สเตรนเจอร์ ธิงส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สเตรนเจอร์ ธิงส์
สเตรนเจอร์ ธิงส์
ประเภท
สร้างโดยพี่น้องตระกูลดัฟเฟอร์
แสดงนำ
ผู้ประพันธ์
  • ไคล์ ดิกสัน
  • ไมเคิล สไตน์
ประเทศแหล่งกำเนิด สหรัฐ
ภาษาต้นฉบับภาษาอังกฤษ
จำนวนฤดูกาล3
จำนวนตอน25
การผลิต
ผู้อำนวยการผลิต
สถานที่ถ่ายทำแจ็กสัน (รัฐจอร์เจีย)
ผู้กำกับภาพ
  • ทิม ไอฟส์
  • ท้อด แคมป์เบลล์
ความยาวตอน42–55 นาที
บริษัทผู้ผลิต
ผู้จำหน่ายเน็ตฟลิกซ์ , วอร์เนอร์บราเธอส์
ออกอากาศ
เครือข่ายเน็ตฟลิกซ์
ระบบภาพ
ระบบเสียงดอลบีดิจิทัล 5.1
ออกอากาศ15 กรกฎาคม 2559 –
ปัจจุบัน
แหล่งข้อมูลอื่น
เว็บไซต์

สเตรนเจอร์ ธิงส์ (อังกฤษ: Stranger Things) เป็นภาพยนตร์ชุดอเมริกันแนววิทยาศาสตร์-สยองขวัญซึ่งออกอากาศทางเน็ตฟลิกซ์ ได้รับการสร้าง เขียนบท และกำกับโดยพี่น้องตระกูลดัฟเฟอร์ และอำนวยการบริหารโดยพี่น้องตระกูลดัฟเฟอร์, ชอว์น เลวี, และแดน โคเฮน ฤดูกาลแรกออกฉายครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2016 แสดงโดย วิโนนา ไรเดอร์, เดวิด ฮาร์เบอร์, ฟินน์ วูล์ฟฮาร์ด, มิลลี บ็อบบี บราวน์, เกเตน มาตาราซโซ, เคเล็บ แมตลาฟลิน, นาตาเลีย ไดเออร์, ชาร์ลี ฮีตัน, คาร่า บูโอโน่ และ แมททิว โมไดน์, พร้อมทั้ง โนอาห์ ชแนปป์ และ โจ เคียรี่

ประวัติ[แก้]

เนื้อเรื่อง[แก้]

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในเมืองสมมุติ Hawkins ในรัฐอินดีแอนา ช่วงปี 80 ฤดูกาลแรกนั้นมุ่งเน้นไปที่การตามหาเด็กชายที่หายไปทางกลางเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นในเมือง รวมทั้งการปรากฏตัวของเด็กสาวที่มีพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุที่ช่วยเพื่อน ๆ ของเด็กชายที่หายไปตามหาเขา

ตัวละครที่ปรากฏ[แก้]

พี่น้องตระกูลดัฟเฟอร์ ชอว์น เลวี และนักแสดงสเตรนเจอร์ทิงส์

ตัวละครหลัก[แก้]

