สามตัวแทน
| สามตัวแทน | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
คำขวัญในฟู่ถู มณฑลหูเป่ย์ ที่เขียนว่า "นำแนวคิดสามตัวแทนไปปฏิบัติ เดินหน้าปฏิรูประบบภาษีชนบท" โดยคำว่า "ปฏิรูป" (改革) ถูกบังด้วยป้ายโฆษณา | |||||||
| จีนตัวย่อ | 「三个代表」重要思想 | ||||||
| จีนตัวเต็ม | 「三個代表」重要思想 | ||||||
| |||||||
สามตัวแทน หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ทฤษฎีสามตัวแทน[1] เป็นลัทธิการเมืองที่กำหนดบทบาทของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในสังคมจีน ซึ่งได้ทำให้การเข้าร่วมพรรคของเจ้าของธุรกิจเอกชนและชนชั้นกระฎุมพีมีความชอบธรรม
ทฤษฎีถูกนำเสนอครั้งแรกโดยเจียง เจ๋อหมิน – เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนในขณะนั้น – เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2000 ระหว่างการตรวจเยี่ยมที่เมืองเกาโจว มณฑลกวางตุ้ง ในช่วงที่เจียงเป็นผู้นำ สามตัวแทนได้รับการอธิบายอย่างเป็นทางการว่าเป็น "ลัทธิมากซ์สำหรับจีนยุคปัจจุบัน" และเป็นการพัฒนาต่อยอดจากลัทธิมากซ์–เลนิน ความคิดของเหมา เจ๋อตงและทฤษฎีเติ้ง เสี่ยวผิง ทฤษฎีได้รับการรับรองจากพรรคฯ ในการประชุมสภาพรรคครั้งที่ 16 เมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2002 และยังถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของจีนเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 2004 ด้วย
ความเป็นมาและพัฒนาการ
[แก้]หลังจากสมัยของเติ้ง เสี่ยวผิง เจียง เจ๋อหมินได้นำเสนอทฤษฎีใหม่เพื่อนิยามความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างพรรคกับประชาชน ซึ่งมีชื่อว่าสามตัวแทน[2] สามตัวแทนถูกพัฒนาขึ้นโดยคณะทำงานขนาดเล็กรวมถึงนักทฤษฎีการเมือง หวัง ฮู่หนิง[3] เจียงกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับสามตัวแทนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2000 ระหว่างการสัมมนาว่าด้วยการสร้างพรรคในกว่างโจว[4] ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางและมีการตีความความหมายของสุนทรพจน์ดังกล่าวไปต่าง ๆ นานา[5]
สามตัวแทนเกิดขึ้นจากความพยายามของ เจียง เจ๋อหมินในการรับมือกับความหลากหลายทางชนชั้นของสมาชิกพรรคและผลประโยชน์ทางวัตถุที่อาจขัดแย้งกันของพวกเขา[6] โดยอิงตามหลักการของเหมาที่ว่าพรรคคอมมิวนิสต์ควรรับใช้ประชาชน แนวคิดนี้จึงมีความสำคัญเมื่อภาคเอกชนของจีนเติบโตขึ้นเพื่อดึง "บุคคลที่มีคุณค่าจากทุกภาคส่วนที่ภักดีต่อมาตุภูมิและสังคมนิยม" เข้ามาเป็นสมาชิกพรรค[7]: 50
ตามเนื้อหาส่วนที่ยกมาในสุนทรพจน์ของเจียง เจ๋อหมินในวาระครบรอบ 80 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อ ค.ศ. 2001 เขากล่าวว่าการขยายตัวของชนชั้นแรงงานจะช่วยให้พรรคยังคงเป็นแนวหน้าของชนชั้นแรงงานได้ด้วยการเพิ่มฐานการสนับสนุนและความมีอิทธิพลทางสังคม เจียงได้อธิบายแนวคิดของชนชั้นแรงงานที่รวมถึงปัญญาชนด้วย::
"เมื่อปัญญาชนเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นแรงงาน ระดับทางวิทยาศาสตร์ เทคนิค และการศึกษาของชนชั้นแรงงานก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก... เป็นผลให้คนงานบางคนเปลี่ยนอาชีพไป แต่นี่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสถานะของชนชั้นแรงงานจีนเลย ตรงกันข้าม สิ่งนี้จะช่วยปรับปรุงคุณภาพโดยรวมของชนชั้นแรงงานและดึงเอาข้อดีของพวกเขาในฐานะกลุ่มออกมาในระยะยาว ชนชั้นแรงงานจีนเป็นกำลังสำคัญมาโดยตลอดในการขับเคลื่อนพลังการผลิตขั้นสูงในจีน พรรคของเราจะต้องคงความเป็นแนวหน้าของชนชั้นแรงงานและพึ่งพาชนชั้นแรงงานอย่างไม่สั่นคลอนและหมดใจ"[8]
