มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
Khon Kaen University | |
พระธาตุพนม ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย | |
| ชื่อเดิม | มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
|---|---|
| ชื่อย่อ | มข.[1] / KKU |
| คติพจน์ | วิทยา จริยา ปัญญา |
| ประเภท | สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ |
| สถาปนา | 25 มกราคม พ.ศ. 2509[2] |
| สถาบันหลัก | กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม[a] |
| สังกัดวิชาการ |
|
| งบประมาณ |
|
| นายกสภาฯ | ณรงค์ชัย อัครเศรณี |
| อธิการบดี | รองศาสตราจารย์ ชาญชัย พานทองวิริยะกุล (รักษาการ) |
| พระราชทานปริญญาบัตร | สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี |
| อาจารย์ | 1,945 คน (พ.ศ. 2566) |
| บุคลากรทั้งหมด | 10,676 คน (พ.ศ. 2567) |
| ผู้ศึกษา | 39,684 คน (พ.ศ. 2564)[3] |
| ที่ตั้ง |
|
| วิทยาเขต | วิทยาเขต 2
|
| เพลง | มาร์ชมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาร์ชกาลพฤกษ์ |
| สี | สีดินแดง |
| ฉายา | มอดินแดง |
| เครือข่าย | ASAIHL |
มาสคอต | พระธาตุพนมและกาลพฤกษ์ |
| เว็บไซต์ | เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย |
![]() | |
มหาวิทยาลัยขอนแก่น (อังกฤษ: Khon Kaen University; อักษรย่อ: มข. – KKU) เดิมชื่อมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มภน.)[4] เป็นสถาบันอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันอุดมศึกษาแห่งที่ 10 และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ 7 ของประเทศไทย ปัจจุบันอายุ 61 ปี ถือกำเนิดมาจากสถาบันเทคโนโลยีขอนแก่น (K.I.T) ในปี พ.ศ. 2505 ยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อปี พ.ศ. 2507 และได้ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2509[5] และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2510 จนกระทั่งปีพ.ศ. 2552 มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติจากกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ตั้งอยู่ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น มีจุดประสงค์เพื่อให้การศึกษาชั้นสูงขยายออกไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2558[6] มีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยขอนแก่นการจัดการเรียนการสอนนั้นครอบคลุมสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การแพทย์ การเกษตร มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ใน 19 คณะ 4 วิทยาลัย 2 บัณฑิตวิทยาลัยทั้งวิทยาเขตขอนแก่นและวิทยาเขตหนองคาย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเลิศทางด้านการเรียนการสอน และดีเยี่ยมทางด้านการวิจัย[7] มหาวิทยาลัยขอนแก่นเปิดหลักสูตรรวมทั้งสิ้น 330 หลักสูตร แบ่งได้เป็นหลักสูตรระดับปริญญาเอก 72 หลักสูตร ปริญญาโท 129 หลักสูตร ปริญญาตรี 105 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 24 หลักสูตร โดยสัดส่วนสาขาวิชาที่เปิดสอนระดับปริญญาตรีกับระดับบัณฑิตศึกษา เท่ากับ 3.0 : 7.0 และเป็นหลักสูตรนานาชาติ/ภาษาอังกฤษ ร้อยละ 11.21[8] มีนักศึกษาอยู่ในคณะและวิทยาลัยต่างๆ รวมแล้วประมาณ 39,000 คน และมีบุคลากรสายวิชาการ 2,075 คน มีตำแหน่งทางวิชาการ ระดับศาสตราจารย์ 32 คน รองศาสตราจารย์ 508 คน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 619 คน และอาจารย์ 916 คน[9] เป็นมหาวิทยาลัยที่มีอัตราการสอบแข่งขันเข้าเรียนมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ[10]
ประวัติ
[แก้]
ในปี พ.ศ. 2484 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัฐบาลจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ได้มีนโยบายและโครงการที่จะขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาสู่ส่วนภูมิภาค สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่ในระหว่างนั้น ได้เกิดสงครามเอเชียบูรพา ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องตัดสินใจเข้าร่วมกับญี่ปุ่นต่อสู้กับฝ่ายสัมพันธมิตร จึงทำให้การจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยุติลงในปี พ.ศ. 2503 รัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีการทบทวนการจัดตั้งมหาวิทยาลัยนี้อีกครั้งหนึ่ง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 จึงได้มีมติให้จัดตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูง ด้านวิศวกรรมศาสตร์ และเกษตรศาสตร์ขึ้น ที่จังหวัดขอนแก่น เสนอชื่อสถาบันแห่งนี้ว่า "สถาบันเทคโนโลยีขอนแก่น" และเสนอชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "Khon Kaen Institute of Technology" มีชื่อย่อว่า K.I.T. หลังจากนั้นได้เปลี่ยนชื่อสถาบันนี้เป็น "มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" มีชื่อย่อว่า "North-East University หรือ N.E.U" เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีหน่วยราชการใด ที่จะรับผิดชอบการดำเนินการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยโดยตรง รัฐบาลจึงได้มีมติให้สภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบในด้านการหาสถานที่ จัดร่างหลักสูตร ตลอดจนการติดต่อความช่วยเหลือจากต่างประเทศ [11]
ในปี พ.ศ. 2506 คณะอนุกรรมการได้ตกลงเลือกบ้านสีฐานเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยในเนื้อที่ ประมาณ 5,500 ไร่ ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น 4 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2507 ได้มีการลงรากฐานก่อสร้างอาคาร "คณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์"[12] สำนักงานจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ได้รับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรุ่นแรก ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2507[13] จำนวนทั้งสิ้น 107 คน โดยแยกเป็นนักศึกษาเกษตรศาสตร์ 49 คน และวิศวกรรมศาสตร์ 58 คนโดยฝากเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน)
ปี พ.ศ. 2508 คณะรัฐมนตรีมีมติให้เปลี่ยนชื่อ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็น "มหาวิทยาลัยขอนแก่น" ตามชื่อเมืองที่ตั้ง และได้โอนกิจการจากสำนักงานสภาการศึกษาแห่งชาติไปเป็นของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในปีเดียวกัน
ปี พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2509 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัย จอมพล ถนอม กิตติขจร และนายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่นในขณะนั้น ได้ประชุมสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น และพิจารณาแต่งตั้งให้:
- พจน์ สารสิน เป็นอธิการบดี
- ศาสตรจารย์ พิมล กลกิจ เป็นรองอธิการบดี, ผู้รักษาการคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ และคณะเกษตรศาสตร์
- ศาสตราจารย์ วิทยา เพียรวิจิตร เป็นผู้รักษาการคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์[14]
และในปีเดียวกันนี้ ได้ย้ายนักศึกษาที่ฝากเรียนไว้ที่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) มาศึกษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นในสถานที่ปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยขอนแก่น นับเป็นสถาบันอุดมศึกษา (สถาบันอุดมศึกษา คือ สถาบันที่จัดการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีสถานะทั้ง วิทยาลัย มหาวิทยาลัย และสถาบัน) แห่งที่ 10 ของไทยถัดจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร วิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวัน วิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งเป็นสถาบันอุดมศึกษาประเภทมหาวิทยาลัยแห่งที่ 7 ของไทยถัดจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปี พ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 มกราคม[15]
มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีพัฒนาการมาโดยลำดับนับจากวันแรกก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งพัฒนาการของมหาวิทยาลัยเป็น ๓ ยุคคือ
ยุคที่หนึ่ง : ในช่วงทศวรรษที่ 1 และ 2 เป็นช่วงยุคของมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งภูมิภาคของประเทศ (พ.ศ. 2507-2526)
ทศวรรษที่ 1 ทศวรรษแห่งการก่อตั้ง (พ.ศ. 2507-2616)
มหาวิทยาลัยขอนแก่นในยุคเริ่มก่อตั้ง มี 3 คณะวิชาคือคณะ เกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ โดยคณะเกษตรศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มีนักศึกษารวม 107 คน ส่วนคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ เป็นคณะวิชาที่เปิดสอนวิชาพื้นฐานจึงยังไม่ได้เปิดรับนักศึกษา ในทศวรรษที่ 1 นี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีรุ่นแรกในปีการศึกษา 2510 จำนวนทั้งสิ้น 59 คน จากนั้นได้ขยายไปสู่การจัดตั้งคณะวิชาเพิ่มอีก 3 คณะวิชาคือ คณะศึกษาศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ โดยลำดับ
ทศวรรษที่ 2 ทศวรรษแห่งการขยายตัว (พ.ศ. 2517-2526)
เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขยายการศึกษาในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดตั้งคณะวิชาในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพเพิ่มขึ้น 4 คณะวิชา คือ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ และจัดตั้งคณะ วิชาในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อีก 1 คณะวิชาคือ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และเพื่อรองรับการขยายตัวทางการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงได้จัดตั้ง สำนักวิทยบริการ สถาบันวิจัยและพัฒนา และบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนภารกิจสนับสนุนการจัดการศึกษาและการวิจัยของมหาวิทยาลัย
ยุคที่สอง : ในช่วงทศวรรษที่ 3 และ 4 เป็นช่วงยุคของ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ (พ.ศ. 2527-2546)
