ข้ามไปเนื้อหา

สำนวนฟุ่มเฟือย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สำนวนฟุ่มเฟือย (อังกฤษ: pleonasm) คือการใช้ถ้อยคำมากกว่าที่จำเป็นต่อความเข้าใจ อาจใช้คำซ้ำความหมายหรือเพิ่มส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดข้อมูลใหม่ ทำให้ถ้อยคำดูเยิ่นเย้อและไม่กระชับ แนวคิดนี้สัมพันธ์กับความหมายของคำว่า "ฟุ่มเฟือย" ซึ่งหมายถึงการใช้เกินพอดี และในทางภาษาศาสตร์หมายถึงการใช้ถ้อยคำมากกว่าที่จำเป็นเพื่อสื่อใจความเดียวกัน[1][2] อย่างไรก็ดี ลักษณะดังกล่าวไม่ได้มีความหมายเชิงลบเสมอไป เพราะบางครั้งอาจถูกใช้เพื่อเน้นย้ำ เพิ่มน้ำหนักของถ้อยคำ หรือเป็นรูปแบบที่คุ้นชินในวิถีการพูดและการเขียน ตัวอย่างเช่น "เขาได้ทำการประกาศข่าว" "มีการจัดงานเลี้ยงขึ้น" "เรื่องราวที่ผ่านมาในอดีต" หรือ "ในช่วงระยะเวลาปัจจุบันนี้"

การใช้

[แก้]

สำนวนฟุ่มเฟือยมักถูกมองว่าเป็นข้อบกพร่องของการเขียนหรือการพูด เนื่องจากใช้ถ้อยคำมากเกินจำเป็นจนทำให้ข้อความเยิ่นเย้อหรือไม่กระชับ[3] อย่างไรก็ตาม ในบางบริบท ผู้เขียนหรือผู้พูดอาจเลือกใช้ถ้อยคำลักษณะนี้เพื่อเน้นย้ำ สร้างจังหวะ หรือทำให้ใจความชัดเจนขึ้น เช่น การซ้ำคำหรือใช้คำซ้อนเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของความหมาย[4] โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็นสองกรณีหลัก คือ การใช้โดยไม่ตั้งใจซึ่งมักถือเป็นข้อผิดพลาดทางภาษา และการใช้โดยตั้งใจเพื่อจุดมุ่งหมายทางโวหารหรือการเน้นถ้อยคำ

ใช้โดยไม่ได้ตั้งใจ

[แก้]

สำนวนฟุ่มเฟือยที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจมักพบในภาษาพูดและงานเขียนทั่วไป ผู้ใช้ภาษาหลายคนเลือกใช้รูปแบบถ้อยคำที่ยาวขึ้นเพราะมองว่าดูสุภาพหรือเป็นทางการ แต่การเพิ่มคำที่ไม่ได้จำเป็นต่อใจความอาจทำให้ประโยคมีลักษณะเยิ่นเย้อ ตัวอย่างเช่น "เขาได้ทำการประกาศข่าว" แทน "เขาประกาศข่าว" หรือ "มีการจัดงานเลี้ยงขึ้น" แทน "จัดงานเลี้ยง" ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการสร้างโวหาร หากแต่เกิดจากความเคยชิน การคัดลอกสำนวนจากภาษาเขียนราชการ ความเข้าใจว่าภาษาอย่างเป็นทางการควรใช้คำเต็มรูป หรือความต้องการหลีกเลี่ยงภาษาที่ดูตรงเกินไป อย่างไรก็ตาม แม้ถ้อยคำเหล่านี้จะไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมให้ข้อความ แต่ก็อาจทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าภาษาเป็นระเบียบหรือสุภาพขึ้นในบางกรณี ในทางตรงกันข้าม หากใช้ในงานเขียนที่ต้องการความกระชับ เช่น รายงานทางวิชาการ บทความข่าว หรือคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ ลักษณะดังกล่าวอาจทำให้สารใจความไม่ชัดเจนและเสียความกระชับ จึงมักถูกระบุว่าเป็นข้อบกพร่องที่ควรหลีกเลี่ยง

