ข้ามไปเนื้อหา

หกกระทรวง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

หกกระทรวง หรือ ลิ่วปู้ (จีน: 六部; พินอิน: Liùbù) เป็นคำเรียกรวมของกระทรวงทั้งหก ได้แก่ กระทรวงขุนนาง (吏部) กระทรวงพระคลัง (户部) กระทรวงพิธีการ (礼部) กระทรวงกลาโหม (兵部) กระทรวงยุติธรรม (刑部) และกระทรวงโยธาธิการ (工部) ทั้งหกกระทรวงนี้เป็นหน่วยงานสำคัญของระบบราชการส่วนกลางในราชวงศ์ของจีน[1][2]

กระทรวงทั้งหกนี้มีหัวหน้าสูงสุดเรียกว่า เสนาบดี หรือ ซ่างซู (尚书)[3] ได้แก่

  1. เสนาบดีกระทรวงขุนนาง หรือลี่ปู้ซ่างซู (吏部尚书)
  2. เสนาบดีกระทรวงพระคลัง หรือฮู่ปู้ซ่างซู (户部尚书)
  3. เสนาบดีกระทรวงพิธีการ หรือหลี่ปู้ซ่างซู (礼部尚书)
  4. เสนาบดีกระทรวงกลาโหม หรือปิงปู้ซ่างซู (兵部尚书)
  5. เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม หรือสิงปู้ซ่างซู (刑部尚书)
  6. เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ หรือกงปู้ซ่างซู (工部尚书)

หกกระทรวงราชวงศ์ชิง

[แก้]

ตามบันทึก ต้าชิงฮุ่ยเตี่ยน (大清会典) และ ตารางตำแหน่งขุนนางในแต่ละราชวงศ์ (历代职官表) ของปีกวังซวี่ระบุว่าตำแหน่งขุนนางของแต่ละกระทรวงในสมัยราชวงศ์ชิง ได้แก่

ชื่อตำแหน่งไทยชื่อจีนชั้นยศ
เสนาบดี尚书ขั้นหนึ่งรอง
(从一品)
รองเสนาบดีซ้ายขวา左右侍郎ขั้นสองเอก
(正二品)
เจ้ากรม郎中ขั้นห้าเอก
(正五品)
รองเจ้ากรม员外郎ขั้นห้าเอก
(从五品)
เสมียน主事ขั้นหกเอก
(正六品)

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งอื่น ๆ คือ ถังจู่ซื่อ (堂主事), ธุรการหรือซืออู้ (司务), ผู้คัดลอกหรือปี๋เถี่ยซื่อ (笔帖式) และขุนนางขั้นเจ็ด (七品小京官) เป็นต้น

หน้าที่ของหกกระทรวง[4]

[แก้]

กระทรวงขุนนาง

[แก้]

กระทรวงขุนนาง (吏部) มีหน้าที่กำกับดูแลขุนนางฝ่ายพลเรือน ในการคัดเลือก แต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่ง ประเมินผลงาน และลงโทษขุนนาง โดยที่ตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงขุนนางเรียกว่าลี่ปู้ซ่างซู (吏部尚书) ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก มีฉายาว่าขุนสวรรค์ (天官) เนื่องจากมีอำนาจกำกับดูแลตำแหน่งของขุนนางทั่วทั้งแผ่นดิน

กระทรวงพระคลัง

[แก้]

กระทรวงพระคลัง (户部) มีหน้าที่กำกับดูแล การเงินและทรัพยากรของแผ่นดิน เช่น ที่ดิน ทะเบียนราษฎร ภาษี รายได้ของราชสำนัก และเงินเดือนของขุนนาง ฯลฯ โดยแบ่งหน่วยงานดูแลตามภูมิภาค ในสมัยราชวงศ์หมิงกระทรวงพระคลัง แบ่งหน่วยงานภายในตามเขตพื้นที่ออกเป็น 13 ฝ่าย (司) ได้แก่

  1. ฝ่ายเหอหนาน (河南司)
  2. ฝ่ายซานตง (山东司)
  3. ฝ่ายซานซี (山西司)
  4. ฝ่ายส่านซี (陕西司)
  5. ฝ่ายเจ้อเจียง (浙江司)
  6. ฝ่ายเจียงซี (江西司)
  7. ฝ่ายหูกว่าง (湖广司)
  8. ฝ่ายกวางตุ้ง (广东司)
  9. ฝ่ายกวางสี (广西司)
  10. ฝ่ายเสฉวน (四川司)
  11. ฝ่ายฝูเจี้ยน (福建司)
  12. ฝ่ายยูนนาน (云南司)
  13. ฝ่ายกุ้ยโจว (贵州司)

ต่อมาราชวงศ์ชิงได้เพิ่มฝ่ายเจียงหนาน (江南司) ทำให้รวมเป็น 14 ฝ่าย โดยแต่ละฝ่ายรับผิดชอบตรวจสอบรายได้ ภาษี และกิจการการคลังของมณฑลที่อยู่ในความดูแล

กระทรวงพิธีการ

[แก้]

