต่อกับรัฐบรรณาการและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังรับผิดชอบพิธีสำคัญของราชสำนักตามหลัก ได้แก่ พิธีมงคล พิธีเฉลิมฉลอง พิธีทหาร พิธีต้อนรับแขก และพิธีศพ
กระทรวงกลาโหม
[แก้]กระทรวงกลาโหม (兵部) ทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการทางทหาร เช่น การควบคุมกองทัพ การแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งขุนนางฝ่ายทหาร การตรวจสอบกำลังพล การจัดการม้าและระบบส่งข่าวสารของทางราชการ รวมถึงการดูแลอาวุธยุทโธปกรณ์และทะเบียนทหาร
กระทรวงยุติธรรม
[แก้]กระทรวงยุติธรรม (刑部) ทำหน้าที่กำกับดูแล กฎหมายอาญาและการพิจารณาคดี โดยรับผิดชอบการกำหนดและตรวจสอบกฎหมาย การพิจารณาคดีจากทั่วแผ่นดิน และการตรวจสอบคำพิพากษา โดยทำงานร่วมกับสำนักตรวจสอบ (督察院) และศาลต้าหลี่ (大理寺) ซึ่งเรียกรวมกันว่า สามหน่วยกฎหมาย (三法司) ทำหน้าที่ดูแลกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีหน้าที่พิจารณาคดีร้ายแรง คือ คดีโทษประหารชีวิตและคดีสำคัญในเขตเมืองหลวง เป็นต้น
กระทรวงโยธาธิการ
[แก้]กระทรวงโยธาธิการ (工部) ทำหน้าที่กำกับดูแล งานก่อสร้างและงานช่าง ได้แก่ การก่อสร้างอาคารราชการ งานโยธา ระบบชลประทาน การผลิตเครื่องมือของราชสำนัก ตลอดจนการทำเหมือง การหล่อโลหะ และอุตสาหกรรมบางประเภท นอกจากนี้ยังมีหน้าที่เกี่ยวกับ การกำหนดมาตรฐานชั่งตวงวัดและเงินตราบางส่วน
การปฏิรูประบบหกกระทรวง
[แก้]กวังซวี่ปีที่ 32 (ค.ศ. 1906) ราชวงศ์ชิงได้ประกาศ ปฏิรูประบบการปกครองตามแนวทางรัฐธรรมนูญ โดยมีการปรับโครงสร้างหน่วยงานของรัฐบาลส่วนกลาง ดังนี้
- กระทรวงพระคลัง (户部) เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงการคลัง (度支部)
- กระทรวงกลาโหม (兵部) เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงทหารบก (陆军部)
- กระทรวงโยธาธิการ (工部) รวมกับกระทรวงพาณิชย์ (商部) ที่ตั้งขึ้นใหม่ กลายเป็นกระทรวงเกษตร การโยธา และพาณิชย์ (农工商部)
- สำนักกิจการชนเผ่า (理藩院) เปลี่ยนเป็น กระทรวงกิจการชนเผ่า (理藩部)
- กระทรวงยุติธรรม (刑部) เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงนิติการ (法部)
และมีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ได้แก่
- กระทรวงมหาดไทย (民政部)
- กระทรวงไปรษณีย์และคมนาคม (邮传部)
นอกจากนี้ ยังมีการรวมหน่วยงานเดิมบางแห่ง ได้แก่ กรมพิธีหลวง (太常寺) กรมเครื่องต้น (光禄寺) และกรมการทูต (鸿胪寺) เข้าไว้ในกระทรวงพิธีการ (礼部) และมีการปรับโครงสร้างภายในของกระทรวงพิธีการเพิ่มเติม ต่อมาซวนถงปีที่ 3 (ค.ศ. 1911) รัฐบาลชิงได้จัดตั้งคณะรัฐมนตรี (内阁) และปรับระบบราชการใหม่ ส่งผลให้กระทรวงขุนนาง (吏部) ถูกยกเลิก และกระทรวงพิธีการ (礼部) เปลี่ยนเป็นสำนักพิธีการ (典礼院) ทำหน้าที่ดูแล พระราชพิธีของราชสำนัก พระอารามหลวง และสุสานหลวงประจำราชวงศ์ การปฏิรูปดังกล่าวทำให้ระบบหกกระทรวง ซึ่งใช้มาเป็นเวลานานสิ้นสุดลง และถูกแทนที่ด้วยระบบกระทรวงแบบสมัยใหม่