สโมสรฟุตบอลยาสูบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยาสูบ
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลยาสูบ
ฉายา สิงห์อมควัน
ก่อตั้ง พ.ศ. 2506
สนาม สนามศุลกากร ลาดกระบัง 54
เจ้าของ บริษัท ฟุตบอลยาสูบ จำกัด
ประธานสโมสร น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ไทย
ผู้จัดการทีม สุวงศ์วิทย์ สุขเย็น ไทย
ผู้ฝึกสอน ว่าง
ลีก ลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2
2559 พักทีม 1 ฤดูกาล
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน

สโมสรฟุตบอลยาสูบ (อังกฤษ:Thailand Tobacco Monopoly Football Club ตัวย่อ TTM F.C.) หรือชื่อเดิมคือ สโมสรฟุตบอลพนักงานยาสูบ เป็นสโมสรฟุตบอลในประเทศไทย ลงแข่งขันในระดับลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 บริหารงานโดยบริษัท ฟุตบอลยาสูบ จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง โดยมีสำนักงานใหญ่ของสโมสรตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

สโมสรฟุตบอลยาสูบ จัดเป็นสโมสรฟุตบอลจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไทยที่เก่าแก่ที่สุดทีมหนึ่งที่ยังคงดำเนินกิจการฟุตบอลอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยมีผลงานคว้าแชมป์ไทยลีกดิวิชั่น 1ในฤดูกาล 2543/44 และคว้าแชมป์ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2547/48 แต่กลับต้องพลาดโอกาสลงแข่งขันในรายการระดับทวีปอย่างเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกเนื่องจากส่งรายชื่อผู้เล่นให้เอเอฟซีไม่ทันตามกำหนด

ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2552-2558 สโมสรเปลี่ยนชื่อที่ใช้ในการแข่งขันหลายครั้ง เนื่องจากไม่มีสนามเหย้าประจำเป็นของตนเอง จึงต้องย้ายไปใช้สนามกีฬาตามจังหวัดต่างๆเป็นสนามเหย้าเพื่อใช้ในการแข่งขันแต่ละฤดูกาล โดยในปี พ.ศ. 2552 สโมสรได้ใช้สนามเหย้าที่สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร และเปลี่ยนชื่อทีมจาก สโมสรพนักงานยาสูบ เป็น ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2553 ได้ย้ายสนามเหย้าจากจังหวัดสมุทรสาคร ไปใช้สนามกีฬากลางจังหวัดพิจิตร และเปลี่ยนชื่อเป็น ทีทีเอ็ม เอฟซี-พิจิตร

พ.ศ. 2555 สโมสรย้ายไปใช้สนามเหย้าที่จังหวัดเชียงใหม่ และใช้ชื่อในการแข่งขันว่าว่า ทีทีเอ็ม-เชียงใหม่ ก่อนที่ในปีต่อมาสโมสรมีนโยบายจะย้ายมาเล่นที่จังหวัดลพบุรีในชี่อ พนักงานยาสูบ-ลพบุรี แต่เนื่องจากสนามไม่ผ่านมาตรฐาน จึงล้มเลิกแนวคิดดังกล่าวและย้ายกลับมาเล่นที่กรุงเทพมหานคร

ปี พ.ศ. 2557 ได้ร่วมมือกับสโมสรฟุตบอลศุลกากร ยูไนเต็ด ในการลงแข่งขันในไทยลีก ดิวิชัน 1 โดยใช้ชื่อว่า ยาสูบ ศุลกากร ก่อนที่ศุลกากรจะแยกตัวออกไปเมื่อจบฤดูกาล

ในไทยลีก ดิวิชัน 1 2558 สโมสรลงแข่งขันในชื่อ ยาสูบ เอฟซี และตกชั้นไปเล่นในลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 โดยหลังจากตกชั้น สโมสรประกาศขอพักทีม 1 ฤดูกาล เนื่องจากติดปัญหาข้อกฏหมายของกระทรวงการคลัง[1]

ประวัติสโมสร[แก้]

ก่อตั้ง[แก้]

ปี พ.ศ. 2506 นายเศรณี จินวาลา ได้มีแนวคิดในการก่อตั้งสโมสรฟุตบอลขึ้น เพื่อดำเนินกิจกรรมทางด้านการกีฬาของโรงงานยาสูบ และได้รับการสนับสนุนจากพลเอกหลวงสุทธิสารรณกร (สุทธิ สุขะวาที) ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ และนายกสมาคมพนักงานยาสูบในขณะนั้น จึงได้มีการก่อตั้งสโมสรฟุตบอลของโรงงานยาสูบขึ้นในเวลาต่อมา ภายใต้ชื่อว่า สโมสรฟุตบอลพนักงานยาสูบ

ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน[แก้]

สโมสรฟุตบอลพนักงานยาสูบ เริ่มส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในรายการฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ประเภท ง และได้เลื่อนขึ้นมาเล่นในฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ประเภท ค ในปี พ.ศ. 2513

พ.ศ. 2517 สโมสรได้เลื่อนชั้นขึ้นมาแข่งขันในฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ประเภท ข ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 ได้หยุดส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันโดยไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลรายการใดๆเลย

โดยหลังจากที่หยุดส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันได้ระยะหนึ่ง สโมสรได้กลับมาเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทานอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2535 และต้องกลับไปเริ่มใหม่จากประเภท ง โดยสโมสรสามารถคว้าแชมป์ ถ้วยพระราชทาน ประเภท ง ประจำปี 2535 ได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็นแชมป์แรกของสโมสรสำหรับรายการที่จัดขึ้นโดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมกับได้เลื่อนขึ้นไปเล่นในถ้วย ค

ในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ค ประจำปี 2536 สโมสรสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ทำให้ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในประเภท ข ในปีต่อมา

ปี พ.ศ. 2537 ถึงแม้ในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ข สโมสรจะตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ก็สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลยามาฮ่า ไทยแลนด์ คัพ ครั้งที่ 10 ได้สำเร็จ ก่อนที่ในปีต่อมาสโมสรจะคว้าตำแหน่งรองแชมป์ถ้วย ข ประจำปี 2538 พร้อมกับได้สิทธิเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในการแข่งขันฟุตบอลระดับสูงสุดของประเทศเป็นครั้งแรก

ไทยแลนด์ ซอกเกอร์ลีก[แก้]

ปี พ.ศ. 2539 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้เปลี่ยนแปลงระบบการแข่งขันฟุตบอลในประเทศไทย ให้มีความเป็นสากล และก่อตั้งระบบฟุตบอลลีกสูงสุดขึ้นเป็นครั้งแรกใน จอห์นนีวอล์กเกอร์ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก 2539 โดยประกอบด้วย 18 ทีมจากฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ก ที่ต้องมาแข่งขันกันในระบบลีก [2]

สโมสรฟุตบอลพนักงานยาสูบ ในฐานะรองแชมป์ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ข ได้ลงแข่งขันในลีกสูงสุดฤดูกาลแรกของประเทศไทย โดยเป็น 1 ใน 5 สโมสรจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไทยในฤดูกาลนั้น แต่กลับทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร และตกชั้นไปเล่นในไทยลีก ดิวิชัน 1 เมื่อจบฤดูกาล

ดิวิชั่น 1[แก้]

ในการแข่งขัน ดิวิชัน 1 ฤดูกาล 2540/41 สโมสรยังคงมีผลงานที่ย่ำแย่ โดยจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 12 จาก 16 ทีม

ฤดูกาล 2541/42 และ 2542/43 สโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 8 ก่อนจะคว้าแชมป์ดิวิชัน 1 ได้ในฤดูกาล 2543/44 และกลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดหรือไทยพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก[แก้]

ในการแข่งขันจีเอสเอ็มไทยลีก 2544/45 สโมสรพนักงานยาสูบ ที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด สามารถหนีตกชั้นได้สำเร็จโดยจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 8 จาก 12 ทีม

ฤดูกาลต่อมาใน จีเอสเอ็มไทยลีก 2545/46 สโมสรฟุตบอลพนักงานยาสูบยังคงต้องหนีตกชั้นอีกเช่นเคย โดยชนะในลีกเพียงแค่ 5 นัด และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 8 จากทั้งหมด 10 ทีม ที่ร่วมแข่งขัน ก่อนที่ในฤดูกาลต่อมาจะจบฤดูกาลด้วยอันดับเดิม และมีคะแนนห่างจากทีมตกชั้นแค่ 3 คะแนน

ฤดูกาล 2547/48 สโมสรได้แต่งตั้งให้ ฌูแซ อัลวีส บอจีส โค้ชชาวบราซิล เป็นผู้ฝึกสอนคนใหม่ โดยบอจีสนับเป็นผู้ฝึกสอนชาวต่างชาติคนแรกของสโมสร และประสบความสำเร็จเมื่อสามารถพาสโมสรคว้าแชมป์ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีม ซึ่งการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศไทยในฤดูกาลดังกล่าว ถือเป็นการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกและครั้งเดียวของสโมสรจวบจนถึงปัจจุบัน

ฤดูกาล 2549 หลังจากสโมสรคว้าแชมป์ลีกได้ในฤดูกาลก่อน ทำให้สโมสรได้สิทธิในการลงแข่งขันฟุตบอลระดับทวีปเอเชียอย่างเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2006 ร่วมกับสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในฐานะแชมป์และรองแชมป์ของไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก แต่ทั้ง 2 สโมสรกลับส่งรายชื่อผู้เล่นให้เอเอฟซีไม่ทันตามที่กำหนด จึงทำให้ทั้ง 2 สโมสรถูกตัดสิทธิและพลาดโอกาสลงเล่นในรายการระดับทวีปไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนการแข่งขันในลีก สโมสรไม่สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้และจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 4

ในฤดูกาล 2552 ทางสโมสรได้มีการเปลี่ยนชื่อสโมสร เพื่อให้เป็นไปตาม วิสัยทัศน์ของเอเอฟซี และในฤดูกาล 2553 ได้ย้ายทีมมารวมกับจังหวัดพิจิตร ทางสโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น สโมสรฟุตบอลยาสูบ พิจิตร (ทีทีเอ็ม-เอฟซี พิจิตร) และมาเป็น ทีทีเอ็ม เชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2555[3] และในฤดูกาล 2556 ได้ย้ายไปที่จังหวัดลพบุรี และใช้ชื่อทีมว่า "พนักงานยาสูบ ลพบุรี" โดยใช้สนามกีฬาพระราเมศวรเป็นสนามเหย้า แต่ไม่ได้ใช้สนามนี้เพราะทางไทยพรีเมียร์ลีกไม่อณุญาติ จึงไปใช้สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาแทน แต่ก็ใช้ไปเพียงนัดเดียวเท่านั้น และผ่านไปเพียง 3 นัด ก็ได้แยกทางกับลพบุรี และไปใช้สนามบุณยะจินดาเป็นสนามเหย้าแทน และใช้ชื่อทีมว่า ทีทีเอ็ม เอฟซี

ลีกวัน[แก้]

ตราสโมสร[แก้]

ผลงาน[แก้]

2552: รอบรองชนะเลิศ

ผลงานในระดับ เอเชีย[แก้]

2006: ถูกตัดสิทธิเนื่องจากส่งรายชื่อผู้เล่นไม่ทันตามที่เอเอฟซีกำหนด

ผลงานในระดับ อาเซียน[แก้]

  • อาเซียน คลับ แชมเปียนชิพ : เข้าร่วม 1 ครั้ง
2005: รอบแบ่งกลุ่ม
  • สิงค์โปร คัพ : เข้าร่วม 2 ครั้ง
2008: รอบรองชนะเลิศ
2009: ผ่านเข้าสู่ รอบรองชนะเลิศ

ผู้เล่น[แก้]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน2558[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ไทย GK ประสิทธิ์ น่วมศาลา
3 ไทย DF ปิยะวัฒน์ เปี่ยมเจริญ
4 ไทย DF ศรัณย์ สมิงชัย
6 ไทย DF เจษฎา จิตสวัสดิ์
7 ไทย MF สรรเพชร แก้วช่วย
8 ไทย MF ศรันยู สมคะเณย์
9 ไทย FW ชาคริต ระวันประโคน
11 ไทย MF ภาณุพงศ์ อารัมภ์วิโรจน์
13 ไทย DF อนุสรณ์ เอี่ยมภาษี
14 ไทย DF ชาญชัย นันสีบุตร
15 ไทย MF อลงกต ชันแสง
16 ไทย MF ชรินทร์ บุตรฮาด
17 ไทย DF พิศาล เสาวดี
18 ไทย GK ธีรภัทร์ ต้ออาษา
19 บราซิล MF ยูเลียน ซูซ่า ดา ซิลวา
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
20 ไทย MF สุธี สุขสมกิจ Captain sports.svg
21 ไทย MF ประเวศ หอเจริญ
22 ไทย FW เอกอาทิตย์ สมจิตร
23 ไทย MF ภูวนาท แสงศรี
24 ไทย DF วรานนท์ ปรางจันทร์
27 ไทย FW ณัฐภัทร สมศรี
28 ไทย MF จารุพงศ์ สังข์พงษ์
29 ไทย DF คมกริช คำโสกเชือก
31 อาร์เจนตินา GK ลูคัส แดเนี่ยล
34 ไทย DF ธนพงศ์ สุขสมนาค
35 ไทย FW ปารเมศ มาศขุนทด
38 อาร์เจนตินา FW มาติอัส เรซิโอ้