สามตัวแทนถูกบรรจุไว้ในธรรมนูญพรรคคอมมิวนิสต์จีนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของอุดมการณ์ชี้นำของพรรคในระหว่างการประชุมสภาแห่งชาติพรรคครั้งที่ 16 เมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2002[9] และยังถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญของจีนเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 2004[10]
เนื้อหา
[แก้]ทฤษฎีกำหนดให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้อง:[2]
- เป็นตัวแทนแนวโน้มการพัฒนาพลังการผลิตขั้นสูงของจีน
- เป็นตัวแทนทิศทางวัฒนธรรมขั้นสูงของจีน
- เป็นตัวแทนผลประโยชน์พื้นฐานของประชาชนจีนส่วนใหญ่
ในบริบทนี้ คำว่า "เป็นตัวแทน" หมายถึงการรวมเข้าเป็นหนึ่ง[7]: 50
อิทธิพลและการตอบรับ
[แก้]ทฤษฎีของเจียงเป็นหัวข้อของการถกเถียงภายในพรรคอย่างมาก[11][12] ผู้สนับสนุนมองว่าทฤษฎีนี้เป็นการพัฒนาเพิ่มเติมของสังคมนิยมอัตลักษณ์จีน[11] หรือเป็นกลไกในการรวมชนชั้นกระฎุมพีเข้ากับวินัยของพรรค[13]: 76 บางส่วนภายในพรรคคอมมิวนิสต์จีนวิจารณ์สามตัวแทนว่าไม่เป็นไปตามลัทธิมากซ์และเป็นการทรยศต่อคุณค่าพื้นฐานของลัทธิมากซ์[11] โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์จากทุกฝ่ายทางอุดมการณ์ของพรรค[12]
สามตัวแทนถูกอธิบายอย่างเป็นทางการโดยหลี่ ฉางชุน สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน ว่าเป็น "ลัทธิมากซ์สำหรับจีนยุคปัจจุบัน"[14] ทฤษฎีนี้ถือเป็นการสานต่อและพัฒนาลัทธิมากซ์–เลนิน ความคิดของเหมา เจ๋อตงและทฤษฎีเติ้ง เสี่ยวผิงอย่างเป็นทางการ[15]
เจียงกล่าวว่าการที่พรรคเป็นตัวแทนของประชาชนชาวจีนในสามระดับ ทำให้พรรคใช้ผลประโยชน์และความต้องการของคนส่วนใหญ่เพื่อทดแทนผลประโยชน์เฉพาะของคนจากหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะชนชั้นของชนชั้นแรงงาน ดังที่เซี่ยว กงฉินโต้แย้งว่า นวัตกรรมของ "สามตัวแทน" มีจุดประสงค์เพื่อทำให้การเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ทางประวัติศาสตร์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจากพรรคปฏิวัติกลายเป็นพรรครัฐบาลเสร็จสมบูรณ์ พรรคคอมมิวนิสต์จีนสามารถรักษาความชอบธรรมภายใต้ "เศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม" หรือระบบใด ๆ ที่เอื้อต่อการพัฒนาพลังการผลิตขั้นสูง โดยไม่ต้องส่งเสริมขบวนการปฏิวัติใด ๆ หรือรักษาอุดมคติของความเสมอภาค[5]
เจียงไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหาที่ว่าทฤษฎีของเขาไม่ใช่มาร์กซิสต์ และสรุปว่าการบรรลุถึงวิถีการผลิตแบบคอมมิวนิสต์ (ตามที่คอมมิวนิสต์รุ่นก่อนกำหนดไว้) นั้นซับซ้อนกว่าที่เคยตระหนัก การพยายามบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ เพราะมันต้องพัฒนาไปตามธรรมชาติโดยปฏิบัติตามกฎเศรษฐศาสตร์ของประวัติศาสตร์ [16][ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้] ทฤษฎีเป็นที่น่าสังเกตที่สุดในการอนุญาตให้ทุนนิยม ซึ่งถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า "ชนชั้นทางสังคมใหม่" สามารถเข้าร่วมพรรคได้ โดยมีเหตุผลว่าพวกเขาทำงานและใช้แรงงานอย่างสุจริต และด้วยแรงงานของพวกเขาก็มีส่วนช่วยในการ "สร้างสรรค์สังคมนิยมอัตลักษณ์จีน"[16][ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้] การตัดสินใจของเจียงที่อนุญาตให้นักธุรกิจเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์จีนถูกวิพากษ์วิจารณ์[โดยใคร?] ว่าเป็น "การประพฤติมิชอบทางการเมือง" และ "ความสับสนทางอุดมการณ์"[17] การวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวของ ฝ่ายซ้ายใหม่จีน[17]