ใช้โดยตั้งใจ

[แก้]

แม้ว่าสำนวนฟุ่มเฟือยมักถูกมองว่าเป็นถ้อยคำเกินพอดี แต่ในหลายกรณีอาจถูกใช้โดยจงใจเพื่อให้เกิดผลทางความหมาย เสริมอารมณ์ หรือเพิ่มน้ำหนักแก่ข้อความ เช่น ใช้คำซ้ำเพื่อย้ำประเด็น ("เธอคนเดียวเพียงผู้เดียว") ใช้คำขยายซ้ำให้ความรู้สึกชัดเจน ("ด้วยตาของตัวเอง") หรือใช้สำนวนรูปเดิมที่สืบต่อกันมาจนกลายเป็นความเคยชินของภาษา การใช้ลักษณะนี้พบในภาษาพูด ภาษาวรรณกรรม คำขวัญ สุนทรพจน์ หรือแม้แต่โฆษณา ซึ่งผู้พูดอาจเลือกใช้ถ้อยคำมากกว่าหนึ่งรูปเพื่อสร้างอารมณ์ร่วม สร้างจังหวะทางเสียง หรือทำให้สารที่ต้องการสื่อมีความหนักแน่น เช่น "ต่างคนต่างฝ่ายของใครของมัน" "ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง" หรือ "โปรดจงอย่าลืมเลือน" ในบริบทเช่นนี้ สำนวนฟุ่มเฟือยมิได้ถูกใช้เพื่อเพิ่มใจความใหม่ แต่ใช้เพื่อเสริมพลังการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการเน้นน้ำหนัก ความสุภาพ ความเป็นพิธีการ หรืออารมณ์ความรู้สึกของผู้พูด จึงไม่ถือว่าเป็นข้อผิดพลาดหากใช้ตรงกับเจตนาของถ้อยคำและบริบท

ปัจจัยและแนวทาง

[แก้]

การเกิดสำนวนฟุ่มเฟือยอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น ความต้องการให้ถ้อยคำดูสุภาพหรือเป็นทางการ การพยายามอธิบายให้ละเอียดเกินจำเป็น[3] ความเคยชินกับรูปแบบภาษาพูด[5] หรือการลอกเลียนรูปแบบถ้อยคำจากแหล่งอื่นโดยไม่พิจารณาโครงสร้างความหมายอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การใช้คำซ้ำหรือคำขยายโดยไม่ตระหนักถึงความหมายที่ครอบคลุมอยู่แล้วก่อให้เกิดถ้อยคำที่เกินพอดีโดยไม่จำเป็น แนวทางในการลดการใช้สำนวนฟุ่มเฟือยในงานเขียนที่ต้องการความกระชับ ได้แก่ การตรวจทานประโยคให้ชัดเจนว่าทุกคำมีหน้าที่จำเป็นต่อใจความ การตัดคำที่ซ้ำความหมายหรือไม่เพิ่มข้อมูลใหม่ และการใช้คำกริยาหรือประธานโดยตรงแทนโครงสร้างที่ซับซ้อนหรือใช้คำช่วยเกินความจำเป็น อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ต้องการเน้นย้ำ สร้างอารมณ์ หรือรักษารูปแบบสำนวนดั้งเดิม ผู้เขียนหรือผู้พูดอาจเลือกใช้สำนวนฟุ่มเฟือยโดยตั้งใจตามความเหมาะสมกับบริบทของการสื่อสาร

อ้างอิง

[แก้]
  1. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. สืบค้นคำว่า "ฟุ่มเฟือย" จาก dictionary.orst.go.th.
  2. PLEONASM Definition & Meaning. www.merriam-webster.com.
  3. 1 2 ข้อบกพร่องในการใช้ภาษา. ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ.
  4. คำซ้ำ คำซ้อน. ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ.
  5. สมบัติ ศิริจันดา (2559). "ข้อบกพร่องในการใช้ภาษาของแผ่นปลิวประกาศแจ้งความเพื่อการสื่อสารภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ระหว่าง พ.ศ. 2556 - 2557" (PDF). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ.