สเปรย์พริกไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การใช้งาน สเปรย์พริกไทย

สเปรย์พริกไทย รู้จักในชื่อ OC spray ซึ่งมาจาก “Oleoresin Capsicum” (น้ำมันจำพวกพริก) , OC gas, capsicum spray (สเปรย์พริก) หรือ oleoresin capsicum) เป็นสารทำให้น้ำตาไหล (สารเคมีที่ทำให้ตาระคายเคือง น้ำตาไหล เจ็บปวด ตาบอดชั่วคราว) ใช้เพื่อควบคุมการจลาจล ฝูงชน และการป้องกันตัวเอง อันประกอบด้วยการป้องกันตัวจากหมีและหมา โดยสเปรย์พริกไทย ไม่เป็นสารที่ทำให้ตายได้ สารที่ทำหน้าที่ใน สเปรย์พริกไทย คือ capsaicin[1]

การออกฤทธิ์[แก้]

การออกฤทธิ์ ของสเปรย์พริกไทย[2] เป็นตัวทำให้เกิดการอักเสบ มันจะมีผลในทันที ตาจะปิดลง น้ำหูน้ำตาไหล หายใจลำบาก และไอ ระยะเวลาของผลที่ได้เกิดขึ้นกับความเข้มข้นของสเปรย์ แต่จะกินเวลาเฉลี่ย 30 นาที ถึง 45 นาที ในรายที่แพ้จะกินเวลานานเป็นชั่วโมง

สเปรย์พริกไทย เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ได้รับความนิยมเพื่อการป้องกันตัวของผู้หญิงมาเป็นเวลานาน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่หยุดคนร้ายได้จริง แต่ไม่ส่งผลแค่เพียงให้เกิดอาการไอจาม หรือแสบตา ลืมตาไม่ขึ้น โดยอาการทั้งหมดจะหายไปในเวลา ประมาณ 15-30 นาที ซึ่งจะไม่ส่งผลร้ายกับคนร้ายในระยะยาว แต่ก็เป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการหนีเอาตัวรอด

โดยธรรมชาติของสเปรย์พริกไทย เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่เหมาะกับการนำมาใช้ป้องกันตัวแบบตั้งรับ สำหรับคนร้ายที่จะนำสเปรย์พริกไทย มาใช้จู่โจมผู้อื่นนั้นยาก เนื่องจากผู้ฉีดจะต้องหนีไปอีกทาง หากจะวิ่งไล่ฉีดผู้อื่น คนร้ายก็จะโดนสเปรย์พริกไทยไอจามไป จึงไม่เหมาะกับการนำสเปรย์พริกไทย ไปทำร้ายผู้อื่นเป็นอย่างยิ่ง

การปฐมพยาบาล[3][แก้]

หากเข้าดวงตา ให้รีบล้างหน้า ล้างตา ด้วยน้ำนมสด (เอาแบบธรรมดา แบบพร่องมันเนย ใช้ไม่ได้ เพราะสเปรย์พริกไทยจะละลายได้ดีในไขมัน ซึ่งนมสดธรรมดาจะมีไขมันสูง) หรือถ้าหาไม่ได้ ล้างด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้งจนหายเคืองตา

หากถูกผิวหนัง ซึ่งจะมีอาการแสบคันที่ผิวหนัง แสบคันเหมือนเวลาโดนพริกแต่แสบมากกว่า สามารถล้างด้วยสบู่หลายครั้ง ถ้าให้ดีควรล้างด้วยน้ำเย็น และอย่าเอานิ้วไปโดนดวงตา เพราะบางทีล้างหลายครั้งแล้ว แต่พอมือไปขยี้ตาก็จะแสบตา ถ้าทางการแพทย์จะใช้ 5% sodium bisulfite เช็ดผิวหนังเพื่อเอาสาร OC (Oleoresin of capsicum) อันเป็นส่วนประกอบในน้ำยาออก

กฎหมายควบคุม[แก้]

กฎหมายประเทศไทย สเปรย์พริกไทย สามารพกพาได้ โดยไม่เข้าข่ายยุทธภัณฑ์ ไม่ผิดกฎหมายอาญา[4][5] แต่ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง รายชื่อวัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ในลำดับที่ 258 ได้ระบุไว้ว่า “ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสำคัญที่ใช้เพื่อขัดขวางระบบการ ทำงานของร่างกายเป็นการชั่วคราวเพื่อการป้องกัน ตัวหรือทำร้ายผู้อื่น ” เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 โดย ห้ามมิให้ นำเข้า จำหน่าย พกพา สำหรับผู้ที่ฝ่าผืนมีโทษจำคุก 10 ปี หรือปรับ1,000,000 บาท โดยทั้งนี้ คณะกรรมการอาหารและยา ติดความว่าหมายถึง สเปรย์พริกทุกชนิด[6]

สำหรับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับประกาศนี้ มีอยู่มากในประเทศไทย โดยมีความเห็นว่า สเปรย์พริกไทย ควรจะพกพาได้ แต่ควรมีการควบคุมในรูปบบอื่นๆ แทนการประกาศห้ามทุกกรณี ดังเช่นปัจจุบัน ทำให้มีการรวบรวมรายชื่อเสนอ แก้ไขประกาศดังกล่าวกับ สำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.)โดย www.ThaiBodyGuard.com แสดงตัวเป็นผู้รวบรวมรายชื่อดังกล่าว[7]

อ้างอิง[แก้]