สนอร์รี สเตืร์ตลือซอน
สนอร์รี สเตืร์ตลือซอน Snorri Sturluson | |
|---|---|
| เกิด | คริสต์ศักราช 1179 ทาลาซีสลา จักรภพไอซ์แลนด์ |
| เสียชีวิต | 23 กันยายน 1241 (61-62 ปี) เร็คฮอลท์ ประเทศไอซ์แลนด์ |
| อาชีพ | ผู้ว่ากฎหมาย, นักเขียน, กวี, นักประวัติศาสตร์, นักการเมือง |
| ผลงานเด่น | ร้อยแก้วเอ็ดดา, Heimskringla |
| บุตร | 6 คน |
| บุพการี |
|
สนอร์รี สเตืร์ตลือซอน (ไอซ์แลนด์: Snorri Sturluson) คือกวี นักประวัติศาสตร์ และอัศวินชาวไอซ์แลนด์[1] ผู้มีบทบาทโดดเด่นอย่างยิ่งในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 เขาเป็นผู้ว่ากฎหมายประจำรัฐสภาไอซ์แลนด์ที่เรียกว่าอัลธิง (Althing) และได้รับฐานันดรศักดิ์เป็นอัศวินจากกษัตริย์นอร์เวย์ ซึ่งเป็นสถานะที่หาได้ยากยิ่งสำหรับชาวไอซ์แลนด์ในยุคนั้น[2]
สนอร์รีเกิดที่เมืองฮวามเมอร์ (Hvammur) ในไอซ์แลนด์ เป็นบุตรของนายสเตือร์ลา ตอร์ดาร์ซอน และนางกุดนี เบิดวาร์สดอตตีร์ เขาเติบโตที่เมืองออดดี (Oddi) ในฐานะบุตรบุญธรรมของยอน ลอปต์ซอน ผู้นำที่ทรงอำนาจในยุคนั้น ที่นั่นเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ทำให้เขาได้ศึกษากฎหมาย บทกวี และประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง สนอร์รีได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่า (Goði) และนักกฎหมาย โดยเริ่มสร้างตัวจากการแต่งงานกับทายาทผู้มั่งคั่งและย้ายไปอยู่ที่เรย์คยอฮอล์ต
ผลงานที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุดคือ ร้อยแก้วเอ็ดดา (Prose Edda) ซึ่งเปรียบเสมือนคัมภีร์หลักในการศึกษาเทวตำนานนอร์ส หากปราศจากการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบของเขา เรื่องราวของเทพโอดิน ธอร์ หรือโลกี อาจสูญหายไปตามกาลเวลาภายใต้กระแสการแผ่ขยายของคริสต์ศาสนา[3] นอกจากนี้เขายังเขียน Heimskringla ซึ่งเป็นพงศาวดารกษัตริย์นอร์เวย์ที่ผสมผสานระหว่างข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และการวิเคราะห์เชิงอำนาจทางการเมือง[4]
อย่างไรก็ตาม ชีวิตทางการเมืองที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและการเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งระหว่างขุนนางไอซ์แลนด์กับพระเจ้าโฮกุนที่ 4 แห่งนอร์เวย์ ก็นำมาซึ่งจุดจบอันน่าเศร้า สนอร์รีถูกลอบสังหารในปี 1241 ณ บ้านพักในเรย์คยอฮอล์ต (Reykjaholt) มรดกที่เขาทิ้งไว้ไม่เพียงแต่เป็นรากฐานสำคัญของประวัติศาสตร์นอร์ดิก แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่วรรณกรรมแฟนตาซีสมัยใหม่ รวมถึงผลงานของเจ. อาร์. อาร์. โทลคีน[5] ชื่อของเขายังคงได้รับการยกย่องในฐานะปราชญ์ผู้พิทักษ์มรดกทางจิตวิญญาณแห่งไอซ์แลนด์มาจนถึงปัจจุบัน
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Whaley, D. (1991). Heimskringla: An Introduction. Viking Society for Northern Research.
- ↑ Sigurðsson, G. (2004). The Medieval Icelandic Saga and Oral Tradition. Harvard University Press.
- ↑ Byock, J. (2005). The Prose Edda. Penguin Classics.
- ↑ Faulkes, A. (1987). Snorri Sturluson: Edda. Everyman's Library.
- ↑ Dronke, U. (1997). The Poetic Edda. Oxford University Press.