สาธารณรัฐกอสปายา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สาธารณรัฐกอสปายา
Repubblica di Cospaia
นครรัฐ

1440–1826
 

ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญ
Perpetua et firma libertas[1]
อิสรภาพ สวัสดิภาพ อันนิรันดร์
เมืองหลวง กอสปายา
ภาษา ละติน, อิตาลี, อัลโตตีเบรีนี
ศาสนา โรมันคาทอลิก
รัฐบาล สาธารณรัฐ
ยุคประวัติศาสตร์ ต้นสมัยใหม่
 -  สถาปนา 1440
 -  การแบ่งแยก 25 พฤษภาคม 1826
พื้นที่ 3.2 ตร.กม. (1 ตารางไมล์)
สกุลเงิน ดูกัล (Ducal)

สาธารณรัฐกอสปายา (อิตาลี: Repubblica di Cospaia; อัลโตตีเบรีนี: Cošpèja) เป็นอดีตนครรัฐอิสระขนาดเล็กแห่งหนึ่งของยุโรปคั่นกลางระหว่างรัฐสันตะปาปากับสาธารณรัฐฟลอเรนซ์ มีเอกราชช่วงปี ค.ศ. 1440 ถึง ค.ศ. 1826[2]

ปัจจุบันพื้นที่ของอดีตสาธารณรัฐกอสปายาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองซันจูสตีโน (San Giustino) จังหวัดเปรูจา แคว้นอุมเบรีย ประเทศอิตาลี[3]

ประวัติ[แก้]

กอสปายาในอดีต

สาธารณรัฐกอสปายา ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1440 หลังจากสมเด็จพระสันตะปาปายูจีนที่ 4 ทรงมีปัญหากับสภาบาเซล จากการขายดินแดนให้แก่สาธารณรัฐฟลอเรนซ์ ซึ่งในสัญญาการขายมีการตกหล่นดินแดนแถบเล็ก ๆ บริเวณ 500 เมตรเมื่อนับจากแม่น้ำจนถึงหลักเขตแดนที่เรียกว่า "รีโอ" (Rio) สิริรวม 3.2 ตารางกิโลเมตร โดยประชาชนซึ่งอาศัยในแถบนั้นซึ่งกลายเป็นผู้ไร้รัฐได้ประกาศตัวเป็นรัฐอิสระไม่ขึ้นแก่ใครแต่นั้น[4][5] และได้รับการยอมรับในปี ค.ศ. 1484[6]

กระทั่งวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1826 กอสปายาแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งไปรวมเข้ากับแกรนด์ดัชชีทัสกานี และส่วนหนึ่งไปรวมกับรัฐสันตะปาปา[3] ตามสนธิสัญญาที่ลงนามโดย 14 สมาชิกของกอสปายา เพื่อแลกกับเหรียญเงินและขออนุญาตขยายพื้นที่ปลูกยาสูบ[7]

การปกครอง[แก้]

สาธารณรัฐกอสปายาไม่มีรัฐบาลหรือแม้แต่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอย่างเป็นทางการ[3] รวมทั้งไม่มีกองกำลังทหาร ตำรวจ หรือแม้แต่คุกเนื่องจากเป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก ทั้งนี้จะมีสภาอาวุโสและหัวหน้าครอบครัวโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่โบสถ์แม่พระรับสาร (Church of Annunciation)

เศรษฐกิจ[แก้]

กอสปายาเป็นศูนย์กลางการผลิตยาสูบในอิตาลี โดยมีพื้นที่เพาะปลูกเพียง 25 เฮกตาร์[5] และสาเหตุที่ทำให้กอสปายารุ่งเรืองจากการค้ายาสูบก็เพราะที่นี่มิได้ปฏิบัติตามพระราชโองการของสมเด็จพระสันตะปาปาที่ทรงประกาศห้ามมิให้ปลูกยาสูบเพียงแห่งเดียว และที่นี่จึงผูกขาดด้านการผลิตยาสูบ[8]

อ้างอิง[แก้]

  1. Settimio ed Emilio Gennaioli, Cospaia e la sua storia in ottava rima, Bologna, Negri, 1999, p. 5
  2. Ellingham, written and researched by Tim Jepson, Jonathan Buckley, and Mark (2009). The Rough Guide to Tuscany & Umbria (7th ed.). London: Rough Guides. p. 505. ISBN 9781405385299.
  3. 3.0 3.1 3.2 "Cospaia (Umbria)". penelope.uchicago.edu. สืบค้นเมื่อ 8 January 2017.
  4. Heywood, William (1921). A History of Pisa: Eleventh and Twelfth Centuries. The University Press. p. 104. ISBN 9781177788007.
  5. 5.0 5.1 Marconi, Francesco Testa, Aroldo (2001). The Toscano : the complete guide to the Italian cigar (2. ed.). Firenze: Giunti. p. 43. ISBN 9788809016514.
  6. Angelo Ascani. Cospaia. Storia inedita della singolare repubblica. tipografia Sabbioni, Città di Castello 1977, p. 15
  7. "The incredible story of Cospaia | UmbriaTouring.it". www.umbriatouring.it. สืบค้นเมื่อ 8 January 2017.
  8. Ploeg, Jan Douwe van der (1995). Beyond modernization: the impact of endogenous rural development. Assen: Van Gorcum. p. 158. ISBN 978-9023229384.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]