เจิ้ง ปี้เจียน รองผู้อำนวยการโรงเรียนส่วนกลางพรรคผู้ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยสร้าง "สามตัวแทน" ให้เหตุผลว่าพรรคของประชาชนทั้งมวลจะเป็นพรรคที่ครอบคลุมทุกกลุ่มและรวมเอาผลประโยชน์ที่หลากหลายและขัดแย้งกันมาไว้ด้วยกัน การรวมเอาคนส่วนใหญ่ในกลุ่มปัญญาชนจีนยุคปัจจุบัน แรงงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แรงงานด้านวัฒนธรรม และผู้บริหารเศรษฐกิจ เข้าไปอยู่ในหมวดหมู่ที่เรียกว่า "ชนชั้นกลาง" จะทำให้ชนชั้นแรงงานอ่อนแอลงหรือแม้แต่ถูกทำลายไป[18]
ในตอนที่เจียงประกาศทฤษฎีนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นสมาชิกพรรคมาก่อนจะเริ่มทำธุรกิจ[19] การเปลี่ยนแปลงนี้เปิดโอกาสให้มีสมาชิกพรรคกลุ่มใหม่ที่สามารถเข้าร่วมได้หลังประสบความสำเร็จในธุรกิจแล้ว[19] จำนวนสมาชิกพรรคที่เป็นผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นมากที่สุดใน ค.ศ. 2001 ซึ่งไม่นานหลังมีการประกาศสามตัวแทน[19] ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ ค.ศ. 2022) ผู้ประกอบการชาวจีนประมาณ 30–35% เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน[19]
ในความเห็นของหลิน ชุนนั้น "สามตัวแทน" ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นคำกล่าวที่ "ไม่ได้ผิดพลาดในทางการเมือง" เพราะเป็นเพียง "ถ้อยแถลงธรรมดา" แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ "มันได้ส่งสัญญาณว่าพรรคฯ ไม่ได้แสร้งทำเป็นแนวหน้าของชนชั้นแรงงานอีกต่อไป[12]
อ้างอิงจากนักวิชาการ สตีฟ เจิงและโอลิเวีย เฉิง สามตัวแทนช่วยดึงชนชั้นนำทางเศรษฐกิจเข้ามาเป็นพวก และขยายอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้าไปในภาคเอกชนที่กำลังเติบโต[20]: 79 ส่วนเผิง ลี่จฺวิน นักวิชาการอีกคนหนึ่งอธิบายว่าสามตัวแทนเป็นการให้ความชอบธรรมแก่กิจการที่เป็นเจ้าของโดยเอกชนในบริบทของเศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม[21]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Jiang Zemin passes away". Xinhua. สืบค้นเมื่อ 2024-02-22.
- 1 2 Bo, Zhiyue (September 2004). "Hu Jintao and the CCP's ideology: A historical perspective". Journal of Chinese Political Science (ภาษาอังกฤษ). 9 (2): 27–45. doi:10.1007/BF02877001. ISSN 1080-6954. S2CID 148491989.
- ↑ Page, Jeremy (5 June 2013). "The Wonk With the Ear of Chinese President Xi Jinping". The Wall Street Journal (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0099-9660. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 February 2021. สืบค้นเมื่อ 15 October 2019.
- ↑ Huang, Yibing (2020). An ideological history of the Communist Party of China. Vol. 3. Qian Zheng, Guoyou Wu, Xuemei Ding, Li Sun, Shelly Bryant. Montreal, Quebec. pp. 468–469. ISBN 978-1-4878-0425-1. OCLC 1165409653.
