สมาคมชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

สมาคมชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน (อังกฤษ: Malaysian Chinese Association, MCA; จีนตัวย่อ: 马来西亚华人公会; จีนตัวเต็ม: 馬來西亞華人公會; พินยิน: Mǎláixīyà Huárén Gōnghuì; กวางตุ้ง: MaLoiSaiYa WahYen KoongWui; มลายู: Persatuan Cina Malaysia) เป็นพรรคการเมืองเชื้อชาติเดียวในมาเลเซียซึ่งเป็นตัวแทนของชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน เป็นหนึ่งในสามพรรคหลักของแนวร่วมแห่งชาติ เป็นพรรคที่ทรงอิทธิพลพรรคหนึ่งในมาเลเซีย สามารถควบคุมสื่อที่สำคัญในมาเลเซียได้

การก่อตั้ง[แก้]

ตัน เชง ลอก ผู้ก่อตั้งสมาคม

การก่อตั้งสหพันธรัฐมลายาไม่ได้เป็นผลดีต่อชาวจีน เพราะสิทธิในการเป็นพลเมืองของกลุ่มที่ไม่ใช่ชาวมลายูถูกเพิกถอน สมาคมชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนก่อตั้งขึ้นเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 โดยการนำของนักธุรกิจชาวจีนช่องแคบ ตัน เชงลอก ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างชาวจีนกับชาวมลายูและโอน จาฟาร์ผู้นำอุมโนพยายามวางระยะห่างจากตัน

ตันเคยเป็นสมาชิกสันนิบาตมลายาต่อต้านญี่ปุ่น สมาชิกแรกต่อตั้งของสมาคมส่วนใหญ่เป็นสมาชิกก๊กมินตั๋งและเข้าร่วมในฐานะเป็นทางเลือกที่เป็นองค์กรฝ่ายตรงข้ามกับพรรคคอมมิวนิสต์มลายา และได้รับการสนับสนุนจากอังกฤษที่กลับมาปกครองมลายาอีกครั้ง สมาชิกจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยตามบ้านเกิดในจีน ผู้นำคนแรกของสมาคมเป็นอดีตผู้นำทางทหารของก๊กมินตั๋ง เลือง ยิวโกห์

หลังเหตุจลาจล พ.ศ. 2512[แก้]

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 3 ของมาเลเซียเกิดขึ้นเมื่อ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2512 สมาคมได้ 13 ที่นั่ง แต่สูญเสียการบริหารรัฐปีนัง ใน พ.ศ. 2517 ตัน เซียวซินได้ลาออกจากพรรคด้วยเหตุผลทางสุขภาพ

พ.ศ. 2528 – 2546[แก้]

ในพ.ศ. 2528 ตัน กุนซวานได้เป็นหัวหน้าพรรค แต่อีกปีต่อมา เขาถูกฟ้องร้องในคดีทุจริตและต้องลาออกไป ลิง เลืองซิกขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน เขาลาออกใน พ.ศ. 2539 ลิม อาห์เล็กขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน ลิมได้เรียกร้องความสนใจของชุมชนชาวจีนให้มีมากขึ้น

ใน พ.ศ. 2542 เกิดการแบ่งส่วนภายในพรรค ลิมลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีและเสนอให้ชัน กองชอยเข้าร่วมคณะรัฐมนตรีแทนหลังหารเลือกตั้ง พ.ศ. 2542 แต่มีกลุ่มที่เสนอให้ อง กาติงขึ้นเป็นรัฐมนตรีแทน ในที่สุด นายกรัฐมนตรี มหาธีร์ โมฮัมหมัดเข้ามาไกล่เกลี่ย

พ.ศ. 2546 – ปัจจุบัน[แก้]

ใน พ.ศ. 2551 สมาคมได้รับเลือกตั้งน้อยลง และทำให้เกิดความแตกแยกภายในพรรคอีกระหว่างกลุ่มขององ ตีแกต และชิง ชอยเลก ทำให้เกิดวิกฤติผู้นำภายในพรรค จน พ.ศ. 2553 กลุ่มของชิง และผู้สนับสนุนอง ตีแกต ลาออกจากคณะกรรมการบริหารพรรคและเลือกตั้งกันใหม่ ชิงได้เป็นหัวหน้าพรรคและได้พยายามประสานรอยร้าวระหว่างกลุ่ม

อ้างอิง[แก้]

  • Chin, James. 2013. "It Had to Happen: The Chinese Backlash in the 2008 General Elections" in Awakening: The Abdullah Badawi Years in Malaysia (SIRD 2013) pp 162–179
  • James Chin. Malaysian Chinese Association (MCA) Politics a Year Later: Crisis of Political Legitimacy, The Round Table: The Commonwealth Journal of International Affairs Vol. 99, No. 407, April 2010, pp. 153–162
  • James Chin. The Malaysian Chinese Dilemma: The Never Ending Policy (NEP), Chinese Southern Diaspora Studies, Vol 3, 2009
  • Chin, James (2006). "New Chinese Leadership in Malaysia: The Contest for the MCA and Gerakan Presidency". Contemporary Southeast Asia (CSEA), Vol. 28, No. 1 (April 2006).
  • Chin, James (2000). "A New Balance: The Chinese Vote in the 1999 Malaysian General Election". South East Asia Research 8 (3), 281–299.
  • Chin, James (2001). "Malaysian Chinese Politics in the 21st Century: Fear, Service and Marginalisaton". Asian Journal of Political Science 9 (2), 78–94.
  • Goh, Cheng Teik (1994). Malaysia: Beyond Communal Politics. Pelanduk Publications. ISBN 967-978-475-4.
  • "National Front parties were not formed to fight for Malaysian independence". Malaysia Today. by Pillai, M.G.G. (3 November 2005)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]