สุขวิช รังสิตพล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สุขวิช รังสิตพล
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
25 ตุลาคม พ.ศ. 2537 – 11 ธันวาคม พ.ศ. 2537
นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย
ดำรงตำแหน่ง
25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540
นายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ดำรงตำแหน่ง
13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 – 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
นายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา
ดำรงตำแหน่ง
25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 14 สิงหาคม พ.ศ. 2540
นายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
ก่อนหน้า สัมพันธ์ ทองสมัคร
ถัดไป ชิงชัย มงคลธรรม
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 5 ธันวาคม พ.ศ. 2478 (82 ปี)
พรรคการเมือง ไทยรักไทย
คู่สมรส นางผิวผ่อง รังสิตพล
ศาสนา พุทธ

สุขวิช รังสิตพล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคความหวังใหม่ และพรรคไทยรักไทย

ประวัติ

นายสุขวิช รังสิตพล เกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2478 เป็นบุตรของนายสมบูรณ์ กับนางจินตนา รังสิตพล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการเมืองการปกครอง จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2503[1] และได้รับปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยแห่งฟิลิปปินส์

ด้านชีวิตส่วนตัว นายสุขวิช สมรสกับนางผิวผ่อง ณรงค์เดช มีบุตร-ธิดา 3 คน

  • พันโทหญิง ฐิฏา มานิตกุล อดีตโฆษกกระทรวงกลาโหม และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมรสกับนายสิทธินันท์ มานิตกุล
  • รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง นาวาตรีหญิง ดร. ฐิติพร สุวัฒนพงศ์เชษฐ ร.น. สมรสกับ นายแพทย์สุบรรณ สุวัฒนพงศ์เชษฐ
  • ดร.ณัฐพล รังสิตพล สมรสกับ นางไรรัตน์ (สุวรรณรักษ์) รังสิตพล

การศึกษา

การทำงาน

  • 2500-2535 บริษัทน้ำมันคาลเท็กซ์ประเทศไทย
  • 2536-2537 ผู้ว่าการการทางพิเศษ
  • 2537 ประธานกรรมการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน

ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

นายสุขวิช ได้วางมาตรฐาน ราคาทางด่วนต้องไม่เกินกิโลเมตรละ 500 ล้านบาท และต้องมีทางเลียบทางด่วน ไว้ 300 กิโลเมตร ซึ่งไม่สามารถทำได้สำเร็จหลังจากการลาออก ของนายสุขวิช รังสิตพล[2]

ประธานองค์การรถไฟฟ้ามหานคร

  • วางแผนแม่บทรถไฟฟ้า ใยแมงมุม 300 กิโลเมตรในกรุงเทพมหานคร
  • วางแผนแม่บทรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมือง

งานการเมือง

นายสุขวิช รังสิตพล เป็นสมาชิกวุฒิสภา ในปี พ.ศ. 2530 และ พ.ศ. 2535 เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2534 และเป็นสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคความหวังใหม่ ในปี พ.ศ. 2539 และได้ย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทยในการยุบรวมพรรคหลังการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544

นายสุขวิช รังสิตพล เป็นนักการเมืองระดับแกนนำของพรรคความหวังใหม่ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อของพรรคความหวังใหม่[3] เคยได้รับตำแหน่งสำคัญทางการเมืองได้แก่ รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย และรัฐบาลของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ[4] และได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา และรัฐบาลของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

สุขวิช รังสิตพล เมื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย โดยประกาศจัดตั้งโรงเรียนเมื่อ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2539 ขณะสถาปนาโรงเรียนมีชื่อว่า "โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวาระเสด็จสวรรคตในปี2538 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานตราประจำโรงเรียน และชื่อโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติใหม่ว่า "โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์" ตามด้วยชื่อจังหวัดที่โรงเรียนตั้งอยู่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ มี 12 แห่งทุกเขตการศึกษาในประเทศไทย

ในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีนโยบายส่งเสริมให้ตำบลทุกตำบลของประเทศไทยได้มีโอกาสจัดการศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษาเป็นครั้งแรกเพื่อรับเด็กที่ไม่มีที่เรียนต่อประมาณ 3 ล้านคนทั่วประเทศ มีการประกาศจัดตั้งโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี และโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี รวมทั้งยกฐานะวิทยาลัยเกษตรทั่วประเทศ 43 แห่ง ให้เป็นวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี รับเด็กนักเรียนจากโรงเรียนขยายโอกาส ยกเว้นค่าเล่าเรียน 3 ปีพร้อมทั้งให้เงินอุดหนุนแก่เด็กนักเรียน 5,000 บาท และประกาศจัดตั้งวิทยาลัยการอาชีพ 50 แห่งทั่วประเทศ ในวันที่18 มิถุนายน 2540

มีการประกาศจัดตั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร และภายในปี 2540 จัดตั้งและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนการศึกษานอกโรงเรียนให้เรียนภาษาอังกฤษ และ คอมพิวเตอร์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมทั้งเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติจัดตั้งสถาบันราชภัฏ 5 แห่ง คือ สถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์ สถาบันราชภัฏชัยภูมิ สถาบันราชภัฏนครพนม สถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด และสถาบันราชภัฏศรีสะเกษ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[5]

ปัจจุบัน นายสุขวิช ได้เว้นวรรคภายหลังจากพ้นถูกตัดสิทธิทางการเมืองเนื่องจากมารดาถึงแก่กรรม และเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์[6]

การศาสนา

ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สนับสนุนให้มีการผลักดันพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขึ้นเป็นการเฉพาะ การศึกษาของคณะสงฆ์ไทยที่จัดการศึกษาในรูปแบบมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา เป็นสถาบันการศึกษาทางพระพุทธศาสนา ในปี2540ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทาวงศึกษาเสนอพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยพ.ศ. 2540ฝ่าย(ธรรมยุตินิกาย) และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยพ.ศ. 2540ฝ่าย(มหานิกาย)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

อ้างอิง

  1. ประวัติผู้สมัคร ส.ส.
  2. http://edge200.bugaboo.tv/index.php
  3. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
  4. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๔๙ ราย)
  5. เปิดรายชื่อ ทั้ง 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี !!!
  6. การกลับมาของบ้านเลขที่ 111 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ “หลังฉาก”
  7. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย ชั้นสายสะพาย สมาชิกวุฒิสภา เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษร วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๗)
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย)