ข้ามไปเนื้อหา

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

หน้าถูกถูกกึ่งป้องกัน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์
อัครราชกุมารี
เจ้าฟ้าชั้นเอก
กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
พระฉายาลักษณ์ พ.ศ. 2553
ประสูติ4 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 (68 ปี)
พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
พระสวามีวีระยุทธ ดิษยะศริน (สมรส 2525; หย่า 2539)
พระบุตร
ราชสกุลมหิดล
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พระมารดาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ศาสนาพุทธเถรวาท
ลายพระอภิไธย

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี (ประสูติ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2500) เป็นพระราชธิดาพระองค์เล็กในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระโสทรกนิษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ผู้มีพระกรณียกิจเด่นในระดับสากลทางสาขาสารเคมีก่อมะเร็งและพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม ทรงก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ใน พ.ศ. 2530 และปัจจุบันทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2561[1] และนายกสภา สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์[2] ทรงดำรงตำแหน่งหัวหน้าห้องปฏิบัติการเคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและห้องปฏิบัติการสารเคมีก่อมะเร็ง รวมถึงดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ยังทรงเป็นนักดนตรีผู้มีพระกรณียกิจเด่น ทรงสืบทอดพรสวรรค์ด้านดนตรีจากพระบรมชนกนาถ และได้รับการส่งเสริมจากพระราชมารดาตั้งแต่พระเยาว์ ทรงบรรเลงดนตรีได้หลายประเภท อาทิ เปียโน กีตาร์ รวมถึงเครื่องดนตรีกู่เจิงของจีน ซึ่งทรงสามารถบรรเลงในระดับศิลปินได้อย่างรวดเร็ว ใน พ.ศ. 2544 สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงจัดแสดงดนตรีและวัฒนธรรม "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างไทย–จีน และหารายได้ช่วยเหลือสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายสถานะทูตวัฒนธรรม และทรงสนับสนุนการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง

ใน พ.ศ. 2568 กระทรวงวัฒนธรรมได้ถวายพระสมัญญาแด่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีว่า "สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ" เนื่องในฐานะที่ทรงสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์และจิตรกรรมอันทรงคุณค่าแก่สังคมและประเทศชาติ เป็นที่ประจักษ์ในวงวิชาการศิลปะ อีกทั้งทรงมีบทบาทสำคัญในการธำรงอัตลักษณ์ของชาติ[3]

อภิเษกสมรส

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี อภิเษกสมรสกับนาวาอากาศเอก วีระยุทธ ดิษยะศริน เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2525 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง[4] และมีพระธิดา 2 พระองค์ คือ

เมื่อแรกประสูติ พระธิดาทั้ง 2 พระองค์ ทรงดำรงพระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์ที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า ด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สถาปนาพระโอรสพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ให้ทรงดำรงพระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ เป็น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า ทุกพระองค์[5] ซึ่งพระอิสริยยศดังกล่าวเทียบเท่าตำแหน่ง "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า"[6]

การศึกษา

ทรงได้รับรางวัลเรียนดีตลอดระยะเวลา 4 ปีการศึกษา และทรงได้รับทุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกทางวิทยาศาสตร์สาขาอินทรีย์เคมีด้วย

เนื่องจากทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้วยคะแนนยอดเยี่ยม เมื่อมีพระดำริถึงการศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลจึงอนุมัติให้ทรงเข้าศึกษาในระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิตได้โดยไม่ต้องผ่านมหาบัณฑิตก่อนทรงศึกษาด้วยพระวิริยะอุตสาหะใฝ่พระทัยในการศึกษาเล่าเรียนเป็นที่ยิ่งทั้งที่มีพระราชกิจในฐานะสมเด็จพระเจ้าลูกเธอก็ยังเสด็จพระดำเนินไปทรงพระอักษรร่วมกับพระสหายในชั้นเรียนอย่างสม่ำเสมอตลอดจนทรงงานในห้องแล็บด้วยพระองค์เองอย่างไม่ทรงท้อถอยแม้จะทรงแพ้สารเคมีก็ตามโดยทรงทำวิทยานิพนธ์เรื่อง "Part I: Constituents of Boesenbergia pandurata (yellow rhizome) (Zingiberaceae). Part II: Additions of lithio chloromethyl phenyl sulfoxide to aldimines and alpha,beta-unsaturated compounds" และได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเคมีอินทรีย์ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2528

ทรงศึกษาในระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา 2560[7]

พระกรณียกิจ

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

ด้วยทรงตระหนักถึงปัญหาความขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุข และความเดือดร้อนของอาณาประชาราษฎร์ เรื่องการ ขาดแคลนบุคลากรด้านการแพทย์ และการสาธารณสุขโดยเฉพาะ ความต้องการการสนับสนุนเรื่องการศึกษาวิจัยทางวิชาการวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และการสาธารณสุข จึงทรงก่อตั้งกองทุนจุฬาภรณ์ขึ้น และต่อมาได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิจุฬาภรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย[8]

ต่อมาทรงก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ขึ้น เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2530 ทรงเป็นองค์ประธานของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือ ส่งเสริมความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัย ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ ตลอดจนเป็นศูนย์กลางในการศึกษาและพัฒนาบุคลากรสาขาวิทยาศาสตร์ การแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นแหล่งระดมสติปัญญาของนักวิชาการที่มีศักยภาพและวิทยาการที่ก้าวหน้า เพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง และให้การศึกษาและฝึกอบรมอย่างครบวงจร ประกอบกับแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ให้ขยายภารกิจด้านการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งสาขาที่มีความต้องการสูงให้กว้างขวางยิ่งขึ้น จึงได้มีการเสนอโครงการจัดตั้งสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2548

และจากการที่ทรงรับเป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติ การเคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และห้องปฏิบัติการสารเคมีก่อมะเร็งด้วยพระองค์เอง ประกอบกับทรงพบว่าประชาชนชาวไทยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มในอัตราที่สูงมากขึ้น จึงทรงก่อตั้งศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม และให้เป็นศูนย์วิจัยด้านโรคมะเร็งที่มีความเป็นเลิศทางการวิจัย วิชาการ และการบำบัดรักษา พร้อมทั้งพัฒนาเป็นศูนย์ชำนาญการวินิจฉัยมะเร็งที่ก้าวหน้าและทันสมัยที่สุดในภูมิภาค โดยมีงานวิจัยที่ได้มาตรฐานสากลรองรับ

นอกจากนี้ ยังทรงจัดตั้งศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ (Cyclotron and PET Scan)[9] ซึ่งเป็นหน่วยงานให้บริการในการตรวจโดยสารเภสัชรังสี เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับสูงที่สามารถติดตาม ตรวจวัด ประเมิน และวิเคราะห์ การทำหน้าที่ของอวัยวะนั้นๆ ในระดับเซลล์เมแทบอลิซึม ที่สามารถให้รายละเอียดการวินิจฉัยโรคและระยะของโรคได้ดีกว่าการตรวจอย่างอื่น ซึ่งมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง โรคทางสมอง และหัวใจ

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงให้ความสำคัญทางด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง ทรงเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและมีพระปณิธานแน่วแน่ในการสร้างเสริมความรู้ทางวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อมให้แก่ทรัพยากรบุคคลของประเทศไทย และให้ความช่วยเหลือ ฝึกอบรมแก่ประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังพัฒนา โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ

นอกจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จะทรงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในพระปรีชาสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์แล้ว พระองค์ยังทรงนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศได้อย่างสอดคล้องเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นกิจการด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย งานเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การจัดการป่าไม้ การจัดการสิ่งแวดล้อม การเพาะเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลรวมไปถึงงานส่งเสริมสถานภาพทางสังคมของสตรีไทยอีกด้วย

งานประมงน้อมเกล้าฯ

งานประมงน้อมเกล้าฯ เป็นกิจกรรมการแสดงนิทรรศการของการประมงในประเทศไทย โดยเน้นไปที่ปลาสวยงามเป็นหลัก

งานประมงน้อมเกล้าฯ จัดขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงให้กรมประมง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จัดงานดังกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 ณ บริเวณสวนอัมพร เพื่อน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ทรงมีต่อวงการแพทย์ และการประมง และเพื่อหารายได้สมทบทุนสร้าง ตึกสยามมินทร์ เนื่องในโอกาสที่โรงพยาบาลศิริราชสถาปนาครบรอบ 100 ปี

ต่อจากนั้นทรงมีรับสั่งให้จัดงาน "วันประมงน้อมเกล้าฯ" ขึ้นทุกปี และคณะกรรมการจัดงานมีความเห็นพ้องว่าให้นำเงินรายได้จากการจัดงานทุกปี ขึ้นทูลเกล้าฯ สมทบทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์ ซึ่งทรงตั้งขึ้นเพื่อศึกษางานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ในการนี้ คณะกรรมการจัดงานได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จมาทรงเป็นประธานเปิดงานและจัดตู้ปลาสวยงาม เพื่อพระราชทานแก่ผู้มีจิตศรัทธาถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และพระราชทานถ้วยรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวดในกิจกรรมต่าง ๆ อีกด้วย[10]

มูลนิธิ หน่วยงาน และโครงการในพระอุปถัมภ์

  • มูลนิธิจุฬาภรณ์
  • มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์
  • มูลนิธิศรีสวางควัฒนฯ
  • มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์
  • มูลนิธิเทียนส่องใจเพื่อคนไข้โรคลมชัก
  • มูลนิธิเสียงธรรมเพื่อประชาชน
  • มูลนิธิรักษาพยาบาลสัตว์ป่วยอนาถา โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • โครงการรักษาผู้ป่วยโรคลมชักครบวงจร
  • โครงการหารายได้เพื่อสัตว์ป่วยอนาถา
  • โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากพิษสุนัขบ้า
  • โครงการทับทิมสยาม
  • โรงเรียนมัธยมทับทิมสยาม ๐๔ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์
  • โรงเรียนมัธยมศึกษาจุฬาภรณ์
  • สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี
  • สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย[11]
  • สมาคมเคมีแห่งประเทศไทย
  • กองทุนจุฬาภรณอุดรธานี
  • กองทุนหทัยทิพย์
  • หอศิลป์ทิพย์พิมาน

ทรงพระประชวร

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเผยประชวรด้วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง พร้อมทั้งรับสั่งจะทรงทำงานเพื่อประชาชนต่อไป ตามเจตนารมณ์ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง [12]และเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 มีประกาศสำนักพระราชวังว่าทรงรับการผ่าตัดติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่[13] เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 มีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะเสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ฉบับที่ 1 เปิดเผยว่าทรงเป็นตับอ่อนอักเสบ และพบก้อนเนื้องอก ที่พระศอ และทรงรับการผ่าตัดก้อนเนื้อที่พระศอในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 [14]

พระเกียรติยศ

ธรรมเนียมพระยศของ
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
ธงประจำพระอิสริยยศ
ตราประจำพระองค์
ธงประจำพระองค์
การทูลใต้ฝ่าพระบาท
การแทนตนข้าพระพุทธเจ้า
การขานรับพระพุทธเจ้าข้า/เพคะ
ลำดับโปเจียม4

พระอิสริยยศ

  • สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี (4 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 – 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562)
  • สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี[15] (5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

