สามสาวชุลมุนวุ่นรัก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สามสาวชุลมุนวุ่นรัก
กำกับโดนัลด์ เพทรี
อำนวยการสร้างมาร์ค เลวินสัน
สก็อตต์ โรเซนเฟลต์
เขียนบทเอมี โฮลเดน โจนส์
เพอร์รี ฮาวเซ
แรนดี ฮาวเซ
อัลเฟรด อูรี
เขียนเรื่องเอมี โฮลเดน โจนส์
นำแสดง
  • จูเลีย โรเบิตส์
  • แอนนาเบ็ธ กิช
  • ลิลี เทย์เลอร์
  • วินเซนต์ โดโนฟริโอ
  • วิลเลียม อาร์ โมเสส
  • อดัม สทอร์ค
ดนตรีประกอบเดวิด แม็คฮิวจ์
กำกับภาพTim Suhrstedt
ตัดต่อดอน โบรชู
มาเรียน ร็อทแมน
จำหน่าย/เผยแพร่เดอะ ซามูเอล โกลด์วิน
ฉาย21 ตุลาคม ค.ศ. 1988 (1988-10-21)
ความยาว104 นาที
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาอังกฤษ
งบประมาณ6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้12.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สามสาวชุลมุนวุ่นรัก (อังกฤษ: Mystic Pizza​)​ เป็นภาพยนตร์แนวชีวิตวัยรุ่นของสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1988 กำกับการแสดงโดย โดนัลด์ เพทรี นำแสดงโดย จูเลีย โรเบิตส์, แอนนาเบ็ธ กิช และ ลิลี เทย์เลอร์[1]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกจากนักวิจารณ์ โดยเฉพาะบทบาทของสามนักแสดงสาวที่เป็นตัวหลักของเรื่อง นอกจากนี้ยังเป็นการปรากฏตัวในภาพยนตร์เป็นครั้งแรกของ แม็ตต์ เดม่อน ​ที่ในขณะนั้นมีอายุ 17 ปี อย่างไรก็ตามภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีการจัดจำหน่ายในประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงไม่มีการผลิตซ้ำในรูปแบบวิดีโอเทป, ดีวีดี​ หรือ บลูเรย์​ ในฉบับภาษาไทย​ อย่างไรก็ตามเมื่อ จูเลีย โรเบิตส์ โด่งดังในฮอลลีวูด​ ได้มีการนำภาพยนตร์เรื่องนี้กลับมาออกอากาศและเผยแพร่ในประเทศไทยผ่านทางสถานีโทรทัศน์ทรูวิชั่นส์​ ในชื่อภาษาไทยว่า ​สามสาวชุลมุนวุ่นรัก

เนื้อเรื่อง[แก้]

สามสาวชุลมุนวุ่นรัก (Mystic Pizza)​ เป็นการนำเสนอเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นของตัวละครหญิงทั้งสาม ประกอบไปด้วยสองพี่น้องอารูโจ ได้แก่ ​เดซี อารูโจ​ (นำแสดงโดย จูเลีย โรเบิตส์​) ผู้เป็นพี่สาว , ​แคทเธอลีน อารูโจ​ (นำแสดงโดย แอนนาเบธ กิช)​ น้องสาวของเดซี และ ​โจโจ บาร์โบซา​ (นำแสดงโดย ลิลี เทย์เลอร์)​ ทั้งสามทำงานเป็นพนักงานอยู่ที่ร้าน Mystic Pizza ร้านพิซซา​ของลีโอนา (นำแสดงโดยคอนชาตา ฟาร์เรล)​ ที่ตั้งอยู่ที่ย่าน มิสติก ในรัฐคอนเนตทิคัต​ โดยภาพยนตร์มีการนำเสนอบรรยากาศความเป็นเมืองแห่งการประมง​ของย่านมิสติก รัฐคอนเนตทิคัต และการเป็นชุมชนของคนอเมริกันที่มีเชื้อสายมาจากชาวโปรตุเกส