จอยซ์ ไบเยอร์ส (Joyce Byers)[2]
รับบทโดย วิโนนา ไรเดอร์
แม่ของวิลล์และโจนาธาน ทำงานเป็นพนักงานร้าน Melvald's General Store เธอตามหาลูกชายขณะหายตัวไป เคยแต่งงานกับ โลนนี่ ไบเยอร์ส แต่หย่าร้างกัน เป็นผู้ที่รู้ว่าวิลยังมีชีวิตอยู่
จิม ฮ็อปเปอร์ (Jim Hopper)[2]
รับบทโดย เดวิด ฮาร์เบอร์
สารวัตรตำรวจของเมืองฮอว์กินส์ เพื่อนสนิทของ จอยซ์ หลังจากสูญเสียลูกสาวไปด้วยโรคมะเร็ง เขาก็หย่าร้างและกลายเป็นนักดื่ม ก่อนจะเข้ามาพัวพันกับเรื่องการหายตัวไปของวิลและห้องแล็บฮอว์กินส์ ในฤดูกาลที่ 2 เป็นผู้ดูแลอีเลฟเวนจนถูกรับเป็นพ่อบุญธรรม ในฤดูกาลที่ 3 ฮอปเปอร์ไม่ชอบหน้าของไมค์ เนื่องจากเขามีความสัมพันธ์ความรักกับอิเลฟเวน และในฤดูกาลที่ 4 ฮอปเปอร์รอดจากห้างสตาร์คอร์ต มอลล์ได้แต่ต้องติดอยู่ในเรืองจำของที่ประเทศรัสเซีย
ไมเคิล ไมค์ วิลเลอร์ (Michael "Mike" Wheeler)[3]
รับบทโดย ฟินน์ วูล์ฟฮาร์ด
พระเอกของเรื่อง ลูกคนกลางของบ้านวีลเลอร์ เป็นน้องชายของแนนซี่และพี่ชายของฮอลลี่ และเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทสามคนของวิลล์ คนรักของแอล ในฤดูกาลที่ 2 เขากำลังจะติดต่อเธอแต่ไม่ผลเป็นเวลา 352 วัน ในฤดูกาลที่ 3 เขาได้กลายเป็นคนรักหรือแฟนหนุ่มของอิเลฟเวนเต็มตัว ทำให้ฮอปเปอร์กังวลและไม่ชอบหน้าเขาสักเลย
อิเลฟเวน (Eleven)[3] / แอล (El) / เจน อิเวส (Jane Ives)
รับบทโดย มิลลี บ็อบบี บราวน์
นางเอกของเรื่อง เด็กสาวที่มีพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุ เป็นเด็กที่ถูกทดลองจากห้องแล็บฮอว์กินส์และได้หลบหนีจากห้องแล็บ ในช่วงที่ออกจากห้องแล็บรู้จักคำอยู่แค่ไม่กี่คำ จนกระทั่งได้พบกับไมค์ทำให้เริ่มที่จะพูดและสื่อสารได้ปกติและเรียกเธอว่า แอล (El) อาหารโปรดคือวาฟเฟิลสำเร็จรูปเอ็กโก้ เป็นผู้เปิดประตูโลกกลับด้านและเป็นจุดชนวนเริ่มต้นที่เกิดขึ้น สามารถสื่อสารโทรจิตได้ด้วยน้ำและเสียงคลื่นรบกวน ในช่วงท้ายของฤดูกาลที่ 1 ได้กำจัดเดโมกอร์กอนที่ลักพาตัววิลและอยู่ในโลกกลับด้าน
ในฤดูกาลที่ 2 อิเลฟเวนรอดจากการถูกระเบิดทำให้ติดอยู่ในโลกกลับด้าน แต่ก็ได้กลับเข้ามายังโลกจริงและอาศัยอยู่กับจิม และเมื่ออยู่อาศัยในบ้านทำให้ถูกจิมสั่งไม่ให้ออกนอกบ้าน แต่มักจะไม่พอใจที่จิมทำผิดสัญญา จนกระทั่งได้ค้นแฟ้มคดีที่จิมสืบได้พบว่าแม่ที่แท้จริงอยู่ที่ไหนจึงได้ไปพบและค้นความทรงจำซึ่งชื่อจริงของอิเลฟเวนมีชื่อว่า เจน อินเวส
ในฤดูกาลที่ 3 เธอเป็นคนรักหรือแฟนสาวของไมค์เต็มตัว จึงทำให้ฮอปเปอร์ ผู้เป็นพ่อบุญธรธรมของเธอกังวลไม่พอใจทั้งคู่ และในตอนจบเธอตัดสินใจที่จะไปอยู่กับครอบครัวไบเยอร์สของเธอเลี้ยงดูแลแทนฮอปเปอร์ เนื่องจากเธอสูญเสียพ่อบุญธรรมและพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุของเธอ ทำให้เธอไม่สามารถใช้พลังนี้อีกต่อไป และกลายเป็นเด็กสาวธรรมดาๆ และย้ายไปอยู่ เมืองเลโอร่า ฮิลล์, รัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมกับจอย์ซ์, โจนาธานและวิล เพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ของเธอ
วิล ไบเยอร์ส (Will Byers)[3]
รับบทโดย โนอาห์ ชแนปป์
ลูกคนน้องของบ้านไบเยอร์ส น้องชายของโจนาธานและเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของไมค์ เป็นเหยื่อของเดโมกอร์กอนจับตัวไปยังโลกกลับด้าน ในช่วงที่อยู่ในโลกกลับด้านวิลได้พยายามจะสื่อสารกับจอยซ์ผู้เป็นแม่ด้วยหลอดไฟเพื่อช่วยเหลือให้กลับมายังโลกเดิม หลังจากที่จอยซ์และจิมช่วยเหลือจากโลกกลับด้านวิลได้คายสิ่งมีชีวิตจากโลกกลับด้านซึ่งนั่นก็คือเดโมกอร์กอนแบบตัวอ่อน ในฤดูกาลที่ 2 วิลถูกมายด์เฟลย์เยอร์าจากโลกกลับด้านควบคุมและสามารถมองเห็นโลกกลับด้าน ในฤดูกาลที่ 3 วิลล์ไม่มีคนรักหรือแฟนสาวของตนเอง เนื่องจากเขากำลังดิ้นรนเพื่อไล่ตามวัยเด็กที่เขาสูญเสียไปได้รับผลจากการกลับโลกกลับด้านเป็นเวลาสองปี และตอนจบเขาตัดสินใจย้ายเมืองไปอยู่ที่ เมืองเลโนร่า ฮิลล์, รัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมกับโจนาธาน พี่ชายของเขา, จอย์ซ แม่ของเขา และอิเลฟเวน เพื่อนสนิทของเขา ส่งผลให้พวกเพื่อนๆของเขาเศร้าเสียใจ
ดัสติน เฮนเดอร์สัน (Dustin Henderson)[3]
รับบทโดย เกเตน มาตาราซโซ
หนึ่งในเพื่อนสนิทของวิลล์ มีร่างกายที่ผิดปกติโดยเฉพาะส่วนฟันในปากขึ้นช้า มีนิสัยชอบผจญภัยและกล้าหาญ ในฤดูกาลที่ 2 เขาได้กลายเป็นเพื่อนชนิทคู่หูของสตีฟ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน ในฤดูกาลที่ 3 เขามีคนรักหรือแฟนสาวของเขาที่ชื่อว่า Suzie ที่พบกันครั้งแรกในแคมป์
ลูคัส ซินแคลร์ (Lucas Sinclair)[3]
รับบทโดย เคเล็บ แมตลาฟลิน
หนึ่งในเพื่อนสนิทของวิลล์ ผิวสี ในช่วงแรกยังไม่เชื่อใจอิเลฟเวน แต่หลังจากที่พิสูจน์ว่าอิเลฟเวนไม่ใช่คนไม่ดีทำให้ยอมรับ ในฤดูกาลที่ 3 เขาได้กลายเป็นคนรักของแม็กซ์
แนนซี่ วิลเลอร์ (Nancy Wheeler)[3]
รับบทโดย นาตาเลีย ไดเออร์
ลูกสาวคนโตของบ้านวีลเลอร์ อดีตคนรักของสตีฟและคนรักของโจนาธาน
โจนาธาน ไบเยอร์ส (Jonathan Byers)[3]
รับบทโดย ชาร์ลี ฮีตัน
ลูกคนโตของบ้านไบเยอร์ส พี่ชายของวิลล์ เป็นคนเงียบ ๆ ที่ชอบถ่ายรูป คนรักของแนนซี่
สตีฟ แฮร์ริงตัน (Steve Harrington)[4]
รับบทโดย Joe Keery
อดีตคนรักของแนนซี่ เป็นดาวเด่นของโรงเรียนไฮสคูลของเมืองฮอว์กินส์ ในช่วงแรกเป็นศัตรูของโจนาธานเนื่องจากได้ไปยุ่งกับแนนซี่ที่เป็นคนรักของตน แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่แนนซี่บอกเลิกกับสตีฟทำให้เริ่มเปลี่ยนความคิดใหม่และเป็นผู้ที่เห็นสิ่งมีชีวิตโลกกลับด้านอีกคน ภายหลังจากนั้นสตีฟได้เพื่อนชนิทคู่หูของดัสติน ในฤดูกาลที่ 3 สตีฟได้ทำงานเป็นพนักงานร้านสโคปอาฮอย เนื่องจากพ่อได้ทราบถึงเกรดเรียนที่ไม่ดีเท่าไหร่จึงทำให้ต้องมาทำงาน