ต่างประเทศ

ตำแหน่งทางวิชาการ

พระยศทางทหาร

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ
เจ้าฟ้ากรมพระศรีสวางควัฒน
วรขัตติยราชนารี
รับใช้ ไทย
แผนก/สังกัดกองทัพบกไทย, กองทัพเรือไทย, กองทัพอากาศไทย และ กองอาสารักษาดินแดน
ประจำการ
  • พ.ศ. 2542 - ปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2542 - ปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2542 - ปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2535 - ปัจจุบัน
ชั้นยศ
  • พลเอกหญิง
  • พลเรือเอกหญิง
  • พลอากาศเอกหญิง
  • นายกองใหญ่
  • 20 มิถุนายน พ.ศ. 2522 ร้อยโทหญิง เรือโทหญิง เรืออากาศโทหญิง และนายทหารพิเศษ ประจำกัดกองพันทหารม้าที่ ๑ รักษาพระองค์ นายทหารพิเศษประจำกองทัพเรือ นายทหารพิเศษประจำกองทัพอากาศ[28]
  • 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 นายทหารพิเศษประจำกรมนักเรียนนายเรือ รักษาพระองค์ กรมยุทธศึกษา โรงเรียนนายเรือ ประจำกองบังคับการกรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน ประจำกรมนักเรียนนายเรืออากาศ รักษาพระองค์ กรมยุทธศึกษา โรงเรียนนายเรืออากาศ และ ประจำกองพันทหารอากาศโยธินที่ ๑ รักษาพระองค์[29]
  • 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 ร้อยเอกหญิง เรือเอกหญิง เรืออากาศเอกหญิง[30]
  • 25 ธันวาคม พ.ศ. 2524 นายกองโท กองอาสารักษาดินแดน สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน[31]
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2526 พันตรีหญิง นาวาตรีหญิง นาวาอากาศตรีหญิง[32]
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2528 พันโทหญิง นาวาโทหญิง นาวาอากาศโทหญิง[33]
  • 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529 ศาสตราจารย์ กองการศึกษา โรงเรียนนายเรืออากาศ กรมยุทธศึกษาทางอากาศ[34]
  • 5 กันยายน พ.ศ. 2533 พันเอกหญิง นาวาเอกหญิง นาวาอากาศเอกหญิง และนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์ และประจำกรมนักเรียนนายร้อย รักษาพระองค์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า[35]
  • 11 สิงหาคม พ.ศ. 2535 พลตรีหญิง พลเรือตรีหญิง พลอากาศตรีหญิง[36] และศาสตราจารย์พิเศษ ประจำกองทัพอากาศ กระทรวงกลาโหม และนายกองเอก กองอาสารักษาดินแดน (สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน)[37]
  • 15 มีนาคม พ.ศ. 2539 พลโทหญิง พลเรือโทหญิง พลอากาศโทหญิง[38] อาจารย์พิเศษ กองการศึกษา โรงเรียนนายเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองทัพเรือ อาจารย์พิเศษ กองการศึกษา โรงเรียนนายเรืออากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ กองทัพอากาศ และอาจารย์พิเศษ ประจำกองการศึกษา โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ กองทัพอากาศ
  • 1 สิงหาคม พ.ศ. 2542 พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง[39] และรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์ กองทัพอากาศ[40]

การเฉลิมพระเกียรติ

พระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 4 กรกฎาคม 2560

เวลา 19.10 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 5 รอบ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โดยเสด็จในการนี้ด้วย

เมื่อเสด็จเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานฉลองพระชนมายุ 5 รอบ แด่พระสงฆ์ 61 รูป ที่เจริญพระพุทธมนต์และถวายพระธรรมเทศนา เสร็จแล้ว เสด็จไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลซึ่งตั้งอยู่หลังธรรมาสน์ศิลา และเทียนเท่าพระองค์ซึ่งตั้งอยู่ในตู้หลังธรรมาสน์ศิลา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ 61 รูปที่เจริญพระพุทธมนต์ เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทเสกน้ำพระพุทธมนต์ ทรงจุดเทียนที่ฝาครอบเฟือง แล้วทรงประเคนครอบเฟืองแด่ผู้เป็นประธานสงฆ์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์ พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่โต๊ะข้างธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา

จบแล้ว สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีเสด็จไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และจตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนาและเจริญพระพุทธมนต์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จากนั้น สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงกราบที่หน้าเครื่องมนัสการ เสร็จแล้ว ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จกลับ

พระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 6 รอบ 4 กรกฎาคม 2572

พระเกียรติคุณ

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีพระปรีชาสามารถ ทรงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของ ประชาชนชาวไทยให้ดีขึ้น ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และทรงเป็นผู้ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างดียิ่ง

รางวัลในระดับนานาชาติ

  • พ.ศ. 2529 - เหรียญทองคำอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์[41]

โดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO จึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญเพื่อเชิดชูเกียรตินักวิทยาศาสตร์ที่เป็นบุคคลตัวอย่างทางวิชาการ และการส่งเสริมงานด้านวิทยาศาสตร์ ทรงเป็นบุคคลที่ 3 ในโลกและเป็นนักวิทยาศาสตร์สตรีพระองค์แรกของโลกที่ได้รับรางวัลนี้

  • พ.ศ. 2533 - รางวัล Tree of Learning[42]