เดซี และ แคทเธอลีน อารูโจ เป็นพี่น้องที่บุคคลิกมีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยแคทเธอลีน ผู้เป็นน้องสาวเป็นเด็กวัยรุ่นที่เรียนเก่งและกำลังศึกษาวิชาดาราศาสตร์​ ทำงานเป็นพนักงานที่ห้องท้องฟ้าจำลอง​ของพิพิธภัณฑ์วาฬที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในท่าเรือมิสติก ด้วยผลการเรียนที่ดีของเธอทำให้เธอได้รับทุนการศึกษาต่อด้านดาราศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเยล​ การตัดสินใจเรียนในระดับมหาวิทยาลัยทำให้เธอต้องหาเงินไว้เป็นทุน แคทเธอลีน จึงทำงานในร้านพิซซาในตอนกลางคืนและรับจ้างเป็นพี่เลี้ยงเด็กในตอนกลางวัน ส่วนเดซี พี่สาวของแคทเธอลีนทำงานประจำในร้านพิซซาที่เดียวกับแคทเธอลีน มีบุคลิกเป็นสาวเปรี้ยวและกำลังหาทางออกไปจากเมืองมิสติกที่มีแต่ทะเล โดยเดซีมักจะถูกแม่ของเธอนำไปเปรียบเทียบกับน้องสาวอยู่เป็นประจำ ในเรื่องบุคลิคที่ก้าวร้าวและไม่ค่อยอ่อนหวานเหมือนแคทเธอลีน

เดซี ได้พบกับ ชาร์ล ชายหนุ่มผู้มีฐานะดีที่บาร์แห่งหนึ่งและเกิดชอบพอกัน แม้ทั้งคู่จะแตกต่างกันมากทั้งการศึกษาและฐานะทางบ้าน อีกทั้งแม่ของเดซีก็ไม่สนับสนุนให้คบกัน แต่ทั้งคู่ก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์จนชาร์ล ตัดสินใจพาเดซีไปที่บ้านของตนเองเพื่อให้รู้จักกับพ่อและแม่ของตน โดยเดซีมารู้ภายหลังว่าแท้จริงแล้วชาร์ลมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนักกับพ่อ และการที่เขายอมคบกับเธอที่ฐานะแตกต่างกันอย่างมากอาจจะเป็นเพียงการตั้งใจทำให้พ่อของเขารู้สึกขายหน้าโดยใช้เธอเป็นเครื่องมือ เดซีจึงตัดสินใจบอกเลิกกับชาร์ล

ส่วนแคทเธอลีน ได้ถูก ทิม ซึ่งเป็นชายชาวอังกฤษอเมริกัน​ว่าจ้างมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับลูกสาวของเขาที่ชื่อ ฟีบี้ ในช่วงที่ภรรยาของเขาไม่อยู่บ้าน แต่ทั้งสองกลับถูกชะตากันทำให้แคทเธอลีนเด็กสาวผู้แสนดีในสายตาของแม่และคนอื่นๆ เผลอใจมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับชายผู้เป็นสามีของคนอื่น จนวันหนึ่งภรรยาของทิมได้กลับมาบ้าน แคทเธอลีนเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกันพร้อมด้วยลูกสาว ทำให้เธอคิดว่าความรักของเธอกับสามีของคนอื่นเป็นสิ่งที่ผิดพลาดและไม่สามารถเป็นจริงได้

ทางด้านของตัวละครหลักอีกคนคือ โจโจ บาร์โบซา ได้คบหากับบิล (นำแสดงโดยวินเซนต์ โดโนฟริโอ)​ โดยโจโจรักบิลแต่ไม่ต้องการผูกมัดความสัมพันธ์ด้วยการแต่งงาน แต่บิล พยายามที่จะขอเธอแต่งงานให้ได้ สุดท้ายเมื่อบิลถูกโจโจปฏิเสธที่จะแต่งงานด้วย บิลจึงบอกเลิกกับเธอในที่สุด