แม็กซีน แม็กซ์ เมย์ฟืลด์ (Maxine "Max" Mayfield)
รับบทโดย เซดี้ ซิงค์
ปรากฏตัวตั้งแต่ฤดูกาลที่ 2 เป็นน้องสาวบุญธรรมของบิลลี่ และทอมบอยที่ลูคัสและดัสตินสนใจ[5] เข้ามาย้ายเมืองพร้อมกับบิลลี่เธอชอบใช้สเก็ตบอร์ดเป็นเครื่องเดินทาง และมีชื่อแฝงในวงการเกมอาร์เขตว่า แมดแม็กซ์ (Madmax) ในฤดูกาลที่ 3 เธอได้กลายเป็นเพื่อนชนิทของอิเลฟเวน และเธอได้กลายเป็นคนรักของลูคัส
บิลลี่ ฮาร์กรูฟ (Billy Hargrove)
รับบทโดย เคเคอร์ มอนต์โกเมรี
ปรากฏตัวตั้งแต่ฤดูกาลที่ 2 พี่ชายบุญธรรมของแม็กซ์ เป็นนักเรียนใหม่ของโรงเรียนไฮสคูลของเมืองฮอว์กินส์ มีนิสัยใช้อารมณ์รุนแรงและมักจะพูดจารุนแรงใส่แม็กซ์ตลอด ในฤดูกาลที่ 3 บิลลี่ทำงานเป็นไลฟ์การ์ดในสระว่ายน้ำของเมืองฮอว์กินส์และกลายเป็นขวัญใจต่อลูกค้าสาวๆ ทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ แต่ว่ากลับได้พบมายด์ฟลายเยอร์ที่กำลังมีจะมีร่างกายที่สมบูรณ์ได้ดูดควบคุมจิตใจทำให้กลายเป็นคนละคนและได้รวมรวมประชากรในเมืองฮอว์กินส์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมายด์เฟลย์เยอร์
บ็อบ นิวบี้ (Bob Newby)
รับบทโดย ฌอน แอสติน
ปรากฏในฤดูกาลที่ 2 มีอาชีพเป็นผู้จัดการร้าน เรดิโอแช็ค เป็นเพื่อนกับจอยซ์ตั้งแต่สมัยเรียนและเริ่มคบหากันหลังจากที่ได้พบวิล เสียชีวิตจากการถูกฝูงเดโมด็อกรุมโจมตีและกัดกิน
โรบิน บัคกีย์ (Robin Buckey)[6]
รับบทโดย มายา ฮอก์ส
ปรากฏในฤดูกาลที่ 3 เป็นเพื่อนร่วมงานของสตีฟในร้านสโคปอาฮอย (Scoops Ahoy) รู้เรื่องภาษารัสเซีย
เอริกา ซินแคลร์ (Erica Sinclair)
รับบทโดย ไปรอา เฟอร์กูสัน
น้องสาวของลูคัส
เมอร์เรย์ บาวแมน (Murray Bauman)
รับบทโดย Brett Gelman
เพื่อนของฮอปเปอร์และจอย์ซ
เอดดี มันสัน (Eddie Munson)
รับบทโดย โจเซฟ ควินน์
ปรากฏตัวครั้งแรกฤดูกาลที่ 4 เป็นเพื่อนใหม่ของพวกไมค์ และหัวหน้าชมรม D&D ของ Hawkins High ที่มีชื่อว่า Hellfire Club
อาร์ไกล์ (Argyle)
รับบทโดย Eduardo Franco
ปรากฏตัวครั้งแรกในฤดูกาลที่ 4 หนุ่มคนส่งพิซซ่าจากร้าน Surfer Boy Pizza เป็นเพื่อนชนิทคนใหม่ของโจนาธาน เป็นหนุ่มขี้ยา ที่รักความสนุกสนาน
ปีเตอร์ บัลลาร์ด (Peter Ballard)
รับบทโดย เจมี แคมป์เบลล์ บาวเวอร์
ปรากฏตัวครั้งแรกในฤดูกาลภาค 4 เป็นพยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลจิตเวช เขาเป็นคนขยันแลพทำงานอย่างระเบียบ เขาเบื่อความโหดร้ายที่ได้เห็นทุกวันในโรงพยาบาลจิตเวลเขาจะสามารถยืดหยัดได้ไหมนะ

ตัวละครที่กลับมาวนเวียน[แก้]

ลอนนี ไบเยอรส์ (Lonnie Byers)
รับบทโดย รอส พาร์ทริด
อดีตสามีของจอยซ์ และพ่อของโจนาธานและวิล ปัจจุบันเขาเป็นคนขี้เหล้าและอาศัยอยู่กับแฟนสาวชื่อว่า Cynthia
คาเรน วีลเลอร์ (Karen Wheeler)[7]
รับบทโดย คาร่า บูโอโน่
แม่ของ แนนซี่, ไมค์และฮอลลี่
บาบาร่า บาร์บ ฮอลแลนด์ (Barbara "Barb" Holland)[8]
รับบทโดย แชนนอน ฟุตเซอร์
เพื่อนสนิทของแนนซี่ หายตัวไปที่สระน้ำบ้านของสตีฟ ในฤดูกาลแรก และเสียชีวิตจากการถูกเดโมกอร์กอนสังหารแต่ว่าถูกทางการรัฐบาลปิดข่าวว่าเสียชีวิตจากการติดเชื้อสายเคมี
มาร์ติน เบรนเนอร์ (Martin Brenner)[9]
รับบทโดย แมททิว โมไดน์
นักวิทยาศาสตร์ผู้คุม ห้องแล็บฮอว์กินส์[10]
แซม โอเวนส์ (Sam Owens)
รับบทโดย พอล เรย์เซอร์
ทอมมี เอช. (Tommy H.)
รับบทโดย Chester Rushing
อดีตเพื่อนชนิทของสตีฟ ต่อมากลายเป็นศัตรูของสตีฟและเป็นแฟนหนุ่มของแครอล
แครอล (Carol)
รับบทโดย Chelsea Talmadge
อดีตเพื่อนชนิทของสตีฟ ต่อมากลายเป็นศัตรูของสตีฟ เป็นแฟนสาวของทอมมี
ฮอลลี่ วิลเลอร์ (Holly Wheeler)
รับบทโดย Tinsley-Anniston Price
ลูกสาวคนเล็กของบ้านวิลเลอร์และน้องสาวของแนนซี่และไมค์
เท็ด วีลเลอร์ (Ted Wheeler)
รับบทโดย Joe Chrest
พ่อของแนนซี่, ไมค์และฮอลลี่ และสามีของคาเรน
คลาวด์เดีย เฮนเดอร์สัน (Claudia Henderson)
รับบทโดย Catherine Curtin
แม่ของดัสติน
คีธ (Keith)
รับบทโดย Matty Cardarople
เทเรซา เทอร์รี่ อิเวส (Teresa "Terry" Ives)
รับบทโดย Aimee Mullins
แม่ของอิเลฟเวน ถูกนักวิทยาศาสตร์ผู้คุมห้องแล็บขโมย เจน หรือ อีเลฟเวน ลูกสาวของเธอไป หลังจากที่สูญเสียลูกได้ไปยังห้องแล็บเพื่อตามหาเจน แต่ว่าถูกนักวิทยาศาสตร์ใช้คลื่นกระแสไฟฟ้าแรงสูงใส่สมองของเธอทำให้ไม่สามารถที่จะสื่อสารได้ปกติ มีเพียงคำพูดที่ถูกย้ำจำได้จากสมองที่จดจำ
กาลี ปราสาท (Kali Prasad)
รับบทโดย Linnea Berthelsen
พี่สาวบุญธรรมของอิเลฟเวน เป็นหนึ่งในเด็กที่ถูกจับเป็นผู้ทดลองในห้องแล็บฮอว์กินส์ หมายเลข 008 อยู่กับอิเลฟเวนในห้องสายรุ้งของห้องทดลองฮอว์กกินส์ และเมื่อมีพลังจิตที่แข็งแกร่งขึ้นทำให้ได้ทำร้ายและหลบหนีไปยังเมืองหนึ่งได้พบกับเอ็กเซล, มิค, ฟันไชน์, ดอทตี้ จนสร้างแก๊งโจรขึ้นมา
เบคกี้ อิเวส (Becky Ives)
รับบทโดย Amy Seimetz
พี่สาวของเทอร์รี และป้าแท้ๆของอิเลฟเวน เธอเป็นคนดูแลน้องสาวของเธอ
นิล ฮาร์กรูฟ์ (Neil Hargrove)
รับบทโดย Will Chase
สามีของซูซาน พ่อของบิลลี่ และพ่อเลี้ยงของแม็กซ์ เขามีนิสัยอารมณ์ร้อน ดูหมิ่นวาจาใส่กับบิลลี่ ลูกชายของเขา
ซูซาน ฮาร์กรูฟ์ (Susan Hargrove)
รับบทโดย Jennifer Marshall
ภรรยาของนิล แม่ของแม็กซ์ และแม่เลี้ยงของบิลลี่ เธอมีนิสัยใจดีกับเหล่าลูกๆของเธอ
ซูซี่ (Suzie)
รับบทโดย Gabriella Pizzolo
คนรักของดัสติน อาศัยอยู่เมือง Salt Lake City