อดีตผู้เล่นสำคัญ[แก้]

สถิติ[แก้]

ฤดูกาล แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย +/- แต้ม อันดับ หมายเหตุ
ไทยพรีเมียร์ลีก 2552 30 8 13 9 29 32 -3 37 อันดับ 8 เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ
ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2551 30 7 12 11 20 25 -5 33 อันดับ 12 สิงคโปร์คัพ รอบรองชนะเลิศ
ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2550 30 12 8 10 43 42 +1 44 อันดับ 6
ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2549 22 9 8 5 30 24 +6 35 อันดับ 4 เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือก
ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2547/48 18 9 7 2 26 11 +15 34 ชนะเลิศ อาเซียน คลับ แชมเปียนชิพ รอบแบ่งกลุ่ม
ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2546/47 18 4 7 7 16 18 -2 19 อันดับ 8
จีเอสเอ็มไทยลีก 2545/46 18 5 6 7 22 25 -3 21 อันดับ 8
จีเอสเอ็มไทยลีก 2544/45 22 8 2 12 24 35 -11 26 อันดับ 8
ไทยแลนด์ ดิวิชัน 1 2543 - - - - - - - - ชนะเลิศ เลื่อนชั้น สู่ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก
ไทยแลนด์ ดิวิชัน 1 2542 - - - - - - - - อันดับ 8
ไทยแลนด์ ดิวิชัน 1 2541 - - - - - - - - อันดับ 8
ไทยแลนด์ ดิวิชัน 1 2540 - - - - - - - - อันดับ 12
จอห์นนีวอล์กเกอร์ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก 2539 34 7 14 13 37 44 -7 35 อันดับ 13 ตกชั้น สู่ ไทยลีก ดิวิชัน 1

การแข่งขัน[แก้]

      ชนะ       เสมอ       แพ้


ไทยลีค[แก้]

นัด  1  2  3  4  5  6  7  8  9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30
ผล 3-0 1-2 1-2 0-0 0-1 0-1 4-0 1-1 2-1 0-0 1-1 0-0 2-1 2-1 1-1 1-1 2-2 0-3 0-4 0-0 0-1 0-0 2-1 1-0 2-2 1-0 1-1 0-2 0-2 1-1
อันดับ  1  7 10 11 13 14 11 11  6  9  9 10  8  6  6  6  6  7  8  8  9 10  7  7  7  7  8  8  8  8

เอฟเอ คัพ[แก้]

รอบ 1 2 3 4 5 6
ผล - - 1-0 1-0 3-0 3 (0) -3 (3)

ทำเนียบผู้ฝึกสอน[แก้]

  • รายชื่อผู้ฝึกสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543
ชื่อ สัญชาติ ตั้งแต่ ถึง ความสำเร็จ
อนันต์ อมรเกียรติ ไทย ไทย 2543 2547 ไทยลีก ดิวิชัน 1 2543
ฌูแซ อัลวีส บอร์จีส บราซิล บราซิล 2547 2549 แชมป์ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2547/48
ฌูแซ กาลูส ดา ซิลวา บราซิล บราซิล 2550 2550
ลูอิส เมเยอร์ บราซิล บราซิล 2550 2550
กวิน คเชนทร์เดชา ไทย ไทย 2551 2551
ประจักษ์ เวียงสงค์ ไทย ไทย กรกฎาคม 2551 พฤศจิกายน 2551
อรรถพล บุษปาคม ไทย ไทย พฤศจิกายน 2551 เมษายน 2552
กิจ มีศรีสุข ไทย ไทย เมษายน 2552 สิงหาคม 2552
ประจักษ์ เวียงสงค์ ไทย ไทย สิงหาคม 2552 เมษายน 2553
ฌูแซ อัลวีส บอร์จีส บราซิล บราซิล เมษายน 2553 ตุลาคม 2553
พนิพล เกิดแย้ม ไทย ไทย ตุลาคม 2553 พฤศจิกายน 2553
เมียง โฮ แบ เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ พฤศจิกายน 2553 เมษายน 2554
อี ยอง มู เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ พฤษภาคม 2554 มกราคม 2555
สมชาย ชวยบุญชุม ไทย ไทย มกราคม 2555 มีนาคม 2555
ณรงค์ สุวรรณโชติ ไทย ไทย มีนาคม 2555 พฤษภาคม 2555
ฌูแซ กาลูส ดา ซิลวา บราซิล บราซิล พฤษภาคม 2555

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]