ในตอนท้ายของเรื่อง ทิม ได้พา ฟีบี้ ผู้เป็นลูกสาว มาที่ร้านมิสติก พิซซา ที่แคทเธอลีนทำงานอยู่เพื่อมาบอกลา และจ่ายเงินให้แคทเธอลีนเป็นค่าจ้างที่ช่วยเลี้ยงลูกสาว ทำให้แคทเธอลีนเสียใจมาก ส่วนโจโจ ตัดสินใจแต่งงานกับบิล โดยในงานแต่งงานของทั้งคู่ ชาร์ล ได้มางานแต่งงานและได้คืนดีกับเดซี ฉากสุดท้ายโจโจ, เดซี และ แคทเธอลีน ได้มายืนมองกระแสน้ำด้วยกันที่ริมระเบียงชั้นบนของร้านอาหารและรำลึกถึงการใช้ชีวิตร่วมกันของพวกเธอในช่วงวัยรุ่น

กระแสตอบรับ[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1988 และได้คะแนนจาก รอตเทนโทเมโทส์ 77% เมื่อผลิตเป็นวีดีโอเทป[2] ​นอกจากนี้ยังได้รับคำชื่นชมจากรายการ ซิซเกล แอนด์ อีเบิร์ต แอนด์​ เดอะ มูฟวีส์ รายการวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดังซึ่งผลิตโดยวอลต์ ดิสนีย์ โดย โรเจอร์ อีเบิร์ต นักวิจารณ์ภาพยนตร์หนึ่งในผู้ดำเนินรายการได้กล่าวชื่นชมการแสดงของสามนักแสดงสาวที่เป็นตัวละครหลักของเรื่อง โดยเฉพาะ แอนนาเบธ กิช ที่อีเบิร์ตเปรียบว่าทำให้นึกถึง แคทารีน เฮปเบิร์น​ นักแสดงหญิงชั้นนำในฮอลลีวูดเมื่อสมัยเป็นวัยรุ่น[3] และกล่าวว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกย้อนกลับมาพูดถึงอีกครั้งเมื่อนักแสดงในเรื่องกลายเป็นดาราที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอนาคตข้างหน้า

โดยเมื่อเวลาผ่านไปสิ่งที่โรเจอร์ อีเบิร์ต กล่าวไว้ก็ได้รับการพิสูจน์เมื่อ แอนนาเบธ กิช กลายเป็นดาราดังในแวดวงโทรทัศน์ โดยเฉพาะในซีรีย์ แฟ้มลับคดีพิศวง​, ​The Haunting of Hill House -​ บ้านกระตุกวิญญาณ​ ส่วนลิลี เทย์เลอร์ ได้แสดงในภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่ประสบความสำเร็จหลายเรื่องเช่น Ransom -​ ค่าไถ่เฉือนคม, The Haunting -​หลอนขนหัวลุก, The Conjuring - คนเรียกผี, ​ เมซ รันเนอร์ สมรภูมิมอดไหม้​ ส่วนคนที่ต่อมาภายหลังโด่งดังและมีชื่อเสียงมากที่สุดคือ จูเลีย โรเบิตส์​ ซึ่งกลายเป็นนักแสดงสาวอันดับหนึ่งในฮอลลีวูดในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990​ โดยมีผลงานอย่าง ผู้หญิงบานฉ่ำ, รักบานฉ่ำที่น็อตติ้งฮิลล์​ และ อีริน บรอคโควิช ยอมหักไม่ยอมงอ ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลออสการ์​และรางวัลลูกโลกทองคำ

นอกจากนี้นักแสดงหนุ่มวัย 17 ปี ที่รับบทตัวประกอบในเรื่องอย่าง แม็ตต์ เดม่อน​ ต่อมาได้กลายเป็นนักแสดงชายแถวหน้าในวงการฮอลลีวูด มีผลงานที่โด่งดังอย่าง ภาพยนตร์ชุดเจสัน บอร์น, อินเตอร์สเตลลาร์ ทะยานดาวกู้โลก, เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์ และได้รับรางวัลออสการ์​และรางวัลลูกโลกทองคำ​จากเรื่อง Good will Hunting -​ ตามหาศรัทธารัก

อ้างอิง[แก้]

  1. Variety film review; 12 October 1988
  2. "Mystic Pizza (1988)".
  3. "Mystic Pizza". Chicago Sun-Times.