แลร์รี่ ไคลน์ (Larry Kline)
รับบทโดย Cary Elwes
ฮีเธอร์ ฮอลโลเวย์ (Heather Holloway)
รับบทโดย Francesca Reale
ไลฟ์การ์ดของสวนว่ายน้ำในเมืองฮอว์กินส์ ถูกบิลลี่จับตัวและกลายเป็นปรสิตสิงให้กับมายด์เฟลย์เยอร์อีกคน
บรูซ (Bruce)
รับบทโดย Jake Busey
ทอม ฮอลโลเวย์ (Tom Holloway)
รับบทโดย Michael Park
พ่อของฮีเทอร์
อเล็กเซ (Alexei)
รับบทโดย Alec Utgoff
นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย ที่ทำงานให้กับรัฐบาลรัสเซีย เป็นผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับการร่วมมือของรัฐบาลรัสเซียและเมืองฮอว์กินส์
กริกอรี่ (Grigori)
รับบทโดย Andrey Ivchenko
เจ้าหน้าที่รัฐบาลรัสเซีย
ดอริส ดริสคอลล์ (Doris Driscoll)
รับบทโดย Peggy Miley
หญิงแก่ผู้ที่อยู่เพียงคนเดียว ที่ต้องสูญเสียสามีไป เสียชีวิตเนื่องจากโดนสังหารโดย Mind Flayers โจมตี
วิคเตอร์ ครีล (Victor Creel)
รับบทโดย โรเบิร์ต อิงแลนด์
ชายที่อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช เขาถูกคุมขังอยู่อยู่ในโรงพยาบาลด้วยข้อหาฆาตกรรมอันน่าสยดสยองในยุค 1950
เจสัน คาร์เวอร์ (Jason Carver)
รับบทโดย เมสัน ไดย์
ปรากฏตัวครั้งแรกในฤดูกาลที่ 4 เป็นนักกีฬาหนุ่มโรงเรียนที่หล่อและรวย แล้วก็ออกเดทกับผู้หญิงที่ดังที่สุดในโรงเรียน แต่เมื่อความชั่วร้ายใหม่เข้าคุกคามเมืองฮอว์กินส์ โลกที่สมบูรณ์แบบของเขาก็พังทลายลง นอกจากนี้เขายังเป็นศัตรูของพวกไมค์ วีลเลอร์ อีกด้วย
วิคกี (Vickie)
รับบทโดย Amybeth McNulty
ปรากฏตัวครั้งแรกในฤดูกาลที่ 4 เป็นสาวนักดนตรี เป็นคนคูลๆ ที่มีไหวพริบ ฉลาด เนิร์ด และเป็นที่สะดุดตาของเหล่าฮีโร่ที่รักของพวกเรา
แพทริค (Patrick)
รับบทโดย Myles Truitt
ปรากฏตัวครั้งแรกในฤดูกาลที่ 4 เป็นดาวเด่นนักกีฬาบาสเกตบอลของฮอว์กินส์ที่มีเพื่อนเยอะ เป็นคนมีความสามารถ และมีชีวิตที่ดี จนกระทั่งเกิดเหตุการ์ณบางอย่างขึ้นและทำให้ชีวิตของเขาเสียศูนย์
คริสซี (Chrissy)
รับบทโดย Grace Van Dien
ปราฏตัวครั้งแรกในฤดูกาลที่ 4 เป็นแฟนสาวของเจสันและเป็นหัวหน้าเชียร์ลีดเดอร์ของ Hawkins High
มิสเคลลี (Ms. Kelly)
รับบทโดย Regina Ting Chen
ปรากฏตัวครั้งแรกในฤดูกาบที่ 4 เป็นครูหญิงฝ่ายที่ปรึกษาสุดป็อปที่แคร์เด็กๆนักเรียนของเธอ
ดีมีทรี (Dmitri)
รับบทโดย Tom Wlaschiha
ผู้คุมเรือนจำชาวรัสเซียที่ฉลาดและมีเสน์ห
ยูริ (Yuri)
รับบทโดย Nikola Đuričko
นักค้าอาวุธของเถื่อนชาวรัสเซียที่คาดเดาไม่ได้ ชอบเรื่องตลกร้าย เงินเย็น และเนยถั่วสไตล์กรุบกรอบ
ผู้คุมแฮ็ค (Warden Hatch)
รับบทโดย โจเอล สโตเฟอร์
พันเอกซิลลิแวน (Lt. Colonel Sullivan)
รับบทโดย Sherman Augustus
ชายหนุ่มคนขรึมที่เชื่อว่า เขารู้วิธีหยุดความชั่วร้ายในเมืองฮอว์กินส์ได้
เวอร์จิเนีย ครีล (Virginia Creel)
รับบทโดย Tyner Rushing
ภรรยาของวิคเตอร์ ครีล