ทศวรรษที่ 3 ทศวรรษแห่งการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง (พ.ศ. 2527-2536)
ในช่วงต้นของทศวรรษนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดตั้งคณะวิชาและหน่วยงานเพิ่มขึ้นหลายส่วนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ คณะเทคโนโลยี คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ ศูนย์คอมพิวเตอร์ ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องศูนย์หัวใจสิริกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้รับผิดชอบดำเนินการจัดตั้งวิทยาลัยอุบลราชธานีและวิทยาลัยสุรนารี ซึ่งต่อมามีพัฒนาการไปเป็นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีโดยลำดับ
ทศวรรษที่ 4 ทศวรรษแห่งมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ (พ.ศ. 2537-2546)
ในช่วงทศวรรษนี้ เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีคณะวิชาที่ครอบคลุมในหลายสาขาวิชา นับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) ของภูมิภาค โดยในช่วงทศวรรษนี้ได้จัดตั้งวิทยาเขตหนองคาย คณะศิลปกรรมศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ และจัดตั้งหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นอีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักทะเบียนและประมวลผล สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง และสถาบันสันติศึกษา
ยุคที่สาม : ในช่วงทศวรรษที่ 5 เป็นช่วงยุคของการก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย และมหาวิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน
(พ.ศ. 2547-2556)
ทศวรรษที่ 5 ทศวรรษของมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย และ มหาวิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน (พ.ศ. 2547-2556)
ในช่วงทศวรรษนี้เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความเข้มแข็งทางการวิจัย จากการพัฒนางานวิจัยโดยต่อเนื่องในช่วงปลายทศวรรษที่ 4 และมีปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือ ได้มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยเฉพาะทางในหลากหลายสาขา ทั้งยังเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยก้าวสู่ระบบการประเมินอย่างเข้มข้น ทั้งจากองค์กรภาครัฐและองค์กรอิสระจากภายนอก เป็นช่วงที่มีการปรับโครงสร้างการบริหารงานในสำนักงานอธิการบดีและคณะวิชา มีการขยายตัวทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดตั้งคณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น วิทยาลัยนานาชาติ สำนักวิชาศึกษาทั่วไป มีการควบรวมศูนย์หัวใจสิริกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เป็นส่วนราชการมีฐานะเทียบเท่าภาควิชาในคณะแพทยศาสตร์ และจัดตั้งส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย โดยจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์และวิศวกรรมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์บูรณาการ คณะบริหารธุรกิจ และคณะศิลปศาสตร์
ปี พ.ศ. 2558 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยขอนแก่น [16] ส่งผลทำให้มหาวิทยาลัยได้เปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย
[แก้]
- ตรามหาวิทยาลัย
เป็นรูปองค์พระธาตุพนมเต็มองค์ ประดิษฐานเหนือขอนไม้แก่น สลักชื่อมหาวิทยาลัย หมายถึงเมืองที่ตั้งมหาวิทยาลัย สองข้างมีเทวดาอัญเชิญมิ่งมงคล ประทานสู่สถาบันแห่งนี้ พื้นหลังแบ่งเป็น 3 ช่อง หมายถึงคุณธรรมของนักศึกษา 3 ประการ ได้แก่ วิทยา คือความรู้ดี จริยาคือความประพฤติดี ปัญญา คือความฉลาดอันเกิดแต่เรียนและคิด สาเหตุที่กำหนดให้พระธาตุพนมเป็นตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้น เนื่องจากตระหนักว่าพระธาตุพนมเป็นปูชนียสถานสำคัญ เป็นมิ่งขวัญสิริมงคลอันเป็นที่เคารพบูชาของ ชาวไทย-ลาว ทั้งสองฝั่งโขง มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็เช่นเดียวกัน ที่จะต้องเป็นศูนย์รวมความคิด สติปัญญาของสังคมและเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ศาสตราจารย์พิมล กลกิจ ได้เดินทางไปนมัสการพระธรรมราชานุวัตร (แก้ว กนฺโตภาโส) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เพื่อทำพิธีขออนุญาตเชิญรูปพระธาตุพนมมาเป็นตราสถาบันอย่างถูกต้องและเป็นทางการในปี ๒๕๐๙ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตราพระธาตุพนมก็กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำสถาบันการศึกษาแห่งนี้[17]
- สีประจำมหาวิทยาลัย
สีดินแดง[18] อันมีความหมายโยงไปถึงลักษณะ และภูมินามของพื้นที่ซึ่งเป็นเนินดินลูกคลื่นสีแดงหรือที่เรียกว่า "มอดินแดง" อันซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย “มอ” ในความหมายของภาคอีสาน หมายถึงพื้นที่เนินดินสูงที่มีสีแดง อีกนัยหนึ่งมอดินแดง ก็คือ สมญานามของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่คนรู้จักกันทั่วไปว่าเป็นมหาวิทยาลัย ที่มีดินสีแดงเป็นส่วนใหญ่[19]
- ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย
กัลปพฤกษ์ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cassia bakeriana Craib) เป็นต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปลูกพระราชทานเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 ลักษณะเป็นต้นไม้ขนาดย่อม พุ่มใบแบนกว้าง ดอกสีชมพู เมื่อโรยจะกลายเป็นสีขาว ออกดอกเป็นช่อช่วงฤดูหนาว เรียกกันมาแต่ดั้งเดิมว่า “กาลพฤกษ์” ด้วยเหตุที่ต้นไม้นี้ในปลายฤดูหนาวย่างเข้าฤดูร้อนจะทิ้งใบทั้งต้น ให้ดอกสีชมพูระเรื่อสลับขาว ดอกกาลพฤกษ์บานคราใดก็ถึงเวลาสอบไล่ ปิดปลายภาคและจบการศึกษา หมายถึงสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง เป็นช่วงที่รุ่นพี่กำลังจะจบการศึกษาต้องออกสู่สังคมเพื่อช่วยกันสร้างสรรค์ประเทศ และเป็นช่วงที่น้องใหม่กำลังจะเข้ามาศึกษาและใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย เป็นเสมือนต้นไม้แห่งกาลเวลา ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และถือเป็นต้นไม้ประจำสถาบันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา[20]
- สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัย
ศาลเจ้าพ่อมอดินแดง โดยในระยะแรกๆนั้นเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง คณาจารย์ประสบอุบัติเหตุทางรถเสียชีวิตหลายท่าน คนงานถูกรถชนตาย นักศึกษาแตกแยกกัน จึงมีการจัดสร้างศาลเจ้าพ่อมอดินแดงขึ้นมาในสมัยศาสตราจารย์พิมล กลกิจ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยทำพิธียกศาลในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2509 ศาลเจ้าพ่อมอดินแดงจึงได้เป็นที่เคารพสักการะ และนักศึกษาใหม่ต้องทำพิธีไหว้เจ้าพ่อมอเพื่อฝากตัวเป็นลูกเจ้าพ่อมอดินแดงทุกคน [21]
ปี 2547 คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดำเนินการก่อสร้าง ศาลาธรรมสถาน เจ้าพ่อมอดินแดงขึ้นใหม่โดยนับเนื่องเข้าเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมฉลองในวาระที่มหาวิทยาลัยสถาปนามาครบ 40 ปี ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นแกนนำในการดำเนินงาน
เพลงประจำมหาวิทยาลัย
[แก้]
|
|
การบริหารระดับมหาวิทยาลัย
[แก้]สภามหาวิทยาลัย
[แก้]สภามหาวิทยาลัยเป็นองค์กรสูงสุดของมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย
- นายกสภามหาวิทยาลัย
- กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 15 คน แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย
- อธิการบดี
- กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง ได้แก่ นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประธานสภาพนักงาน และประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
- กรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้แทนผู้บริหารจำนวน 4 คน
- กรรมการสภามหาวิทยาลัยจากการเลือกตั้งของคณาจารย์ประจำ 3 คน
- กรรมการสภามหาวิทยาลัยจากการเลือกตั้งของพนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งมิใช่คณาจารย์ประจำ 1 คน
นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัย มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และอาจได้รับเลือกใหม่อีกได้
ทำเนียบนายกสภามหาวิทยาลัย
[แก้]นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีนายกสภามหาวิทยาลัย ดังรายนามต่อไปนี้ [24] [25]
| ทำเนียบนายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น | ||
|---|---|---|
| รายนามนายกสภามหาวิทยาลัย | วาระการดำรงตำแหน่ง | |
| 1. จอมพล ถนอม กิตติขจร | 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509 - 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 | |
| 2. ศาสตราจารย์ ดร.พิมล กลกิจ | 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 - 18 กันยายน พ.ศ. 2515 (รักษาการแทนฯ) | |
| 3. หม่อมราชวงศ์จักรทอง ทองใหญ่ | 18 กันยายน พ.ศ. 2515 - 18 มิถุนายน พ.ศ. 2519 | |
| 4. พลเอก เนตร เขมะโยธิน | 18 มิถุนายน พ.ศ. 2519 - 13 มิถุนาน พ.ศ. 2520 | |
| 4. ศาสตราจารย์ ดร.ชุบ กาญจนประกร | 29 มิถุนายน พ.ศ. 2520 - 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 | |
| 5. ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน | 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 - 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 14 ตุลาคม พ.ศ. 2531 - 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 | |
| 6. พันเอก อาทร ชนเห็นชอบ | 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 - 13 ตุลาคม พ.ศ. 2531 | |
| 7. พลตำรวจเอก เภา สารสิน | 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 - 7 มีนาคม พ.ศ. 2556 | |
| 8. ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี | 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน | |
ทำเนียบอธิการบดี
[แก้]| ทำเนียบอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น | ||
|---|---|---|
| รายนามอธิการบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง | |
| 1. พจน์ สารสิน | 14 มิถุนายน พ.ศ. 2509 - 9 เมษายน พ.ศ. 2512 [26][27] | |
| 2. ศาสตราจารย์ ดร.พิมล กลกิจ | 10 เมษายน พ.ศ. 2512 - 2 กันยายน พ.ศ. 2512 (รักษาการแทนฯ) | |
| 3. นิล มณีโชติ | 3 กันยายน พ.ศ. 2518 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2518 (รักษาการแทนฯ) | |
| 4. หม่อมราชวงศ์จักรทอง ทองใหญ่ | 13 ตุลาคม พ.ศ. 2518 - 11 ธันวาคม พ.ศ. 2518 (รักษาการแทนฯ) | |
| 5.ศาสตราจารย์ นายแพทย์ กวี ทังสุบุตร | 12 ธันวาคม พ.ศ. 2518 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2519 (รักษาการแทนฯ) 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522 - 1 มกราคม พ.ศ. 2523 | |
| 6. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ นพดล ทองโสภิต | 5 มิถุนายน พ.ศ. 2519 - 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 (รักษาการแทนฯ) 20 กันยายน พ.ศ. 2526 - 19 กันยายน พ.ศ. 2529 [31] 20 กันยายน พ.ศ. 2532 - 19 กันยายน พ.ศ. 2535[32] | |
| 7. ศาสตราจารย์ ดร.เกษม สุวรรณกุล | 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 - 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 (รักษาการแทนฯ) | |
| 8. ศาสตราจารย์ นาวาตรี ดร.กำจร มนุญปิจุ | 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 - 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521 (รักษาการแทนฯ) | |
| 9. ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน | 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521 - 13 กันยายน พ.ศ. 2521 (รักษาการแทนฯ) | |
| 10.ศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เพียรวิจิตร | 14 กันยายน พ.ศ. 2521 - 13 ตุลาคม พ.ศ. 2521 (รักษาการแทนฯ) 14 ตุลาคม พ.ศ. 2521 - 21 ตุลาคม พ.ศ. 2522[33] | |
| 11. รองศาสตราจารย์ ดร.เทอด เจริญวัฒนา | 22 ตุลาคม พ.ศ. 2521 - 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522 (รักษาการแทนฯ) 2 มกราคม พ.ศ. 2523 - 19 กันยายน พ.ศ. 2526 (รักษาการแทนฯ) | |
| 12. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สมพร โพธินาม | 20 กันยายน พ.ศ. 2529 - 19 กันยายน พ.ศ. 2532 [34] | |
| 13. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ วันชัย วัฒนศัพท์ | 20 กันยายน พ.ศ. 2535 - 19 กันยายน พ.ศ. 2538[35] | |
| 14. รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ | 20 กันยายน พ.ศ. 2538 - 19 กันยายน พ.ศ. 2541 [36] 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 [37] | |
| 15. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุชาติ อารีมิตร | 20 กันยายน พ.ศ. 2541 - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 (รักษาการแทนฯ) | |
| 16. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เภสัชกร ดร.สุมนต์ สกลไชย | 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 [38][39] | |
| 17. รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย | 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562[40][41] | |
| 18. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชาญชัย พานทองวิริยะกุล | 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 - 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562 (รักษาการแทนฯ) 15 มิถุนายน พ.ศ. 2563[42] - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567 [43] | |
| 19. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธรา ธรรมโรจน์ | 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562 - 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 (รักษาการแทนฯ) | |
การบริหารระดับนักศึกษา
[แก้]ผู้นำนักศึกษาคือองค์กรระดับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจกรรมทั่วไปของมหาวิทยาลัย คณะกรรมาธิการบริหารสภานักศึกษาและคณะกรรมการบริหารองค์การนักศึกษา ปัจจุบันมีนายวีระวัฒน์ จำปาขีด เป็นประธานสภานักศึกษา และนายพรหมภพ วอหา เป็นนายกองค์การนักศึกษา
คณะกรรมาธิการบริหารสภานักศึกษา
ประกอบด้วย
- ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น
- รองประธานสภานักศึกษาคนที่ 1
- รองประธานสภานักศึกษาคนที่ 2
- เลขาธิการประจำสำนักสภานักศึกษา
- ประชาสัมพันธ์
- คณะกรรมธิการฝ่ายอื่นๆ (ที่ไม่ซ้ำกับลำดับที่ 1-5) อีกไม่เกิน 5 คน
- สมาชิกสภานักศึกษาสังกัดฝ่ายต่างๆ
- คณะอนุกรรมธิการสภานักศึกษา (จำนวนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและพิจารณาของคณะกรรมธิการสภานักศึกษา)
คณะกรรมการบริหารองค์การนักศึกษา
ประกอบด้วย
- นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น
- อุปนายกคนทึ่ 1
- อุปนายกคนที่ 2
- อุปนายกคนที่ 3
- เหรัญญิก
- เลขานุการ
- ประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์
- ประธานกรรมการฝ่ายส่งเสริมฝ่ายวิชาการ
- ประธานกรรมการฝ่ายบำเพ็ญประโยชน์
- ประธานกรรมการฝ่ายศิลปวัฒนธรรม
- ประธารกรรมการฝ่ายกีฬาและนันทนาการ
- ประธานกรรมการฝ่ายคุณธรรมและจริยธรรม
- ประธานกรรมการฝ่ายอื่นๆ (ที่ไม่ซ้ำกับลำดับที่ 1-12) อีกไม่เกิน 9 คน
- คณะอนุกรรมการองค์การนักศึกษา(จำนวนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารองค์การนักศึกษา)
การศึกษา
[แก้]มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบด้วย 19 คณะ 4 วิทยาลัย และมีวิทยาเขตหนองคายที่ดำเนินงานภายใต้มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น สามารถอำนวยการสอนได้ 71 หลักสูตร 330 สาขาวิชา แบ่งเป็นระดับต่ำกว่าปริญญาตรี 3 สาขา ปริญญาตรี 105 สาขา ประกาศนียบัตรหลังปริญญาตรี 26 สาขา ปริญญาโทหรือเทียบเท่า 126 สาขา และปริญญาเอก 72 สาขา
| คณะวิชาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น | ||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| คณะ/วิทยาลัย/สถาบัน | ก่อตั้ง | วิทยาเขต | สีประจำคณะ | กลุ่มคณะ | ||||
| คณะเทคนิคการแพทย์ Faculty of Associated Medical Sciences |
ทนพ. AMS |
47 ปี | 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 | ขอนแก่น | สีน้ำเงิน |
วิทยาศาสตร์สุขภาพ | ||
| คณะทันตแพทยศาสตร์ Faculty of Dentistry |
ทพ. DENT |
46 ปี | 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 | ขอนแก่น | สีม่วง |
วิทยาศาสตร์สุขภาพ | ||
| คณะพยาบาลศาสตร์ Faculty of Nursing |
พยบ. NU |
54 ปี | 1 มิถุนายน พ.ศ. 2514 | ขอนแก่น | สีฟ้า |
วิทยาศาสตร์สุขภาพ | ||
| คณะแพทยศาสตร์ Faculty of Medicine |
พ. MD |
53 ปี | 9 กันยายน พ.ศ. 2515 | ขอนแก่น | สีเขียวใบไม้ |
วิทยาศาสตร์สุขภาพ | ||
| คณะเภสัชศาสตร์ Faculty of Pharmarceutical Science |
ภ. PS |
44 ปี | 12 ธันวาคม พ.ศ. 2523 | ขอนแก่น | สีเขียวมะกอก |
วิทยาศาสตร์สุขภาพ | ||
| คณะสัตวแพทยศาสตร์ Faculty of Veterinary Medicine |
สพ. VM |
39 ปี | 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 | ขอนแก่น | สีฟ้าหม่น |
วิทยาศาสตร์สุขภาพ | ||
| คณะสาธารณสุขศาสตร์ Faculty of Public Health |
สธ. PH |
47 ปี | 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 | ขอนแก่น | สีชมพู |
วิทยาศาสตร์สุขภาพ | ||
| คณะเกษตรศาสตร์ Faculty of Agriculture |
กษ. AG |
61 ปี | 24 มิถุนายน พ.ศ. 2507 | ขอนแก่น | สีเขียว |
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ||
| คณะเทคโนโลยี Faculty of Technology |
ทล. TE |
41 ปี | 27 สิงหาคม พ.ศ. 2527 | ขอนแก่น | สีแดง |
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ||
| คณะวิทยาศาสตร์ Faculty of Science |
วท. SCI |
61 ปี | 9 มิถุนายน พ.ศ. 2507 | ขอนแก่น | สีเหลือง |
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ||
| คณะวิศวกรรมศาสตร์ Faculty of Engineering |
วศ. EN |
61 ปี | 24 มิถุนายน พ.ศ. 2507 | ขอนแก่น | สีเลือดหมู |
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ||
| คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ Faculty of Architecture |
สถ. ARCH |
37 ปี | 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 | ขอนแก่น | สีน้ำตาล |
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ||
| วิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ College of Computing |
วค. CP |
4 ปี | 1 กันยายน พ.ศ. 2564 | ขอนแก่น | สีน้ำเงิน |
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ||
| คณะนิติศาสตร์ Faculty of Law |
นต. LW |
19 ปี | 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 | ขอนแก่น | สีทอง |
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ||
| คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี Khon Kaen Business School |
บธ. KKBS |
32 ปี | 30 ธันวาคม พ.ศ. 2535 | ขอนแก่น | สีฟ้าคราม |
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ||
| คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ Faculty of Humanities and Social Sciences |
มนส. HUSO |
47 ปี | 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 | ขอนแก่น | สีขาว |
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ||
| คณะศิลปกรรมศาสตร์ Faculty of Fine and Applied Arts |
ศป. FA |
31 ปี | 13 กันยายน พ.ศ. 2537 | ขอนแก่น | สีดำ |
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ||
| คณะศึกษาศาสตร์ Faculty of Education |
ศษ. ED |
57 ปี | 13 กันยายน พ.ศ. 2511 | ขอนแก่น | สีแสด |
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ||
| คณะเศรษฐศาสตร์ Faculty of Economics |
ศ. ECON |
10 ปี | 14 สิงหาคม พ.ศ. 2558 | ขอนแก่น | สีทอง |
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ||
| วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น College of Local Administration |
วปท. COLA |
18 ปี | 4 เมษายน พ.ศ. 2550 | ขอนแก่น | สีแดงเลือดนก |
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ||
| วิทยาลัยนานาชาติ International College |
KKUIC | 17 ปี | 25 มกราคม พ.ศ. 2551 | ขอนแก่น | สีน้ำเงิน |
