สมเด็จพระเจ้ามเหนทระแห่งเนปาล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สมเด็จพระเจ้ามเหนทระแห่งเนปาล
Mahendra of Nepal.jpg
พระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะ
พระอิสริยยศพระมหากษัตริย์แห่งเนปาล
ราชวงศ์ราชวงศ์ศาห์
ครองราชย์14 มีนาคม พ.ศ. 2498 — 31 มกราคม พ.ศ. 2515
รัชกาล17 ปี
รัชกาลก่อนสมเด็จพระเจ้าตริภูวนพีรพิกรมศาหเทวะ
รัชกาลถัดไปสมเด็จพระราชาธิบดีพีเรนทรพีรพิกรมศาหเทวะ
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ11 มิถุนายน พ.ศ. 2463
สวรรคต31 มกราคม พ.ศ. 2515
(พระชนมายุ 51 พรรษา)
พระราชบิดาสมเด็จพระเจ้าตริภูวนพีรพิกรมศาหเทวะ
พระราชมารดาสมเด็จพระราชินีกานติแห่งเนปาล
พระบรมราชินีเจ้าหญิงอินดรา มกุฎราชกุมารีแห่งเนปาล
สมเด็จพระราชินีรัตนาราชยลักษมีเทวีศาหะ
พระราชบุตรเจ้าหญิงชานติ ซิงห์แห่งเนปาล
เจ้าหญิงชาราดา ชาห์แห่งเนปาล
สมเด็จพระราชาธิบดีพีเรนทระแห่งเนปาล
สมเด็จพระราชาธิบดีชญาเนนทระแห่งเนปาล
เจ้าหญิงโชวา ชาฮิแห่งเนปาล
เจ้าชายดิเรนดราแห่งเนปาล

สมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะ เป็นพระมหากษัตริย์แห่งพระมหากษัตริย์เนปาลพระองค์ที่ 10 ครองราชย์ระหว่าง 14 มีนาคม พ.ศ. 2498 — 31 มกราคม พ.ศ. 2515

พระประวัติ[แก้]

สมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2463 ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าตริภูวนพีรพิกรมศาหเทวะ และ สมเด็จพระราชินีกานติแห่งเนปาล พระองค์ครองราชย์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2498 แต่เป็นการครองราชย์เพียงในพระนาม อำนาจที่แท้จริงนั้นอยู่กับตระกูลรานาซึ่งสืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ข้าราชการ และนายทหารมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2389 พระองค์จึงเปรียบเสมือนเชลยในพระราชวังนารายันหิติ พระองค์อภิเษกสมรสครั้งแรกกับสมเด็จพระราชินีอินทรราชยลักษมีเทวี[1] มีพระราชโอรส 3 พระองค์ และพระราชธิดา 3 พระองค์[2] สมเด็จพระราชินีอินทรราชยลักษมีเทวีเสด็จสิ้นพระชนม์เมื่อปีพ.ศ. 2493 ต่อมาในปีพ.ศ. 2495 พระองค์จึงอภิเษกสมรสใหม่กับสมเด็จพระราชินีรัตนาราชยลักษมีเทวีศาหะ แต่ไม่มีพระราชโอรส-พระราชธิดาด้วยกัน

หลังจากที่อังกฤษถอนตัวจากอินเดียในพ.ศ. 2490 ทำให้อำนาจของตระกูลรานาเสื่อมถอยลง ในปีพ.ศ. 2493สถานการณ์ทางการเมืองที่เลวร้ายทำให้สมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะกับพระราชวงศ์ตัดสินพระทัยไปประทับที่อินเดียเพื่อลี้ภัย ในที่สุดตระกูลรานาก็ได้ยอมตกลงที่จะร่วมมือกับรัฐบาลเนปาลภายใต้การนำของสมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะ โดยใช้อำนาจร่วมกันอย่างเท่าเทียมในรัฐสภา แต่สุดท้ายตระกูลรานาก็หมดสิ้นอำนาจไป เนปาลต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งแรกกับรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ พระพลานามัยของพระองค์ไม่ดีนักพระองค์จึงสวรรคตเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2515 ขณะพระชนมายุได้ 51 พรรษา

รัชกาล[แก้]

สมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์เนปาลเมื่อ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2499 สืบต่อจากสมเด็จพระเจ้าตริภูวนพีรพิกรมศาหเทวะ

เมื่อ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2503 พระองค์ทรงระงับรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และไล่คณะรัฐมนตรีออก และจำคุกนายกรัฐมนตรีบิชเวชวาร์ ปราสาด โคอิราลาและบุคคลที่ทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาล[3][4] พระองค์ทรงเริ่มปฏิรูปการปกครอง และดำเนินนโยบายการต่างประเทศโดยเป็นกลางระหว่างจีนและอินเดีย

พระองค์ได้รับตำแหน่งจอมพลอังกฤษในพ.ศ. 2503 พระองค์ได้เริ่มดำเนินนโยบายปฏิรูปที่ดินแก่ประชาชนที่ขาดแคลนที่ดินทำกินจำนวนมาก และพระองค์ยังสร้างทางหลวงไปสู่ชนบท เป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาชนบทของพระองค์ นอกจากนี้พระองค์ยังมีบทบาทสำคัญในการทำให้เนปาลเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จากประเทศไทย[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "King Birendra of Nepal". London: Daily Telegraph. 23 August 2001. สืบค้นเมื่อ 21 July 2008.
  2. Nepalitimes
  3. "Bisheshwor Prasad Koirala". Spinybabbler.org. 8 September 1914. สืบค้นเมื่อ 26 August 2011.
  4. "Permanent rebellion: The story of B.P. Koirala". Hinduonnet.com. สืบค้นเมื่อ 26 August 2011.
ก่อนหน้า สมเด็จพระเจ้ามเหนทระแห่งเนปาล ถัดไป
สมเด็จพระเจ้าตริภูวนพีรพิกรมศาหเทวะ 2leftarrow.png Kingdom of Nepal-arms.png
พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรเนปาล
(14 มีนาคม พ.ศ. 2498 — 31 มกราคม พ.ศ. 2515)
2rightarrow.png สมเด็จพระราชาธิบดีพีเรนทรพีรพิกรมศาหเทวะ