- 1 2 萧, 功秦 (2006). "改革开放以来意识形态创新的历史考察 - 中国知网". 天津社会科学. 天津社会科学. (04) (4): 45–49. doi:10.16240/j.cnki.1002-3976.2006.04.008. สืบค้นเมื่อ 2021-04-17.
- ↑ Pieke, Frank N; Hofman, Bert, บ.ก. (2022). CPC Futures The New Era of Socialism with Chinese Characteristics. Singapore: National University of Singapore Press. p. 49. doi:10.56159/eai.52060. ISBN 978-981-18-5206-0. OCLC 1354535847.
- 1 2 Marquis, Christopher; Qiao, Kunyuan (2022). Mao and Markets: The Communist Roots of Chinese Enterprise. New Haven: Yale University Press. doi:10.2307/j.ctv3006z6k. ISBN 978-0-300-26883-6. JSTOR j.ctv3006z6k. OCLC 1348572572. S2CID 253067190.
- ↑ "Jiang Zemin's Speech at the Meeting Celebrating the 80th Anniversary of the Founding of the Communist Party of China China". China Internet Information Center. 2001-07-01. สืบค้นเมื่อ 2021-04-17.
- ↑ Huang, Yibing (2020). An ideological history of the Communist Party of China. Vol. 3. Qian Zheng, Guoyou Wu, Xuemei Ding, Li Sun, Shelly Bryant. Montreal, Quebec. pp. 474–475. ISBN 978-1-4878-0425-1. OCLC 1165409653.
- ↑ Zhong, Huang; Qian, Cheng (2014). "The Disappearance of Hong Kong in Comics, Advertising and Graphic Design". ใน Plantilla, Jefferson R. (บ.ก.). Bridging Human Rights Principles and Business Realities in Northeast Asia (PDF). Malaysia: Vinlin Press. pp. 21–53.
- 1 2 3 Dittmer, Lowell (2003). "Chinese Factional Politics Under Jiang Zemin". Journal of East Asian Studies. 3 (1): 97–128. doi:10.1017/S1598240800001132. ISSN 1598-2408. JSTOR 23417742. S2CID 155266344.
- 1 2 3 Lin, Chun (2006). The Transformation of Chinese Socialism. Durham [N.C.]: Duke University Press. p. 258. doi:10.1515/9780822388364. ISBN 978-0-8223-3785-0. OCLC 63178961.
- ↑ Hammond, Ken (2023). China's Revolution and the Quest for a Socialist Future. New York, NY: 1804 Books. ISBN 9781736850084.
- ↑ "'Three Represents' is Marxism for contemporary China: official". People's Daily. 24 September 2003. สืบค้นเมื่อ 2 March 2025.
- ↑ "The Theory of Three Represents". Theory China. 4 May 2021. สืบค้นเมื่อ 2025-03-02.
- 1 2 Kuhn, Robert Lawrence (2004). The Man who Changed China: The Life and Legacy of Jiang Zemin (ภาษาอังกฤษ). Crown Publishers. pp. 107–110. ISBN 978-1-4000-5474-9.
- 1 2 Moore, Scott (2022). China's Next Act: How Sustainability and Technology are Reshaping China's Rise and the World's Future. New York, NY. p. 17. doi:10.1093/oso/9780197603994.001.0001. ISBN 978-0-19-760401-4. OCLC 1316703008.
- ↑ Fewsmith, Joseph (December 2001). "Rethinking the Role of the CCP: Explicating Jiang Zemin's Party Anniversary Speech" (PDF). China Leadership Monitor. 1 Part 2: 5.
- 1 2 3 4 Marquis, Christopher; Qiao, Kunyuan (2022). Mao and Markets: The Communist Roots of Chinese Enterprise. New Haven: Yale University Press. pp. 13–14. doi:10.2307/j.ctv3006z6k. ISBN 978-0-300-26883-6. JSTOR j.ctv3006z6k. OCLC 1348572572. S2CID 253067190.
- ↑ Tsang, Steve; Cheung, Olivia (2024). The Political Thought of Xi Jinping. Oxford University Press. ISBN 9780197689363.
- ↑ Laikwan, Pang (2024). One and All: The Logic of Chinese Sovereignty. Stanford, CA: Stanford University Press. p. 170. doi:10.1515/9781503638822. ISBN 9781503638815.