โดย The World Conservation Union ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อเป็นการยกย่องที่ทางทำคุณประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมโลก โดยการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีและสิ่งแวดล้อม ให้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาแบบยั่งยืน

  • พ.ศ. 2547 - รางวัล EMS Hollaender International Award[43]

จากผลของการทรงงานอย่างต่อเนื่อง จึงทรงเป็นที่ยอมรับและได้รับการยกย่องในแวดวงวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมนานาชาติ คณะกรรมการรางวัลฮอลแลนเดอร์ จึงมีมติเอกฉันท์ให้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล ในฐานะที่ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้มีผลงานดีเด่นของโลกในสาขาสารเคมีก่อมะเร็งและพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม และทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับประจำ ปี ค.ศ. 2002

  • พ.ศ. 2547 - รางวัลสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโลก

โดยสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโลก (IUCN The World Conservation Union) สวิตเซอร์แลนด์

  • พ.ศ. 2549 - รางวัล IFCS Special Recognition[44][45]

โดย Intergovernmental Forum on Chemical Safety (IFCS) เป็นรางวัลสำหรับนักวิทยาศาสตร์ผู้มีผลงานดีเด่น ด้านการสนับสนุนให้เกิดความปลอดภัยของสารเคมีแก่ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศในภูมิภาค

  • พ.ศ. 2549 - รางวัล Nagoyal Medal Special Award[46]

เป็นรางวัลที่มอบให้บุคคลด้านวิทยาศาสตร์ผู้มีบทบาทสำคัญและทำคุณประโยชน์อย่างสูงแก่วงการอินทรีย์เคมี ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลจากมหาวิทยาลัยนาโกยา เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น

  • พ.ศ. 2552 - รางวัล Windaus Medal ด้านอินทรีย์เคมี[47]

โดย Georg-August-Universität Göttingen และสมาคมเคมีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในโอกาสการจัดสัมมนา "Adolf-Windaus-Genachtnis-Lecture" ประจำปี 2009 ในฐานที่ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่นอกจากมีผลงานวิจัยและงานวิชาการในด้านอินทรีย์เคมี แล้วยังทรงพัฒนาและสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าของสาขาวิชานี้อย่างมาก

  • พ.ศ. 2552 - รางวัล Ramazzini Award ด้านเวชศาสตร์อาชีวะและสิ่งแวดล้อม[48]

โดย Collegium Ramazzini สาธารณรัฐอิตาลี โดยมอบให้แก่นักวิทยาศาสตร์จากนานาชาติที่มีผลงานโดดเด่นทั้งด้านงานวิจัย วิชาการด้านเวชศาสตร์อาชีวะ และสิ่งแวดล้อม ที่มีผ่านมีผู้ได้รับรางวัลแล้ว 32 คน ซึ่งในโอกาสนี้ทรงปาฐกถาให้หัวข้อ "Cancer Risk from Exposure to Air Pollution"


สถานที่ พรรณพืชและพันธุ์สัตว์อันเนื่องด้วยพระนาม

สถานที่

การแพทย์ และการสาธารณสุข
สถาบันการศึกษา

พรรณพืช

ไฟล์:Phalaenopsis Princess Chulabhorn.JPG
ดวงตราไปรษณียากรชุด กล้วยไม้พระนาม
  • Phalaenopsis 'Princess Chulabhorn'

กล้วยไม้ผสมตระกูล Phalaenopsis ซึ่งรัฐบาลศรีลังกาได้น้อมเกล้าฯ ในเดือนสิงหาคม 2542 โดยเป็นผลงานการผสมพันธุ์ของสวนพฤกษศาสตร์เปราเดนนิยา (Royal Botanical Garden Peradeniya) ประเทศศรีลังกา เป็นลูกผสมของ Phalaenopsis 'Rose Miva' กับ Phalaenopsis 'Kandy Queen' และได้ขอพระราชทานพระอนุญาตอัญเชิญพระนามเป็นชื่อของกล้วยไม้พันธุ์ใหม่นี้ ลักษณะดอกเป็นสีขาวโดยมีปลายดอกเป็นสีชมพู มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