กระทรวงพิธีการ (礼部) ทำหน้าที่กำกับดูแล พิธีการของราชสำนัก การศึกษา และการสอบคัดเลือกขุนนาง รวมทั้งการติดต่อกับรัฐบรรณาการและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังรับผิดชอบพิธีสำคัญของราชสำนักตามหลัก ได้แก่ พิธีมงคล พิธีเฉลิมฉลอง พิธีทหาร พิธีต้อนรับแขก และพิธีศพ

กระทรวงกลาโหม

[แก้]

กระทรวงกลาโหม (兵部) ทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการทางทหาร เช่น การควบคุมกองทัพ การแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งขุนนางฝ่ายทหาร การตรวจสอบกำลังพล การจัดการม้าและระบบส่งข่าวสารของทางราชการ รวมถึงการดูแลอาวุธยุทโธปกรณ์และทะเบียนทหาร

กระทรวงยุติธรรม

[แก้]

กระทรวงยุติธรรม (刑部) ทำหน้าที่กำกับดูแล กฎหมายอาญาและการพิจารณาคดี โดยรับผิดชอบการกำหนดและตรวจสอบกฎหมาย การพิจารณาคดีจากทั่วแผ่นดิน และการตรวจสอบคำพิพากษา โดยทำงานร่วมกับสำนักตรวจสอบ (督察院) และศาลต้าหลี่ (大理寺) ซึ่งเรียกรวมกันว่า สามหน่วยกฎหมาย (三法司) ทำหน้าที่ดูแลกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีหน้าที่พิจารณาคดีร้ายแรง คือ คดีโทษประหารชีวิตและคดีสำคัญในเขตเมืองหลวง เป็นต้น

กระทรวงโยธาธิการ

[แก้]

กระทรวงโยธาธิการ (工部) ทำหน้าที่กำกับดูแล งานก่อสร้างและงานช่าง ได้แก่ การก่อสร้างอาคารราชการ งานโยธา ระบบชลประทาน การผลิตเครื่องมือของราชสำนัก ตลอดจนการทำเหมือง การหล่อโลหะ และอุตสาหกรรมบางประเภท นอกจากนี้ยังมีหน้าที่เกี่ยวกับ การกำหนดมาตรฐานชั่งตวงวัดและเงินตราบางส่วน

การปฏิรูประบบหกกระทรวง

[แก้]

กวังซวี่ปีที่ 32 (ค.ศ. 1906) ราชวงศ์ชิงได้ประกาศ ปฏิรูประบบการปกครองตามแนวทางรัฐธรรมนูญ โดยมีการปรับโครงสร้างหน่วยงานของรัฐบาลส่วนกลาง ดังนี้

  1. กระทรวงพระคลัง (户部) เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงการคลัง (度支部)
  2. กระทรวงกลาโหม (兵部) เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงทหารบก (陆军部)
  3. กระทรวงโยธาธิการ (工部) รวมกับกระทรวงพาณิชย์ (商部) ที่ตั้งขึ้นใหม่ กลายเป็นกระทรวงเกษตร การโยธา และพาณิชย์ (农工商部)
  4. สำนักกิจการชนเผ่า (理藩院) เปลี่ยนเป็น กระทรวงกิจการชนเผ่า (理藩部)
  5. กระทรวงยุติธรรม (刑部) เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงนิติการ (法部)

และมีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ได้แก่

  1. กระทรวงมหาดไทย (民政部)
  2. กระทรวงไปรษณีย์และคมนาคม (邮传部)

นอกจากนี้ ยังมีการรวมหน่วยงานเดิมบางแห่ง ได้แก่ กรมพิธีหลวง (太常寺) กรมเครื่องต้น (光禄寺) และกรมการทูต (鸿胪寺) เข้าไว้ในกระทรวงพิธีการ (礼部) และมีการปรับโครงสร้างภายในของกระทรวงพิธีการเพิ่มเติม ต่อมาซวนถงปีที่ 3 (ค.ศ. 1911) รัฐบาลชิงได้จัดตั้งคณะรัฐมนตรี (内阁) และปรับระบบราชการใหม่ ส่งผลให้กระทรวงขุนนาง (吏部) ถูกยกเลิก และกระทรวงพิธีการ (礼部) เปลี่ยนเป็นสำนักพิธีการ (典礼院) ทำหน้าที่ดูแล พระราชพิธีของราชสำนัก พระอารามหลวง และสุสานหลวงประจำราชวงศ์ การปฏิรูปดังกล่าวทำให้ระบบหกกระทรวง ซึ่งใช้มาเป็นเวลานานสิ้นสุดลง และถูกแทนที่ด้วยระบบกระทรวงแบบสมัยใหม่

อ้างอิง

[แก้]
  1. 徐连达, บ.ก. (2010). 中国官制大辞典 (ภาษาจีนตัวย่อ). 上海: 上海大学. p. 142. ISBN 978-7-81118-556-0.
  2. 六部按序列为吏部、户部、礼部、兵部、刑部、工部。六部之名始于隋唐。
  3. 六部主官为尚书。
  4. 六部的职掌如下:吏部是管理全国文职官员的机构,故在六部中是最重要的一部;户部是管理全国财政、经济的最高机构;礼部是负责国家礼仪、教化等方面事务的机构;兵部是运用武装力量保护封建国家政权的机构;刑部是运用司法手段维护国家政权的机构;工部是职掌国家土木兴建、水利工程的机构