ข้อมูลอื่นๆ[แก้]

ฮอว์กกินส์ (Hawkins)
เมืองที่อยู่ในรัฐอินดีแอนา
ห้องวิจัยระดับชาติฮอว์กินส์ (Hawkins National Laboratory)
โลกกลับด้าน (Upside Down)
โลกมิติคู่ขนานที่เต็มไปด้วยสถานที่ที่รกร้างและมีสารพิษ
เดโมกอร์กอน (Demogorgon)
สิ่งมีชีวิตที่อาศัยจากโลกกลับด้าน ชื่อถูกตั้งมาจากตัวละครจากเกม Dungeons & Dragons
มายด์ เฟลย์เยอร์ (Mind Flayer)
ปีศาจเงามืดผู้นำของโลกกลับด้าน เป็นจุดศูนย์กลางของโลกกลับด้านและเป็นผู้บงการทั้งหมดของเดโมกอร์กอน เมื่อสิงสู่เข้ากับร่างมนุษย์มักอาศัยในที่เย็นๆ และไม่ออกนอกบ้าน มีจุดอ่อนคือความร้อน

รายชื่อตอน[แก้]

ฤดูกาล จำนวนตอน วันออกฉาย
1 8 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2016 (2016-07-15)
2 9 27 ตุลาคม ค.ศ. 2017 (2017-10-27)
3 8 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 (2019-07-04)
4 8[11] ค.ศ. 2022

ฤดูกาลที่ 1[แก้]

ตอนรวม ตอนฤดูกาล ชื่อเรื่อง เขียนบท ผู้กำกับ
1 1 บทที่หนึ่ง: การหายตัวไปของวิล ไบเยอร์ส (Chapter One: The Vanishing of Will Byers) The Duffer Brothers The Duffer Brothers
2 2 บทที่สอง: คนประหลาดบนถนนเมเปิ้ล (Chapter Two: The Weirdo on Maple Street) The Duffer Brothers The Duffer Brothers
3 3 บทที่สาม: ฮอลลี่ จอลลี่ (Chapter Three: Holly, Jolly) Jessica Mecklenburg Shawn Levy
4 4 บทที่สี่: ศพ (Chapter Four: The Body) Justin Doble Shawn Levy
5 5 บทที่ห้า: หมัดและนักกายกรรม (Chapter Five: The Flea and the Acrobat) Alison Tatlock The Duffer Brothers
6 6 บทที่หก: สัตว์ประหลาด (Chapter Six: The Monster) Jessie Nickson-Lopez The Duffer Brothers
7 7 บทที่เจ็ด: อ่างอาบน้ำ (Chapter Seven: The Bathtub) Justin Doble The Duffer Brothers
8 8 บทที่แปด: การกลับหัว (Chapter Eight: The Upside Down) Paul Dichter The Duffer Brothers

ฤดูกาลที่ 2[แก้]

ตอนรวม ตอนฤดูกาล ชื่อเรื่อง เขียนบท ผู้กำกับ
9 1 บทที่หนึ่ง: แมดแม็กซ์ (Chapter One: MADMAX) The Duffer Brothers The Duffer Brothers
10 2 บทที่สอง: ทริค ออร์ ทรีต ไอ้ตัวประหลาด (Chapter Two: Trick or Treat, Freak) The Duffer Brothers The Duffer Brothers
11 3 บทที่สาม: ลูกอ๊อด (Chapter Three: The Pollywog) Justin Doble Shawn Levy
12 4 บทที่สี่: วิลผู้รู้ (Chapter Four: Will the Wise) Paul Dichter Shawn Levy
13 5 บทที่ห้า: ขุดค้น (Chapter Five: Dig Dug) Jessie Nickson-Lopez Andrew Stanton
14 6 บทที่หก: สายลับ (Chapter Six: The Spy) Kate Trefry Andrew Stanton
15 7 บทที่เจ็ด: พี่สาวที่หายไป (Chapter Seven: The Lost Sister) Justin Doble Rebecca Thomas
16 8 บทที่แปด: จอมเปิดโปง (Chapter Eight: The Mind Flayer) The Duffer Brothers The Duffer Brothers
17 9 บทที่เก้า: ประตู (Chapter Nine: The Gate) The Duffer Brothers The Duffer Brothers

ฤดูกาลที่ 3[แก้]

ตอนรวม ตอนฤดูกาล ชื่อเรื่อง เขียนบท ผู้กำกับ
18 1 บทที่หนึ่ง: ซูซี่ ทราบแล้วเปลี่ยน? (Chapter One: Suzie, Do You Copy?) The Duffer Brothers The Duffer Brothers
19 2 บทที่สอง: เด็กห้าง (Chapter Two: The Mall Rats) The Duffer Brothers The Duffer Brothers
20 3 บทที่สาม: ไขปริศนาไลฟ์การ์ดที่หายไป (Chapter Three: The Case of the Missing Lifeguard) William Bridges Shawn Levy
21 4 บทที่สี่: การทดสอบในซาวน่า (Chapter Four: The Sauna Test) Kate Trefey Shawn Levy
22 5 บทที่ห้า: การเปิดโปง (Chapter Five: The Flayed) Paul Dichter Uta Briesewitz
23 6 บทที่หก: หลากหลายเป็นหนึ่งเดียว (Chapter Six: E Pluribus Unum) Curtis Gwinn Uta Briesewitz
24 7 บทที่เจ็ด: รอยกัด (Chapter Seven: The Bite) The Duffer Brothers The Duffer Brothers
25 8 บทที่แปด: การต่อสู้ที่สตาร์คอร์ท (Chapter Eight: The Battle of Starcourt) The Duffer Brothers The Duffer Brothers

