สฺวี เซี่ยงเฉียน
สฺวี เซี่ยงเฉียน | |
|---|---|
徐向前 | |
จอมพล สฺวี เซี่ยงเฉียน (ค.ศ. 1955) | |
| รองประธานคณะกรรมการการทหารส่วนกลาง | |
| ดำรงตำแหน่ง 8 มกราคม ค.ศ. 1966 – 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1987 | |
| ประธาน | เหมา เจ๋อตง ฮฺว่า กั๋วเฟิง เติ้ง เสี่ยวผิง |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนที่ 4 | |
| ดำรงตำแหน่ง 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1978 – 6 มีนาคม ค.ศ. 1981 | |
| หัวหน้ารัฐบาล | ฮฺว่า กั๋วเฟิง จ้าว จื่อหยาง |
| ก่อนหน้า | เย่ เจี้ยนอิง |
| ถัดไป | เกิ่ง เปียว |
| รองนายกรัฐมนตรีจีน | |
| ดำรงตำแหน่ง มีนาคม ค.ศ. 1978 – กันยายน ค.ศ. 1980 | |
| หัวหน้ารัฐบาล | ฮฺว่า กั๋วเฟิง |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1901 อำเภออู่ไถ ชานซี จักรวรรดิชิง |
| เสียชีวิต | 21 กันยายน ค.ศ. 1990 (88 ปี) ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน |
| อาชีพ |
|
| ชื่อเล่น | "จอมพลเสื้อผ้าฝ้าย" (bù yī yuán shuài, 布衣元帅) |
| ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง | |
| รับใช้ | |
| สังกัด | |
| ประจำการ | 1924–1987 |
| ยศ | |
| บังคับบัญชา |
|
| ผ่านศึก | |
| รางวัล |
|
สฺวี เซี่ยงเฉียน (จีน: 徐向前; พินอิน: Xú xiàngqián; 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1901 – 21 กันยายน ค.ศ. 1990) เป็นจอมพลของสาธารณรัฐประชาชนจีน เขาเป็นลูกชายเจ้าของที่ดินผู้ร่ำรวย แต่เข้าร่วม กองทัพปฏิวัติแห่งชาติของก๊กมินตั๋งโดยขัดต่อความปรารถนาของพ่อแม่ใน ค.ศ. 1924 เมื่อสงครามกลางเมืองจีนเริ่มต้นขึ้นใน ค.ศ. 1927 สฺวีเข้าร่วมโซเวียตเอ้อยฺวี่หว่านที่นำโดยจาง กั๋วเทา สฺวีกลายเป็นผู้บัญชาการกองทัพแดงที่สี่ซึ่งมีฐานอยู่ในเอ้อยฺวี่หว่าน จางและสฺวีล่าถอยไปยังเสฉวนตอนเหนือหลังพ่ายแพ้ในการรณรงค์โอบล้อมของก๊กมินตั๋ง สฺวีรอดชีวิตทางการเมืองจากการแปรพักตร์ของจางไปอยู่กับก๊กมินตั๋งในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1930 เขาเข้าร่วมกองทัพแดงอีกครั้งในตำแหน่งที่ด้อยกว่าภายใต้การนำของเหมา เจ๋อตง
ในช่วงสงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่สอง (1937–1945) สฺวีรับราชการในหน่วยทหารหลายหน่วยในพื้นที่ที่คอมมิวนิสต์ควบคุมทั่วภาคเหนือของจีน และกำกับการก่อสร้างพื้นที่ฐานหลายแห่ง เมื่อสงครามกลางเมืองจีนเริ่มขึ้นอีกครั้งใน ค.ศ. 1947 สฺวีก็ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในจีนตอนเหนือ กำลังภายใต้การบังคับบัญชาของเขาเป็นผู้รับผิดชอบในการยึดเมืองไท่หยวนซึ่งมีปราการที่แข็งแกร่งในช่วงปลายสงครามใน ค.ศ. 1949
สฺวีได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นจอมพลหลังการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนใน ค.ศ. 1949 เขาดำรงตำแหน่งทางการเมืองและทางทหารมากมาย และรอดชีวิตจากการปฏิวัติวัฒนธรรมแม้จะพยายามบรรเทาความรุนแรงของผลเสียที่เกิดขึ้นก็ตาม เขาเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญของเติ้ง เสี่ยวผิงและการกลับคืนสู่อำนาจทางการเมืองของเขาใน ค.ศ. 1976 เขาดำรงตำแหน่งทางการเมืองและทหารหลายตำแหน่งต่อไปกระทั่งถูกบังคับให้เกษียณใน ค.ศ. 1985