พันธุ์สัตว์

รถยนต์พระที่นั่ง

  1. เมอร์ซิเดส-เบนซ์ S500 BlueEFFICIENCY LWB W221 Facelift เลขทะเบียน 1ด-8906
  2. เมอร์ซิเดส-เบนซ์ S500 LWB W222 Pre-Facelift เลขทะเบียน 1ด-5906
  3. เมอร์ซิเดส-มายบัค S580 4MATIC Premium Z223 Pre-Facelift เลขทะเบียน 1ด-1906
  4. เมอร์ซิเดส-มายบัค S580 4MATIC Premium Z223 Pre-Facelift เลขทะเบียน 1ด-9906
  5. เมอร์ซิเดส-เบนซ์ S500 LWB W221 Pre-Facelift เลขทะเบียน 1ด-6906

พงศาวลี

อ้างอิง

  1. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอน ๑๘๓ ง พิเศษ หน้า ๕ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๑
  2. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งประธานสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอน ๒๑๘ ง พิเศษ หน้า ๙ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๙
  3. "วธ.ถวายพระสมัญญา 'สิริศิลปินศิลปินแห่งชาติ' แด่กรมพระศรีสวางควัฒนฯ". ข่าวสด. 27 สิงหาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 27 สิงหาคม 2025.
  4. วันประวัติศาสตร์จารึก พระราชพิธีอภิเษกสมรส "จุฬาภรณ์-วีระยุทธ" (วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2525)
  5. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์ของพระโอรสพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, เล่ม ๙๙, ตอน ๑๓๕ ก ฉบับพิเศษ, ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๕, หน้า ๑
  6. สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ. ราชาศัพท์. เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ, 2555, หน้า 41
  7. ทรงพระเจริญ...การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ทรงเข้าศึกษาปริญญาเอก สาขาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรม ที่ ม.ศิลปากร, TNEWS TV ONLINE
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้อำนาจจัดตั้ง "มูลนิธิจุฬาภรณ์" เป็นนิติบุคคล เล่ม ๑๐๓ ตอนที่ ๑๗๒ ง วันที่ ๐๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๙
  9. "ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ". www.chulabhornhospital.com.
  10. หน้า ๑๗๔, ๘๔ ปี สถาปนากรมประมง, วารสารพิเศษของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๓
  11. หนังสือกองงานในพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ รล. ๐๐๑๑.๓/๑๖๖๗๘ ลงวันที่ ๒๙ มิ.ย. ๕๕
  12. Samaphon.blogspot.com: ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ ทรงเผย ประชวรเป็นโรคพุ่มพวง (โรคแพ้ภูมิตัวเอง )
  13. เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ พระอาการดีขึ้น คณะแพทย์ให้เสด็จออกจากโรงพยาบาลได้ [ลิงก์เสีย]
  14. เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ประชวร เสด็จประทับ รพ.วิชัยยุทธ ฉ.1[ลิงก์เสีย]
  15. 1 2 "ประกาศสถาปนา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 136 (15ข): 6. 5 May 2019.
  16. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2011-11-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๙๑, ตอน ๑๔๑ ง ฉบับพิเศษ, ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๗, หน้า ๑
  17. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2009-02-19 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๑๐, ตอน ๘๐ ฉบับพิเศษ, ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๖, หน้า ๑
  18. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า, เล่ม ๙๒, ตอน ๙๕ ง ฉบับพิเศษ, ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘, เล่ม ๑๒
  19. 1 2 แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี) , เล่ม ๙๘, ตอน ๒๐๖ ง ฉบับพิเศษ, ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๔, หน้า ๓๙
  20. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ปฐมดิเรกคุณภรณ์ จำนวน ๘ พระองค์) เก็บถาวร 2011-11-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๑๒, ตอน ๑๗ ข เล่มที่ ๐๐๓, ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘, หน้า ๑
  21. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ (จำนวน ๑๒ ราย), เล่ม ๑๒๔, ตอน ๔ ข, ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐, หน้า ๑
  22. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน, เล่ม ๙๒, ตอน ๘ ง ฉบับพิเศษ, ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๘, หน้า ๑
  23. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญราชการชายแดน, เล่ม ๑๑๑, ตอน ๗ ข, ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๗, หน้า ๑
  24. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี), เล่ม ๑๒๓, ตอน ๒๕ ข, ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙, หน้า ๑
  25. https://en.wikipedia.org/wiki/Order_of_Ojaswi_Rajanya
  26. "ตำแหน่งวิชาการ" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2011-11-20. สืบค้นเมื่อ 2010-01-31.
  27. Thailandplus (2022-07-08). "สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์".
  28. ได้รับพระราชทานยศกองทัพเรือ
  29. นายทหารพิเศษประจำกรมนักเรียนนายเรือ รักษาพระองค์
  30. ได้รับพระราชทานกองทัพไทย