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ||
| วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ College of graduate study in management |
MBA / CGSM | 28 ปี | 1 เมษายน พ.ศ. 2540 | ขอนแก่น | มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | |||
| คณะสหวิทยาการ Faculty of Interdisciplinary Studies |
สห. IS |
5 ปี | 1 เมษายน พ.ศ. 2563 | หนองคาย | สีน้ำเงิน |
สหวิทยาการ | ||
| บัณฑิตวิทยาลัย Graduate School |
บว. GS |
47 ปี | 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 | ขอนแก่น | สหวิทยาการ | |||
ส่วนงานสนับสนุนการศึกษา |
- สถานที่ต่างๆ ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ป้ายชื่อมหาวิทยาลัยขอนแก่น หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม
มหาวิทยาลัยขอนแก่นสนามกีฬากลาง มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซุ้มประตูสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น
การก่อตั้งคณะ
[แก้]มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีหลักสูตรที่เปิดสอนในแต่ละคณะทั้งหมดประมาณ 330 หลักสูตรโดยจะมีการแบ่งหลักสูตรออกเป็น หลักสูตรภาคปกติ หลักสูตรภาคพิเศษ หลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรต่อเนื่อง และหลักสูตรสาขาวิชาร่วม โดยแต่ละคณะจะเป็นผู้กำหนดรายวิชาในแต่ละสาขาวิชาที่เปิดสอน
| ปีที่ก่อตั้ง | คณะ |
|---|---|
| 2507 | คณะเกษตรศาสตร์ • คณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ (ปัจจุบันคือคณะวิทยาศาสตร์)† • คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| 2512 | คณะศึกษาศาสตร์ |
| 2514 | คณะพยาบาลศาสตร์ |
| 2515 | คณะแพทยศาสตร์ |
| 2521 | คณะเทคนิคการแพทย์ • คณะสาธารณสุขศาสตร์ • คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ • บัณฑิตวิทยาลัย |
| 2522 | คณะทันตแพทยศาสตร์ |
| 2523 | คณะเภสัชศาสตร์ |
| 2527 | คณะเทคโนโลยี |
| 2529 | คณะสัตวแพทยศาสตร์ |
| 2531 | คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| 2535 | คณะวิทยาการจัดการ (ปัจจุบันคือคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี)† |
| 2537 | คณะศิลปกรรมศาสตร์ |
| 2540 | วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ |
| 2549 | คณะนิติศาสตร์ |
| 2550 | วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น |
| 2551 | วิทยาลัยนานาชาติ |
| 2555 | คณะบริหารธุรกิจ • คณะวิทยาศาสตร์ประยุกติ์และวิศวกรรมศาสตร์ • คณะสังคมศาสตร์บูรณาการ • คณะศิลปศาสตร์ |
| 2558 | คณะเศรษฐศาสตร์ |
| 2563 | คณะสหวิทยาการ |
| 2564 | วิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ |
หมายเหตุ ตัวเอียง หมายถึง ถูกยุบรวมกับหน่วยงานอื่นหรือยกเลิกหน่วยงาน
† หมายถึง เปลี่ยนชื่อหน่วยงานในภายหลัง
งานวิจัย
[แก้]จากวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น คือ “มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก” ผนวกกับปณิธานและปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่กำหนดให้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็น “ศูนย์รวมทางความคิด เป็นสติปัญญาของสังคม ยึดมั่นในความเป็นเลิศทางวิชาการ เป็นกลไกในการพัฒนาให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการทุกสาขา” จึงได้มีการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบภารกิจด้านการวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยีขึ้นมาเป็นการเฉพาะ หลายหน่วยงาน อาทิเช่น สำนักบริหารการวิจัย สำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์วิจัยเฉพาะทาง จำนวน 25 ศูนย์วิจัย กลุ่มวิจัย จำนวน 20 กลุ่ม และเพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยให้แก่บุคลากรมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดให้มีการจัดตั้งกองทุนวิจัย 40 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมีกองทุนอื่นๆอีกหลายกองทุน
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดตั้งหน่วยงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนอีกหลายหน่วยงาน ปัจจุบันมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความร่วมมือกับองค์กรระดับชาติและนานาชาติกว่า 160 หน่วยงาน จาก 25 ประเทศทั่วโลก โดยได้แลกเปลี่ยนนักศึกษา บุคลากร เครื่องมือ ห้องทดลอง และองค์ความรู้ต่างๆ
ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูล ISI ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 - พ.ศ. 2562 มีทั้งสิ้น 12,982 เรื่อง[44]
การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อ
[แก้]ระดับปริญญาตรี
[แก้]มหาวิทยาลัยขอนแก่นเปิดรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีผ่านรอบต่างๆ ของระบบ TCAS ซึ่งดำเนินการโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โดยเปิดรับสมัครในรอบต่างๆ ดังนี้
- รอบที่ 1 รอบแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เป็นรอบที่มหาวิทยาลัยจะคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นผ่านแฟ้มสะสมผลงานตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยมหาวิทยาลัยจะเปิดรับสมัครและต้องยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาในระบบ TCAS ของทปอ.[45]
- รอบที่ 2 รอบโควตา (Quota) เป็นรอบที่มหาวิทยาลัยดำเนินการคัดเลือกนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนในจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บึงกาฬ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย สกลนคร สุรินทร์ ศรีสะเกษ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานีและอุบลราชธานี โดยใช้ข้อสอบสมรรถะเฉพาะของแต่ละคณะ ข้อสอบวัดความฉลาดรู้ทั่วไปและข้อสอบวัดความฉลาดรู้เฉพาะด้านซึ่งจัดสอบโดยศูนย์ทดสอบความฉลาดในการเรียนรู้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (NETSAT)[46]
- รอบที่ 3 รอบ Admission ผู้สมัครจะต้องเข้าสอบวิชาความถนัดทั่วไป (TGAT) ความถนัดทางวิชาชีพ (TPAT) และวิชาสามัญ (A–Level) ซึ่งจัดสอบโดยทปอ.และเลือกอันดับคณะที่ต้องการได้สูงสุด 10 อันดับผ่านระบบคัดเลือกของทปอ. ทั้งนี้ผู้สมัครจะต้องมีคะแนนสอบในรายวิชาต่างๆตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในรอบก่อนหน้าแต่ต้องการสมัครในรอบนี้จะต้องสละสิทธิ์ตามวันและเวลาที่ทปอ.กำหนด
ระดับปริญญาโท
[แก้]มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท[47]
- การสอบคัดเลือก เป็นการสอบคัดเลือกผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในสาขาวิชาต่างๆ ทั้งภาคปกติ และภาคพิเศษ โดยทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการจัดสอบเอง
- การคัดเลือก เป็นการคัดเลือกครูประจำการที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทสาขาวิชาต่างๆ โดยมหาวิทยาลัยจะดำเนินการจัดการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อน
ระดับปริญญาเอก
[แก้]มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก โดยคัดเลือกผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกสาขาวิชาต่างๆ โดยการพิจารณาของมหาวิทยาลัย หรือสามารถสมัครสอบผ่านทางเว็บไซต์ได้[47]
อันดับและมาตรฐานของมหาวิทยาลัย
[แก้]การประเมินคุณภาพมหาวิทยาลัย
[แก้]สำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class TQC) ประจำปี 2561 แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นเพียงมหาวิทยาลัยเดียวในประเทศไทยที่ผ่านทุกตัวชี้วัดคว้ารางวัลนี้มาได้[48] ซึ่งก่อนหน้านี้มีมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยเคยยื่นขอแต่ไม่สามารถผ่านตัวชี้วัดที่เข้มข้นได้ ทั้งนี้รางวัลคุณภาพแห่งชาติ ถือเป็นรางวัลระดับโลก (World Class) เนื่องจากมีกระบวนการตัดสินรางวัลเช่นเดียวกับรางวัลคุณภาพแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ The Malcolm Baldrige National Quality Award (MBNQA) ซึ่งเป็นต้นแบบรางวัลคุณภาพแห่งชาติที่ประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอีกกว่า 80 ประเทศทั่วโลก [49]
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ได้เข้าประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในปี 2549 กล่าวได้อย่างชัดเจนว่า ได้ดำเนินการตามมาตรฐานของ สมศ. ทั้ง 8 มาตรฐาน ในระดับที่น่าพอใจ สำหรับประเด็นที่คณะผู้ประเมินฯ นำเสนอเป็นข้อสังเกตข้อเสนอแนะในรายละเอียดผลการประเมิน ทั้งในภาพรวมและจำแนกการจำแนกของหน่วยงานในแต่ละเอกสารนั้น หากมหาวิทยาลัยสามารถนำไปวิจัย และสังเคราะห์เพื่อให้เกิดรูปธรรมการดำเนินงานในอนาคตด้วยแล้ว จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเร่งเสริมคุณภาพในการดำเนินงาน ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี เป็นมหาวิทยาลัยที่ "ดีเลิศด้านการสอน ดีเยี่ยมด้านการวิจัย"[50]
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาร่วมกับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ได้จัดการประกวดระบบประกันการคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2550 โดยให้สถานศึกษาที่ได้รับรางวัลมาตรฐานเป็น สื่อกลางในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพแก่สถาบันอื่นๆ ซึ่งมีสถาบันอุดมศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมประกวดจำนวน 25 แห่ง โดยเป็นสถาบันอุดมศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 20 แห่ง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข 4 แห่ง สังกัดกระทรวงกลาโหม 1 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นชนะการประกวดสถานศึกษาที่มีระบบประกันคุณภาพได้มาตรฐาน ติดอันดับ 1 ใน 8 สถาบันอุดมศึกษา 25 แห่งทั่วประเทศ [51]
อันดับมหาวิทยาลัย
[แก้]| อันดับมหาวิทยาลัย | ||||
|---|---|---|---|---|
| อันดับในประเทศ(อันดับนานาชาติ) | ||||
| สถาบันที่จัด/ปีการศึกษาที่จัด | อันดับ | |||
| THE (2021) | 3(1001+) | |||
| THE (2019) | 1(101-200) | |||
| CWUR (2019) | (774) | |||