การสร้าง[แก้]

ในสื่ออื่น[แก้]

ขุดลึกเบื้องหลัง สเตรนเจอร์ ธิงส์[แก้]

ขุดลึกเบื้องหลัง สเตรนเจอร์ ธิงส์ (Beyond Stranger Things) ออกพร้อมกับฤดูกาลที่ 2 ดำเนินรายการโดย จิม แรช เป็นรายการที่นำเบื้องลึกเบื้องหลังพูดคุยเกี่ยวกับการถ่ายทำของซีรีส์นี้และมีการเล่าเนื้อหาส่วนสำคัญของฤดูกาลที่ 2 ที่ออกฉาย รวมทั้งเล่าที่มาของตัวละครและข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏในเรื่อง[12]

สเตรนเจอร์ ธิงส์ ทีวี[แก้]

เป็นโฆษณาโปรโมทซีรีส์ สเตรนเจอร์ ธิงส์ ที่ร่วมมือกันระหว่างเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์และเน็ตฟลิกซ์ประเทศไทย โดยเนื้อหาของตัวโฆษณาได้อ้างอิงรายการโทรทัศน์ในยุค 80 โดยมีพิธีกรคือ จอร์ซ (กันต์ กันตถาวร) และ ซาร่า (อภิษฎา เครือคงคา) แนะนำซีรีส์นี้ให้ผู้รับชมได้ดู และได้มีการออกอากาศ สเตรนเจอร์ ธิงส์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 21:30 น. ซึ่งการออกอากาศนั้นได้ออกอากาศเฉพาะตอนแรกเพียงตอนเดียว และเป็นการโปรโมททั้งซีรีส์และเน็ตฟลิกซ์

อ้างอิง[แก้]

  1. Here's Why The Displays In New Phones Are So Weird And Wide. Gizmodo. 3 April 2017.
  2. 2.0 2.1 Ausiello, Michael (June 15, 2015). "Scoop: Winona Ryder to Headline Untitled Netflix Supernatural Thriller". TVLine. สืบค้นเมื่อ August 24, 2015.
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 3.6 Andreeva, Nellie (August 20, 2015). "Duffer Bros. Netflix Supernatural Drama Series Sets Young Cast, Gets Title". Deadline.com. สืบค้นเมื่อ August 24, 2015.
  4. Crossan, Ashley (August 31, 2016). "EXCLUSIVE: 'Stranger Things' Actor Joe Keery on Season 2, Steve's Hair and Justice for Barb". Entertainment Tonight. สืบค้นเมื่อ January 2, 2017.
  5. Petski, Denise (October 14, 2016). "'Stranger Things' Netflix Series Adds Two New Regulars, Promotes Two For Season 2". Deadline.com. สืบค้นเมื่อ October 14, 2016.
  6. 'Stranger Things': Maya Hawke Pulls the Curtain Back on Season 3 Breakout Role
  7. Petski, Denise (September 1, 2015). "Cara Buono Joins Netflix's 'Stranger Things'; Dean Cain In 'Lady Dynamite'". Deadline.com. สืบค้นเมื่อ July 17, 2016.
  8. Pedersen, Erik (June 9, 2016). "'Stranger Things' Trailer: First Look At Netflix's Supernatural Drama Starring Winona Ryder & Matthew Modine". Deadline.com. สืบค้นเมื่อ August 4, 2016.
  9. "Netflix's 'Stranger Things' Adds Matthew Modine to Cast (Exclusive)". TheWrap. October 27, 2015. สืบค้นเมื่อ July 17, 2016.
  10. "'Stranger Things' executive producer confirms a major character's fate". Business Insider. สืบค้นเมื่อ December 16, 2017.
  11. Ausiello, Michael (October 24, 2019). "Stranger Things Season 4: Here's How Many Episodes We're Getting". TVLine. สืบค้นเมื่อ October 31, 2019.
  12. Stedman, Alex (October 26, 2017). "'Stranger Things' Aftershow to Launch on Netflix". Variety. สืบค้นเมื่อ October 26, 2017.