  31. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 99 (ตอน 4 ง ฉบับพิเศษ): หน้า 1. 14 Jan 1982. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2018-06-27. สืบค้นเมื่อ 1 Jul 2019.
  32. ได้รับพระราชทานกองทัพไทย
  33. ได้รับพระราชทานกองทัพไทย
  34. "ได้รับพระราชทานกองทัพอากาศ" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2011-11-20. สืบค้นเมื่อ 2010-01-31.
  35. ได้รับพระราชทานกองทัพไทย
  36. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหาร, เล่ม ๑๐๙, ตอน ๑๐๖ ง ฉบับพิเศษ, ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕, หน้า ๑
  37. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศกองอาสารักษาดินแดน ๑ นายกองเอก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมงกุฎราชกุมาร ๒ นายกองเอก สมเด็จพระเพทรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปียชาติ สยามบรมราชกุมารี ๓ นายกองโท สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เก็บถาวร 2015-09-30 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๐๙, ตอน ๕๕ ง ฉบับพิเศษ, ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕, หน้า ๑
  38. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหาร (พลโทหญิง พลเรือโทหญิง พลอากาศโทหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เป็น พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง และพลตรีหญิง พลเรือตรีหญิง พลอากาศตรี หญิง สมด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เป็น พลโทหญิง พลเรือโทหญิง พลอากาศโทหญิง) เก็บถาวร 2011-11-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๑๓, ตอน ๖ ข, ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙, หน้า ๑
  39. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหาร (พลโทหญิง พลเรือโทหญิง พลอากาศโทหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เป็น พลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก) เก็บถาวร 2011-11-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๑๖, ตอน ๑๕ ข, ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒, หน้า ๕๔
  40. รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย[ลิงก์เสีย]
  41. 1986: Einstein Gold Medal of UNESCO เก็บถาวร 2020-01-30 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เข้าถึงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557
  42. 1990: The Tree of Learning award, Australia เก็บถาวร 2013-09-07 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เข้าถึงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557
  43. 2002: EMS-Hollaender International Fellow Award, the Environmental Mutagen Society, Anchorage, Alaska, U.S.A. เก็บถาวร 2013-09-07 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เข้าถึงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557
  44. IFCS Special Recognition Award, เข้าถึงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557
  45. 2006: IFCS Special Recognition Award, Intergovernmental Forum on Chemical Safety (IFCS), Budapest, Hungary เก็บถาวร 2013-09-07 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เข้าถึงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557
  46. 2006: Nagoya Medal Special Award, Nagoya University, Japan เก็บถาวร 2013-09-07 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เข้าถึงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557
  47. 2009: The Windaus Award from the Organic Chemistry and Biomolecular Chemistry Society of the Georg-August G?ttingen University and the German Chemical Society, Germany เก็บถาวร 2013-09-07 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เข้าถึงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557
  48. 2009: The Ramazzini Award from the Collegium Ramazzini, Italy เก็บถาวร 2013-09-07 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เข้าถึงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557
  49. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๕๓๗ เก็บถาวร 2012-06-12 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนเล่ม ๑๑๑ ตอนที่ ๔ ก วันที่ ๐๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
  50. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศจังหวัดยะลา เรื่อง ตั้งและกำหนดเขตหมู่บ้าน (จุฬาภรณ์พัฒนา ๑๑)เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๒๓ ง วันที่ ๐๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
  51. ราชกิจานุเบกษา,ประกาศราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เรื่อง พระราชทานนามศูนย์แพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๒๓ ง พิเศษ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐
  52. ประวัติโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช เก็บถาวร 2014-09-19 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เข้าถึงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

แหล่งข้อมูลอื่น