| CWUR (2018) | (726) | |||
| CWUR (2017) | (754) | |||
| CWUR (2016) | (767) | |||
| QS (Asia) (2021) | 6(151) | |||
| QS (World) (2019) | (148) | |||
| QS (World) (2018) | 7(178) | |||
| QS (World) (2017) | 4(903) | |||
| QS (World) (2016) | 6(170-180) | |||
| Webometrics (2021) | 10(1,376) | |||
| Webometrics (2020) | 5(809) | |||
| Webometrics (2018) | 5(786) | |||
| SIR (2020) | 5(701) | |||
| SIR (2014) | 9(594) | |||
| uniRank (2019) | 4(532) | |||
| URAP (2018) | 4(903) | |||
การจัดอันดับโดย Quacquarelli Symonds[52]
[แก้]แควกเควเรลลี ไซมอนด์ส หรือ British Quacquarelli Symonds (QS) เป็นบริษัทจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่ง มีการจัดอันดับครอบคลุมในหลายมิติ เช่น การจัดอันดับเป็นระดับโลก (QS World University Rankings) ระดับทวีปเอเชีย (QS University Rankings: Asia) การจัดอันดับแยกตามคณะ (QS World University Rankings by Faculty) การจัดอันดับแยกตามรายวิชา (QS World University Rankings by Subject) การจัดอันดับคุณภาพบัณฑิต (QS Graduate Employability Rankings 2017) เป็นต้น[53]
น้ำหนักการชี้วัด การแบ่งคะแนนจะต่างกันในแต่ละสาขาวิชา เช่น ทางด้านการแพทย์ ซึ่งเป็นสาขาที่มีอัตราการเผยแพร่งานวิจัยสูง การวัดการอ้างอิงและh-index ก็จะคิดเป็น 25 เปอร์เซนต์ สำหรับแต่ละมหาวิทยาลัย ในทางกลับกันสาขาที่มีการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการที่น้อยกว่า เช่น สาขาประวัติศาสตร์ จะคิดเป็นร้อยละที่ต่ำกว่าคือ 15 เปอร์เซนต์ จากคะแนนทั้งหมด ในขณะเดียวกันสาขาศิลปะและการออกแบบ ซึ่งมีผลงานตีพิมพ์น้อยก็จะใช้วิธีการวัดจากผู้ว่าจ้างและการสำรวจด้านวิชาการ[54]
QS Asia
- ชื่อเสียงทางวิชาการ (30 เปอร์เซนต์) เป้าหมายของตัวชี้วัดนี้เพื่อจะบอกว่ามหาวิทยาลัยใดมีชื่อเสียงในในระดับนานาชาติ
- การสำรวจผู้จ้างงาน (20 เปอร์เซนต์)
- อัตราส่วนของคณะต่อนักศึกษา (15 เปอร์เซนต์) วัดจากอัตราส่วนของบุคลากรทางการศึกษาต่อจำนวนนักศึกษา และการติดต่อและให้การสนับสนุนของบุคลากรที่มีต่อนักศึกษา
- การอ้างอิงในรายงาน (10 เปอร์เซนต์) และผลงานของคณะ (10 เปอร์เซนต์) เป็นการรวมทั้งงานที่อ้างอิงใน Scopus และ การตีพิมพ์ผลงานโดยคณะนั้น ๆ เอง
- บุคลากรระดับดุษฎีบัณฑิต (5 เปอร์เซนต์)
- สัดส่วนคณะที่เป็นหลักสูตรนานาชาติ (2.5 เปอร์เซนต์) และนักศึกษาต่างชาติ (2.5 เปอร์เซนต์)
- สัดส่วนของรับนักศึกษาและเปลี่ยนที่เข้ามาศึกษา (2.5 เปอร์เซนต์) และการส่งนักศึกษาออกไปแลกเปลี่ยน (2.5 เปอร์เซนต์)[55]
โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับการจัดให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 8 ของประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 160 ของเอเชียในปี 2563[56]
ในปี 2564 (2021) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับการจัดให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 6 ของประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 151 ของเอเชีย[57]
การจัดอันดับโดยไทมส์ไฮเออร์เอดูเคชันซัปพลีเมนต์
[แก้]ได้ประกาศผลอันดับมหาวิทยาลัย รางวัล “THE Social Impact Ranking 2019” หรือมหาวิทยาลัยที่ดำเนินภารกิจเพื่อสังคมที่สร้างผลกระทบต่อสังคมพบว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 101-200 ของโลก และอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 [58] เมื่อปี 2550 ไทมส์ไฮเออร์เอดูเคชันซัปพลีเมนต์ เคยจัดอับดับสาขา เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์ และ ศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยที่วิทยาศาสตร์สุขภาพ อยู่ลำดับที่ 273 วิทยาศาสตร์ อยู่ลำดับที่ 426 และด้านสังคมศาสตร์ อยู่ลำดับที่ 492 ส่วนในปี 2551 จัดอับดับให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นอยู่ลำดับที่ 521 ของโลก และอันดับ 21 ของอาเซียน[59]
การจัดอันดับโดยเว็บโอเมตริกซ์
[แก้]เว็บโอเมตริกซ์ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยประจำปี พ.ศ. 2558 โดยจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่างๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก อันดับ Webometrics จะบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ในเว็บไซต์ของสถาบัน โดยพิจารณาจากจำนวน Link ที่เชื่อมโยงเข้าสู่เว็บนั้น ๆ จากเว็บภายนอกโดยวัดจากการสืบค้นด้วย Search Engine และนับจำนวนเอกสารตีพิมพ์ออนไลน์ในกลุ่มของไฟล์ .pdf .ps .ppt และ .doc และจำนวนเอกสารที่มีการอ้างอิง (Citation) แบบออนไลน์ผ่านกูเกิลสกอลาร์ (Google Scholar) โดยจะจัดอันดับปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ เดือนมกราคม และ เดือนกรกฎาคม โดยล่าสุดการจัดอันดับรอบที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2563 มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 10 ของประเทศไทย และอันดับที่ 1,376 ของโลก[60]
การจัดอันดับโดยSCImago Institutions Ranking (SIR)
[แก้]เป็น การจัดอันดับสถาบันที่มีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ซึ่งจะไม่ใด้นับเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่จะนับสถาบันเฉพาะทางด้วย เช่น สถาบันเทคโนโลยี วิทยาลัย โรงพยาบาล เป็นต้น โดยล่าสุดปี พ.ศ. 2562 มหาวิทยาลัยขอนแก่นอยู่ในอันดับ 5 ของประเทศไทย และอันดับที่ 389 ของโลก [61]
การจัดอันดับโดยCentrum voor Wetenschap en Technologie Studies
[แก้]CWTS หรือ CWTS Leiden University เป็นการจัดอันดับโดยอาศัยข้อมูลจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารที่มีอยู่ในฐานข้อมูลของ Web of Science ซึ่งเป็นฐานข้อมูลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก รวมทั้งหมด 842 มหาวิทยาลัย จาก 53 ประเทศทั่วโลก ปี พ.ศ. 2560 มหาวิทยาลัยขอนแก่นอยู่ในอันดับ 4 ของประเทศไทย และอันดับที่ 754 ของโลก [62]
การจัดอันดับโดยNature Index
[แก้]จัดโดยวารสารในเครือ Nature Publishing Group ซึ่งเป็นวารสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงชั้นนำของโลก โดยการนับจำนวนบทความที่ตีพิมพ์ต่อปีในวารสารที่ในเครือ Nature Publishing Group โดยล่าสุดปี พ.ศ. 2559 มหาวิทยาลัยขอนแก่นอยู่ในอันดับ 18 ของประเทศไทย และอันดับที่ 57 ของโลก
การจัดอันดับโดยwww.4icu.org
[แก้]4 International Colleges & Universities (4icu.org) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จัดอันดับความนิยมของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยนานาชาติทั่วโลก ปรากฏว่าในปี 2558 มหาวิทยาลัยในประเทศไทยติดอันดับ 3 แห่งได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยได้ลำดับที่ 112, 160 และ 182 ตามลำดับ[63]
พื้นที่มหาวิทยาลัย
[แก้]มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีจำนวนพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 12,259 ไร่ ประกอบด้วยส่วนพื้นที่การศึกษา 2 เขตและส่วนพื้นที่วิจัยและปฏิบัติการ 3 เขตได้แก่
วิทยาเขตขอนแก่น
[แก้]มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตขอนแก่น ตั้งอยู่เลขที่ 123 หมู่ 16 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่ทั้งหมด 5,500 ไร่ เป็นที่ตั้งของ 18 คณะ 4 วิทยาลัย และสถานที่ต่างๆ ดังนี้
คณะวิชา
[แก้]สถานที่สำคัญ
[แก้]
อยู่บริเวณริมบึงสีฐานทางเข้าประตู 2 ด้านถนนมะลิวัลย์
อยู่ใกล้บริเวณศาลเจ้าพ่อมอดินแดงทางเข้าประตู 1 ถนนมิตรภาพ
|
|
วิทยาเขตหนองคาย เป็นวิทยาเขตแห่งแรกของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยตั้งอยู่ที่จังหวัดหนองคาย ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2538 เปิดรับนักศึกษาครั้งแรก พ.ศ. 2541 ทำการเรียนการสอนใน 1 คณะวิชา 16 หลักสูตร นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษาของรัฐในภูมิภาคอีสานตอนบน มีสีประจำคือสีเปลือกไม้ ต้นไม้ประจำวิทยาเขตหนองคายคือต้นชิงชัน ปัจจุบันมีบัณฑิตจบการศึกษาระดับปริญญาตรี มากกว่า 3,000 คน ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย ตั้งอยู่เลขที่ 112 หมู่ 7 ถนนมิตรภาพ ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย มีพื้นที่กว่า 3,413 ไร่ เป็นส่วนกระจายการศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
คณะวิชา
[แก้]สถานที่สำคัญ
[แก้]สถานีทดลองและฝึกอบรมเกษตรกรรม
[แก้]ตั้งอยู่ในจังหวัดร้อยเอ็ด มีพื้นที่ทั้งหมด 1,170 ไร่
สถานีฟาร์มฝึกนักศึกษา คณะสัตวแพทยศาสตร์
[แก้]ตั้งอยู่ในบ้านนาดอกไม้ อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย มีพื้นที่ทั้งหมด 2,106 ไร่
สถานีทดลองและฝึกอบรม เขื่อนจุฬาภรณ์
[แก้]ตั้งอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ มีพื้นที่ทั้งหมด 70 ไร่
ชีวิตในมหาวิทยาลัย
[แก้]กิจกรรมการต้อนรับน้องใหม่ของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ เป็นประเพณีที่ได้ยึดถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งจะจัดในช่วงต้นของการเปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษา การดำเนินรูปแบบของกิจกรรมมีความแตกต่างกันบ้างในแต่ละสถาบัน แต่มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีระหว่าง รุ่นพี่ – รุ่นน้อง หรือรุ่นน้อง – รุ่นน้อง ส่งเสริมให้มีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน[64]
สำหรับมหาวิทยาลัยขอนแก่นกิจกรรมรับน้องใหม่เป็นกิจกรรมหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ภายใต้การกำกับดูแลจากมหาวิทยาลัยโดยฝ่ายพัฒนานักศึกษาให้มีการดำเนินการที่เหมาะสม และเป็นไปในแนวทางสร้างสรรค์ เนื่องจากตระหนักถึงความสำคัญในการที่จะให้นักศึกษาได้พัฒนาบุคลิกภาพทั้งอารมณ์ สังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางด้านสติปัญญาด้วย เพื่อให้เป็นการสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้านการพัฒนานักศึกษาให้เป็นผู้ที่มีคุณภาพและศักยภาพทั้งด้าน วิทยา ปัญญา จริยา และสามารถนำองค์ความรู้ตอบสนองความต้องการของชุมชน สังคม และประเทศได้ โดยอาศัยการจัดกิจกรรมเป็นสื่อกลางควบคู่ไปกับการเรียนการสอน รูปแบบการจัดกิจกรรมรับน้องใหม่นักศึกษารุ่นพี่จะเป็นผู้จัดขึ้น ตลอดทั้งเป็นผู้ดำเนินการควบคุมกิจกรรม องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดกิจกรรมรับน้องใหม่ขึ้นมาหลายรูปแบบแต่ที่จะนำเสนอให้ทราบมีดังต่อไปนี้
กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์[65]
กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างขึ้นโดยกลุ่มนักศึกษาที่มีใจรักในกิจกรรมการต้อนรับน้องใหม่จากการที่ได้พบและประทับใจในกิจกรรมตอนที่เป็นน้องใหม่ ความอบอุ่นของกิจกรรมการต้อนรับน้องใหม่ ทำให้คนจำนวนหนึ่งได้รวมตัวกันเพื่อมาสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆให้กับนักศึกษา หรือนักศึกษาใหม่ที่จะเข้ามาในภาคเรียนต้น หรือที่เรียกว่า “ Freshy ”
กลุ่มสัมพันธ์จะประกอบด้วยการแบ่งกลุ่มนักศึกษาใหม่ที่เข้ามาในปีการศึกษานั้นๆ เป็นกลุ่มคละกันทุกคณะ มีทั้งหมด ๒๕ กลุ่ม โดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ A – Z ในที่นี้จะยกเว้นกลุ่ม F เพราะถือว่าชื่อไม่เป็นมงคลสำหรับนักศึกษา ซึ่งเป็นเกรดที่ทุกคนไม่อยากที่จะได้
ในแต่ละกลุ่มนั้นจะมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม ซึ่งผ่านการฝึกซ้อมใช้เวลาในช่วงเวลาเปิดภาคเรียนที่ ๓ หรือที่เรียกกันว่า “ซัมเมอร์” นั่นเอง ตลอดระยะเวลานี้จะเป็นช่วงการฝึกซ้อม การอบรม การใช้กิจกรรมที่เหมาะสม นันทนาการสร้างความบันเทิง การ สร้างความสนุกสนาน การสร้างความเป็นผู้นำ การดูแลน้องอย่างปลอดภัย กิจกรรมสถานการณ์จำลองเพื่อให้แก้ปัญหา การร้องเพลงอย่างถูกต้อง การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวเป็นมหาวิทยาลัยโดยไม่แบ่งว่าใครอยู่คณะใด และกิจกรรมเสริมต่างๆมากมาย เพื่อให้พี่เลี้ยงน้องใหม่มีประสบการณ์ที่หลากหลายมาถ่ายทอดให้น้องในกลุ่มของตน
การจัดกิจกรรมปีที่ผ่านมานั้นใช้ระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม ๓ วันก่อนเปิดภาคการศึกษา ซึ่งเป็นวันที่ พี่เลี้ยงน้องใหม่ เฝ้าคอยอย่างใจจดใจจ่ออยากที่จะทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้น้องใหม่ทุกคนได้มีส่วนร่วม ไม่น่าเชื่อว่ากิจกรรมที่มีระยะเวลาไม่นานแต่ก็ทำให้พี่เลี้ยงน้องใหม่รักน้องใหม่เหมือนหนึ่งในสายเลือดเดียวกัน ผสานความเป็นหนึ่งแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เป็นอย่างดี จนเป็นที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยต่างๆที่อยากได้รูปแบบกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยเรา แต่ก็ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ทำกิจกรรมสร้างสรรค์รูปแบบนี้ได้เป็นมหาวิทยาลัยเดียวในโลก
กิจกรรมวันรวมช่อกาลพฤกษ์และไหว้ศาลเจ้าพ่อมอดินแดง[66] กิจกรรมวันรวมช่อกาลพฤกษ์และไหว้ศาลเจ้าพ่อมอดินแดง เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นติดต่อกันมาทุกปี ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๔๕เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวโดยนักศึกษาใหม่หรือน้องใหม่ทุกคนนั้นจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ความเป็นสิริมงคลปีที่ผ่านมาจะมีการลอดซุ้มแสดงความเป็นเลือดสีอิฐโดยผ่านดินแดง และสักการะศาลเจ้าพ่อมอดินแดง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทั้งยังเป็นการสร้างโอการสให้น้องใหม่ได้สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและสืบทอดวัฒนธรรมอันดีต่อไป กิจกรรมที่ผ่านมานั้นจะใช้ระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม ๑ วันโดยแบ่งเป็น ๒ ช่วงคือช่วงเช้าเป็นการรวมน้องใหม่ตามกลุ่มต่างๆ และทยอยออกจากโรงยิมเดินออกมา เมื่อถึงสถานที่หมายจะใช้เวลาในการทวนเพลงมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่สอนโดยพี่เลี้ยงน้องใหม่ตลอดระยะเวลา ๓ วัน ของกลุ่มสัมพันธ์ ในขณะที่รอเพื่อที่จะลอดผ่านขอนแก่นจำลองที่พี่เลี้ยงน้องใหม่ทำขึ้น ก็จะดำเนินกิจกรรมนันทนาการ หรือที่เรียกอย่างติดปากว่า “ สันทนาการ ” นั่นเอง ในวันนี้กิจกรรมต่างๆที่พี่เลี้ยงน้องใหม่เตรียมมาเพื่อให้น้องเล่นระหว่างการรอลอดซุ้มเพื่อจะไปสู่การสักการบูชาศาลเจ้าพ่อมอดินแดงนั้น เป็นกิจกรรมที่สุนกสนานไม่แพ้กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เลย และเป็นวันที่น้องใหม่ของแต่ละกลุ่มมากันอย่างมากมาย นับเป็นภาพที่อบอุ่นและน่าภูมิใจอย่างยิ่งที่พี่น้องแห่งทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการรับน้องแบบสร้างสรรค์และดีงามของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
กิจกรรมร้องเพลงร่วมสถาบัน (เชียร์กลาง) [67] กิจกรรมร้องเพลงร่วมสถาบัน (เชียร์กลาง) วันที่น้องใหม่ทุกคนจะมารวมกันที่สนามกีฬากลาง หรือสนามที่จัดเตรียมไว้เพื่อให้น้องใหม่ทุกคนได้พิสูจน์ความเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่นของตนเองหลังจากได้ร่วมกิจกรรมการรับน้องอย่างสร้างสรรค์มาอย่างหลากหลาย ตลอดช่วงระยะเวลาที่ได้เข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นก่อนการเปิดภาคเรียน กิจกรรมนี้นับเป็นกิจกรรมอันยิ่งใหญ่ที่สร้างความภาคภูมิใจแก่ชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นทุกคน ในกิจกรรมร้องเพลงร่วมสถาบันนั้นมีนักศึกษาใหม่ พี่ๆนักศึกษารุ่นพี่ และอาจารย์เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและให้กำลังใจน้องอย่างใกล้ชิด รูปแบบของกิจกรรม คือ การทดสอบการร้องเพลงมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีผู้นำเชียร์ที่ได้รับการฝึกซ้อมมาอย่างดีมาให้จังหวะการร้องเพลงแต่ละเพลงและมีประธานเชียร์ที่เป็นนักศึกษารุ่นพี่เป็นผู้พิจารณาการ ร้องเพลงตามจังหวะที่ถูกต้องและให้คำแนะนำและดูแลเรื่องการร้องเพลงมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกันของนักศึกษาใหม่โดยหัวหน้าผู้นำเชียร์จะเป็นผู้ควบคุมจังหวะการร้องเพลง วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนี้เพื่อให้น้องใหม่ร้องเพลงสถาบันได้อย่างถูกต้อง เรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น มีความอดทนเสียสละ เกิดความรักระหว่างน้องใหม่ด้วยกัน น้องใหม่กับรุ่นพี่ ตลอดจนเกิดความภาคภูมิใจในมหาวิทยาลัยขอนแก่นไม่เกิดการแบ่งแยกคณะ การร่วมกิจกรรมนั้นจะแบ่งน้องใหม่ตามกลุ่มสัมพันธ์ A – Z ยกเว้น F โดยเรียงตามลำดับระยะเวลาของการดำเนินกิจกรรมนั้นจะอยู่ในช่วง 2 วัน ระหว่างเวลา 17.00-24.00 น. ในวันก่อนเปิดภาคการศึกษาหรือวันแรกเปิดการศึกษาเป็นเพราะไม่อยากให้เกิดผลกระทบต่อการเรียนของนักศึกษาใหม่
กิจกรรมตักบาตรน้องใหม่และปลูกต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น[68] กิจกรรมตักบาตรน้องใหม่และปลูกต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อรักษาประเพณีอันดีงามของไทย และการสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ที่ถือว่าการมาอยู่ที่อยู่ใหม่นั้นสิ่งที่จะสร้างความมั่นคงเป็นอันดับแรกคือการสร้างกำลังใจและความดีงาม การจัดกิจกรรมของทุกปีนั้นน้องใหม่จะมารวมตัวกันที่บริเวณสนามกีฬากลางตั้งแต่เวลาเช้าตรู่เพื่อมาตักบาตรข้าสารอาหารแห้งตามแต่จิตศรัทธาของผู้ที่มาตักบาตร แต่เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์อนุรักษ์ประเพณีที่ดีงามของไทย นอกจากนี้ในวันเดียวกันจะเป็นกิจกรรมการปลูกต้น"กาลพฤกษ์" ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่นตามพื้นที่บริเวณต่างๆของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อสร้างแรงจูงใจในการสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นและเป็นการลดสภาวะโลกร้อนได้อีกทาง นับว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นเริ่มรณรงค์เกี่ยวกับการลดสภาวะโลกร้อนมานานแล้ว ระยะเวลาการจัดกิจกรรมนั้นเป็นการจัดกิจกรรมตลอดทั้งวัน และในวันเดียวกันนี้เองอาจมีการบริจาคโลหิตเพื่อเป็นการกุศลได้อีกทางหนึ่ง นับว่ามาวันนี้แล้วได้ทำความดีหลายๆอย่างเป็นความสุขของการเริ่มต้นการศึกษาในแดนขุมปัญญาของอีสานแห่งนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และในบางปีอาจมีกิจกรรมการแข่งกีฬากลุ่มสัมพันธ์เพื่อเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีอีกทางหนึ่ง
กิจกรรมบายศรีสู่ขวัญน้องใหม่[69] กิจกรรมบายศรีสู่ขวัญน้องใหม่ เป็นกิจกรรมสร้างขวัญกำลังใจที่ดีของน้องใหม่ทุกคนโดยน้องใหม่ทุกคนจะได้เข้าร่วมพิธีที่หอประชุมอเนกประสงค์กาญจนาอภิเษกมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีอธิการบดีมหาวิทยาลัย รองอธิการบดีฝ่ายต่างๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ คณาจารย์ รุ่นพี่และบุคคลต่าง มีส่วนร่วมในพิธีด้วย การผูกข้อมือนั้นเป็นการแสดงความห่วงใย กำลังใจและความรักที่มีต่อกัน การดำเนินกิจกรรมจะอยู่ในช่วงเสาร์ หรืออาทิตย์ของสัปดาห์แรกในการเปิดภาคเรียน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและเรียกขวัญกำลังใจให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ตามคติความเชื่อของชาวอีสาน การร่วมกิจกรรมนั้นน้องใหม่จะต้องแต่งกายเป็นชุดเสื้อม่อฮ่อมเพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ที่เหมาะสมกับประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวอีสาน โดยในวันนี้พี่เลี้ยงน้องใหม่ที่ดูแลน้องใหม่มาตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรมการรับน้องใหม่นั้นก็จะมาดูแลน้องทุกคนและร่วมร้องเพลงเพื่อสร้างกำลังใจในการเรียนรู้และต่อสู้กับปัญหาชีวิตที่จะเกิดขึ้นในระหว่างความรับผิดชอบที่ตนต้องประสบพบเจอในมหาวิทยาลัย
ซึ่งมีวัตถุประสงค์โดยรวมคือสร้างความเป็นสิริมงคลให้เกิดขึ้นแก่น้องใหม่ ให้น้องใหม่เกิดความรัก ความภูมิใจในสถาบัน เกิดความรักความสามัคคีในหมู่คณะ เน้นความมีระเบียบวินัย สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องและเพื่อให้น้องใหม่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เป็นอย่างดี
ส่วนการเรียนในมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะใช้เวลาใกล้เคียงกับการเรียนใน มหาวิทยาลัยอื่น โดยทั่วไปจะใช้เวลา 4 ปีในการเรียน แต่สำหรับคณะศึกษาศาสตร์ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จะใช้เวลา 5 ปี ในขณะที่ คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์จะใช้เวลา 6 ปี ตลอดระยะเวลาการเรียน มีทั้งการเรียนในคณะของตนเอง และการเรียนวิชานอกคณะได้ พบปะกับบุคคลในคณะอื่น นอกจากนี้ ยังมีการร่วมกิจกรรมในมหาวิทยาลัยหลายอย่าง ไม่ว่าการเข้าชมรมของมหาวิทยาลัย การเข้าชมรมของคณะ การเล่นกีฬา หรือการพบปะกับเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่มาจากโรงเรียนเดียวกันที่
- งานลอยกระทง
งานลอยกระทงจัดขึ้นทุกทุกปีในวันลอยกระทง โดยจัดให้มีการประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และ การแสดงของมหาวิทยาลัยซีหนาน (Southwest University) ประเทศจีนที่สวยงามตระการตา ได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยการจัดงานประเพณีลอยกระทงนั้น เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ให้การทำนุบำรุงและการสนับสนุนมาโดยตลอด ทั้งศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ
- พิธีสักการะศาลเจ้าพ่อมอดินแดง
พิธีสักการะศาลเจ้าพ่อมอดินแดงจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ พฤศจิกายน ณ มณฑลพิธีศาลเจ้าพ่อมอดินแดง ถือเป็นงานประเพณีที่ชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ร่วมใจกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อแสดงถึงความเคารพบูชา และความศรัทธาของบุคลากร นักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีต่อศาลเจ้าพ่อมอดินแดง การจัดงานได้กำหนดให้มี พิธีบวงสรวงศาลเจ้าพ่อมอดินแดง การแสดงมหรสพสมโภช เช่น ภาพยนตร์ หมอลำ ลิเก การแสดงจากชมรมนักศึกษาและการแสดงศิลปินพื้นบ้านอีสาน เป็นต้น
- กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และอาสาสมัคร
การออกค่ายอาสาสมัครของนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีหลายองค์การ เช่น ชมรมอาสาพัฒนา เป็นต้น ทั้งนี้นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นที่จะได้รับการเสนอชื่อการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จะต้องเป็นนิสิตที่ทำกิจกรรมในด้านต่า เป็นการพัฒนานิสิตในด้าน จริยธรรมและคุณธรรม วิชาการและทักษะวิชาชีพ สุขภาพ โดยเป็นการพัฒนาตนเองและเป็นการทำประโยชน์แก่สังคมอีกด้วย
พิธีพระราชทานปริญญาบัตร
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาในการพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่นครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2511 และได้เสด็จพระราชดำเนินในการพิธีพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เองเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2541 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
ซึ่งวันพระราชทานปริญญาบัตร จัดให้อยู่ในช่วงเดือนธันวาคมเป็นประจำทุกปี ตามอย่างคราวรับพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรก ในคราวรับพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกนั้นจัดขึ้นที่ตึกอธิการบดี อาคาร 2 ชั้น 2 โดยนักศึกษาจะนั่งรับปริญญากับพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิดซึ่งนับเป็นพระกรุณาเป็นล้นพ้น และในการพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกนั้นมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต ซึ่งเป็นปริญญาใบแรกของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เพื่อความเป็นศิริมงคล
ครุยวิทยฐานะ
[แก้]ครุยวิทยฐานะ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นชุดพิธีการซึ่ง ปัจจุบัน ใช้ในพิธีมอบปริญญาบัตรเพื่อแสดงถึงปริญญา วิทยฐานะที่ได้จากการสำเร็จการศึกษา ครุยวิทยฐานะสำหรับมหาวิทยาลัยขอนแก่น จะกำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งการใช้ครุยวิทยฐานะสำหรับมหาวิทยาลัยรัฐโดยไม่ชอบนั้นมีโทษ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใช้ครุยแบบโบราณพระราชพิธีไทย ลักษณะแบบครุยจะเป็นชุดครุยคล้าย ๆ ชุดครุยพระยาแรกนา หรือขุนนางสมัยโบราณหรือที่เรียกว่าครุยเทวดา
ลักษณะครุยวิทยะฐานะ
- ครุยดุษฎีบัณฑิต
ทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว มีสำรดรอบขอบและที่ปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยสักหลาดสีขาว มีแถบทองขนาด 1 เซนติเมตร ทับบนริมทั้งสองข้าง เว้นระยะ 0.5 เซนติเมตร มีแถบสักหลาดสี ตามสีประจำมหาวิทยาลัย ขนาด 0.5 เซนติเมตร ทั้งสองข้าง เว้นระยะอีก 0.5 เซนติเมตร มีแถบทอง ขนาด 1 เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ตอนกลางมีพื้นสักหลาดสีดำขนาด 2 เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางติดทับด้วยสักหลาดสีตามสีประจำมหาวิทยาลัย ขนาด 1 เซนติเมตร และมีตรามหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะสีเงิน ขนาดสูง 4 เซนติเมตร ติดตามทางดิ่งกลางสำรดบนสักหลาด ตอนหน้าอกทั้งสองข้าง สำรดที่ต้นแขน เช่นเดียวกับสำรดรอบขอบ แต่ตอนกลางมีพื้นสักหลาดสีดำ ตรงกึ่งกลาง ห่างจากขอบ 0.5 เซนติเมตร ติดทับด้วยสักหลาดสีตามสีประจำมหาวิทยาลัย จำนวน 3 เส้น แต่ละเส้นคั่นด้วยแถบทองขนาด 1 เซนติเมตร โดยเว้นระยะระหว่างแถบ 0.5 เซนตเมตร
- ครุยมหาบัณฑิต
เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต แต่ตอนกลางของสำรดที่ต้นแขนมีแถบ สักหลาดสีตามสีประจำมหาวิทยาลัย จำนวน 2 เส้น คั่นด้วยแถบทองขนาด 1 เซนติเมตร โดยเว้นระยะระหว่างแถบ 0.5 เซนติเมตร
- ครุยบัณฑิต
เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต แต่ตอนกลางของสำรดที่ต้นแขนมีแถบสักหลาดสีตามสีประจำมหาวิทยาลัย จำนวน 1 เส้น
- ครุยประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง
เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต แต่ตรามหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะสีทอง
- ครุยประกาศนียบัตรบัณฑิต
เช่นเดียวกับครุยบัณฑิต แต่ตรามหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะสีทอง
- ครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและอุปนายกสภามหาวิทยาลัย
เป็นครุยพื้นผ้าโปร่งสีขาว มีสำรดรอบขอบและที่ต้นแขนกับปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยสักหลาดสีขาว มีแถบทองขนาด 1 เซนติเมตร ทับบนริมทั้งสองข้าง เว้นระยะ 0.5 เซนติเมตร มีแถบสักหลาดสีตามสีประจำ มหาวิทยาลัย ขนาด 1 เซนติเมตร ทั้งสองข้าง เว้นระยะอีก 0.5 เซนติเมตร มีแถบทอง ขนาด 1 เซนติเมตร ตอนกลางมีพื้นสักหลาดสีแดงชาด ติดแถบสักหลาดสีตามสีประจำมหาวิทยาลัย ขนาด 3 เซนติเมตร ทั้งสองข้างโดยติดห่างจากขอบสักหลาดสีแดงชาด 0.5 เซนติเมตร และมีตรามหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะสีทองขนาดสูง 4 เซนติเมตร ติดตามทางดิ่งกลางสำรดบนสักหลาดตอนหน้าอกทั้งสองข้าง และมีสร้อยทำด้วยโลหะสีทองพร้อมด้วยเครื่องหมายของมหาวิทยาลัยตามแบบที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดระหว่างตรามหาวิทยาลัยทั้งสองข้าง ยึดติดกับครุยประมาณร่องหัวไหล
- ครุยประจำตำแหน่งของกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย
เช่นเดียวกับครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย แต่ไม่มีสร้อย[70]
การเดินทาง
[แก้]รถสองแถว
[แก้]การเดินทางจากภายนอกเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะมีรถสองแถวที่วิ่งเข้าไปในมหาวิทยาลัย 7 สาย ดังนี้ [71]
- สาย 4 19 และ 20 ผ่านบริเวณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ - ประตูมอดินแดง
- สาย 5 และ 10 ผ่านบริเวณ ประตูสีฐาน
- สาย 8 เก่า ผ่านบริเวณ ประตูสีฐาน - ศูนย์อาหารและบริการ 1 (คอมเพล็กซ์)
- สาย 8 ใหม่ ผ่านบริเวณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ - ศูนย์อาหารและบริการ 1 (คอมเพล็กซ์)
รถตู้โดยสาร
[แก้]รถตู้โดยสาร ปอ.14 จะแบ่งเป็น 2 จุดจอด คือ ศูนย์อาหารและบริการ 1 (คอมเพล็กซ์) และกังสดาล ซึ่งผ่านบริเวณ เซ็นทรัลพลาซ่า ขอนแก่น และ บขส.3
รถขอนแก่นซิตี้บัส
[แก้]- รถขอนแก่นซิตี้บัส สายสีเขียว (บขส.3 - สนามบิน) จอดบริเวณสะพานลอยฝั่งตรงข้ามประตูสีฐาน(ไปสนามบิน) และป้อม รปภ.ประตูสีฐาน (ไป บขส.3) [72]
สำหรับรถโดยสารภายใน สามารถแบ่งเป็น 4 สาย
ศิษย์เก่าระดับปริญญาตรีที่มีชื่อเสียง
[แก้]- ดูบทความหลักที่ รายนามบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีหลากหลายตั้งแต่บุคคลสำคัญในด้านการเมืองการปกครอง นักวิชาการ ศิลปิน ข้าราชการและคณาจารย์ เช่น
- สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภาไทย, ประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย และรัฐมนตรี
- สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย
- พรทิพย์ โล่ห์วีระ จันทร์รัตนปรีดา อดีตรองประธานวุฒิสภา
- มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมของไทย
- โชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
- ศาสตราจารย์ วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า
- ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- ชินภัทร ภูมิรัตน อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- สมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
- กวี อารีกุล อดีตผู้ว่าการการประปานครหลวง
- เจริญ ภัสระ อดีตผู้ว่าการการประปานครหลวง
- มานิต ปานเอม ผู้ว่าการการประปานครหลวง
- สมบูรณ์ สุนัทพงศ์ศักดิ์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค
- วิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด
- รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- วิทูร สุริยวนากุล นักธุกิจ, เศรษฐีไทยรวยอันดับที่ 31 (จัดโดย นิตยสาร Forbes 2022)
- อดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา นักธุกิจ, เศรษฐีไทยรวยอันดับที่ 38 (จัดโดย นิตยสาร Forbes 2022)
- มงคล ประกิตชัยวัฒนา นักลงทุน, เศรษฐีไทยรวยอันดับที่ 42 (จัดโดย นิตยสาร Forbes 2022)
- พีระพงศ์ จรูญเอก นักธุรกิจ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้
- อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร นักธุรกิจ, อดีตผู้บริหาร ปตท.
- ดร.จิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO)
- ศ.ดร.สมชาติ โสภณรณฤทธิ์ ราชบัณฑิต, ศาสตราจารย์ด้านเทคโนโลยีพลังงาน
- หม่อมหลวงจักรานพคุณ ทองใหญ่ นักวิชาการทางการเกษตร
- รศ.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา
- รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
- รศ.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)
- ศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว อดีตคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- สมศักดิ์ จันทรรวงทอง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย
- อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
- นพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา
- สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สมาชิกวุฒิสภา
- ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคก้าวไกล, ผู้กำกับภาพยนตร์
- จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
- พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
- มาลีรัตน์ แก้วก่า อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ อดีตสมาชิกวุฒิสภา
- นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
- อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
- นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
- นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน จิตแพทย์
- พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ จิตแพทย์, ผู้ประกาศข่าว
- นพ.พิชญ์ สันติจิตรุ่งเรือง ติวเตอร์, เจ้าของสถาบันกวดวิชาชีววิทยาไบโอบีม
- นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล จิตแพทย์ชื่อดัง
- อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์
- อโนเชาว์ ยอดบุตร นักแสดง
- ศุกลวัฒน์ คณารศ นักแสดง
- กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ นักแสดง
- โกสินทร์ ราชกรม นักแสดง
- ศุภรุจ เตชะตานนท์ นักร้อง
- ชาลิสา ตุงคะเตชะ นักร้อง
- หรินทร์ สุธรรมจรัส นักร้องนำวงแทททูคัลเลอร์
- รัฐ พิฆาตไพรี มือกีตาร์และร้องนำวงแทททูคัลเลอร์
- เอกชัย โชติรุ่งโรจน์ มือกลองวงแทททูคัลเลอร์
- ภัทรเดช สงวนความดี นักแสดง
- นพ.เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช นักร้อง, นักแสดง, แพทย์
- จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
- วรรณปิยะ ออมสินนพกุล นางแบบ, นักแสดง
- กรกมล เจริญชัย นักแสดง
- ศิริลักษณ์ คอง นักแสดง
- วนรัตน์ รัศมีรัตน์ นักแสดงวัยรุ่น
- ราชภัทร วรสาร นักแสดงวัยรุ่น
- วสุ ห้าวหาญ นักแต่งเพลง, โปรดิวเซอร์
- พรชัย แสนยะมูล นักเขียน
- วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ สถาปนิก
- ธนากร ศรีชาพันธุ์ นักเทนนิส
- จีรวัลย์ สอนสะอาดดี นักร้อง
- แสงธรรม ชูมีชัย รองนางสาวไทย ประจำปี 2547
- พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี รองนางสาวไทย ประจำปี 2552
อ้างอิง
[แก้]- ↑ การกำหนดรหัสตัวพยัญชนะประจำกระทรวงและเลขที่หนังสือออกของ กระทรวงการอดุมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เก็บถาวร 2021-12-07 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2564
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๐๘
- ↑ จำนวนนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น สืบค้น 12 กรกฎาคม 2564.
- ↑ "ชื่อเดิมมหาวิทยาลัย". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-06-06. สืบค้นเมื่อ 2018-05-30.
- ↑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๐๘
- ↑ พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๕๘, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๖๖ ก หน้า ๒๕ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘
- ↑ อันดับสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา#แบบแบ่งกลุ่ม
- ↑ "หลักสูตรการศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-12-04. สืบค้นเมื่อ 2009-02-08.
- ↑ สารสนเทศ 2555 มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ Top 10 ผู้ยื่นเลือกสูงสุด 2561 โปรแกรมจำลองแอดมิชชัน, Admission Premium สอบเข้ามหาวิทยาลัย, 29 มิถุนายน 2561.
- ↑ ประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนกิจการการจัดตั้งมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากสำนักงานสภาการศึกษาแห่งชาติไปเป็นของมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ....
- ↑ ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์, "สารจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น", 30 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น : มหาวิทยาลัย, 2537, หน้า 3
- ↑ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, "คณะเกษตรศาสตร์", ขอนแก่น 18 ปี, 2525, หน้า 63
- ↑ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๐๘
- ↑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๕๘, ราชกิจจานุเบกษา, วันที่สืบค้น 17 กรกฎาคม 2558
- ↑ หนังสือที่ระลึกงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น พุทธศักราช 2552 : ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดน่ครพนม 25 ตุลาคม 2552
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๘๔, ตอน ๑๑๗ ก ฉบับพิเศษ, ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐, หน้า 7
- ↑ MEMOIR Khonkaen University (หนังสือรับน้องรุ่นที่ 39),2545
- ↑ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ครบรอบ 10 ปี. กรุงเทพฯ : กรุงสยามการพิมพ์, 2517
- ↑ สัมภาษณ์ ผศ.เข้มแข็ง สีตะธนี 21 ตุลาคม 2531 หนังสือครบรอบ 25 มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-09-12. สืบค้นเมื่อ 2019-09-24.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-03-18. สืบค้นเมื่อ 2019-09-24.
- ↑ "ทำเนียบนายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น". มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2016-01-01. สืบค้นเมื่อ 2024-04-29.
- ↑ "ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี (แต่งตั้งนายก-กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น)". มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2016-01-01. สืบค้นเมื่อ 2024-04-29.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง “รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล” เป็นอธิการบดี ม.ขอนแก่น
- ↑ ประกาศรายชื่อบุคคลผู้ผ่านการคัดกรองเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่ง อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ↑ ฐานข้อมูล KKU Scholar เก็บถาวร 2019-07-02 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน สืบค้นวันที่ 2 กรกฎาคม 2562
- ↑ "รอบที่ 1 Portfolio : ประกาศการรับสมัคร โครงการเด็กดีมีที่เรียน รอบที่ 1 (Portfolio) ปีการศึกษา 2568 – KKU Admissions".
- ↑ "เกี่ยวกับ NETSAT – NETSAT Khon Kaen University".
- 1 2 คู่มือนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีการศึกษา 2555
- ↑ "เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ ปี 2561-2562 (ฉบับลิขสิทธิ์)" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2019-06-27. สืบค้นเมื่อ 2019-06-27.
- ↑ หนังสือพิมพ์อีสานบิซ, มข.1ใน13องค์กรไทยคว้ารางวัล”บริหารจัดการเยี่ยมระดับโลก”ต้นแบบรางวัลคุณภาพแห่งชาติที่ต่างประเทศนำไปประยุกต์ใช้ เก็บถาวร 2019-06-27 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, 5 กุมภาพันธ์ 2562.
- ↑ "บทสรุปผู้บริหาร รายงายผลการประเมินคุณภาพภายนอก สถาบันอุดมศึกษา". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-10-11. สืบค้นเมื่อ 2009-02-16.
- ↑ "มข.ชนะการประกวดสถานศึกษาที่มีระบบประกันคุณภาพได้มาตรฐาน ติดอันดับ 1 ใน 8 สถาบันอุดมศึกษา". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-11-08. สืบค้นเมื่อ 2009-05-03.
- ↑ http://www.topuniversities.com/
- ↑ QS Quacquarelli Symonds Limited. “Khon Kaen University.” เว็บไซต์ QS Quacquarelli Symonds . http://www.topuniversities.com/universities/khon-kaen-university#331315 (20 มิถุนายน 2563 ที่เข้าถึง).
- ↑ QS. QS World University Rankings: Methodology. September 11, 2015. http://www.topuniversities.com/university-rankings-articles/world-university-rankings/qs-world-university-rankings-methodology (accessed june 29, 2016).
- ↑ QS. QS University Rankings: Asia methodology. 13 June 2016. http://www.topuniversities.com/asia-rankings/methodology (accessed 29 June 2016).
- ↑ QS Asia Ranking 2020
- ↑ QS Asia Ranking 2021
- ↑ ขอนแก่นลิงก์, ม.ขอนแก่น มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ประเทศไทย จากองค์กรโลก, 7 เมษายน 2562.
- ↑ Khon Kaen University
- ↑ http://www.webometrics.info/en/detalles/kku.ac.th
- ↑ SIR Methodology General considerations
- ↑ CWTS Leiden Ranking
- ↑ ASTVผู้จัดการออนไลน์, มข. ปลื้ม! เว็บไซต์ ติดอันดับ160 ของโลก อันดับ 24 ของเอเชีย เก็บถาวร 2009-01-22 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, 13 มกราคม 2552 11:50 น.
- ↑ สาวสายเดี่ยว. (ม.ป.ป.). รับน้องอย่างสร้างสรรค์ เชื่อมสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้อง[ลิงก์เสีย]. ค้นข้อมูล 20 กรกฎาคม 2549,
- ↑ คู่มือพี่เลี้ยงน้องใหม่ 2553
- ↑ คู่มือพี่เลี้ยงน้องใหม่ 2553
- ↑ คู่มือพี่เลี้ยงน้องใหม่ 2553
- ↑ คู่มือพี่เลี้ยงน้องใหม่ 2553
- ↑ คู่มือพี่เลี้ยงน้องใหม่ 2553
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2017-10-06. สืบค้นเมื่อ 2021-12-07.
- ↑ http://www.kkmuni.go.th/center/images/data/road-cardmay-khonkaen.pdf
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-07-06. สืบค้นเมื่อ 2019-07-06.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-06-14. สืบค้นเมื่อ 2022-08-10.
- ↑ https://www.facebook.com/kkusmarttransit/
- ↑ เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐอยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรี
- ↑ เป็นงบประมาณทั้งหมดของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่หมวด 3 และหมวด 5 รายละเอียดดูที่ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ดูเพิ่ม
[แก้]แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ภาพถ่ายดาวเทียมจากวิกิแมเปีย หรือกูเกิลแมปส์
- แผนที่จากลองดูแมป หรือเฮียวีโก
- ภาพถ่ายทางอากาศจากเทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
